สยองผีญี่ปุ่น : ผีรัดคอตัวตายตัวแทน (Itsuki Yokai)
ความเชื่อเรื่อง “อิซึกิ” หรือผีรัดคอเป็นภาพสะท้อนอันซับซ้อนระหว่างคติความตายแบบเอเชียตะวันออกกับความหวาดวิตกของมนุษย์ต่อการฆ่าตัวตาย ต้นกำเนิดของแนวคิดนี้เชื่อมโยงกับคติจีนโบราณที่มองว่าวิญญาณของผู้ตายที่ตายผิดธรรมชาติ (ตายโหง) โดยเฉพาะการตายที่ขาดพิธีกรรมทางศาสนาหรือการจากไปโดยลำพัง มักถูกทิ้งไว้ในสภาพก้ำกึ่งระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตาย เมื่อแนวคิดนี้แพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นและผสมเข้ากับทัศนะเรื่อง “เมไค” แดนเงามืดที่มีจำนวนวิญญาณคงที่ จึงเกิดภาพของวิญญาณที่ต้อง “รอคิว” เพื่อกลับไปเกิดตามวิธีตายเฉพาะตัว ยิ่งจำนวนผู้แขวนคอน้อยเพียงใด วิญญาณที่รอการเกิดใหม่แบบเดียวกันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนติดอยู่ในเวลาที่หยุดนิ่ง และเป็นสาเหตุให้พวกมันออกมาเรียกร้องด้วยวิธีที่มนุษย์กลัวที่สุด นั่นคือการหลอกล่อให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย เพื่อเป็นตัวตายตัวแทน

ลักษณะของอิซึกิไม่ใช่ปีศาจที่เที่ยวอาละวาด แต่เป็นวิญญาณมนุษย์ที่ความสิ้นหวังกลายสภาพเป็นแรงกระตุ้นอันมืดมิด คติญี่ปุ่นเชื่อว่า “คานไม้ ห้องแคบ และมุมมืด” เป็นจุดที่พลังวิญญาณประเภทนี้รวมตัว เพราะเป็นพื้นที่ที่ชีวิตและความตายสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ในตำนานหลายเรื่องอิซึกิไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวเต็มรูปแบบ เพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาก็สามารถสั่นคลอนจิตใจมนุษย์ได้ ภาพของวิญญาณที่เพียง “ชี้นำ” แต่ไม่ลงมือเองกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกลัวในใจมนุษย์มากกว่าอำนาจของปีศาจ

อีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้ตำนานของอิซึกิดำรงอยู่ได้มายาวนาน คือบทบาทของมันในการอธิบายพฤติกรรมที่สังคมในยุคก่อนเข้าใจไม่ได้ เช่น การฆ่าตัวตายกะทันหันของคนที่ดูปกติดี หรือการฆ่าตัวตายต่อเนื่องในชุมชนขนาดย่อม ความเชื่อว่า “ผีเรียก” ทำให้ญาติผู้ตายมีกรอบความคิดที่รองรับความสูญเสีย และช่วยให้สังคมเกิดการระมัดระวังกันเอง นักมานุษยวิทยาหลายคนชี้ว่า นิทานผีประเภทนี้ทำหน้าที่เหมือน “ระบบเตือนภัย” ทางสังคม ชวนให้คนในหมู่บ้านหันมาสังเกตกันและกัน ไม่ปล่อยให้ใครอยู่ตามลำพังในยามที่จิตใจหดหู่ ขณะเดียวกันก็เป็นวิธีตีความแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ครอบครัว หน้าที่ ซึ่งผู้คนในสมัยนั้นไม่สามารถอธิบายด้วยศัพท์สมัยใหม่ เช่น ความเครียดหรือโรคซึมเศร้าได้

หนึ่งในเรื่องเล่าที่เป็นที่จดจำที่สุดเกิดขึ้นที่ย่านโคจิมาจิในสมัยเอโดะ เล่าว่าเจ้าภาพงานเลี้ยงผู้หนึ่งสงสัยเมื่อเพื่อนซึ่งตั้งใจมาช่วยงานกลับมาช้าอย่างผิดปกติ และบอกเพียงว่า “ต้องไปแขวนคอตายที่ประตูคุยจิกาอิ” ทำให้แขกในงานช่วยกันรั้งไว้ไม่ให้ไป จนเขาสงบลงในที่สุด แต่ในคืนนั้นเองกลับมีผู้พบศพชายคนหนึ่งแขวนคอตายที่ประตูดังกล่าว เมื่อถูกซักไซร้ เพื่อนคนนั้นยอมรับว่ารู้สึกราวเหมือนถูกเรียกให้ไปตาย และแม้ได้รับอนุญาตให้แวะมาบอกเจ้าภาพก่อน เขาก็ยังรู้สึกว่าต้องกลับไปทำตามคำสั่ง เรื่องเล่านี้มักถูกตีความว่าเป็นตัวอย่างของการถูกหลอกล่อจนขาดการควบคุมตนเอง และเป็นหนึ่งในนิทานที่ย้ำเตือนว่าพลังของอิซึกิไม่ได้อยู่ที่รูปร่าง แต่มาจากการบงการความคิดจากภายในจิตใจมนุษย์เอง

แม้ในปัจจุบันความเชื่อเรื่องผีรัดคอจะไม่มีบทบาทเหมือนในยุคเอโดะ แต่ภาพแทนของ “เสียงเรียกจากความมืด” ยังปรากฏในสื่อร่วมสมัย ตั้งแต่เรื่องสยองขวัญสมัยใหม่ไปจนถึงงานวรรณกรรมว่าด้วยสุขภาพจิต นักวิจัยบางคนมองว่าอิซึกิกลายเป็นบทเปรียบเทียบใหม่ของโรคซึมเศร้าและแรงกดดันในสังคมที่ทันสมัย เพราะมันสะท้อนทั้งความโดดเดี่ยว ความรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถบริหารชีวิตได้ และความหวาดกลัวต่อความคิดด้านมืดที่โผล่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เรื่องผีชนิดนี้จึงยังคงได้รับความนิยม เพราะสุดท้ายแล้ว ความน่ากลัวที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่วิญญาณที่ชวนไปตาย แต่อยู่ที่คำถามว่ามนุษย์จะต่อต้าน “เสียงจากความมืดในใจตัวเอง” ได้หรือไม่ต่างหาก
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สยองผีญี่ปุ่น : หุ่นตัวแทน
– สยองผีญี่ปุ่น : วิญญาณแห่งความหึงหวง
– สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจผู้โปรดปรานโมจิ
– สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจแห่งราโชมอน
– สยองผีญี่ปุ่น : ภิกษุปลา
ที่มา: yokai.com
#สยองผีญี่ปุ่น : ผีรัดคอตัวตายตัวแทน (Itsuki Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น


