เดินยังไม่ถึงที่เขาจะแข่งขันกันเลยก็โดนซะแล้ว ศัตรูเก่ามาไล่ต่อยผม ผมโดนเข้าไปหลายหมัด ทั้งมือทั้งเท้าประเคนเข้ามาตั้งหลักแทบไม่ทัน ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ มีคนมาแยกๆ กันไป เจ็บครับแต่ไม่โกรธอะไร จำไม่ได้ด้วยว่าเป็นใครว่ะ
ภาพโดย : อ.วิโรจน์ สายดนตรี

คืนนั้นนั่งคุยกันทั้งคืน บางคนเมาไม่ได้สติ ร้องไห้คิดถึงบ้านก็หลายคน ต่างคนต่างก็อยากเล่าเรื่องของตัวเอง
มีผมคนเดียวล่ะครับที่ไม่ค่อยได้คุยอะไร ในใจกังวลแต่ว่าจะกลับไปหากินที่โอซาก้าได้อีกหรือเปล่า และถ้ากลับไปต้องเจอกับอะไรบ้าง ชีวิตยากขึ้นอีกมันยากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลานั้น นับตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ทีึ่นี่ ถึงตอนนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
ความคิดในตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าจุดสุดท้ายในแผ่นดินญี่ปุ่นจะจบลงเมื่อไร
เกือบเช้าต่างคนต่างแยกกันไป ผม ไดน่าและอาเทียรกลับมานอนที่บ้าน ก่อนนอนไดน่าชวนอย่าเพิ่งกลับไปโอซาก้า และบอกผมว่าซันคิดถึงผมและอยากเจอ ก็ดีเหมือนกัน เผื่อมีหนทางใหม่ๆ
วันรุ่งขึ้นเราสามคนไปหาซันที่อู่รถ มีรถสวยๆ หลายคัน อู่แต่งรถของซันเปลี่ยนแปลงไปมาก ขยายใหญ่ขึ้นมีลูกน้องเพิ่มขึ้นหลายคน ด้วยความที่ซันเป็นลูกคนรวย อยากทำอะไรก็สามารถทำได้ไม่ยากต่างกับผม ผมเห็นซันผมก็อดอิจฉาไม่ได้ ทำไมชีวิตเขาดูง่ายจัง ส่วนผมยากเหลือเกิน ซันบอกไดน่าว่าชวนผมอยู่ดูแข่งรถก่อน อย่าเพิ่งกลับ อีก 2-3 วันน่าจะมีแข่งอีก ผมก็โอเคไป ผมได้เสื้อยืดมาตัวหนึ่ง ข้างหลังพิมพ์ว่า Lucifer เสื้อตัวนี้นผมชอบมาก
ไดน่าบอกว่าซันชอบนิสัยผม ชวนผมมาเป็นช่างซ่อมรถ ผมก็อยากนะแต่คิดว่ารายได้มันจะไม่พอกับที่เราต้องการ ผมคิดว่าซันน่าจะชอบไดน่ามาก สังเกตุจากเวลาทั้งสองคุยกันดูซันจะเทคแคร์ดูแลเธอเป็นพิเศษ ไดน่าเป็นคนยากครับ ผมรู้จักเธอมาประมาณ 5 เดือน ไม่เห็นเธอสนใจใครเป็นพิเศษเลย ไม่ว่าจะรูปหล่อ รวย คุณสมบัติเพียบพร้อมแค่ไหนเธอก็ไม่ ผมชอบเด็กคนนี้มากครับมีอะไรที่ไม่เหมือนใคร เธอคนนี้อยู่กับผมตั้งแต่เริ่มต้นจนผมกับเมืองไทย แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้า วันที่จากกันก็ยังไม่เคยเจอกันอีกเลย ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า
ก่อนจะถึงวันที่รอไปดูแข่งรถ ก็ไม่มีอะไรทำนั่งๆ นอนๆ ไดน่าก็พาลไม่ยอมไปเรียน อยู่บ้านเป็นเพื่อนผม ส่วยอาเทียรก็ไปโน่นมานี่ตามประสาคนจีบเยอะ ส่วนใหญ่เราก็นอนเล่นอยู่ที่บ้าน ไม่ค่อยกล้าออกไปไหน ถ้าตำรวจจับแล้วมันจะยุ่ง พ่อไดน่าก็ไม่อยู่
ถึงวันที่มีนัดแข่งรถผมใส่เสื้อที่ซันให้ ไปถึงมีคนใส่ประมาณ 10 กว่าคน เป็นลูกน้องซันทั้งนั้น ไดน่าเธอซื้อรองเท้าผ้าใบให้ผมคู่นึง ผมไม่กล้าใส่เพราะมันสีแดง แต่เกรงใจเธอ ใส่ก็ใส่ครับแนวดี กางเกงยีนส์ เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ หมวกแก็ป เรียกว่าหล่อเลยล่ะครับ
เดินยังไม่ถึงที่เขาจะแข่งขันกันเลยก็โดนซะแล้ว ศัตรูเก่ามาไล่ต่อยผม ผมโดนเข้าไปหลายหมัด ทั้งมือทั้งเท้าประเคนเข้ามาตั้งหลักแทบไม่ทัน ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ มีคนมาแยกๆ กันไป เจ็บครับแต่ไม่โกรธอะไร จำไม่ได้ด้วยว่าเป็นใครว่ะ ปากแตกนิดหน่อย ผมไม่สนใจครับ ชี้หน้าไปว่ามึงจำไว้ แต่ที่เสียดายคือเสื้อที่ซันให้ขาดเลยครับ ก็ใส่มันไปอย่างนั้น อาเทียรกับไดน่ามานั่งอยู่ใกล้ๆ ผม เธอทั้งสองคิดว่าผมต้องหาเรื่องเอาคืนแน่ แต่เปล่าเลยจำได้ว่าผมเฉยๆ ไม่อยากมีเรื่องมีราวอีก ไม่ใช่กลัวนะครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องของวัยรุ่นที่เวลาอยู่รวมกันเยอะแล้วก็ ต้องมีการโชว์สาวๆ กันหน่อย
แล้วยิ่งผมมากับสาวสวยสองคน มันก็คงหมั่นไส้เป็นเรื่องธรรมดา และผมก็จำไม่ได้จริงว่ามันเป็นใคร ไดน่าบอกว่าเป็นเพื่อนอาเทียร พวกนี้ไม่ชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่ ก็ถือว่าขอกันกินต่อความยาวสาวความยืดเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ โอซาก้าก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปได้หรือเปล่า โตเกียวเดี๋ยวก็มาไม่ได้อีกจะไปกันใหญ่
บรรยากาศของการแข่งรถเหมือนเดิมครับ เป็นอะไรที่มันมาก มีทั้งเสียงดนตรี ผู้หญิงสวยๆ รถสวยๆ ใครมีโอกาสไปญี่ปุ่นควรอย่างยิ่งที่ต้องไปหาชมบรรยากาศแบบนี้ อย่าเอาแต่นอนที่โรงแรม หรือเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์ หาดูไม่ยากหรอกครับ เจอวัยรุ่นตามแหล่งชอบปิ้ง ก็ถามเลยว่าคืนนี้มีแข่งรถกันที่ไหน ผมว่าปัจจุบันยังมีอยู่และคิดว่ามีมากกว่าตอนนั้นอีก
คนในวันนั้นผมว่ามีเกือบ 500 รถก็เป็นร้อยคัน ไม่มีตำรวจสักคน ผมสังเกตุดูรถหลายคันเป็นของซัน วันนั้นผมได้มีโอกาสนั่งรถของซันเป็น Nissan 200 ZX ซันให้ไดน่า นั่ง เธอมาชวนผมนั่งด้วยกันผมกลัวซันจะไม่ชอบ แต่เธอบอกไม่เป็นไร
การแข่งในวันนั้นจบลง หลังจากแข่งเสร็จวัยรุ่นที่มาก็ขับรถตามกันเป็นกลุ่มใหญ่เข้าไปในกลางเมือง โตเกียว ผมก็ได้ขับรวมกลุ่มไปกับเขามีไดน่านั่งไปด้วย ส่วนอาเทียรก็ไปกับคันอื่น ขับตามๆ กันไปประมาณเกือบ 50 คัน เหมือนจะตั้งใจไปก่อกวนตำรวจในเมือง สนุกดีครับ ขับวนไปวนมาจนเจอดีเข้าจนได้ ตำรวจคงได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ก็ออกมาไล่จับ ตื่นเต้นมากมีไดน่าเป็นเนวิเกเตอร์ หนีไปหนีมาเกือบชั่วโมงแล้วก็กลับรวมตัวที่อู่รถของซัน ดูไดน่าเธอมีความสุขมากครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมกลับมาหรือขับรถหนีตำรวจกันแน่
นับจากนี้ไปอีกสามเดือนผม ผมก็ได้กลับเมืองไทย ส่วนสามเดือนจะเป็นยังไงอยู่ที่ไหนจะมาเล่ากันต่อนะครับ ผมประมาณดูแล้วอีก 4-5 ตอนน่าจะจบลง ผมกำลังรีบเขียนต้นฉบับให้จบแล้วส่งให้เจ้าของเว็บ เพราะช่วงนี้ผมจะยุ่งมาก พอดีตกงานครับต้องออกจากงานที่ทำอยู่เพราะทำความผิดทำให้บริษัทเสียหาย
ชีวิตผมขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้แหล่ะ เรื่องราวบางอย่างไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้เลย ต้องเก็บไปกับตัวจนวันตาย ขอเหลือเพียง 2-3 คนเข้าใจผมก็พอแล้ว เข้ามาคอมเม้นท์กันเยอะๆ นะครับ ผมชอบอ่าน
อ่านญี่ปุ่นในมุมมืดทั้งหมด คลิ๊ก >>> ญี่ปุ่นในมุมมืด



