คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
G.I. Samurai (1979) ตกลงแล้ว เราเลือก “ทางเดินชีวิต” จากอะไร?
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้จะมาสปอยล์หนังเรื่อง… (เฮ้ยยยยยยยยย หยุดก่อน) เอาเป็นว่า ที่จริงแล้ว ในหัวผมเคยนึกอยู่เนืองๆ นะ ว่าเออ น่าจะเขียนถึงหนังเรื่องนี้ที่ได้ดูในยูทูป แต่ จะเขียนถึงมันยังไงดี ที่จริงแล้วหนังเรื่อง “เซนโกคุจิเอย์ไต” (戦国自衛隊) เนี่ย ด้วยความที่พล็อตเรื่องมันคลาสสิกมาก คิดได้ไงวะเอา “กองกำลังป้องกันตนเอง” ของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ไปโผล่ย้อนอดีตไปถึงยุคเซ็นโกคุ
เรื่องนี้จริงๆ ถูกสร้างหลายเวอร์ชั่นทั้งภาพยนตร์และละครทีวีในชื่อญี่ปุ่นชื่อเดียวกัน แต่ชื่อภาษาอังกฤษนั้นต่างกันเลย ดังนั้น ผมจะขอพูดถึงความประทับใจที่มีต่อหนังเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นคลาสสิกปี พ.ศ. 2522 ซึ่งฉายในชื่อภาษาอังกฤษว่า G.I. Samurai (บ้างก็เรียก Time Slip) นำแสดงโดยนักแสดงระดับคลาสสิกจริงๆ Sonny Chiba ซึ่งเป็นตัวเอกแบกเรื่องไปเลยจนจบ ในบทร้อยโทอิบะ ผู้บัญชาการหน่วยรบของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกที่ดันเจอปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ โดนวาร์ปไปอยู่ในยุคเซ็นโกคุเมื่อสี่ร้อยปีก่อนโน่น

หน้าปกดีวีดี (ที่มา IMDB)
พอมาถึงก็เจอดี ทหารยุคนั้นเห็นหน้าแปลกแต่งตัวแปลกคิดว่าเป็นศัตรูไว้ก่อน ซัดธนูใส่ซะ พวกในหน่วยเลยทนไม่ไหวต้องเอาปืนกลกราดยิง ปรากฎว่าพอพวกนั้นเผ่นไปสักพัก พวก “ฝ่ายตรงข้าม” ของพวกนั้นก็โผล่มา พวกกองกำลังฝ่ายตรงข้ามนี้ นำโดย นางาโอะ คาเงโทระ (長尾景虎) พูดชื่อนี้เอาจริงๆ ผมก็เฉยๆ เพราะไม่รู้จักว่าเป็นใคร แต่พอไปค้นวิกิฯ คือ ท่านผู้อ่านครับ นางาโอะ คาเงโทระ เป็นชื่อเดิมของ อุเอสุงิ เคนชิน ครับ (ผ่าง) เมื่อคาเงโทระได้เห็นอาวุธ “ล้ำสมัย” (ตามตัวอักษรเลย “ล้ำสมัย” เพราะมาจากอนาคตอีกสี่ร้อยปีข้างหน้าโน่น) ก็เลยอยากจะผูกมิตรกับอิบะเอาไว้ โดยกล่อมว่าถ้ามีอาวุธแบบนี้เนี่ย (ทั้งรถถัง ปืนกล เฮลิคอปเตอร์) เรา “ยึดครองใต้หล้า” (เท็นกะ โวะ โทรุ 天下を取る) ได้เลยนะ
ระหว่างนี้ก็มีเรื่องราวย่อยๆ ของบรรดาทหารในหน่วยของอิบะ ทั้งคนที่พยายามวิ่งหนีไม่รู้สี่รู้แปดไปหาสาว (ในยุคปัจจุบันที่นัดกันไว้) ทั้งเรื่องของลูกน้องแตกแถวอย่างกลุ่มของพลทหารยาโนะ ที่ไปปล้นชิงเรือของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (ที่ดันหลงเวลามาด้วย) แล้วเที่ยวไปฆ่าคน ฉุดคร่าผู้หญิงไปทั่ว จนอิบะ ต้องรับผิดชอบ “จัดการ” ลูกน้องแตกแถวกลุ่มนี้ซะ
จนในที่สุด หลังจากที่กองกำลังของอิบะ ได้ช่วยเหลือคาเงโทระในการโจมตีฝ่ายศัตรู อิบะก็นึก (นึกแบบนึกเอาเองอยากมโนตามจริตตัวเองหรือเปล่าก็เหลือจะเดา) ว่า ถ้าต่อสู้จนได้ “ยึดครองใต้หล้า” เปลี่่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ ก็จะสามารถกลับสู่ยุคปัจจุบันได้ ซะงั้น (อาจจะอยากสนองนีดการได้ต่อสู้ แบบสู้จริงฆ่าคนในสนามรบจริงๆ) พี่แกก็เลยจัดแจงบอกลูกน้องว่า เราจะไปเพื่อเป็นพันธมิตรร่วมรบกับคาเงโทระนะ เราจะได้ “ยึดครองใต้หล้า” เย้
ท่ามกลางลูกน้องที่เฮตามหัวหน้า มีพลทหารอยู่คนหนึ่งที่ตัดสินทางชีวิตด้วยหัวใจตัวเอง นั่นคือ พลทหารเนโมโตะ หนุ่มอารมณ์ดีใส่แว่นสีชา ก่อนหน้านั้นเขาบังเอิญได้เจอเด็กๆ ที่พ่อถูกโจรฆ่าตาย มีแต่แม่อยู่กับบ้าน ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองเลี้ยงน้อง เนโมโตะตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลเด็กๆ พวกนี้เสมือนเป็นพี่ชาย ในขณะที่คนอื่นๆ เฮละโลจะไป “ยึดครองใต้หล้า” กันนั้น เนโมโตะกลับเดินไปบอกผู้กองอิบะว่า “ผมขออยู่ที่นี่นะครับผู้กอง มีเด็กๆ ที่คอยให้ผมไปเป็นพี่ชายอยู่” ซึ่งผู้กองอิบะก็เคารพการตัดสินใจของเนโมโตะ แล้วกองกำลังของอิบะก็เดินหน้าไป “ยึดครองใต้หล้า” ต่อ
แต่อนิจจา ในการศึกกับกองทัพใหญ่ของ ทาเคดะ ชินเก็น ถึงอาวุธจะ “ล้ำสมัย” แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ยิ่งกองทัพฝ่ายทาเคดะรู้ข่าวเกี่ยวกับกำลังรบของอิบะ พวกเขาก็เตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ ทั้งเกวียนจุดไฟ เกวียนไม้ซุงปลายแหลม สกัดยานเกราะ สกัดรถถังไม่ให้เคลื่อนที่ได้ ถึงกองกำลังป้องกันตนเองจะมีปืน แต่สุดท้าย ก็โดนธนูสาดบ้าง โดนหอกรุมแทงบ้างตายอนาถ แม้แต่เฮลิคอปเตอร์ กองทัพทาเคดะก็ใช้ “นินจาโคงะ” ไต่ขึ้นไป “เชือด” คนขับ ฮ. จน ฮ. ตกจนได้ แต่อิบะตัวคนเดียว ฝ่าวงล้อม ชิงม้าชิงธนูชิงดาบ ไล่ฆ่าตะลุยเรื่อยมาจนถึงค่ายของทาเคดะ มาถึงตรงนี้แล้ว ทาเคดะ ชินเก็น ก็ยอมดวลดาบแบบตัวๆ กับอิบะตามประเพณีนักรบ (แม่ทัพสองฝ่ายมาดวลกัน) แต่อิบะเล่นลูกไม้ ประดาบสู้ไม่ได้ก็โยนดาบทิ้ง แอบไปอยู่หลังต้นไม้แล้วชักปืนพกยิงทาเคดะตายซะงั้น! เสร็จแล้วก็ตัดเอาหัวของ ทาเคดะ ชินเก็น ไปเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ
ที่จริงแล้ว อิบะนั้น ชนะศึก แต่แพ้สงคราม เพราะอะไร? เพราะกองกำลังของตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว ฮ. ตกบึ้ม ยานเกราะ รถถัง ที่จะไม่มีกระสุน ไม่มีน้ำมัน ก็แค่เศษเหล็ก ต้องเอาทิ้งน้ำไป กำลังพลก็ตายกันเกือบหมด เหลือรอดมาได้แค่ห้าหกคนหนีไปซ่อนตัวอยู่ในวัดร้าง
อีกด้านหนึ่ง คาเงโทระต้องไปเข้าพบนักบวชรูปหนึ่งที่เป็น “คนใหญ่คนโต” ที่วังหลวงเกียวโต ท่านบอกมาว่า ท่านโชกุน อาชิคางะ โยชิอากิ มีบัญชาให้คาเงโทระ “กำจัด” พวกอิบะซะ (ทำนองว่าหมดประโยชน์แล้ว และการไปเป็นพันธมิตรกับอิบะ ซึ่ง “มาจากไหนก็ไม่รู้” อาจทำให้คาเงโทระน่ะแหละ กลายเป็นศัตรูกับราชสำนักได้) ถ้าไม่ทำ คาเงโทระน่ะแหละที่ชีวิตจะหาไม่
พอเช้ามา อิบะเห็นว่า คาเงโทระยกกองกำลังมา ดีใจนึกว่าพันธมิตรเพื่อนกันจะมาช่วย แต่เปล่าเลย เมื่ออิบะได้รู้เจตนาที่แท้จริงของคาเงโทระ อิบะก็ขอ “ดวลดาบ” อย่างชายชาติซามูไร แต่อนิจจา! คาเงโทระไม่ยอมเล่นด้วย เล่นเอาปืน (ปืนคาบินที่อิบะเคยให้ไว้) ยิงอิบะตายซะงั้น (ฉากนี้นับว่าตลกร้ายมาก) ส่วนกำลังพลของอิบะที่เหลือก็โดนธนูรุมยิงจนตาย
เสร็จแล้ว คาเงโทระก็ให้มีการปลงศพพวกอิบะตามธรรมเนียม เอาผ้าคลุมอย่างดี ยกไปไว้ในวิหารวัดร้าง แล้วก็เอาธนูไฟ ยิงเผาให้มอดไหม้ไปเสียด้วยกันหมด
แล้วหนัง ก็จบแต่เพียงเท่านี้ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับสปอยล์… (นี่แน่ 5555) นั่นแหละครับ ชีวิตมันจะเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่ทางที่เลือกเดิน
อิบะเลือกเดินทางตามใจตามมโนของตัวเอง อยากเป็นนักรบ อยากได้ฆ่าศัตรูในสนามรบของจริง (ที่ในยุคของตัวเองทำไม่ได้) เลยเออออนึกไปว่าตัวเองเป็นเพื่อนเป็นพันธมิตรกับคาเงโทระ แบบ อยากจะเป็นโตเป็นใหญ่ไปด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ นะ…
คาเงโทระ เอาจริงๆ ไม่ได้มีทางอะไรให้เลือกเดินเท่าไหร่ เป็นนักรบซามูไร ยังไงเจ้านายหรือคนมีอำนาจมากกว่าเขาสั่งอะไรมาก็ต้องทำ
บรรดากำลังพลของอิบะเลือกทางเดินแบบไม่ได้นึกอะไรด้วยตัวเอง ออกแนวพวกมากลากไป หัวหน้าเขาเอาแบบนี้ฟังดูเข้าทีก็เฮละโลตาม สุดท้ายก็เหมือนเอาชีวิตไปทิ้ง
คงมีแต่ พลทหารเนโมโตะ ที่เลือกทางเดินชีวิตด้วยหัวใจ แม้มันจะสวนทางกับพรรคพวกส่วนใหญ่ สวนทางกับความคิดของหัวหน้าตัวเองก็ตาม
สิ่งที่ผมรู้สึกว่า ผมได้อะไรมาสะเกาจิตสะกิดใจ จากหนังเรื่องนี้นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้มีคุณค่าน่าประทับใจ มากไปกว่าการแค่ขายจินตนาการแบบดรีมแมตช์จำพวก “จะเป็นยังไงเมื่อกองทัพสมัยใหม่ปะทะกับกองทัพโบราณ” อะไรประมาณนี้มากมายครับ
ก่อนจะจากกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอแถมท้ายสปอยล์หนัง “เซนโกคุจิเอย์ไต” (戦国自衛隊) อีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ซึ่งเวอร์ชั่นนี้มีชื่อภาคภาษาอังกฤษว่า Samurai Commando: Mission 1549 เป็นหนังปี 2005 นะครับ เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก และไม่มีเนื้อหาแก่นสารของความเป็นดราม่าหนังชีวิตอย่างเวอร์ชั่นปี 1979 เลย กลายเป็นแค่หนังดรีมแมตช์ “จะเป็นยังไงเมื่อกองทัพสมัยใหม่ปะทะกับกองทัพโบราณ” จริงๆ ไปละ

ใบปิดหนัง (ที่มา IMDB)
เนื้อเรื่องมีอยู่ว่ากองกำลังป้องกันตนเองได้ทดลองโล่แม่เหล็กไฟฟ้า แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค กองกำลังที่เป็นตัวทดลอง ดันหายไปแบบสลับเอาซามูไรหลงทางคนนึงโผล่มาที่ยุคนี้ ส่วนกองกำลังนั้น ดันไปอยู่ในยุคเซ็นโกคุแทน!? ทางการก็เลยต้องส่งหน่วย “ย้อนอดีต” เพื่อไปค้นหากองกำลังที่หายไปนี้ พอหน่วยของพระเอก (ที่เป็นหน่วยค้นหา) ไปถึงอดีตยุคนั้นแล้ว ก็พบว่า เวลามันเหลื่อมผ่านมาสามปีแล้ว (หรือไงนี่ล่ะ) และผู้บัญชาการของกองกำลังที่หายไป คือ พันเอกมาโตบะ นั้น ได้สวมรอยเป็น “โอดะ โนบุนางะ” ตั้งตนเป็นใหญ่สร้างปราสาทอลังการที่มีทั้งโรงกลั่นน้ำมันจนถึงระเบิดปรมาณู (เฮ้ย) มีเฮลิคอปเตอร์บินว่อน มีทหารในซุดเกราะซามูไรแต่สะพายปืนไรเฟิลอีก (ซึ่งจริงๆ ก็คือกำลังพลของมาโตบะน่ะแหละ) และหน้าที่ของพระเอกคือหยุดยั้งความบ้าของพันเอกมาโตบะ ที่คิดจะเอาระเบิดไปบึ้มภูเขาไฟฟูจิ แล้วตั้งตัวเองเป็นโชกุน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล (ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้) ให้จงได้
เป็นหนังที่ดูเอาสนุกพอได้ แต่ในแง่คุณค่าสาระแง่คิดปรัชญาชีวิต ไม่มีอะไรเทียบกับ G.I. Samurai ปี 1979 ได้เลย
วันนี้ก็ขอลาไปก่อนพบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– “Hokuto no Ken” กับความรู้สึกที่ผมได้กลับไปอ่านมันอีกครั้งเมื่อผมอายุ 48!
– “แฝด” (双生児) อีกหนึ่งเรื่องสั้นไอเดียสะพรึงจากปลายปากกาของ เอโดงาวะ รัมโปะ
– เรื่องของ “หุ่นยนต์” กับ “เอไอ” อ่านแล้วทำไมนึกถึง “Giant Robo” ก็ไม่รู้?
– คดีสตรีมเมอร์สาวญี่ปุ่นโดนแทงกลางไลฟ์ “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์”
– Uprising อะไรน่ากลัวกว่ากันระหว่าง “ศัตรูผู้รุกราน” กับ “สนิมเนื้อในตน”?
G.I. Samurai (1979) ตกลงแล้ว เราเลือก “ทางเดินชีวิต” จากอะไร?


