ประเทศญี่ปุ่นมีอาชีพ ‘นักสู้’
ลองนึกภาพตามว่าในประเทศไทย เวลาเปิดบัญชีธนาคาร สมัครบัตรเครดิต ทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ถ้าในช่องอาชีพมีคนกรอกว่าประกอบอาชีพ ‘นักสู้’ จะทำให้คนไทยจำนวนมากฉงนสนเท่ห์เพียงใด
แม้ว่าในญี่ปุ่นเองนั้นอาชีพอาชีพ ‘นักสู้’ จะยังไม่ใช่อาชีพกระแสหลัก แต่การดำรงอยู่ของอาชีพนี้ตามวงการกีฬาและตามสื่อบันเทิง ก็ไม่ได้ทำให้อาชีพนี้ดูเกินจริงหรือเพ้อเจ้อแต่อย่างใด กล่าวกันว่าคนที่ประกอบอาชีพนักสู้เป็นอาชีพหลักในประเทศญี่ปุ่นมีหลายพันคน ส่วนคนที่มีหลายอาชีพแล้วประกอบอาชีพนักสู้เป็นหนึ่งในอาชีพเสริมหรือฝึกเป็นงานอดิเรกนั้นมีประมาณ 2,500,000 คนจากประชากรญี่ปุ่นทั้งหมดประมาณ 124,800,000 คนในปี ค. ศ. 2024 (จัดว่ามีจำนวนมหาศาลเมื่อเทียบกับประชากร)

ญี่ปุ่นยุคโบราณเคยมีระบบชนชั้นที่เรียกว่า ‘ชิโนโคโช (士農工商)’ โดยแต่เดิมเชื่อว่าเป็นระบบชนชั้นแบบเก่าสมัยยุคเอโดะ (1603 – 1868) แม้เมื่อในทศวรรษที่ 1990s จะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนแล้วว่าในยุคเอโดะนั้นไม่ได้ใช้ระบบชิโนโคโช และปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นจะค่อย ๆ ลบเนื้อหาเกี่ยวกับระบบนี้ออกจากตำราเรียนและหลักสูตร แต่ในตำราญี่ปุ่นสมัยก่อนและในระบบการศึกษาสมัยก่อนก็เผยแพร่แนวคิดนี้ไปทั่วญี่ปุ่นเป็นวงกว้างจนอยู่ในการรับรู้ของประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ คือชนชั้น 4 ชนชั้นในญี่ปุ่นโบราณดังนี้
- ชิ (士) หมายถึง ชนชั้นนักรบ หรือ ซามูไรนั่นเอง
- โน (農) หมายถึง ชนชั้นชาวนา
- โค (工) หมายถึง ชนชั้นช่างฝีมือ
- โช (商) หมายถึง ชนชั้นพ่อค้า
อาชีพ ‘นักสู้’ ก็อาจเป็นอิทธิพลจากชนชั้น ‘ชิ’ สมัยก่อนก็เป็นได้ โดยญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้นกำลังใจของประชากรอยู่ในภาวะย่ำแย่ จำเป็นต้องมีสิ่งรวมใจประชาชนให้กัดฟันสู้เพื่อฟื้นฟูประเทศจากเถ้าถ่านให้สำเร็จให้ได้ รวมทั้งอเมริกาเข้ามาวางรากฐานประเทศของญี่ปุ่นให้ใหม่ทั้งหมด ทำให้กีฬาสากลที่เคยเข้าญี่ปุ่นมาบ้างก่อนหน้านั้นแต่ยังไม่ฮิต ก็กลับมาเป็นกระแสด้วยอิทธิพลของอเมริกา รัฐบาลญี่ปุ่นจึงรณรงค์ใช้กระแสกีฬาเพื่อกระตุ้นขวัญและกำลังใจของคนในชาติ หน่วยงานรัฐและเอกชนหันมารณรงค์แข่งกีฬาทุกประเภท มีการก่อตั้ง ‘วันออกกำลังกาย (体育の日)’ และเปลี่ยนเป็น ‘วันกีฬา (スポーツの日)’ ในภายหลัง เมื่อรณรงค์ให้ประชาชนเล่นกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ศิลปะการต่อสู้ของชาติตัวเองจึงได้รับสปอตไลต์ไปด้วย คือรณรงค์ให้เอาศิลปะการต่อสู้หลายประเภทที่มีมาแต่เดิมในญี่ปุ่น มาแปลงร่างให้เป็นกีฬามากขึ้น อาชีพ ‘นักสู้’ จึงได้รับอานิสงส์คือกลายสภาพจนเป็นสิ่งใกล้เคียงกับระบบกีฬาวิชาชีพคล้ายกีฬาแบบตะวันตกนั่นเอง

ปัจจุบันคำศัพท์เรียกอาชีพนักสู้มี 2 คำ
- บุโดกะ (武道家) หมายถึง อาชีพนักสู้ ที่ใช้วิชาใกล้เคียงกับศิลปะการต่อสู้โบราณของญี่ปุ่นเช่น จูจุทสึ, ยูโด, ไอกิโด, เคนโด, อิไอโด, คิวโด, คาราเต้, ซูโม่
- คะคุโทกะ (格闘家) หมายถึง อาชีพนักสู้ ที่ใช้วิชาใกล้เคียงกับกีฬาหรือศิลปะการต่อสู้ในยุคปัจจุบันเช่น มวยสากล, มวยไทยและคิกบ็อกเซอร์, นักมวยปล้ำ, นักสู้ MMA, ศิลปะการต่อสู้แบบผสมทุกแขนง
‘บุโดกะ’ จะมีความหมายในเชิงคลาสสิกและอนุรักษ์กว่า ส่วน ‘คะคุโทกะ’ จะมีความหมายในเชิงกีฬาและยุคใหม่มากกว่า แต่ทั้ง 2 คำในปัจจุบันก็แยกออกจากกันยากเพราะมีผู้ฝึกจำนวนมากฝึกผสมกันระหว่าง 2 วงการ

อย่างที่ผู้เขียนเคยเขียนใน ทำไมญี่ปุ่นจึงพัฒนาวงการกีฬาของตัวเองไปได้ไกลระดับต้น ๆ ของเอเชีย ว่าญี่ปุ่นสามารถพัฒนาวงการกีฬาของตัวเองไปได้ไกลระดับต้น ๆ ของเอเชียเพราะญี่ปุ่นสามารถสร้างระบบนิเวศน์ของธุรกิจกีฬาอาชีพได้สำเร็จ กีฬาทุกประเภทจึงเกิด ‘อาชีพนักกีฬา’ ขึ้นมา รวมทั้งอาชีพนักสู้นี้ด้วย วงการกีฬาญี่ปุ่นแม้จะมีการแข่งขันสูงแต่หากมีวินัยในการฝึกซ้อมและมีผลงานให้เห็นชัดก็สามารถประกอบอาชีพเกี่ยวกับกีฬาไปได้ตลอดชีวิตเพราะมีระบบอาชีพรองรับ เมื่อนักกีฬาเริ่มมีอายุก็สามารถผันตัวเป็นโค้ชหรือเทรนเนอร์หรือแม้แต่เป็นผู้จัดหรือเข้าวงการบันเทิงด้านกีฬาก็สามารถทำได้
เราจึงเห็นรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการต่อสู้จากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากเพราะวงการ ‘กีฬาต่อสู้’ และ ‘อาชีพนักสู้’ ของญี่ปุ่นได้พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ >> https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas
เรื่องแนะนำ :
– จำนวนผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นเริ่มลดลงทั้งในไทยและต่างประเทศ
– ทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นจำนวนมากเขียนคันจิไม่ได้?
– บ่อเกิดและการจัดหมวดหมู่ของคาราเต้
– หมัดดาวเหนือและหมัดดาวใต้ มีจริง?
– วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? – สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง?
ขอบคุณรูปภาพจาก
https://nodule.jp/info/ex20230603/
https://sengoku-his.com/1769
https://www.familyeducation.com/baby-names/list-ideas/75-samurai-names
https://www.japan-karate.com/china.html
#ประเทศญี่ปุ่นมีอาชีพ ‘นักสู้’


