Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 7 : โชกุนไร้อำนาจ
หลังม่านควันไฟของสงครามโอนินจางหายไป ญี่ปุ่นมิได้ก้าวเข้าสู่ความสงบ หากแต่กลับตกอยู่ในสภาพที่ไร้ศูนย์กลางอำนาจอย่างแท้จริง รัฐบาลโชกุนตระกูล Ashikaga ยังคงดำรงอยู่ในนาม แต่บทบาทในการควบคุมประเทศกลับลดลงจนแทบไม่เหลือสาระสำคัญ สิ่งที่ปรากฏชัดในยุคหลังสงครามโอนิน คือภาพของ “โชกุนไร้อำนาจ” ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ท่ามกลางแผ่นดินที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ

Ashikaga Takauji
หลังปี ค.ศ. 1477 ไดเมียวในหัวเมืองต่าง ๆ ต้องพึ่งพากำลังของตนเองเพื่อความอยู่รอด ระเบียบเดิมที่รัฐบาลโชกุนเคยทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและรักษาสมดุลอำนาจได้พังทลายลงไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างโชกุนกับไดเมียวเปลี่ยนจากการบังคับบัญชา มาเป็นความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์และการเจรจาที่ไม่มีหลักประกัน
โชกุนในช่วงปลายยุคมุโรมาจิยังคงประทับอยู่ในเกียวโต มีพิธีการ มีตำแหน่ง และมีราชสำนักให้การรับรอง แต่ในทางปฏิบัติ คำสั่งจากรัฐบาลกลางแทบไม่สามารถส่งผลไปถึงหัวเมืองได้อีกต่อไป ไดเมียวแต่ละแคว้นออกกฎหมายของตนเอง จัดเก็บภาษีเอง และทำสงครามกันเองโดยไม่ต้องขออนุญาตจากโชกุน
ในสภาพเช่นนี้ บทบาทของโชกุน Ashikaga ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากผู้ปกครองประเทศ กลายเป็น “ตราประทับแห่งความชอบธรรม” ไดเมียวจำนวนมากยังคงต้องการการรับรองตำแหน่งหรือการแต่งตั้งจากโชกุน ไม่ใช่เพราะโชกุนมีอำนาจจริง แต่เพราะการได้รับการรับรองเช่นนั้นช่วยเพิ่มความชอบธรรมให้กับการปกครองในสายตาของผู้อื่น
กล่าวได้ว่า โชกุนในยุคนี้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองมากกว่าผู้ใช้อำนาจ การมีโชกุนอยู่ยังช่วยให้ระบบเก่าดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบ แม้เนื้อหาภายในจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้วก็ตาม
ในทางกลับกัน ไดเมียวท้องถิ่นเริ่มพัฒนารูปแบบการปกครองที่เข้มแข็งขึ้นภายในแคว้นของตน มีการจัดระเบียบซามุไรใหม่ กำหนดกฎหมายท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเอง ยุคนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างรัฐแบบใหม่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากระดับท้องถิ่น โดยไม่ต้องอาศัยรัฐบาลกลางเป็นตัวกำหนด
รัฐบาลโชกุน Ashikaga ในช่วงนี้พยายามประคองตนเองให้อยู่รอดผ่านการประนีประนอมอย่างต่อเนื่อง แต่เงื่อนไขทางการเมืองไม่เอื้อให้กลับมามีอำนาจรวมศูนย์อีกต่อไป ทุกความพยายามในการฟื้นฟูอำนาจของรัฐบาลกลาง มักถูกขัดขวางโดยความเป็นจริงในสนามอำนาจที่ไดเมียวถือกำลังไว้ในมือ
ความอ่อนแอของรัฐบาลโชกุนยังส่งผลต่อสถานะของเกียวโต เมืองหลวงซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรม ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงและการแทรกแซงจากกลุ่มอำนาจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เกียวโตกลายเป็นพื้นที่แข่งขันของไดเมียว มากกว่าจะเป็นศูนย์กลางอำนาจที่ทุกฝ่ายยอมรับ
อย่างไรก็ตาม แม้โชกุน Ashikaga จะไร้อำนาจในทางปฏิบัติ ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่ถูกล้มล้างโดยตรง เหตุผลสำคัญคือการล้มโชกุนเท่ากับการท้าทายระเบียบดั้งเดิมทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้ผู้กระทำสูญเสียความชอบธรรมในสายตาของสังคม ไดเมียวจำนวนมากจึงเลือกที่จะ “ใช้อำนาจโดยไม่ล้มสัญลักษณ์” ดำรงระบบโชกุนไว้ในนาม ขณะเดียวกันก็ปกครองพื้นที่ของตนอย่างอิสระ
ภาพของโชกุนไร้อำนาจในยุคนี้ สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของการเมืองญี่ปุ่นยุคกลาง ซึ่งอำนาจ ความชอบธรรม และสัญลักษณ์ มิได้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป การมีอำนาจจริงโดยปราศจากความชอบธรรมอาจนำไปสู่การต่อต้าน ในขณะที่การมีความชอบธรรมโดยไร้อำนาจ ก็ไม่อาจควบคุมความเป็นจริงได้
ยุคโชกุนไร้อำนาจของตระกูล Ashikaga จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ระเบียบเก่ากำลังรอวันสิ้นสุด ขณะที่ระเบียบใหม่ยังไม่ถือกำเนิดอย่างสมบูรณ์ และในสุญญากาศแห่งอำนาจนี้เอง บุคคลผู้มีความทะเยอทะยานและมีกำลังทหารจะเริ่มก้าวขึ้นมามีบทบาท จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตอนสุดท้ายของตระกูล Ashikaga
เกร็ดความรู้ท้ายบท
-
เหตุใดไดเมียวยังต้องการโชกุน
การได้รับการแต่งตั้งหรือรับรองจากโชกุนช่วยเพิ่มความชอบธรรมในการปกครอง แม้โชกุนจะไม่มีอำนาจจริงก็ตาม -
โชกุนกับอำนาจเชิงสัญลักษณ์
ในยุคปลายมุโรมาจิ โชกุนทำหน้าที่คล้ายสัญลักษณ์ของระเบียบเก่า มากกว่าผู้ควบคุมประเทศ -
สุญญากาศแห่งอำนาจกับการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย
การที่รัฐบาลกลางอ่อนแอ เปิดโอกาสให้ผู้นำท้องถิ่นพัฒนาโครงสร้างอำนาจใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นพื้นฐานของการรวมประเทศในยุคต่อมา
เรื่องแนะนำ :
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 6 : สงครามโอนิน
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 5 : เมื่อซามุไรจับพู่กัน
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 4 : การเมืองแบบประนีประนอม
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 3 : สองราชสำนัก หนึ่งแผ่นดิน
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 2 : ชายผู้หันดาบกลับ
ขอบคุณรูปภาพ :
http://zeitgeist.jp/en/
#Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 7 : โชกุนไร้อำนาจ #อาชิคางะ


