คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (1) การพักรบกับฝรั่งเศส และ “สันติภาพในเอเชียตะวันออก”
สวัสดีครับ หลังจากที่ผมได้เขียน “เนื้อเรื่องหลัก” ของซีรี่ส์เล่าประวัติศาสตร์อันนี้จบไปแล้วนะครับ เนื่องจากผมได้อ่าน “ภาคผนวก” ในวิทยานิพนธ์เล่มดังกล่าวและเห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจ จึงอยากจะขอคัดข้อความของภาคผนวก (ได้แก่ข้อตกลง คำแถลงการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์) มาให้ได้อ่านและอภิปรายกันนะครับ ในตอนนี้ จะว่าด้วยข้อตกลงที่ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเจรจาในฐานะ “มหามิตร” เพื่อสงบศึกระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ดังนี้ครับ
ว่าด้วยการพักรบระหว่างอินโดจีนฝรั่งเศสและประเทศไทย
รัฐบาลแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่น โดยที่มีความปรารถนาจะเหตุกรพิพาทระหว่างอินโดจีน กับประเทศไทยเป็นที่ระงับกันโดยเร็วที่สุดที่จะเป็นได้ จึงได้เสนอขอทำการไกล่เกลี่ยต่อรัฐบาลฝรั่งเศสและรัฐบาลไทย
โดยที่รัฐบาลทั้งสองนี้ได้ยอมรับข้อเสนอไกล่เกลี่ยดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลทั้งสามจึงได้แต่งตั้งผู้แทนแต่ละฝ่าย ผู้ได้ตกลงกันในข้อสัญญาต่อไปนี้
ข้อ ๑. ให้กองทหารของอินโดจีนและของประเทศไทยแต่ละฝ่ายถอยจากที่ตั้งจริงของ ตนเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๑๙๔๑ (พ.ศ.2484) เวลา ๑๐.๐๐ น. (เวลาท้องที่) ออกไป ๑๐ กิโลเมตร โดย ทั่วไป ต่อไปนี้คือ โดยเฉพาะกรณีให้กองทหารของทั้งสองประเทศแต่ละฝ่ายถอยไปยังเส้นหรือจุดดั่งกล่าว
(ย่อ)
เป็นที่ตกลงว่า อาณาเขตของทั้งสองประเทศซึ่งไม่มีกำลังทัพของแต่ละฝ่ายตั้งประจำอยู่ และซึ่งฝ่ายปัจจามิตรมิได้ล่วงละเมิดเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม เวลา ๑๐.๐๐ น. (เวลาท้องที่) นั้น จะถูกยึดด้วยกำลังทหารโดยฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใดไม่ได้ ให้ถือเส้นที่สามอันผ่านในระยะกึ่งกลางจากจุดที่ถอนทหารอินโดจีนและจุดที่ถอนกอง ทหารไทยนั้น เป็นเส้นเขตการตำรวจของรัฐบาลทั้งสองแต่ละฝ่ายในเขมร
ในแคว้นลาวใต้ที่ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงนั้น ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นผู้ทำการ ตำรวจในตอนเหนือของแนวเส้นจากช่องเขาแปรกชาโบก ถึงมูลป่าโมก และให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอินโดจีนเป็นผู้ทำการตำรวจในตอนใต้ของแนวเส้นนี้
ในแคว้นลาวเหนือที่ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นผู้ทำการ ตำรวจในตอนต้นของลำน้ำปุย และให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอินโดจีนเป็นผู้ทำการตำรวจในตอนเหนือของลำน่านั้น ภายในเขตตำรวจแต่ละตอนดังกล่าวข้างต้นนี้ รัฐบาลทั้งสองจะจัดให้มีประจำอยู่ได้ ก็แต่พนักงานตำรวจพลเรือนซึ่งมีแต่ปืนสั้นเท่านั้น
ข้อ ๒. ห้ามมิให้เรือรบของทั้งสองประเทศที่กล่าวข้างต้นแต่ละฝ่ายข้ามแนวเส้นดั่ง- ต่อไปนี้คือ แนวเส้นจากหลักเขตแดนที่ชายฝั่งอ่าวไทย ไปจนถึงจุดตัดกันของขีดยาว ๑๐๒.๔๐
ข้อ ๓. ห้ามมิให้เครื่องบินทหารของแต่ละประเทศบินล่วงล้ำาอาณาเขตของอีกฝ่ายหนึ่ง อนึ่ง เครื่องบินทหารเหล่านี้ จะบินข้ามเส้นที่อยู่ห่าง ๑๐ กิโลเมตร จากหลังแนวดังที่กำหนด ไว้ในข้อ ๑ วรรค ๒ และในข้อ ๒ นั้นไม่ได้
ข้อ ๔. การถอยกองทหารดังกล่าวในข้อก่อนๆ ข้างต้นนั้น จะต้องให้เสร็จภายใน กำหนดเวลา ๗๒ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาลงนามในข้อตกลงพักรบ
ข้อ ๕. นอกจากนั้นไม่ให้กองทหารของทั้งสองประเทศกระทำการใด ๆ อันพึงจะก่อ ให้กลับมีการพิพาทขึ้นอีกได้
ข้อ ๖. ให้การพักรบมีกำหนดเวลา ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๑๙๔๑ เป็นต้นไป และเงื่อนไขแห่งการระงับข้อพิพาทอย่างเด็ดขาดนั้น จะต้องตกลงกันก่อนสิ้นกำหนดเวลาที่กล่าวนี้
อย่างไรก็ดี ถ้าการระงับข้อพิพาทอย่างเด็ดขาดนั้น ไม่เป็นที่สำาเร็จได้ภายในกำหนด เวลานี้แล้ว อาจจะขยายเวลาของสถานะการพักรบต่อไปอีกได้ ด้วยความตกลงของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องทั้งสาม
ข้อ ๗. ผู้แทนญี่ปุ่นจะได้ลงนามในข้อตกลงพักรบเหมือนกันในนามของรัฐบาลของจักรพรรดิ ผู้แทนญี่ปุ่นนี้จะได้ควบคุมการปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการพักรบ
ข้อ ๘. รัฐบาลของประเทศคู่กรณีทั้งสองจะได้ให้ความสะดวกที่จำเป็นทุกอย่างแก่ผู้แทนญี่ปุ่น ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ทำการควบคุมการพักรบ
ข้อ ๙. ให้คืนบรรดาเชลยศึกของแต่ละฝ่ายแก่กันและกันโดยทันที ภายหลังที่ได้ลงนามในข้อตกลงอันจะได้กระทำขึ้นเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทอย่างเด็ดขาดนั้น
ข้อ ๑๐. ข้อตกลงฉะบับนี้ได้ทำขึ้นเป็นภาษาญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและไทย ในกรณีที่มีการแตกต่างกันขึ้นในการตีความระหว่างตัวบทภาษาญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และไทย ให้ถือตัวบทภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก
ท่าที่เมืองไซง่อน วันที่ ๓๐ มกราคม ค.ศ. ๑๙๔๑
พิธีสารระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น
ว่าด้วยหลักประกันและความเข้าใจกันทางการเมือง
รัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น
มีความปรารถนาเท่าเทียมกันในอันจะรักษาสันติภาพในเอเชียตะวันออก
อาศัยเจตนารมณ์สันติและมิตรภาพ ซึ่งได้อำนวยการจัดทำสนธิสัญญา ฉะบับวันที่ ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๐ (พ.ศ.2483) และมีความปรารถนาจริงใจเท่าเทียมกันที่จะคงดำเนินในทางนี้
ใคร่จะยังเสถียรภาพให้แก่สัมพันธไมตรี ซึ่งเพิ่งกลับสถาปนาขึ้นระหว่างประเทศไทย กับฝรั่งเศส จึงได้ทำความตกลงกันดังต่อไปนี้
๑. รัฐบาลญี่ปุ่นให้ประกันแก่รัฐบาลไทย ในลักษณะเด็ดขาดและถอนคืนไม่ได้ แห่งความระงับการขัดกันระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศส อันเป็นผลสืบจากการไกล่เกลี่ยของรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องแต่อนุสัญญาสันติภาพระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศส ฉะบับวันที่ ๙ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๑ และบันดาเอกสารภาคผนวก
๒. รัฐบาลไทยสนองรับหลักประกันของรัฐบาลญี่ปุ่นดังกล่าวแล้ว และจะพยายามรักษาสันติภาพในเอเชียตะวันออก โดยฉะเพาะอย่างยิ่งจะพยายามสถาปนาสัมพันธไมตรีแห่งเพื่อนบ้านที่ดี กับทั้งบำรุงเศรษฐสัมพันธ์อันสนิทระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น
รัฐบาลไทยแถลงไว้ด้วยว่า ไม่มีเจตนาที่จะทำความตกลง หรือความเข้าใจใด ๆ กับ ประเทศภายนอก เพื่อร่วมมือกันทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการทหาร ในสภาพที่จะให้รัฐบาลไทยขัดกับญี่ปุ่นโดยตรงหรือโดยทางอ้อม
๓. พิธีสารนี้ จะได้รับสัตยาบัน และจะได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันกัน ณะ กรุงโตกิโอ (โตเกียว) ภายในสองเดือนหลังจากวันลงนาม พิธีสารนี้ จะได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันแลกเปลี่ยนสัตยาบันเป็นต้นไป
เพื่อเป็นพยานแห่งการนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องจากรัฐบาลแต่ละฝ่าย ได้ลงนามและประทับตราพิธีสารนี้ไว้เป็นสำคัญ ทำคู่กันเป็นสองฉบับ เป็นภาษาไทยและญี่ปุ่น ณะ กรุงโตกิโอ เมื่อวันที่เก้า เดือนที่ห้า พุทธศักราช สองพันสี่ร้อยแปดสิบสี่ ตรงกับวันที่เก้า เดือนที่ห้า ปีสโยวา (โชวะ) ที่สิบหก
ครับ ญี่ปุ่นเป็น “มหามิตร” ครับ “มหา” แปลว่า “ใหญ่” ครับ
ญี่ปุ่นเขา “ใหญ่” กว่าเราครับ ในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศยิ่งใหญ่ ได้เข้ามาเป็นพี่ใหญ่ ช่วยเจรจาพักรบ ประกันสันติภาพในอินโดจีน (ซึ่งมาพร้อมกับการให้ไทยได้ดินแดนอินโดจีนที่เสียไปสมัย ร.๕ กลับคืนมา)
อ่ะ เรามาร้องเพลงกันดีกว่า
มณฑลบูรพา เคยได้เป็นของเรา
เสียมราฐ พระตะบอง บ้านพี่เมืองน้องมาช้านาน
แต่ครั้งโบราณก่อนเก่า ไทยชาติไทยใจเศร้า
เลือดเนื้อเชื้อเผ่า ถูกเขายื้อแย่งไป
คอย ไทยเราเฝ้าคอย แต่กำลังยังน้อย
สู้กันไม่ไหว ร่วม 30 ปี
ทัพของไทยก็มี สมรรถภาพและเข้มแข็งยิ่งใหญ่
ทหารภาคบูรพา ยกพลโยธี
รุกไล่โจมตี พวกไพรีแตกหนีพ่ายไป
กองทัพบูรพา องอาจเก่งกล้า
เทิดเกียรติก้องหล้า เลือดทหารชาติไทย
อ่า ถ้าญี่ปุ่นไม่แพ้สงคราม เราจะได้เก็บสตางค์หาเงินจากการที่คนต่างชาติมาเที่ยว “นครวัด” กันแล้ว แต่ก็นะ มันก็แค่ what if…? สิ่งที่เป็นจริงเกิดขึ้นจริงก็คือเกิดประเทศกัมพูชาที่มีฝรั่งเศสเป็นพ่อ ทุกวันนี้เหมือนจะเป็นเมืองขึ้นจีน (แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้หักหลังจีนไปซบอเมริกาแทน) และต้องเกลียดไทย
นครจำปาสัก เป็นที่รักของชาวไทย
พลัดพลากจากไทยไป อยู่ต่างแดนที่ช้านาน
ไทยเฝ้าคำนึง ไทยมุ่งรำพึง
ระลึกถึงตลอดกาล ฤกษ์งามยามดี
ไทยเข้าโจมตี เหล่าร้ายไพรี
แตกหนีแหลกราญ ธงไทยธงชัย
ปลิวโบกอยู่ใน เขตแคว้นไพศาล
กองทัพเกรียงศักดิ์ ไชโย
ยกเข้าหาญหัก ไชโย
ได้จำปาสัก ไชโย
มาสมัคร สมาน
พี่น้องเลือดไทย ล้วนใจชื่นบาน
เทิดเกียรติทหารหาญ ของไทยยิ่งเอย
(น่าเสียดาย ผมมาไฟล์เพลงมาให้ท่านผู้อ่านฟังไม่ได้)
ถ้าญี่ปุ่นไม่แพ้สงคราม นครจำปาสักอันเป็นที่รักของชาวไทยก็จะได้มาเป็นไทยด้วยกัน ไม่ใช่เป็น “ลาว” ที่รักญวณแต่เกลียดไทยอย่างที่เป็นอยู่
“บางที เกมอาจจะเปลี่ยนเล็กน้อยนะฮะ” พี่เน ได้กล่าวเอาไว้
เกมเปลี่ยนจริงๆ ไม่เล็กน้อยด้วยล่ะ
อย่างไรก็ดี สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ผมอยากจะเรียกมันเล่นๆ ว่า Pax Iaponica (แพ็กซ์ ยาปอนิกา) “สันติภาพญี่ปุ่น” เลียนตาม Pax Romana, Pax Britannica, Pax Americana โรมเป็นเจ้าแห่ง “โลกเมดิเตอเรเนียน” ส่วนบริเตนใหญ่กับอเมริกาคงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะยิ่งใหญ่แผ่ไพศาลไปยิ่งกว่าโรมอีก
ส่วนญี่ปุ่นก็คิดจะเป็นเจ้าแห่ง “โลกเอเชียตะวันออก”
อีกคำที่อยากจะพูดก็คือคำว่า เศรษฐสัมพันธ์ ซึ่งผมตีว่าหมายถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ประเทศใดที่จะตั้งตนเป็นใหญ่ ล้วนแต่ต้องเป็นใหญ่ในทางเศรษฐกิจให้ได้ก่อน อยากเป็นใหญ่ด้วยวิธีคลาสสิก ก็ต้องซื้อถูกขายแพง สินค้าปฐมภูมิ (สินค้าเกษตร) ก็ซื้อให้ถูก สินค้าทุติยภูมิ (สินค้าอุตสาหกรรม) ก็ขายให้แพง (บวกมูลค่าเพิ่มเข้าไป ต้นทุนการประดิษฐ์คิดค้น ต้นทุนเครื่องจักรกล ฯลฯ) บริเตนใหญ่เคยรวยก็เพราะมุกนี้มาแล้ว ขอบอก
รัฐบาลไทยแถลงไว้ด้วยว่า ไม่มีเจตนาที่จะทำความตกลง หรือความเข้าใจใด ๆ กับ ประเทศภายนอก เพื่อร่วมมือกันทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการทหาร ในสภาพที่จะให้รัฐบาลไทยขัดกับญี่ปุ่นโดยตรงหรือโดยทางอ้อม
ย้ำอีกครั้ง ญี่ปุ่นเป็น “มหามิตร” ที่แปลว่า มิตรที่ตัวใหญ่กว่าเรา จะทำอะไรก็นะ ดูสีหน้า “ลูกพี่” ด้วยนะ 555
หวังว่าประเด็นที่ผมชี้ จะทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อได้นะครับ
พบกันใหม่ตอนหน้านะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (6) ยามเมื่อลมเปลี่ยนทิศ จนสิ้นสุดสงคราม
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (5) พันธมิตรของเรา เล่นเอาเศรษฐกิจแย่
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (4) เราจะไม่มี “พม่าไทใหญ่” ถ้าเราได้มี “สหรัฐไทยเดิม”
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (3) “วงไพบูลย์แห่งมหาเอเชียบูรพา” Will Make Thailand Great Again
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (2) “ญี่ปุ่นมหามิตร” เพื่อเพื่อน น้อยกว่านี้ได้ยังไง
#ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (1) การพักรบกับฝรั่งเศส และ “สันติภาพในเอเชียตะวันออก”


