ทำความรู้จักกับสารพัดเมนูอร่อยจากบ๊วยดอง
เวลาเราไปเดินตามร้านมินิมาร์ทที่ญี่ปุ่น ตามชั้นวางข้าวปั้นต่างๆ เรามักจะเห็นข้าวปั้นชนิดหนึ่งที่ทำให้คนต่างชาติแบบเราๆ แอบสงสัยว่ามันจะอร่อยหรืออิ่มท้องไหม ข้าวปั้นที่ว่านี้ก็คือข้าวปั้นไส้บ๊วยดองนั่นเองค่ะ หากได้ลองสักครั้ง ก็จะเจอทั้งคนที่เลิฟไปเลย หรือคนที่ยอมถอยห่างกินต่อไม่ไหว แต่จะอย่างไรก็ตาม บ๊วยดองนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นมานานค่ะ
นอกจากการนำบ๊วยดองไปใส่ในข้าวปั้นแล้ว บ๊วยดองหรืออุเมะโบชินี้ ยังสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหารญี่ปุ่นได้มีมากมาย ซึ่งเราจะมาแนะนำกันในวันนี้ รับรองว่าใครที่ไม่เคยกินบ๊วยดองก็อาจจะลองเปิดใจ ส่วนใครที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ก็ต้องลองไปหามาชิมตามดูค่ะ
แต่ก่อนที่จะไปรู้จักกับเมนูอาหารที่มีบ๊วยดองเป็นส่วนประกอบ เรามาทำความรู้จักกับบ๊วยดองกันให้มากขึ้นกันก่อน ปกติแล้ว อย่างที่ทราบกันดีว่าบ๊วยจะออกดอกในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ และเริ่มออกผลในช่วงเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนมิถุนายน โดยการบ๊วยดองหรืออุเมะโบชินั้น จะเป็นการดองผลบ๊วยกับเกลือเป็นเวลาหนึ่งเดือน (หรืออาจมากน้อยกว่านั้นตามสูตรของแต่ละที่) เมื่อดองจนครบกำหนดก็จะนำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 3-4 วัน ซึ่งในการทำบ๊วยดองแบบดั้งเดิมนั้น ปริมาณของเกลือจะอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งถือว่ามีความเค็มสูง แต่ข้อดีก็คือความเค็มนี้จะช่วยให้สามารถเก็บรักษาผลบ๊วยได้นาน จนเกิดความเชื่อที่ว่าอุเมะโบชิจะไม่มีวันเน่าเสีย

สำหรับเมนูเบสิคของบ๊วยดอง นอกจากใส่ในโอนิกิริหรือข้าวปั้นแล้ว ก็ยังนำไปใส่ในเบนโตะเพื่อเป็นการยืดอายุการเก็บรักษาข้าวให้อยู่ได้นานขึ้น (จากความเป็นกรดของบ๊วย) โดยเบนโตะที่มีอุเมะโบชิเพียงลูกเดียววางอยู่บนข้าว จะเรียกกันว่า ฮิโนมารุเบนโตะ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับธงชาติของญี่ปุ่นนั่นเอง

อีกหนึ่งเมนูก็คือ Ume Chazuke หรือข้าวราดน้ำชาที่ท็อปด้วยบ๊วยดอง เวลาทานก็จะต้องบี้ตัวบ๊วยเค็มให้รสชาติออกมา โดยการกินเมนูนี้จะช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง และช่วยกระตุ้นความอยากอาหารเวลาที่รู้สึกไม่สบายหรือเป็นหวัดได้ หรือบางคนก็นำบ๊วยเค็มไปทานคู่กับเมนู Okayu ได้เช่นกัน

อีกหนึ่งเมนูที่น่าลองก็คือการนำบ๊วยดองมาผสมกับโซเมน อุด้ง หรือแม้แต่พาสต้า เพื่อสร้างสรรค์เมนูสไตล์ญี่ปุ่นที่มีรสชาติเบาและสดชื่น

และด้วยความที่บ๊วยดองมีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอื่นๆ หรือเป็นเครื่องปรุงสำหรับโรยข้าวที่ได้รับความนิยมไม่น้อย

รวมไปถึงการนำ Bainiku หรือ neri ume (แยมบ๊วย) ซึ่งก็คือบ๊วยที่นำไปสับจนละเอียด มาทานคู่กับอาหารอื่นๆ เป็นเมนูเครื่องเคียงที่อร่อยน่าลอง

อย่างการนำอุเมะโบชิไปโรยหน้าเต้าหู้

หรือโรยหน้าสลัดแตงกวา รวมไปถึงการนำไปผสมเป็นไส้ในมากิซูชิโรล

ส่วนเมนูปลาสุดคลาสสิคที่สืบทอดกันมาหลายปี ก็คือการตุ๋นปลากับบ๊วยดอง โดยการเคี่ยวบ๊วยดองกับปลาจะช่วยให้ลดกลิ่นคาวและกรดที่มีอยู่ใบบ๊วยดองจะช่วยให้ก้างปลามีความนุ่มและลดความมันของปลาลงด้วย

นอกจากเมนูของคาวและในส่วนของหวาน อุเมะโบชิ ก็ยังถูกนำไปเป็นส่วนประกอบของลูกอม เยลลี่ ฯลฯ

ส่วนใครที่เป็นสายดื่มอาจจะคุ้นชินกับการใส่บ๊วยดองลงในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (อุเมะชู) เพื่อสร้างกลิ่นและรสชาติให้เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

ใครเคยกินบ๊วยดองกับเมนูไหนอีกบ้าง ก็สามารถมาแชร์กันได้นะคะ เผื่อจะได้เมนูใหม่ๆ ไปลองชิมตาม
เรื่องแนะนำ :
– ดื่มด่ำกับกาแฟดีๆ ที่ Coffee County ในฟุกุโอกะ
– ONIYANMA COFFEE ร้านกาแฟคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกคน
– ส่องภาพวาดแนว naive art จาก Miroco Machiko นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก
– 2 ร้านกาแฟสเปเชียลตี้น่าลองที่คุมาโมโตะ
– ส่องไอเดียเครื่องเขียนจาก Kokuyo Design Awards ประจำปี 2026
ข้อมูลและภาพประกอบ
https://www.nippon.com/en/japan-topics/c15334/
https://www.nippon.com/en/japan-topics/c153340/
#ทำความรู้จักกับสารพัดเมนูอร่อยจากบ๊วยดอง


