บันทึกจาก เตรียมอุดม ถึง มงบูโช
พ่อแม่นั้นหวังพึ่งเจ้ายามแก่เฒ่า
ครูนั้นเล่าหวังเจ้าให้สร้างชื่อ
ประเทศนั้นหวังกำลังและฝีมือ
เจ้านั้นคือความหวังของทั้งมวล
เรื่องนี้มันผ่านมากว่ายี่สิบปีแล้ว… แต่ผมจำวันนั้นได้ดี… มันอาจจะเป็นวันที่กำหนดชีวิตผมทั้งชีวิตด้วยซ้ำ
เรื่องมันเกิดที่ โรงเรียนสายปัญญา ผมโชคดีได้เป็นตัวแทนของโรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ไปแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์
ผมหาห้องน้ำ ผมตกใจ เพราะผมเพิ่งรู้ว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนหญิงล้วน พอหาห้องน้ำครูชายเจอ ขณะผมเดินกลับไปที่งานแข่งขัน
“เธอๆ วันนี้มันมีแข่งตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ รอบจังหวัดกทม. ไปดูไหม น่าจะมีผู้ชายหล่อๆ มาแข่งนะเธอ”
ผมได้ยินเสียง จากข้างหลัง… พลางคิดในใจ … “สาวๆ พวกนั้น คงไม่ได้พูดถึงเรา แต่ช่างแม่ง วันนี้ขอชนะเป็นพอ”
และทีมโรงเรียนเตรียมพัฒน์ของผมก็ชนะจริงๆ มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของผมในวัยนั้น และของโรงเรียนด้วยซ้ำ (อาจารย์ที่นำทีม จงใจไม่เคยพูดว่า จริงๆ โรงเรียนของเราไม่เคยชนะระดับจังหวัดกทม. มาก่อน พวกผมคือครั้งแรกของประวัติศาสตร์โรงเรียน)
แต่นั่น… กลับไม่ใช่ ช่วงเวลากำหนดชีวิตผม … เรื่องมันต่อจากนี้ต่างหาก
หลังจากจบรอบแข่งขัน มัธยมต้นแล้ว พวกเราลงมานั่งข้างล่าง เรากำลังชื่นมื่นกับชัยชนะ ครูผู้นำทีมถามว่า กลับโรงเรียนไปบอกข่าวดีกับเพื่อนๆ ไหม
แต่เด็กทีมผมทั้งสามคน รวมตัวผม กลับบอกครงกัน… ว่าเราอยากอยู่ต่อ ดูรอบแข่งขันของระดับมัธยมปลาย
ทำไมเหรอ อยากเทียบชั้นเหรอ… อยากดูว่ามีผู้ชายหล่อๆ หรือผู้หญิงสวยๆ มาแข่งเหรอ ไม่มีทาง
แต่เพราะพวกเราทั้งหมด อยากดู “ทีมเตรียมอุดม”
พวกเราทุกคนอยากเห็น ตัวแทนจากโรงเรียนที่คนมากมาย “เชื่อ” ว่านี่คือโรงเรียนมัธยมที่เก่งที่สุดของประเทศนี้
เด็กสามคน ชายสอง หญิงหนึ่ง จากเขตการศึกษาที่ 2 ตัวแทนจากย่านพญาไท เดินขึ้นสู่เวที …
พวกเขาทั้งสามดูเรียบร้อย ผมก็ไม่แปลกใจ ก็นี่มันรายการแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ คนมาตอบล้วนเป็นเด็กเรียนอยู่แล้ว แต่ที่อยากเห็น คืออยากเห็นตัวแทน โรงเรียนนี้แบบตัวเป็นๆ
“อยากเห็นด้วยตาตัวเอง ว่ามีดีอะไร”
พิธีกรอ่านคำถาม เด็กสามคนของแต่ละทีม เขียนคำตอบใส่กระดาษ ใครถูกได้สองแต้ม ถูกแบบครึ่งๆ กลางๆ ให้หนึ่งแต้ม จะมีคำถามบนเวทีทั้งหมดสิบห้าข้อ พร้อมกับรวมคะแนนที่สอบในห้องก่อนหน้านี้ ชม. นึง ทีมจากโรงเรียนใด ได้คะแนนมากที่สุด จะชนะและเป็นตัวแทนกทม. ไปแข่งระดับประเทศ …
หกคำถามผ่านไป กลุ่มผู้นำ ประมาณสามโรงเรียนคะแนนเท่ากัน คำถามข้อที่เจ็ด เป็นคำถามวิชาฟิสิกส์ ให้คำนวณเวลาที่ลูกปืนยิง ทะลุตัวกลางสองสามอย่าง (ตอนนั้นผมยังอยู่มัธยมต้น ผมฟังโจทย์ไม่ค่อยรู้เรื่อง)
พิธีกรอ่านคำตอบ สองโรงเรียนผู้นำตอบผิด… รวมถึงโรงเรียนเตรียมอุดมด้วย เราเองก็ไม่แปลกใจ ใครๆ ก็ผิดได้นิ
แต่เด็กโรงเรียนเตรียมอุดมยกมือขอประท้วงพิธีกร บอกผมคิดไม่เป็นครับ เรียนเชิญอาจารย์ท่านนึงที่เป็นกรรมการขึ้นมาบนเวที เพื่อมาแก้โจทย์นั้นสดๆ
หนึ่งนาทีถัดไป อาจารย์ท่านนั้นบอกว่าเฉลยผิด คำตอบที่เด็กเตรียมบอก ถูกต้อง
มีเสียงปรบมือ สำหรับผม.. คนดูข้างล่าง พอจบโจทย์ข้อนั้นราวกับการแข่งขันจบลงแล้ว ทีมเด็กเตรียมดูแข็งแกร่งและมั่นใจมาก ราวกับจะบอกว่า จะถามอะไรมา พวกกูก็เอาอยู่
การแข่งขันจบลง ชัยชนะจบลงที่ เตรียมอุดม ชนะ คนข้างล่างบอกว่าเบื่อแล้ว…. ชนะจนใครๆ ก็อ้างว่า คุณเล่นเก็บเอานักเรียนที่ดีที่สุดทั่วประเทศระดับ ม.ต้น ไปกองรวมกัน จนบางคน กล่าวหาด้วยซ้ำว่า นี่คือปัญหาการเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย
แล้วมันเปลี่ยนชีวิต ผม ยังไง? … เรื่องมันมีต่อมาว่า เพราะทีมผมก็ชนะระดับ ม.ต้น พวกเขาก็ชนะระดับ ม.ปลาย ทำให้ผมได้มีโอกาสไปเจอกับพี่ๆ เตรียมอุดมอีกครั้ง ในรอบสุดท้ายตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ
ในรอบสุดท้าย ชิงแชมป์ประเทศไทย ผมเละเทะ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมแพ้ ผมอยากเขียนเรื่องนี้มากเพราะมันเป็นหนึ่งในปมของผมเลย เพราะเพื่อนที่ผมรักที่สุดในเตรียมพัฒน์ เขาก็อยู่ในทีมตอบปัญหา เราสองคนฝันว่าจะเป็นแชมป์ประเทศ (ปล เพื่อนรักผมเป็นผู้ชายนะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด คือ… อิมเมจประมาณ ซึบาสะกับมิซิกิอ่ะครับ) แต่มันพังก็เพราะเรา
ส่วนโรงเรียนเตรียมอุดมก็ยังทรงพลังเช่นเดิม พวกเขาก็ชนะอีกแล้ว
“เอ้อ น้อง จากนี้อีกสองเดือน โรงเรียนเตรียมอุดมจะมีจัดสอบ ถ้าได้คะแนน top5 แต่ละวิชา จะได้เงินรางวัลและมารับรางวัลที่โรงเรียนเตรียมอุดม พวกน้องมาสอบสิ ถือว่าอุ่นเครื่องก่อนมาสอบคัดเลือกเข้าเตรียมไง”
วันเวลาหมุนผ่านไป ผมโชคดีทำคะแนนสอบได้ดี จนมาได้รับรางวัลที่โรงเรียนเตรียมอุดม
ผมเจอพี่ๆ กลุ่มเดิม ที่ชนะเลิศตอบปัญหาจนเป็นแชมป์ประเทศไทย
“พี่เก๋ๆ แล้วพี่จะเรียนอะไร ที่มหาลัยเหรอครับ” ผมก็นึกว่า คำตอบคงเป็น หมอจุฬา หรือวิศวะ ซักที่
“พี่ได้ทุนญี่ปุ่นจ๊ะ ปีหน้าพี่จะไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ญี่ปุ่น”
“ส่วนพี่ P เขาได้ทุนคิง ปีหน้าก็จะไปเรียนที่อเมริกา”
ผมอ้าปากค้าง โลกของผมตอนนั้น ผมรู้แค่ว่าเรียนจบมัธยมก็ต้องไปจุฬาหรือธรรมศาสตร์ นาทีนั้นคือการเปิดโลกอีกใบของผม…
ยี่สิบกว่าปีที่แล้ว… กับเด็กที่เติบโตในชนชั้นกลาง การได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก อย่าว่าแต่จะทำเลย แค่ฝันยังไม่กล้าด้วยซ้ำ
แต่โรงเรียนที่ชื่อเตรียมอุดม อย่างน้อย เขาทำให้ผมกล้าฝัน
ในที่แห่งนี้ มีตั๋วแห่งโอกาส… มีปีกที่จะให้พวกเด็กๆ ได้โผบินสู่โลกกว้างได้ (แน่นอน…. ปีกแห่งฝันนั้น มิได้มีให้ทุกคน แต่มีไม่น้อย ให้กับเด็กที่กล้าฝันและพยายามมากพอ)

วันเวลาหมุนผ่านไปอีก กว่ายี่สิบปี
โรงเรียนเปลี่ยน คู่แข่งเปลี่ยน ค่านิยมเปลี่ยน แต่ความฝันของเด็กที่อยากจะออกสู่โลกกว้าง ไม่เคยเปลี่ยนแน่ๆ
ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะได้เห็น รายการตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ รายการ genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ ประกาศสิบหกทีมสุดท้าย เพื่อหาแชมป์ประเทศ แล้วไร้ชื่อ เตรียมอุดม
ผมรู้แค่ว่า เตรียมอุดม ไม่ได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน ทั้งๆ ที่ซีซั่นก่อน ก็เห็นส่งอยู่นะ
เพราะอีกแค่สองเดือน การสอบชิงทุนญี่ปุ่น ก็จะเริ่มแล้ว ….
ผู้เขียน… ก็ได้แต่นึก และก็สงสัย…. ว่าเตรียมอุดม ยังเป็นสถานที่ ที่จะมอบความกล้าฝัน ที่ดีที่สุดในไทยแลนด์อยู่หรือเปล่านะ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– บิทคอยน์ – พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรวยกัน? (หรือเปล่า)
– [เรื่องสั้นหักมุมหรือเปล่าไม่รู้ BY AI] バイバイ2024 Good Bye 2024
– เลือกในสิ่งที่คุณเป็น และเติบโตในสิ่งที่คุณเลือก
– อยากได้โบนัสดีเหรอ ลองวิธี 3 สอ (พลอ) ดู !!
– [ทดความคิด] ทั้งชีวิต ทั้งปี เพื่อเรื่องเดียว “Bonus”
#บันทึกจาก เตรียมอุดม ถึง มงบูโช #ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น #MEXT #ทุนญี่ปุ่น


