4 เรื่องเล่าหลอนเหตุแผ่นดินไหวโทโฮคุ
เหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิภูมิภาคโทโฮคุ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูด และคลื่นสึนามิสูง 10-40 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15,899 ราย สูญหาย 2,526 ราย และบาดเจ็บ 6,157 ราย ถือเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และรุนแรงเป็นอันดับ 4 ของโลก
นอกจากบ้านเมืองที่เสียหายอย่างมหาศาล ความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงก็ทิ้งร่องรอยบาดลึกไว้ในจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่จริงๆ แล้ว ผู้ที่จากไปอาจจะไม่เคยไปไหนเลยก็ได้…
4 เรื่องเล่าต่อไปนี้ ทำให้รู้ว่าผู้ที่จากไปในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนั้น ยังคงรอคอยความหวัง และอยู่เคียงข้างคนที่รักเสมอ
เรื่องที่ 1 เบอร์โทรศัพท์
ที่สำนักงานเขตแห่งหนึ่ง
หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว โทรศัพท์เครื่องหนึ่งในสำนักงาน ก็ดังขึ้นเป็นประจำ
ดังขึ้นในเวลาเดิมทุกวัน
ไม่มีใครกล้ารับสาย
บนเครื่องโทรศัพท์แสดงหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขหนึ่ง
หมายเลขนั้นเป็นหมายเลขที่โทรจากสถานที่สาธารณะแห่งหนึ่งในเมือง
แต่สถานที่ที่ว่านั้น ถูกคลื่นสึนามิพัดจนราบเป็นหน้ากลองไปแล้วในเหตุแผ่นดินไหว
เหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า
สรุปได้ว่า ต้นทางของหมายเลขโทรศัพท์นั้นคือสถานที่ที่…ไม่มีอยู่
ไม่มีใครกล้ารับสาย จนผ่านไป 1 ปี โทรศัพท์ก็ยังคงดังขึ้นเวลาเดิมตลอด
วันหนึ่ง พนักงานคนหนึ่งจึงตัดสินใจยกหูโทรศัพท์
เขายกโทรศัพท์ขึ้นช้าๆ แล้วเอาโทรศัพท์แนบที่หู
ทุกคนในบริษัทเฝ้าดู แต่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย
ผ่านไปไม่ถึง 10 วินาที เขาก็วางหูโทรศัพท์
“ไม่ได้ยินอะไร” เขาพูดพลางสายหัว แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะ
แต่หลังจากนั้น มีเพื่อนคนหนึ่งที่ไปดื่มด้วยกันหลังเลิกงาน ถามอย่างเซ้าซี้ว่า “ตอนนั้นได้ยินอะไรไหม”
สุดท้าย พนักงานที่รับสายโทรศัพท์ปริศนานั้น จึงบอกว่า
“กึกกักกึกกัก…เสียงเหมือนน้ำปริมาณมหาศาลไหลท่วม…”
เวลาที่โทรศัพท์ดังขึ้นประจำคือ บ่าย 3 โมงเศษ
เป็นเวลาที่คลื่นสึนามิลูกยักษ์พัดเข้าฝั่งพอดี
เรื่องที่ 2 ร้านที่คอยเร่งลูกค้า
ณ เมืองแห่งหนึ่ง
หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้มีร้านสะดวกซื้อแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้น
โดยมีวันที่กำหนดจะเปิดบริการ
แต่พอถึงวันที่กำหนด ร้านก็ยังไม่เปิด
ชาวบ้านลองแวะไปที่ร้าน
เจอพนักงานทำหน้าลำบากใจ ร้านยังเปิดไม่ได้เพราะ “ไม่มีพนักงานกะกลางคืน”
ช่วงเตรียมเปิดร้านราว 1 สัปดาห์ เหล่าพนักงานได้มาเรียนรู้งานกันที่ร้าน
ซึ่งในระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นตลอด ในตอนกลางคืน
ประตูอัตโนมัติเปิดปิดเองโดยไม่มีคน
ลิ้นชักแคชเชียร์เด้งเปิดเอง
กล้องวงจรปิดไม่ทำงาน
และอีกมากมาย
จนสุดท้ายพนักงานก็ขอลาออกหมด ก่อนจะถึงวันเปิดร้าน
หลังจากหาพนักงานใหม่มาได้ และเปิดร้านได้สำเร็จ
ก็มีลูกค้าประจำคนหนึ่งมาร้องเรียนว่า “ถูกผลัก”
เวลาที่ซื้อของเสร็จและกำลังจะออกจากร้าน ก็จะรู้สึกว่าถูกดันตรงขา บริเวณใต้เข่า เหมือนให้รีบๆ ออกไป
ลูกค้าบอกว่า “ในร้านต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ แอร์เป่าแรงไป ไม่ก็พื้นเอียง ทำให้รู้สึกเหมือนโดนเร่งตลอด”
พนักงานร้านลองคิดสักพัก แล้วก็บอกกับลูกค้าไปว่า
“ถ้าความสูงระดับเข่า ก็น่าจะเป็นความสูงของระดับน้ำบริเวณนี้ ตอนที่เกิดสึนามิ”
เรื่องที่ 3 มุมมอง
ถนนติดชายฝั่งสายหนึ่งใน จ.มิยางิ
ชายท้องถิ่นคนหนึ่งขับรถไปบนถนนสายนี้ตอนกลางดึก
จู่ๆ ก็มีคนพุ่งออกมากลางถนน เขาจึงเหยียบเบรกกะทันหัน
โล่งอกที่รถไม่ได้ชนคน เขารู้สึกโมโหที่มีคนข้ามถนนอันตรายแบบนั้น เลยจะลงจากรถไปต่อว่า
แต่เมื่อลงจากรถ กลับไม่เห็นใครเลย
เขานึกขึ้นได้ว่า เงาคนที่เห็นเดินมาจากทางทะเล กำลังข้ามถนนไปทางเมือง
และนี่ไม่ใช่เวลาที่ใครจะมาทะเล
คนๆ นั้นคงจะ “กลับมาบ้าน” เมื่อนึกได้ดังนั้น เขาจึงยกมือขึ้นไหว้
มีความเชื่อท้องถิ่นว่า อีกฟากหนึ่งของทะเลคือโลกแห่งวิญญาณ คนที่ตายจะถูกนำทางด้วยแสงสว่างไปยังทะเล แต่ช่วงงานเทศกาลหรือโอกาสพิเศษ เหล่าวิญญาณก็จะข้ามจากทะเลกลับมายังโลกมนุษย์
บนถนนสายเดียวกันนี้ ยังมีเรื่องเล่าลักษณะเดียวกันว่า
กรรมกรก่อสร้างคนหนึ่งจากแถบคันไซ ขณะที่เขาเดินกลับบ้านหลังเลิกงาน
เขาเห็นคนเดินนำอยู่ข้างหน้าหลายเมตร คิดว่าคงเป็นเพื่อนร่วมงานเลยทักไปว่า “เฮ้ย”
แต่คนๆ นั้นไม่ตอบ เดินข้ามฝั่ง หายเข้าไปในซอกซอยตึกร้าง
ซึ่งเงานั้นเดินมาจากทางทะเล ชายกรรมกรนึกขึ้นได้ว่าอาจไม่ใช่คนแต่เป็นวิญญาณที่มาจากโลกอีกฟากของทะเล
เขาขนลุกซู่ รีบวิ่งกลับบ้าน
สองเรื่องนี้เกิดขึ้นที่เดียวกัน ได้พบวิญญาณที่กลับมาโลกมนุษย์เช่นเดียวกัน
เพียงแต่คนหนึ่งเคารพ อีกคนหนึ่งหวาดกลัว
เรื่องที่ 4 เป็นระเบียบเรียบร้อย
หญิงสาวคนหนึ่ง เธอสูญเสียแม่ในแผ่นดินไหวโทโฮคุ
สึนามิได้พัดพาแม่ของเธอไป
วันที่ 11 มี.ค. ในปีถัดมาหลังจากเกิดเหตุ
เธอเตรียมตัวออกจากบ้าน เพื่อไปร่วมงานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวโทโฮคุ
ขณะเตรียมตัวอยู่ตรงหน้าประตู ก็มีโทรศัพท์จากเพื่อนโทรมา
กว่าจะวางสาย ก็เลยเวลาที่ต้องออกจากบ้านมามากแล้ว
เธอร้อนรนรีบใส่รองเท้า และออกจากบ้านไป
เธอมาถึงงานพิธีสายไป 15 นาที
เธอเสียดายที่ไม่ได้มาร่วมงานครบรอบปีแรกได้ทันเวลาเริ่มงาน
เธอรู้สึกผิดต่อแม่ และคิดไปว่าแม่อาจจะโกรธ
เธอกลับบ้านอย่างห่อเหี่ยว
แต่เมื่อถึงบ้าน เปิดประตู เธอก็ต้องตกใจ
เสื้อผ้าข้าวของที่เธอวางไว้ระเกะระกะก่อนออกจากบ้าน
รวมถึงรองเท้าที่กระจุยกระจาย เพราะความรีบร้อน
ตอนนี้ เสื้อผ้ากลับถูกพับเป็นระเบียบเรียบร้อย วางอยู่ที่มุมห้อง
รองเท้าถูกจัดวางเข้าคู่เป็นระเบียบ
จริงสินะ แม่เป็นคนจู้จี้เจ้าระเบียบที่สุด
“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ วันนี้ในปีต่อๆ ไป ก่อนออกไปงานพิธี หนูจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะคะ”
เธอยิ้มกับตัวเอง
เรื่องแนะนำ :
– สนามซ้อมรบที่เปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์ สู่ทุ่งดอกไม้สีคราม
– ดอกซากุระเป็นสีชมพูเพราะเลือด?
– “ทะเลสาบผีสิง” 1 ในทะเลสาบฟูจิทั้ง 5
– พระญี่ปุ่นทำมัมมี่ตัวเอง ดับสูญเพื่อคงอยู่นิรันดร์
– ป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara) หลุมศพหมู่สุดหลอน
ที่มาและรูปภาพ :
https://wpb.shueisha.co.jp/news/society/2015/03/05/44492/
https://www.yomiuri.co.jp/shinsai311/history/</a
#4 เรื่องเล่าหลอนเหตุแผ่นดินไหวโทโฮคุ #Tohoku Earthquake


