มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 2… ตอน เดิมพันเปลี่ยนโลก เมื่อวิกฤตของรัฐบาลเมจิ คือบันไดสู่มหาอำนาจทางการเงิน
ในโลกของการลงทุนและการทำธุรกิจ มักจะมีคำกล่าวที่ได้ยินกันจนคุ้นหูว่า วิกฤตคือโอกาสที่ซ่อนอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงมีคนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์บนโลกใบนี้ ที่กล้าเดินสวนกระแสความกลัวของคนทั้งสังคม แล้วเลือกที่จะวางเดิมพันหมดหน้าตักในจังหวะที่ทุกคนกำลังพากันหนีตาย
นั่นเป็นเพราะเส้นแบ่งระหว่าง คำว่า อัจฉริยะผู้มองการณ์ไกล กับ คนบ้าที่พาตัวเองไปเจ๊ง มันบางเฉียบจนแทบมองไม่เห็น
สำหรับ ยาซุดะ เซนจิโร่ ช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ความโกลาหลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นแหละคือเวทีที่เขาใช้พิสูจน์สัญชาตญาณทางการเงินอันเหนือชั้นของตัวเอง มันคือก้าวสำคัญที่เปลี่ยนเขาจากเจ้าของร้านแลกเงินริมทางในย่านนิฮอนบาชิ ให้กลายเป็นนายทุนใหญ่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นขาดไม่ได้ และเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ทำให้อาณาจักร Yasuda Zaibatsu ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะมหาอำนาจทางการเงินที่ไม่มีใครสั่นคลอนได้

Big Four Zaibatsu in Japan
ทุกอย่างต้องย้อนกลับไปในปี 1868 เมื่อหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นถูกพลิกกลับครั้งใหญ่ จากการเกิดปฏิรูปเมจิ ระบอบโชกุนโทกุกาวะที่ปกครองประเทศมานานกว่า 250 ปีถูกโค่นล้มลง อำนาจสูงสุดถูกส่งคืนกลับไปยังองค์จักรพรรดิเมจิ เมืองหลวงถูกเปลี่ยนชื่อจากเอโดะเป็นโตเกียว พร้อมกับความหวังของคนในชาติที่จะก้าวไปสู่ความทันสมัยระดับสากล
แต่เบื้องหลังภาพความยิ่งใหญ่ของการปฏิรูป ประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้นกลับกำลังยืนอยู่บนปากเหวทางการเงิน รัฐบาลเมจิที่เพิ่งตั้งไข่ใหม่ๆ ต้องเผชิญกับภาวะถังแตกอย่างรุนแรง
ลองนึกภาพตามดูง่ายๆ ครับ รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการทำสงครามกลางเมือง หรือสงครามโบชิน เพื่อปราบปรามกลุ่มอำนาจเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ แถมยังต้องใช้เงินอีกจำนวนมหาศาลในการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใหม่ทั้งหมด ทั้งการสร้างทางรถไฟ ระบบโทรเลข และการจัดตั้งกองทัพสมัยใหม่
ในขณะที่รายได้จากภาษียังเก็บได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะระบบการบริหารจัดการส่วนท้องถิ่นยังไม่เข้าที่เข้าทาง เมื่อไม่มีเงินสดในคลัง แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน วิธีแก้ปัญหาที่คลาสสิกที่สุดของรัฐบาลทั่วโลกจึงถูกนำมาใช้ นั่นคือ การพิมพ์เงินกระดาษออกมาดื้อๆ
รัฐบาลเมจิได้ประกาศออกเงินตรากระดาษแผ่นแรกของประเทศที่เรียกว่า ดาโจคันซัตสึ เพื่อนำมาใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาเหมือนเงาตามตัวคือ เงินกระดาษเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมาโดยไม่มีทองคำหรือเงินแท้ๆ ค้ำประกันในคลังอย่างเพียงพอ
ในสายตาของชาวบ้าน พ่อค้า และเหล่านายทุนดั้งเดิมในยุคนั้น เงินกระดาษดาโจคันซัตสึจึงไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษที่รัฐบาลอุปโลกน์มูลค่าขึ้นมาเอง ทุกคนต่างขาดความเชื่อมั่นและพากันปฏิเสธที่จะรับเงินกระดาษนี้ในการซื้อขายสินค้า
กลไกตลาดเริ่มทำงานในทิศทางที่เลวร้าย มูลค่าของเงินดาโจคันซัตสึดิ่งหัวลงเหวอย่างรวดเร็ว เกิดการเก็งกำไรและด้อยค่าเงินกระดาษชนิดที่ว่า หากคุณต้องการจะนำเงินกระดาษนี้ไปแลกเป็นเหรียญทองคำหรือเหรียญเงินแท้ๆ คุณอาจจะต้องยอมเสียส่วนต่างมูลค่าสูงถึง 50-70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ผู้คนพากันโยนเงินกระดาษของรัฐบาลทิ้งเพื่อกำเงินเหรียญดั้งเดิมไว้กับตัว ยาซุดะ เซนจิโร่ กลับยืนมองปรากฏการณ์นี้ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่สมาคมพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพลในโตเกียวและโอซาก้าพากันปิดประตูใส่รัฐบาลเมจิ และพยายามเขี่ยเงินดาโจคันซัตสึออกไปจากบัญชีของตัวเองให้เร็วที่สุด เซนจิโร่กลับสั่งให้ร้าน ยาซุดะ-ยะ ของเขาทำในสิ่งที่ทุกคนมองว่าฆ่าตัวตายทางการเงิน นั่นคือ การเปิดรับแลกเงินดาโจคันซัตสึทุกแผ่นอย่างไม่จำกัด โดยเขาจะยอมควักเหรียญทองคำและเหรียญเงินแท้ๆ ที่เขาเก็บสะสมและออมมาอย่างยากลำบากตลอดชีวิตการทำงาน ออกมาแลกกับเงินกระดาษที่คนทั้งเมืองมองว่าไร้ค่า
ทำไม ยาซุดะ เซนจิโร่ ถึงกล้าบ้าดีเดือดขนาดนี้?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่วิธีคิดเชิงโครงสร้างทางการเมืองและสัญชาตญาณในการมองอำนาจ เซนจิโร่ไม่ได้มองดาโจคันซัตสึเป็นแค่กระดาษเปื้อนหมึก แต่มองว่านี่คือ บันทึกหนี้ ที่มีชื่อของรัฐบาลเมจิเป็นประกัน เขาประเมินแล้วว่า รัฐบาลใหม่ที่เต็มไปด้วยขุนนางหนุ่มไฟแรงและได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกจะไม่มีวันยอมแพ้ในสงครามกลางเมือง และหากรัฐบาลเมจิสามารถรวบรวมประเทศเป็นหนึ่งได้สำเร็จ สิ่งแรกที่รัฐบาลต้องทำเพื่อรักษาเกียรติยศและเสถียรภาพในเวทีโลก คือการเข้ามาอุ้มและรักษาฐานมูลค่าของเงินกระดาษที่ตัวเองพิมพ์ออกมา

Yasuda Zenjiro
กรอบความคิดของเขาคือ การยอมรับความเสี่ยงขั้นสูงสุดเพื่อผลตอบแทนที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาทยอยกว้านซื้อเงินดาโจคันซัตสึในราคาที่ถูกแสนถูกจนเต็มโกดัง ร้าน ยาซุดะ-ยะ กลายเป็นที่พึ่งเดียวของชาวบ้านและพ่อค้าที่ต้องการกำจัดเงินกระดาษใบนั้น
และแล้ว วันที่ผลลัพธ์ของการเดิมพันครั้งนี้ปรากฏอย่างเป็นทางการก็มาถึง
เมื่อกองทัพรัฐบาลเมจิสามารถปราบปรามกลุ่มกบฏและรวมประเทศได้เบ็ดเสร็จ เสถียรภาพทางการเมืองเริ่มกลับคืนมา ในปี 1871 รัฐบาลได้ประกาศกฎหมายเงินตราฉบับใหม่ นำระบบเงิน เยน มาใช้เป็นครั้งแรก และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลประกาศรับแลกคืนเงินกระดาษดาโจคันซัตสึเก่าทั้งหมดในระบบ ด้วยมูลค่าเต็มจำนวนตามหน้าตั๋ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินใหม่ของประเทศ
ชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่อยู่ในโกดังของ ยาซุดะ เซนจิโร่ ที่เคยถูกมองว่าเป็นเศษกระดาษ กลับคืนชีพกลายเป็นทองคำมหาศาล มูลค่าพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัวตามสมการส่วนต่างที่เขาช้อนซื้อไว้ในอดีต ชัยชนะในสมรภูมิเงินกระดาษครั้งนี้ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐีแถวหน้าของโตเกียวอย่างเต็มภาคภูมิด้วยวัยเพียงสามสิบเศษๆ
ผลพลอยได้ที่ยิ่งใหญ่กว่าเม็ดเงินจากการเดิมพันครั้งนั้น คือการที่ชื่อของ ยาซุดะ เซนจิโร่ ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของเหล่านักปฏิรูปและผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น รัฐบาลตระหนักดีว่า ท่ามกลางวิกฤตที่ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวรัฐบาล มีเพียงชายที่ชื่อเซนจิโร่คนนี้เท่านั้นที่กล้ายื่นมือเข้ามาประคองระบบเงินตราของรัฐไว้ ความซื่อสัตย์และวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมนี้ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจสูงสุดจาก มัตสึคาตะ มาซาโยชิ ชายผู้ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลของญี่ปุ่น
ในปี 1874 รัฐบาลเมจิได้มอบหมายภารกิจสำคัญระดับชาติให้กับร้าน ยาซุดะ-ยะ นั่นคือการให้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการและเก็บรักษาเงินภาษีของรัฐบาลท้องถิ่นในเขตโตเกียว รวมถึงกองทุนส่วนกลางของกระทรวงการคลัง
ลองคิดดูครับ สำหรับร้านแลกเงินดั้งเดิม การได้สิทธิ์ในการบริหารเงินภาษีของรัฐ มันคือการได้เข้าถึงแหล่งทุนและกระแสเงินสดที่สดใหม่ มหาศาล และไม่มีวันแห้งเหือด มันทำให้ ยาซุดะ-ยะ มีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าร้านคู่แข่งคนอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น
เมื่อฐานที่มั่นทางการเงินและสายสัมพันธ์ทางการเมืองแน่นหนาจนไร้เทียมทาน เซนจิโร่รู้ดีว่าโครงสร้างธุรกิจแบบร้านแลกเงินเรียวแงโชแบบเดิมไม่สามารถรองรับการเติบโตของประเทศยุคอุตสาหกรรมได้อีกต่อไป
ในที่สุด ในปี 1880 ยาซุดะ เซนจิโร่ ได้ทำการเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการจดทะเบียนก่อตั้ง ธนาคารยาซุดะ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่สูงถึง 200,000 เยน ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมากในยุคนั้น
ธนาคารยาซุดะ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับฝากและปล่อยกู้ทั่วไป แต่เป็นฟันเฟืองหลักที่เซนจิโร่ใช้ในการวางรากฐานโครงสร้างของระบบไซบัตสึ ที่เน้นการใช้ธนาคารเป็นศูนย์กลางการควบคุมเงินทุน เพื่อสยายปีกเข้าครอบงำธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต การเดินทางจากเด็กต่างจังหวัดหนีเข้ากรุง สู่การเป็นเจ้าของธนาคารพาณิชย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ความตระหนี่ถี่ถ้วนเมื่อผสมรวมกับความกล้าหาญทางการเมือง สามารถเนรมิตจักรวรรดิธุรกิจที่ไม่มีวันตายขึ้นมาได้สำเร็จ
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
เงินกระดาษดาโจคันซัตสึ ที่พิมพ์ขึ้นในปี 1868 นั้น ถือเป็นเงินกระดาษฉบับแรกที่ออกโดยรัฐบาลกลางของญี่ปุ่น แต่ออกแบบและพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีที่ค่อนข้างล้าสมัยในยุคนั้น โดยใช้บล็อกไม้แบบดั้งเดิมและกระดาษทำมือ ทำให้เกิดปัญหาการปลอมแปลงเงินตราได้ง่ายมาก ประกอบกับความตื่นตระหนกของประชาชน ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและค่าเงินผันผวนรายวัน
การที่ ยาซุดะ เซนจิโร่ สามารถบริหารความเสี่ยงจากการรับแลกเงินกระดาษที่มีของปลอมปนอยู่จำนวนมากได้นั้น เกิดจากการที่เขาบังคับให้พนักงานในร้านใช้ศาสตร์การดมกลิ่นและสัมผัสเนื้อกระดาษที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการตรวจสอบตราประทับอย่างละเอียด ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและความเป็นอัจฉริยะในรายละเอียดที่ฝังอยู่ใน DNA ของกลุ่มทุน Yasuda มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก
เรื่องแนะนำ :
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 1 จากเศษเหรียญในตลาดมืด สู่รากฐานของความตระหนี่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 8 เมื่อ “ความยั่งยืน” กลายเป็นเกมใหม่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 7 เมื่อญี่ปุ่นไม่พออีกต่อไป
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 5 วันที่อำนาจถูก “รื้อ”
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 4 เมื่อธุรกิจกลายเป็นอำนาจ
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 3 เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนโลกตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/343
https://www.jef.or.jp/journal/pdf/path_8707.pdf
https://x.com/EspaiDaruma/status/1382600019916816384
– Bank of Japan Currency Museum: “The History of Japanese Currency – Meiji Restoration and Dajokansatsu” (boj.or.jp)
– National Diet Library of Japan: “Matsukata Masayoshi and the Financial Reform of the Meiji Government” (ndl.go.jp)
– Mizuho Financial Group History Volume: “The Transition from Yasuda-ya to Yasuda Bank (1868-1880)” (mizuho-fg.co.jp)
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 2… ตอน เดิมพันเปลี่ยนโลก เมื่อวิกฤตของรัฐบาลเมจิ คือบันไดสู่มหาอำนาจทางการเงิน


