ชินโต: กำเนิดชินโต
ไม่มีใครรู้ว่า “ชาวญี่ปุ่น” ได้อพยพมายังหมู่เกาะญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและเริ่มตั้งรกรากที่นั่นเมื่อใด พวกเขาอาจจะมาจากทะเลจีนใต้ เกาหลี หรือจีนแผ่นดินใหญ่ หรือจากส่วนอื่น ๆ ของเอเชีย หลักฐานทางโบราณคดีที่มีอายุย้อนไปถึงสหัสวรรษแรกก่อนคริสตกาล ชี้ให้เห็นว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันเป็นสังคมของนักล่าสัตว์และเก็บของป่า รวมถึงเป็นชาวประมง โดยมีบริเวณที่ราบยามาโตะ (大和 – Yamato) เป็นแหล่งต้นกำเนิดของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

แผนที่แคว้นของญี่ปุ่น (1868) แคว้นยามาโตะคือโทนสีแดงในภาพ
เมื่อพวกเขามาถึง มีชาวพื้นเมืองที่ชื่อว่าชาวไอนุ (蝦夷) อาศัยอยู่บนเกาะอยู่แล้ว แต่ผู้อพยพมาใหม่ไม่ได้อยู่ร่วมกับพวกเขา แต่แยกออกมาต่างหาก ก่อตั้งหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็ก ๆ รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ เป็นกลุ่มเครือญาติ เป็นเผ่า เรียกว่า “อุจิ” (氏族 – Uji)
แต่ละหมู่บ้าน แต่ละตระกูลมี คามิ (kami) หรือเทพเจ้าประจำท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ชาวบ้านใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติและพึ่งพาพรของคามิ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของชินโต ไม่มีการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างศาสนาและวัฒนธรรม ผู้คนอยู่กับคามิตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ใหญ่ ป่าทึบ ก้อนหินขนาดใหญ่ ภูเขา และน้ำตก พวกเขาให้เกียรติและเคารพทุกสิ่งที่เห็น ว่า ไม่ธรรมดา น่าอัศจรรย์ หรือน่าเกรงขาม ดังนั้น จึงเกิดคามิแห่งไฟ ลม ฝน ฟ้าร้อง น้ำพุ ภูเขา แม่น้ำ อาหาร ข้าว และพืชพรรณทั้งหมด; คามิแห่งเส้นทาง ถนน และหิน; คามิแห่งทะเลและแม่น้ำ; คามิแห่งบ้านและเตาไฟ; คามิมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ชินโตจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในลักษณะนี้ และปฏิบัติสืบต่อมา เช่น การสวดมนต์รับอรุณ รวมทั้งพิธีในเทศกาลต่างๆตามวัฏจักรในการทำการเกษตร ผู้คนจะมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองการปลูกพืชในฤดูใบไม้ผลิ, การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง, วันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น เพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อขอบคุณพรที่ตนได้รับ หรือเพื่อขอให้บาปของตนถูกชำระล้าง
ใน ศาสนาชินโตยุคแรก ยังไม่มีระบบนักบวชที่ชัดเจน หัวหน้าตระกูล (uji) ซึ่งสืบทอดตำแหน่งตามสายเลือด จะเป็น หัวหน้านักบวช ด้วย โดยมีหน้าที่จะต้องติดต่อกับคามิ (kami) เชื่อกันว่าถ้อยคำที่ไพเราะ มีผลทำให้คามิยินดี ทำให้ได้รับพร จึงเกิดถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรียกว่า โนะริโตะ (祝詞 – Norito) หรือ โนะริอิ (Norii) ซึ่งถ่ายทอดด้วยวาจาจากบิดาสู่บุตรชาย พร้อมกับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล ก่อนที่จะถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 โนะริโตะเหล่านี้จึงถือเป็นบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนาชินโตในยุคก่อนประวัติศาสตร์
เชื่อกันว่าถ้อยคำและท่วงทำนองของโนะริโตะนั้นมี พลังทางพิธีกรรม ซึ่งเกิดจากการส่งต่อผ่านยุคสมัยหลายชั่วอายุคนโดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง โนะริโตะส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการขอพรในการเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากข้าวเป็นพืชหลักในการดำรงชีวิตของชาวญี่ปุ่น
นอกจากการบูชา คามิที่อยู่บนสวรรค์, คามิตามท้องถิ่น, และคามิในธรรมชาติ แล้ว บรรพบุรุษ, บุคคลสำคัญ, และคนในราชวงศ์ ก็ถือว่าเป็นคามิด้วยเช่นกัน ทำให้จำนวนของเทพเจ้าชินโตทั้งหมด (pantheon) มีประมาณ 8 ล้านองค์ คามิจำนวนมากอาจเป็นคามิพิเศษเฉพาะหมู่บ้าน ภูมิภาค หรือแม้แต่ตระกูลหนึ่งโดยเฉพาะ จึงไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป
ในยุคแรกเริ่มของศาสนาชินโต ยังไม่มีศาลเจ้า (神社 – Jinja) ผู้คนทำสักการะตามสถานที่ธรรมชาติที่เชื่อว่ามีคามิ (kami) สถิตอยู่ เช่น ที่น้ำตก บนยอดเขา ต้นไม้ใหญ่ พวกเขาจะทำเครื่องหมายสถานที่เหล่านี้ด้วยเชือกฟางข้าว (注連縄 – Shimenawa) เพื่อแสดงถึงความมีอยู่ของคามิ ต่อมาจึงเริ่มสร้างอาคารเรียบง่าย เพื่อใช้เป็นศาลเจ้าสำหรับเรียกคามิ ภายในศาลเจ้าชินโตมีเพื่อคามิโดยเฉพาะ พิธีกรรมที่ผู้คนมารวมตัวกันจะจัดขึ้นกลางแจ้ง ไม่ใช่ภายในศาลเจ้า

เชือกฟางข้าว (注連縄 – Shimenawa) ที่ศาลเจ้า

เชือกฟางข้าว (注連縄 – Shimenawa) ล้อมต้นไม้
ในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล **ตระกูล (uji)** ต่างๆ ได้เติบโตขึ้นและมีอิทธิพลมากขึ้น บรรดาอุจิได้รวมตัวกัน โดยตระกูลที่ใหญ่กว่าและมีอำนาจมากกว่าจะกลืนตระกูลที่เล็กกว่าและอ่อนแอ เมื่อตระกูลหนึ่งเข้าครอบครองอีกตระกูลหนึ่ง **เทพเจ้าคุ้มครอง (guardian kami)** ของตระกูลผู้พิชิตก็จะกลายเป็นคามิของตระกูลที่ถูกพิชิตด้วย และผู้คนก็หันไปบูชาเทพเจ้าของผู้นำคนใหม่
**อะมาเทราสุ (Amaterasu)** เทพีแห่งดวงอาทิตย์ เดิมทีเป็นเทพเจ้าประจำตระกูลยามาโตะ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสายราชวงศ์ญี่ปุ่น เมื่อตระกูลนี้มีอำนาจมากขึ้น อะมาเทราสุก็ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น **คามิแห่งสวรรค์สูงสุดของญี่ปุ่นทั้งหมด** ในที่สุด
ตามตำนานเล่าว่า **จักรพรรดิจิมมุ เทนโน (Jimmu Tenno)** จักรพรรดิองค์แรกในตำนานของญี่ปุ่น ได้ปรากฏตัวขึ้นประมาณ 660 ปีก่อนคริสตกาล ทรงขับไล่ชาวไอนุที่เป็นชนพื้นเมืองออกจากภูมิภาคยามาโตะทางตอนกลางของญี่ปุ่น แล้วกลายเป็นนักบวชและผู้ปกครองของตระกูลต่างๆ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 2 **ระบบจักรพรรดิ** ได้ถูกสถาปนาขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีผู้ปกครองตระกูลต่างๆมาขึ้นต่อองค์จักรพรรดิ
เรื่องแนะนำ :
– ชินโต: คืออะไร
– เพลงญี่ปุ่น: คนช่างฝัน (Dreamer)
– เพลงญี่ปุ่น: タッチ (Touch)
– เพลงญี่ปุ่น: เพลงฮานะ (はな, 花)
– เพลงญี่ปุ่น: เพลงซาราอิ “サライ” (Sarai)
ที่มาและรูปภาพ:
– World Religions Shinto by Paula R. Hartz
– https://th.wikipedia.org/wiki/
– https://mag.japaaan.com/archives/150085
– https://okumiya-jinja.com/column/column004/
#ชินโต: กำเนิดชินโต


