5 ซีรีส์ญี่ปุ่น Feel Good แต่พล็อตไม่น่าเบื่อ ใน Netflix
ใครอยากหาซีรีส์ญี่ปุ่นแนว Feel Good ดูแล้วดีต่อใจ แต่ก็ไม่ได้อยากได้แบบพล็อตเนือยๆ น่าเบื่อจนเกินไป มาทางนี้เลยค่ะ วันนี้จะมาแนะนำซีรีส์ญี่ปุ่นแนว Feel Good ไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักอะไรมา แค่เปิดดูก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังมีแรงไปใช้ชีวิตต่อ และที่สำคัญเป็นซีรีส์ที่พล็อตไม่น่าเบื่ออีกด้วย จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามมาอ่านกันได้ในบทความนี้เลยค่ะ
1. The Old dog, New Tricks

เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากสักเท่าไหร่ แต่เป็นเรื่องที่ดูแล้วดีต่อใจมาก ได้พลังไปทำงานต่อ เป็นเรื่องราวของ “เรียวทาโร่ ชินมาจิ” (รับบทโดย อายาโนะ โก) นักฟุตบอลมืออาชีพวัย 37 ปี ที่กำลังโด่งดัง และเคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น แต่อยู่มาวันหนึ่งสังกัดทีมฟุตบอลที่ตัวเองอยู่ที่ยุบตัวลง ทำให้เขาต้องหาสังกัดใหม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีทีมไหนรับเขาเข้าทีมเลย ด้วยอายุของเขาทำให้หลายๆ ทีมไม่รับเข้าทีม จนเขาได้เดินไปหาเอเจนซี่ที่ช่วยดูแลนักกีฬาอย่าง “Victory” เพื่อให้เอเจนซี่นี้หาทีมให้เขาอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นคนตกงานแน่ๆ แต่โชคไม่ดี ไม่มีใครรับเขาเข้าทีมเลย การที่เขาเป็นถึงอดีตทีมชาติ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครเก่งเหนือเขา แต่โชคยังเข้าข้าง เขาได้โอกาสให้เช้าไปทำงานเป็นผู้จัดการนักกีฬาในเอเจนซี่ Victory ในฐานะพนักงานฝึกงาน และแล้วเส้นทางชีวิตเส้นใหม่ของนักกีฬาฟุตบอลอย่างเขาก็ได้เริ่มเต้นขึ้น
ดีต่อใจยังไง

ส่วนตัวมองว่า มันเป็นซีรีส์ที่เรียลดีค่ะ ไม่ได้เล่าถึงชีวิตผู้คนที่ประสบความสำเร็จ หรือได้ทำสิ่งที่ฝันหรือสิ่งที่ชอบ แต่ถ่ายทอดชีวิตคนที่อยู่ในจุดที่ลำบาก และต้องทำในสิ่งที่ไม่ได้มี Passion ด้วยขนาดนั้น แต่ตัวละครอย่าง “ชินมาจิ” ก็ค่อยๆ ค้นหาความหมายของอาชีพผู้จัดการนักกีฬา จนเจอเนื้องานที่มีคุณค่าที่ไม่ใช่ต่อเขา แต่รวมถึงคนรอบข้างด้วย พอดูแล้วก็รู้สึกมีพลังใจเวลาที่ได้เห็นชินมาจิค่อยๆ ค้นเจอความหมายของงานที่ทำ รวมถึงได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจากประสบการณ์อาชีพนักฟุตบอล
2. Hot Spot

ซีรีส์ญี่ปุ่นจากนักแสดงตลกและนักเขียนบทชื่อดังอย่าง Bakarhythum กับซีรีส์ที่มีเนื้อหาสุดล้ำ ฟีล Sci-fi ค่ะ เป็นเรื่องราวของ “คิโยมิ เอ็นโดะ” (รับบทโดย มิคาโคะ อิจิคาว่า) ที่ได้พบเจอกับมนุษย์ต่างดาวโดยบังเอิญ แต่เธอก็ไม่ได้กลัวหรือหาทางหนีแต่อย่างใด แต่กลับให้มนุษย์ต่างดาวช่วยแก้ปัญหาชีวิตของเธอ และแล้วเรื่องราวอลเวงจากปัญหาต่างๆ และการปิดบังเรื่องราวมนุษย์ต่างดาวไม่ให้ใครรู้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ดีต่อใจยังไง

สำหรับเรื่องนี้ดูไป EP แรก อย่าเพิ่มเทกันนะคะ! เพราะจุดสนุกจะอยู่ครึ่งหลังค่ะ ตามสไตล์ซีรีส์ของ Bakarhythum ค่ะ ที่มักจะเดินเรื่อง EP แรกๆ แบบราบเรียบ เหมือนปูเรื่องราวพื้นหลังของตัวละครให้เราซึมซับจริงๆ ก่อนจะพ่อขึ้นรถไฟตีลังงกา เจอพล็อตพีคแบบคาดไม่ถึง และท้ายสุดก็พอเราลงมาจอดที่ความธรรมดาของชีวิต สำหรับเรื่องนี้จะเริ่มจากเรื่องราวเหนือธรรมชาติ แล้วค่อยๆ พาเราไปสู่จุดความธรรมดาที่งดงามของชีวิต นอกจากนี้เรื่องนี้ยังเต็มไปด้วยวิวญี่ปุ่นสวยๆ ค่ะ ใครอยากดูอะไรเพลินๆ ดีต่อใจ ขอแนะนำเลย
3. Ya Boy Kongmin

อีกหนึ่งซีรีส์ญี่ปุ่นที่เรตติ้งดีมากๆ ฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2023 เป็นเรื่องราวของ “ขงเบ้ง” (ใช่ค่ะ! อ่านไม่ผิด ขงเบ้งจากสามก๊กนี่แหละ) ได้จุติมาเกิดเป็นขงเบ้งในวัยเยาว์ในยุคสมัยปัจจุบันของญี่ปุ่น และทันใดนั้นเขาได้พบเจอ “เอย์โกะ” หญิงสาวที่มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง เสียงขับร้องของเธอไพเราะจับใจ จนชวนให้ขงเบ้งอยากจะผลักดันหญิงสาวคนนี้ให้กลายเป็นนักร้องชื่อดังให้ได้ โดยใช้กลยุทธ์สามก๊กมาปั้นคนธรรมดาให้กลายเป็นดาวให้ได้
ดีต่อใจยังไง

แน่นอนว่าเรื่องนี้จะเต็มไปด้วยบทเพลงเพราะๆ ที่ได้ฟังแล้วอารมณ์ดีค่ะ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พล็อตเรื่องที่ดูแหวกแนว เอาขงเบ้งมาโผล่ในญี่ปุ่น แล้วเอาพวกกลยุทธ์ต่างๆ ของสามก๊กมาปรับเป็นกลยุทธ์ในการปั้นนักร้องในเรื่องด้วย กลยุทธ์การรบที่นึกไม่ออกว่าจะเอามาใช้กับการปั้นนักร้องยังไง แต่เรื่องนี้ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ พล็อตเรื่องก็มีหลายจุดให้เราอยากตามต่อด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมาจุติของขงเบ้ง ว่าเกิดอะไรกันแน่ ถึงได้มาโผล่ที่ญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน รวมถึงเส้นทางการเป็นนักร้องของเอย์โกะจะเป็นจริงได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่แนะนำเลยค่ะ เป็นแนว Feel Good ดีต่อใจ มีเพลงเพราะๆ ในขณะเดียวกันก็ได้แรงบันดาลใจในการเดินตามฝันด้วย
4. Extremely inappropriate

ซีรีส์แนวข้ามเวลาผสมคอมเมดี้ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อปี 2024 ค่ะ เป็นเรื่องราวที่เล่าถึง “อิจิโร่ โองาวะ” ครูสอนพละและพ่อเลี้ยงในยุคโชวะที่ 61 ได้นั่งรถเมล์ปริศนาแล้วมาโผล่ในยุคเรวะปี 2024 แบบงงๆ เขาได้พบเจออะไรแปลกๆ มากมาย ที่ไม่เหมือนกับสังคมในยุคโชวะ และแล้วเขาได้พบกับ “นิงาสะ อินุชิม่า” (รับบทโดย ริสะ นากะ) ที่เขารู้สึกถูกชะตาทันทียามแรกพบอย่างอธิบายไม่ถูก และในขณะเดียวกัน ในโลกยุคฝั่งโชวะ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดทำนองนี้เช่นกัน “ซากาเอะ ซากิซากะ” (รับบทโดย โย โยชิดะ) สาวนักสังคมวิทยา ลูกหนึ่ง ผู้ยืดหยัดในแนวคิด Feminist ได้ก้าวข้ามเวลาจากโลกยุค 2024 มายังปี 1896 เช่นกัน เรื่องประหลาดเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วโองาวะจะกลับสู้ยุคเดิมได้ไหม ต้องติดตามในซีรีส์เรื่องนี้กันค่ะ
ดีต่อใจยังไง

เรื่องนี้ตอนเห็นโปสเตอร์อาจจะรู้สึกธรรมดาสักหน่อย แต่พอเปิดดูแล้วต้องขอบอกเลยว่าสนุกจนวางไม่ลงเลย เป็นซีรีส์แนวพล็อตข้ามเวลา ที่ชวนให้เราได้เห็นความแตกต่างทางสังคมและยุคสมัยได้อย่างแยบยล บางอย่างที่ทำได้ในยุคโวะ อาจเป็นเรื่องที่ไม่ถูกยอมรับในสมัยนี้ หรือค่านิยมในโชวะบางอย่าง ก็ถูกกลืนหายไปด้วยวิถีชีวิตแบบใหม่ ในซีรีส์เรื่องนี้ยังมีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจด้วยค่ะ นอกจากจะผูกเรื่องความแตกต่าทางยุคสมัยไปกับพล็อตข้ามเวลาแล้ว เรื่องนี้ยังเล่าข้อคิดต่างๆ ผ่านบทเพลงในรูปแบบ Musical ด้วยค่ะ เป็นซีรีส์ที่มีความสนุก ดูได้เพลิน และยังสอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต และการมองโลกในมุมมองของยุคสมัยที่แตกต่างกัน
5. La grand Maison Tokyo

สุดท้ายค่ะ ถ้าพูดถึงซีรีส์ Feel Good ที่พล็อตไม่น่าเบื่อ คงไม่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ นั่นก็คือเรื่อง La Grand Maison Tokyo เรื่องราวของ “โอบานะ นัตสึกิ” (รับบทโดย ทาคุยะ คิมูระ) เชฟร้านอาหารฝรั่งเศสระดับ 2 ดาวมิชลิน ชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์กลับต้องร่วงดิ่งถึงจุดต่ำสุดทันทีด้วยเหตุการณ์อะไรบางอย่าง และในระหว่างที่เขากำลังระหกระเหินบางหาเป้าหมายใหม่ที่ใหญ่กว่า เขาก็ได้พบกับ “รินโกะ” เชฟหญิงที่เพิ่งผิดหวังจากการสอบเข้าเป็นเชฟร้านอาหารฝรั่งเศส 3 ดาวมิชลินเข้าอย่างบังเอิญ แต่การพบเจอกันของพวกเขา กลับเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ใหม่ของโลกอาหาร พวกเขาตัดสินใจที่จะร่วมสร้างร้านอาหารฝรั่งเศสในโตเกียวไปด้วยกัน ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นร้านที่คว้า 3 ดาวมิลลินให้ได้!
ดีต่อใจยังไง

ดูแล้วนอกจากจะชวนหิวแล้ว ยังได้แรงบันดาลใจในการทำตามใจแบบสุดๆ ด้วยค่ะ ในเรื่องตัวละครเอกมีอุปสรรคมากมายให้ต้องฝ่าฟัน ชวนให้เราลุ้นไปทุกตอนเลยว่า จะก้าวข้ามอุปสรรคพวกนี้ไปได้ยังไง รวมถึงในตอนท้ายของแต่ละตอน ก็จะมีมุมคิด ข้อคิดที่น่าสนใจ จนเล่นเอาน้ำตาซึมเลย ถ้าใครกำลังหมดไฟ ลังเลที่จะลุกมาทำตามความฝัน แนะนำเปิดดูเรื่องนี้เพื่อจุดไฟฝันในตัวเองให้ลุกโชนอีกครั้งได้เลยค่ะ
นี่ก็คือซีรีส์ญี่ปุ่นแนว Feel Good แต่พล็อตเรื่องไม่ได้เรื่อยๆ น่าเบื่อจนเกินไป แถมยังสร้างแรงบันดาลใจให้อยากใช้ชิวิตต่อให้ดีกว่าเดิมด้วย ใครที่อยากเตอมพลังใจล่ะก็ แนะนำซีรีส์ญี่ปุ่นตามลิสต์นี้เลยค่ะ หาดูได้ง่ายๆ ทาง Netflix เลย
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับละครญี่ปุ่น และพูดคุยกับ ChaMaNow ได้ทาง FB: Sakura Dramas
เรื่องแนะนำ :
– รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น Caster ล้วงทุกความลับ พร้อมตีแผ่ทุกความจริงสู่สังคมม
– 5 ความน่าติดตามของ Bullet Train Explosion รถไฟที่ห้ามหยุดวิ่ง
– แนะนำซีรีส์ญี่ปุ่นฮีลใจ ในช่วงยากลำบากของชีวิต
– แนะนำซีรีส์ญี่ปุ่นแนวกฎหมายน่าดูใน Netflix
– 5 ซีรีส์สืบสวนญี่ปุ่นใน Netflix 2024 พล็อตสนุก หักมุม น่าดู
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:
– https://www.tbssparkle.co.jp/en/works_program/OLDROOKIE_tbs.html
– https://tver.jp/series/srocv2c1nu
– https://www.ntv.co.jp/english/pc/2024/12/the-hot-spot.html
– https://en.mantan-web.jp/e_article/20250308dog00m200028000c.html
– https://www.fujitv.com/drama/yaboykongming/
– https://www.imdb.com/title/tt31924877/
– https://mdpr.jp/drama/detail/4215493#google_vignette
– https://www.tbs.co.jp/grandmaisontokyo/
#5 ซีรีส์ญี่ปุ่น Feel Good แต่พล็อตไม่น่าเบื่อ ใน Netflix #ละครญี่ปุ่น


