โชจู (Shochu) และโซจู (Soju) นั้นต่างกันไฉน?
มิตรสหายแฟนคลับญี่ปุ่นส่วนใหญ่คงเคยได้ยินเหล้าประเภทโชจูของญี่ปุ่นกันอยู่บ้าง แต่พอเวลาดูซีรีส์เกาหลีก็กลับเห็นสิ่งที่คล้าย ๆ กัน แถมยังเรียกชื่อคล้ายกับญี่ปุ่นอีกว่าโซจู นอกจากนี้ในภาษาไทยเอง อักษร ช-ช้าง กับ ซ-โซ่ ก็แยกออกจากกันยากมากอีกต่างหาก วันนี้ผู้เขียนเลยจะชวนคุยเรื่องเหล้าทั้ง 2 ประเภทที่คล้ายกันนี้

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นแบ่งออกหลัก ๆ เป็น 2 ประเภท
- เหล้าหมัก – ภาษาไทยที่ถูกต้องเป็นทางการจะเรียกว่า เมรัย ส่วนญี่ปุ่นเรียก โจโซชุ (醸造酒) ส่วนภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Fermented Liquor
- เหล้ากลั่น – ภาษาไทยที่ถูกต้องเป็นทางการจะเรียกว่า สุรา ส่วนญี่ปุ่นเรียก โจริวชุ (蒸留酒) ส่วนภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Distilled Liquor
ในเบื้องต้น ทั้งโชจูญี่ปุ่น และ โซจูเกาหลี ต่างก็เป็นเหล้ากลั่นกันทั้งคู่ แม้แต่อักษรก็เขียนด้วยอักษรตัวเดียวกันในต่างสไตล์การเขียน โชจูญี่ปุ่นเขียนอักษรคันจิด้วยตัว 焼酎 (しょうちゅう) ส่วนโซจูเกาหลีเขียนอักษรฮันจาด้วยตัว 燒酎 (소주) โดยแปลเหมือนกันคือ “เหล้าที่ผ่านความร้อน” เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเหล้ากลั่นคือผ่านความร้อนสูงมาแล้วนั่นเอง

shochu
สำหรับโชจูญี่ปุ่นนั้น เดิมทีชาวญี่ปุ่นมีภูมิปัญญาในการหมักเหล้าเท่านั้น แต่ไม่มีเทคโนโลยีในการกลั่นเหล้า ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างที่สุด ณ ปัจจุบันคือ ญี่ปุ่นได้รับภูมิปัญญาการกลั่นเหล้ามาจากวิธีกลั่นเหล้าขาวของชาวสยามในยุคกรุงศรีอยุธยาผ่านทางราชอาณาจักรริวกิวเมื่อ 400-500 ปีก่อน ตามที่ผู้เขียนเคยเขียนใน อะวะโมะริ (泡盛) เหล้าเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น แต่แน่นอนว่า โชจูญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นต่างจากเหล้าขาวของไทยอยู่มากแล้วเนื่องจากประวัติศาสตร์หลายศตวรรษที่ผ่านมาทำให้ญี่ปุ่นได้รับเทคนิคจากจีนและจากตะวันตกอีกมากมาย
ส่วนโซจูเกาหลีนั้นเก่าแก่กว่าโชจูญี่ปุ่น เพราะเริ่มมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาในการกลั่นเหล้าตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 ย่างเข้าศตวรรษที่ 15 โดยเป็นเทคโนโลยีจากจีนและเปอร์เซียที่ถ่ายทอดผ่านชาวมองโกลมาสู่อาณาจักรโครยอซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณของเกาหลี และเครื่องดื่มเหล้ากลั่นชนิดนี้ก็ค่อย ๆ วิวัฒนาการตลอดประวัติศาสตร์ของโชซอน

soju
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์คือ เกาหลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นเมื่อ ค. ศ. 1910 – 1945 ทำให้โซจูเกาหลีได้รับเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นในการผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายเป็นสินค้า เลยเป็นครั้งแรกที่โชจูญี่ปุ่นและโซจูเกาหลีมีการวิวัฒนาการที่มาบรรจบกันอยู่เป็นเวลา 35 ปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหล้าของทั้ง 2 ชาติเริ่มคล้ายกันขึ้นเรื่อย ๆ
แต่พอหลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบ เกาหลีประสบปัญหาขาดแคลนข้าวอย่างหนักถึงขั้นรัฐบาลประกาศห้ามนำข้าวมาผลิตเหล้า ผู้ผลิตเหล้าในเกาหลีจึงต้องหันไปใช้วัตถุดิบอื่น ๆ มาผสมกันให้ออกมาเป็นโซจูให้ได้ เช่น รำข้าว ธัญพืช มันสำปะหลัง ข้าวโพด เป็นต้น จึงเกิดเป็นลักษณะเด่นของโซจูเกาหลีที่สืบทอดมาจนปัจจุบันคือ โชจูญี่ปุ่นจะมีส่วนผสมชัดเจนว่า เป็นโชจูข้าว โชจูรำข้าว โชจูมันเทศ และมีสัดส่วนของวัตถุดิบนั้น ๆ เป็นหลัก มีกลิ่นและรสชาติของวัตถุดิบนั้น ๆ เด่นชัด ในขณะที่โซจูเกาหลีจะผสมกันหลายอย่างโดยจะไม่แจ้งว่าเป็นโซจูที่มีวัตถุดิบไหนเด่นเป็นพิเศษเพราะผสมกันหลายอย่าง (ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเกาหลีก็เริ่มมีการระบุวัตถุดิบกันบ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นกระแสหลักแบบโชจูญี่ปุ่น)
โชจูญี่ปุ่นมีแนวโน้มมีดีกรีสูงกว่าคือ 20-25 ดีกรี มีกลิ่นและรสที่เด่นชัดตามวัตถุดิบที่ใช้ผลิต และนิยมผสมน้ำหรือโซดาหรือน้ำอัดลมเพราะค่อนข้างแรง ในขณะที่โซจูเกาหลีมีแนวโน้มมีดีกรีต่ำกว่าคือประมาณ 12-25 ดีกรี และดั้งเดิมจะไม่ค่อยมีกลิ่นและรสเท่าไร ยกเว้นโซจูยุคปัจจุบันที่มีการแต่งสีกลิ่นรสกันมากขึ้น วิธีดื่มจะต่างจากญี่ปุ่นเพราะชาวเกาหลีจะนิยมดื่มเพียวในแก้วช็อต หรือดื่มแบบโซจูบอมคือเอาแก้วช็อตโซจูโยนใส่แก้วเบียร์แล้วดื่มพร้อมกันทั้งเบียร์และโซจูไปเลย หรือดื่มแบบมีแตงกวาฝานที่เรียกว่าโออีโซจูคือฝานแตงกวาเป็นแผ่นหรือเป็นแท่งแล้วแช่ลงไปในแก้วโซจูให้กลิ่นและรสของแตงกวาออกมาผสมกับโซจูแล้วดื่ม
สรุปคือ โชจูญี่ปุ่นเน้นกลิ่นและรสของวัตถุดิบดั้งเดิม ดีกรีแรงกว่า ดื่มยากกว่า ส่วนโซจูเกาหลีเน้นกลิ่นและรสเบาบาง ยกเว้นจะไปเจอชนิดที่แต่งสีแต่งกลิ่นแต่งรสโดยเฉพาะ ดื่มง่ายกว่า ส่วนที่เหลือก็เป็นเหตุผลทางประวัติศาสตร์ดังที่กล่าวมาแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนจะชอบดื่มโชจูญี่ปุ่นขณะที่ดูซีรีส์หรืออนิเมะญี่ปุ่น และดื่มโซจูเกาหลีในขณะที่ดูซีรีส์เกาหลี เพื่อความได้บรรยากาศนั่นเอง
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ >> https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas
เรื่องแนะนำ :
– จากนักร้องคัฟเวอร์โนเนมสู่นักร้องชื่อดัง: Uru
– คาราเต้ค่อย ๆ กลายเป็นศาสตร์เพื่อสุขภาพไปทีละนิด
– คนญี่ปุ่นแต่งงานเพราะความรักมากขึ้น แต่งงานผ่านพิธีดูตัวน้อยลง และแต่งงานเพราะรู้จักกันในเน็ตเพิ่มอย่างรวดเร็ว
– ประวัติศาสตร์ของคำศัพท์เรียกอาหารเส้นของญี่ปุ่น: โซบะ, นานกิงโซบะ, ชินะโซบะ, ชูกะโซบะ, และ ราเม็ง
– “ดับเบิ้ลอี้โทะโกะโดะริ (ダブル・好いとこ取り)” กับ HEN-Thai Sushi
ขอบคุณรูปภาพจาก
https://thejapantry.com/what-is-shochu/
https://food52.com/story/27486-what-is-soju
#โชจู (Shochu) และโซจู (Soju) นั้นต่างกันไฉน?


