กระแส Wellness และการเกิด ISO 25554 (Wellness ISO หรือ Wellbeing ISO)
คำว่า Wellness หรือ Wellbeing นั้นเป็นกระแสที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกยุคปัจจุบัน โดยภาษาไทยนิยมแปลทั้ง Wellness และ Wellbeing ว่า “สุขภาวะ” ซึ่งแต่ละสำนักก็จะให้นิยามที่ต่าง ๆ กันไปบ้าง เช่น ถ้าเป็นค่ายที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ก็จะมี Wellbeing ทั้งหมด 17 ประการ เช่น ขจัดความยากจน, ขจัดความหิวโหย, สร้างหลักประกันการศึกษา ฯลฯ (ดูรายละเอียดทั้ง 17 ประการได้ที่ https://science.mahidol.ac.th/sdgs/sdgs-17/ และ https://science.mahidol.ac.th/sdgs/sdgs-17/)
แต่บางสำนักก็จะมอง Wellness และ Wellbeing เพิ่มไปที่ความสวยความงามอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะนิยามขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงานจะให้นิยาม อย่างเช่น การประกวด Miss Wellness World และ Miss Wellness World Thailand เมื่อเดือนกันยายน พ. ศ. 2569 ที่ผ่านมา ที่นิยาม Wellness ครอบคลุมทั้งสุขภาวะทางกาย ทางใจ ทางศีลธรรมและวุฒิภาวะทางปัญญา ควบคู่กับความงามไปด้วย เป็นต้น (ซึ่งผู้เขียนก็ได้ไปเป็นวิทยากรจัด Tai Chi Workshop เพื่อสุขภาวะให้ผู้เข้าประกวดเช่นกัน)
ต้นทุนการทำธุรกิจขั้นพื้นฐานที่เรียกว่า 3M (Man, Material, Money) นั้น ในข้อ Man หรือ แรงงานมนุษย์ ได้รับผลกระทบอย่างมากในปัจจุบัน เพราะภาวะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และแน่นอนประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสุดยอดก็หนีไม่พ้นญี่ปุ่น โดยมีผู้สูงอายุเกิน 65 ปีมากถึง 36 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 120 ล้าน เรียกว่าทุก ๆ 4 คนจะเป็นผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีไปแล้ว 1 คน แถมยังมีประชากรอายุเกิน 100 ปีเป็นจำนวนมากถึง 100,000 คน (ดังที่ผู้เขียนเคยกล่าวถึงใน https://conomi.co/japansociety/japan-gen-z-characteristics/)

เนื่องจากแต่เดิมนั้นค่านิยมองค์กรญี่ปุ่นมักจะใช้งานพนักงานอย่างหนัก เน้น Hard Work ในสัดส่วนมากกว่า Happy Workplace และมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานชนิดที่เลิกงานสี่ทุ่มห้าทุ่มหรือตีหนึ่งตีสองกันเป็นบรรทัดฐานปกติ แต่ญี่ปุ่นปัจจุบัน ณ ปี ค. ศ. 2026 สภาพทำงานหนักหนาสาหัสดังกล่าวลดน้อยลงไปมากแล้วเนื่องจากขาดแคลนแรงงานอย่างมากในทุกระดับ และการเกิดอาชีพ Youtuber หรือ Blogger (ที่ไทยนิยมเรียกว่า Influencer) และระบบเศรษฐกิจ Gig Economy ทำให้วัยรุ่นที่เรียนจบก็ไม่ยอมสมัครงานเป็นพนักงานประจำไปอีก ทำให้ภาวะขาดแคลนแรงงานยิ่งหนักกว่าเดิมจากที่ประชากรก็ลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
เมื่อญี่ปุ่นประสบปัญหาดังกล่าวอย่างหนัก แต่ก็จำเป็นต้องวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นผู้ผลักดันหลักให้เกิดมาตรฐาน ISO ชนิดใหม่คือ ISO 25554 หรือที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยนิยมเรียกย่อทับเสียงคะตะกะนะว่า 「ウェルネスISO」 หรือ 「ウェルビーイングISO」 โดยได้เกิดมาตรฐานนี้ในปี ค. ศ. 2024 โดยชื่อเต็มคือ “ISO 25554:2024 – Ageing societies”
หัวใจของ ISO 25554 นี้จะให้ความสำคัญกับ Wellbeing ใน 3 มิติคือ Physical Wellbeing, Mental Wellbeing และ Social Wellbeing คือให้ปัจเจกแต่ละคนมีสุขภาพกายที่ดีและมีสุขภาพจิตที่ดี อันจะนำไปสู่สุขภาพของสังคมแวดล้อมที่ดี และเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นท่ามกลาง Generation Gap อันรุนแรงในญี่ปุ่น
แม้ว่า ISO 25554 นี้จะยังไม่แพร่หลาย แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีอิทธิพลมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยก็กำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุตามญี่ปุ่นไปชนิดหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว ในปัจจุบันยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ แต่เป็นลักษณะของมาตรฐานที่ควรจะเป็นว่า แต่ละองค์กรหรือแต่ละชุมชนไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่ควรให้นิยาม Wellbeing ที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรตัวเอง และใช้กระบวนการที่คล้าย PDCA คือให้ทำเป็นวงจรอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ หรือแค่จัดอีเว้นต์เกี่ยวกับ Wellbeing แล้วก็จบ และมีรายละเอียดครอบคลุมทุกมิติของการอยู่ร่วมกันสังคมและร่วมงานกันระหว่าง Generation ได้ราบรื่น เช่นการหาวิธี Work Smart แทนที่จะ Work Hard รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีมาแทนมนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ การจัดหาฟิตเนสตามโรงงานหรือบริษัท รวมทั้งการจัดหาจิตแพทย์หรือนักให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาคลีนิกไว้ตามโรงงานหรือบริษัท การให้สวัสดิการด้านสุขภาพกายและจิตอย่างเพียงพอ เป็นต้น

ผู้เขียนทำงานที่ปรึกษาองค์กรและช่วยก่อตั้งธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทยมาหลายแห่ง พบว่ามาตรฐานธุรกิจแบบเดิม ๆ คือเน้นผลลัพธ์ (Results) ในเชิงผลกำไรหรือผลประกอบการทางธุรกิจเป็นหลัก ทำให้ระหว่างทางที่สร้างผลประกอบการนั้น องค์กรก็ได้ทำร้ายสุขภาพกายและจิตของพนักงานมานักต่อนัก หากมาตรฐาน ISO 25554 มีบทบาทในโลกยุคใหม่นับจากนี้ไป หลายองค์กรในหลายประเทศคงต้องปรับตัวขนานใหญ่และมองการพัฒนาในเชิงองค์รวมให้มากขึ้น คือผลประกอบการยังคงสำคัญมาก แต่จะสนใจผลประกอบการจนละเลยมิติอื่นเช่น สวัสดิภาพของพนักงาน หรือ ผลกระทบต่อสังคมสิ่งแวดล้อม แบบยุคที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว จึงคิดว่า ISO ตัวนี้น่าจับตามอง โดยเฉพาะคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น ผู้เขียนจึงได้ตัดสินใจนำมาเขียนแบ่งปันทุกท่านในคอลัมน์นี้
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ >> https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas
เรื่องแนะนำ :
– แข็งแกร่งเพียงใด โรคหัวใจก็ซุ่มอยู่ (Dragon Ball)
– Doraemon และ Dr. Stone “ความต่างในความเหมือนของการ์ตูนวิทยาศาสตร์”
– อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น – จริงหรือ?
– โชจู (Shochu) และโซจู (Soju) นั้นต่างกันไฉน?
– คาราเต้ค่อย ๆ กลายเป็นศาสตร์เพื่อสุขภาพไปทีละนิด
ขอบคุณรูปภาพจาก
https://www.cbr.com/dbz-goku-heart-virus-explained/
https://dbzoutpost.com/products/androids-saga-limited-100
https://www.facebook.com/groups/2052552045132180/posts/2239355599785156/
#กระแส Wellness และการเกิด ISO 25554 (Wellness ISO หรือ Wellbeing ISO)



