ครั้งแรกกับการชม Kabuki
ก่อนอื่นต้องออกตัวว่า ไม่เคยดู Kabuki (สด) เลย ได้แต่ดูผ่านยูทูป ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสไปชมการแสดงศิลปะชั้นสูงของญี่ปุ่นที่อยากชมมานาน ขอพูดถึงบรรยากาศในการชมก่อนว่า ผู้ดี้ผู้ดี ตลอดการแสดงไม่มีเสียงรบกวนใดๆ ผู้ชมมีทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ดังนั้นเรื่องมารยาทในการรับชมในโรงละครต้องขอปรบมือให้ผู้ชมอย่างพวกเรากันเองก่อนเลย

ในส่วนของการแสดงแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ส่วนแรกสุดเป็นการร่ายรำพัดของหญิงสาว (โดยนักแสดงชาย) ประกอบดนตรี ฉากหลังเป็นภาพต้นสนสีเขียวบนฉากไม้ ให้ความรู้สึกสงบทันทีที่เบิกม่าน นักดนตรีและนักร้องนั่งเรียงกันหน้าฉากหลัง ส่วนนักแสดงก็ทำการร่ายรำไปตามจังหวะดนตรีและมีนักร้องร้องเพลงไปด้วย การนั่งของนักดนตรีกลางฉากทำให้นึกถึงภาพวาดการแสดงงิ้วสมัยราชวงศ์ซ่ง ถือเป็นการแสดงเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิมบนเวทีการแสดงแบบโลกตะวันออกไว้ได้เป็นอย่างดี และทุกชุดการแสดงนักดนตรีก็จะนั่งในตำแหน่งเดิมจนจบ ต่างจากการจัดวางวงดนตรีในปัจจุบันที่มักจะแยกวงดนตรีออกจากเวทีการแสดงเพราะรับอิทธิพลจากตะวันตกมาใช้

ในส่วนที่สองเป็นสาธิตการแต่งหน้าและแต่งตัวของนักแสดงตัวนาง ซึ่งการแสดงคาบูกิจะใช้นักแสดงชายล้วนมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่การลงน้ำมันลงแป้งและแต่งหน้า จากนั้นสวมใส่กิโมโนโดยมีโอบิอยู่ด้านหน้า ตามเอกลักษณ์ของหญิงคณิกา ขั้นตอนสุดท้ายจะใส่วิกผมเป็นอันเสร็จสิ้น ทั้งหมดใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง
นักแสดงตัวนางคนดังกล่าวจะออกมาอีกครั้งในฉากถัดมา โดยจะเล่าเรื่องราวของหญิงคณิกาที่ถูกอันธพาลรังแก จนพระเอกออกมาช่วยไว้ ซึ่งนักแสดงที่รับบทพระเอกในครั้งนี้ก็คือคุณอิจิคาวะ ดันจูโร่ ฮาคุเอ็น รุ่นที่ 13 ซึ่งปกติถ้าพูดถึงคาบูกิ เราจะคุ้นเคยแต่กับบทตัวนางในเครื่องแต่งกายหรูหรา แต่ครั้งนี้ถือว่าเปิดหูเปิดตามาก ที่เราได้รับชมความงามของตัวพระเอก การร่ายรำและกระทืบเท้าที่เป็นจังหวะ สีหน้าแววตา ความสง่างามที่ถ่ายทอดผ่านท่าทางอันสุขุม สามารถฉายพลังของตัวละครได้อย่างหน้าอัศจรรย์ และส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือตัวประกอบที่ออกมาต่อสู้กับพระเอก มีความกายกรรม ความเข้มแข็ง ความพร้อมเพรียง เรียกได้ว่าทุกคนมีส่วนสำคัญที่ทำให้การแสดงนี้สมบูรณ์

ความละเอียดของการจัดการแสดงครั้งนี้ สะท้อนออกมาได้แม้แต่การพักการแสดง ทางคณะเลือกที่จะใช้การโซโล่ของนักดนตรีมาเป็นตัวเชื่อมรอที่ผู้ชมที่เข้ามาช้า เพื่อไม่ให้ผู้ชมพลาดชมการแสดงในชุดสุดท้าย
การแสดงชุดสุดท้ายเป็นเรื่องของการปราบมังกร พูดถึงมังกรทุกคนคงจะคิดว่าต้องมีนักแสดงออกมาถืออุปกรณ์ต่อตัวเป็นแน่ แต่ตรงกันข้าม ในเรื่องมีมังกรสองตัว แต่กลับใช้คนเชิดแค่ตัวละคร ซึ่งนักแสดงจะมีวิธีการนำเสนอและเทคนิคเฉพาะในการเชิดมังกรคู่นี้ได้อย่างน่าสนใจ มีการนำท่าทางการเคลื่อนไหวสมัยใหม่เข้ามาใช้กับตัวประกอบเพื่อให้ดูเร้าร้อน และพระเอกของเราก็ออกโรงอีกครั้งพร้อมดาบในมือ มีการปฏิสัมพันธ์กับคนดูข้างล่างเวทีได้อย่างน่าประทับใจ
เอาเป็นอันว่าประทับใจกับการแสดงคาบูกิครั้งนี้มากๆ ไม่ผิดหวังจริงๆ กับความเป็นญี่ปุ่น น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้คำนี้ต้องยกให้เลย ความประณีตของฉากที่ไม่ต้องอลังการแต่กลับสามารถดึงดูดคนดูให้ตื่นตัวได้ตลอดเวลา เครื่องดนตรีน้อยชิ้นแต่กลับสะกดให้ต้องฟังจนไม่มีแม้แต่ความง่วงเข้ามาครอบงำ ความทุ่มเทที่แม้แต่ผ้าม่านและพื้นเวทีก็ยกข้ามประเทศมา แสดงถึงความตั้งใจของคณะและผู้จัดทำ หวังว่าคาบูกิจะมีโอกาสมาแสดงเต็มรูปแบบให้บ่อยขึ้นในอนาคตข้างหน้า
พรุ่งนี้ยังมีอีก 2 รอบ ใครที่สนใจการแสดงทางวัฒนธรรมไม่ควรพลาด จะจองก่อนหรือวอล์กอินไปหน้างานก็ได้ แต่แนะนำให้จองก่อนเพื่อความชัวร์ เพราะของดีมีน้อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันครับ
“ละครเวทีจะอยู่ได้ต่อเมื่อมีคนดู“
รายละเอียดการเข้าชม : https://www.facebook.com/share/p/1WAeVQqB9u/?mibextid=wwXIfr
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สยองผีญี่ปุ่น : ไฟยายแก่
– สยองผีญี่ปุ่น : ผีรัดคอตัวตายตัวแทน
– สยองผีญี่ปุ่น : หุ่นตัวแทน
– สยองผีญี่ปุ่น : วิญญาณแห่งความหึงหวง
– สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจผู้โปรดปรานโมจิ
#ครั้งแรกกับการชม Kabuki


