MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 6 : ยุคทองแห่งสามเพชร
ทศวรรษ 1960 คือจุดเริ่มต้นของ “ปาฏิหาริย์เศรษฐกิจญี่ปุ่น” (Nihon Keizai no Kiseki / 日本経済の奇跡) เสียงเครื่องจักรในโรงงานกลับมาดังก้องทั่วประเทศอีกครั้ง และในทุกมุมของเมืองใหญ่ตั้งแต่โตเกียว (Tōkyō / 東京) โอซากะ (Ōsaka / 大阪) ไปจนถึงนางาซากิ (Nagasaki / 長崎) จะเห็นโลโก้สามเพชรของ มิตซูบิชิ (Mitsubishi / 三菱) ปรากฏอยู่แทบทุกแห่งบนเรือสินค้า รถยนต์ อาคารสำนักงาน และแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
นี่คือยุคที่สามเพชรกลับมาส่องประกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ด้วยเปลวไฟแห่งสงคราม หากด้วยพลังของความรู้และเทคโนโลยี…
หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดเพียงไม่ถึงสิบปี ญี่ปุ่นเปลี่ยนจากประเทศพ่ายแพ้ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง กลายเป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และมิตซูบิชิอยู่ตรงศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงนั้น
กลุ่มบริษัทในเครือเริ่มทำงานร่วมกันภายใต้รูปแบบ “เคเรตสึ (Keiretsu / 系列)” ที่วางรากฐานไว้ในยุคคินโยไก (Kin’yōkai / 金曜会) ทุกบริษัทมีอิสระแต่ยังเชื่อมโยงกันด้วยความไว้วางใจและค่านิยมเดียวกัน
- ธนาคารมิตซูบิชิ (Mitsubishi Ginkō / 三菱銀行) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน
- มิตซูบิชิ โชจิ (Mitsubishi Shōji / 三菱商事) ดูแลการค้าระหว่างประเทศ
- มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ (Mitsubishi Jūkōgyō / 三菱重工業) รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมหนัก และ…
- มิตซูบิชิ เดนกิ (Mitsubishi Denki / 三菱電機) ผลิตเทคโนโลยีไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 10% ตลอดสองทศวรรษ แรงงานญี่ปุ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น คนหนุ่มสาวในยุคโชวะ (Shōwa / 昭和) เริ่มมีความฝันจะมีรถยนต์ โทรทัศน์ และบ้านหลังเล็กๆ ของตนเอง ในความฝันเหล่านั้น มิตซูบิชิเป็นชื่อที่อยู่คู่ทุกครอบครัว
ปี 1960 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Jidōsha / 三菱自動車) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เริ่มผลิตรถยนต์รุ่นเล็กสำหรับประชาชนทั่วไป รุ่น “มิตซูบิชิ 500” และ “มินิกา (Minica / ミニカ)” กลายเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตชนชั้นกลางในยุคใหม่ รถคันเล็กที่ประหยัดน้ำมัน และทนทานกลายเป็นสิ่งที่ครอบครัวญี่ปุ่นหลายล้านบ้านเลือกใช้ ภาพถนนในโตเกียวที่มีรถมิตซูบิชิแล่นเรียงแถวท่ามกลางแสงนีออนและป้ายโฆษณา กลายเป็นภาพจำของยุคโชวะตอนกลางที่ผู้คนยังจดจำได้จนทุกวันนี้
ขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ ขยายธุรกิจต่อเนื่อง จากเรือสินค้าไปสู่การผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องยนต์สำหรับโรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ เช่น สะพานและทางรถไฟ บริษัทมีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงชินคังเซ็น (Shinkansen / 新幹線) ที่เปิดใช้ครั้งแรกในปี 1964 พร้อมกับงานโอลิมปิกโตเกียว รถไฟหัวกระสุนคันแรกของโลกนั้นใช้เทคโนโลยีจากหลายบริษัทในเครือมิตซูบิชิ ตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงอุปกรณ์ความปลอดภัย
ปีเดียวกันนั้น ญี่ปุ่นได้จัดงานโอลิมปิกฤดูร้อนเป็นครั้งแรก และโลโก้สามเพชรได้ปรากฏอยู่ในแทบทุกจุดของเมือง จากอาคารพาณิชย์ รถขนส่ง ผู้สนับสนุน ไปจนถึงสื่อโฆษณา มันไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของบริษัทอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องหมายของ “ความภูมิใจของชาติ” ที่เพิ่งลุกขึ้นจากเถ้าถ่านของสงครามได้อย่างงดงาม
ทศวรรษ 1970 คือช่วงที่มิตซูบิชิเริ่มกลายเป็นบริษัทระดับโลก มิตซูบิชิ โชจิขยายสำนักงานไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก จากสิงคโปร์ถึงลอนดอน จากนิวยอร์กถึงริโอเดจาเนโร บริษัททำหน้าที่เชื่อมโยงวัตถุดิบ พลังงาน และเทคโนโลยีจากทั่วโลกเข้าสู่ญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็ส่งสินค้าญี่ปุ่นไปยังทุกทวีป
มิตซูบิชิ เดนกิกลายเป็นผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตทั้งโทรทัศน์สี เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน คำว่า “Mitsubishi Electric” กลายเป็นชื่อที่ผู้บริโภครู้จักในระดับโลก ขณะที่มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ เริ่มพัฒนาเครื่องบินพลเรือนและจรวดอวกาศ ในปี 1970 ญี่ปุ่นได้ก่อตั้งองค์การพัฒนาอวกาศ (NASDA / 宇宙開発事業団) และมิตซูบิชิคือหนึ่งในบริษัทหลักที่ร่วมสร้างจรวด H-I และดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่น

จรวด H-I ที่พัฒนาโดย National Space Development Agency of Japan (NASDA) และ Mitsubishi Heavy Industries
ในช่วงเดียวกันนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์สเริ่มผลิตรถยนต์รุ่น “แกลแลนท์ (Galant / ギャラン)” และ “แลนเซอร์ (Lancer / ランサー)” ซึ่งส่งออกไปขายทั่วโลก ชื่อของมิตซูบิชิกลายเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ที่แข็งแรงและเทคโนโลยีเหนือชั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาญี่ปุ่นมักพูดว่า
“ถ้ามีสามเพชรอยู่บนฝากระโปรง แปลว่าของชิ้นนั้นเชื่อถือได้แน่นอน”
ยุคทองนี้ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งผลกำไร แต่มันคือยุคที่จิตวิญญาณของ “สามเพชร” กลับมาอย่างสมบูรณ์ ค่านิยมที่อิวาซากิ ยะตะโร (Iwasaki Yatarō / 岩崎 弥太郎) เคยปลูกไว้ตั้งแต่ศตวรรษก่อน ยังคงเป็นหัวใจขององค์กรทุกแห่งในเครือ การทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม ความโปร่งใสทางธุรกิจ และการค้าด้วยคุณธรรม กลายเป็นหลักการที่พนักงานมิตซูบิชิทุกคนจดจำและยึดถือ
ปลายทศวรรษ 1970 จนถึงช่วงต้นทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคที่โลกเรียกว่า “ญี่ปุ่นหมายเลขหนึ่ง” (Japan as Number One) เศรษฐกิจของประเทศเติบโตสูงสุดในโลกตะวันตก บริษัทญี่ปุ่นกลายเป็นคู่แข่งของสหรัฐอเมริกาในเกือบทุกอุตสาหกรรม และในรายชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก มิตซูบิชิอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ ทั้งในด้านรายได้ การส่งออก และเทคโนโลยี
อาคารสำนักงานใหญ่ของมิตซูบิชิในย่านมารุโนะอุจิสูงขึ้นเรื่อยๆ จากอาคารหินสีแดงในยุคเมจิ กลายเป็นตึกกระจกสูงระฟ้าที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้า เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นว่า “สามเพชร” ได้กลับมาส่องแสงเจิดจ้าอีกครั้งบนท้องฟ้าของญี่ปุ่น
ในสายตาคนญี่ปุ่น มิตซูบิชิไม่ได้เป็นเพียงบริษัท แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ความเชื่อมั่น” ความเชื่อมั่นว่าชาติที่พ่ายแพ้ก็สามารถลุกขึ้นได้ ความเชื่อมั่นว่าความซื่อสัตย์และความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ และความเชื่อมั่นว่าชื่อ “มิตซูบิชิ” จะเป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
เมื่อมองย้อนกลับจากศตวรรษที่ 21 ยุคทองแห่งสามเพชรคือบทที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์ของมิตซูบิชิ เป็นช่วงเวลาที่ชื่อของบริษัทไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายการค้า แต่คือเรื่องราวของผู้คน ความพยายาม และหัวใจของชาติที่ไม่เคยยอมแพ้
เรื่องแนะนำ :
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 5 : การเกิดใหม่หลังสงคราม
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 4 : มิตซูบิชิในสงคราม
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 3 : ทายาทอิวาซากิ กับอาณาจักรใหม่
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 2 : ขยายปีกสู่ทะเลและเหมือง
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นสามเพชร
– “ฟูจิวาระ : ตระกูลผู้ครองเงาราชสำนักญี่ปุ่น” ตอนที่ 8 มรดกแห่งฟูจิวาระ ผู้ครองเงาตลอดกาล
ขอบคุณรูปภาพ :
https://haradaoffice.biz/h-1-rocket-model/
https://ascii.jp/elem/000/004/025/4025294/
MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 6 : ยุคทองแห่งสามเพชร


