<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Jun 2026 03:53:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น &#8211; จริงหรือ?</title>
		<link>https://www.marumura.com/end-of-interpreter-and-translator/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2026 03:53:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[Interpreter]]></category>
		<category><![CDATA[Translator]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงานแบบญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นักแปลภาษาญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยสี่แห่งการแปลและล่าม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ล่ามญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับล่ามญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเป็นล่าม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=85614</guid>

					<description><![CDATA[อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น – จริงหรือ? บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล www.marumura.com ประมาณ 3-4 ปีมานี้ตั้งแต่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับคำว่า A.I. ในวงคนทำงาน ก็สังเกตได้ว่ากลุ่มของล่ามและนักแปลของทุกภาษาต่างก็แสดงทัศนคติต่อการพัฒนา A.I. เพื่อแปลภาษาอย่างมาก บ้างก็มองเป็นทางบวกว่าจะมาช่วยให้ล่ามและนักแปลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่บ้างก็มองในทางลบว่ามันจะมา disrupt และทำให้อาชีพล่ามและนักแปลต้องถึงคราว “อวสาน” เป็นแน่ ผู้เขียนเองเคยพูดถึง “ปัจจัยสี่แห่งการแปลและล่าม” ไว้ใน การล่ามและการแปลภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย วันนี้จึงจะชวนคุยอีกรอบเกี่ยวกับเรื่องการแปลและล่ามรวมทั้งบทบาทของ A.I. โดยปัจจัยสี่ที่ว่านั้นคือ “ความสามารถในภาษาต้นทาง&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น – จริงหรือ?</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-85614"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ประมาณ 3-4 ปีมานี้ตั้งแต่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับคำว่า A.I. ในวงคนทำงาน ก็สังเกตได้ว่ากลุ่มของล่ามและนักแปลของทุกภาษาต่างก็แสดงทัศนคติต่อการพัฒนา A.I. เพื่อแปลภาษาอย่างมาก บ้างก็มองเป็นทางบวกว่าจะมาช่วยให้ล่ามและนักแปลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่บ้างก็มองในทางลบว่ามันจะมา disrupt และทำให้อาชีพล่ามและนักแปลต้องถึงคราว “อวสาน” เป็นแน่</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-85622 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3.jpg" alt="อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น - จริงหรือ?" width="600" height="347" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3.jpg 600w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3-120x69.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3-90x52.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3-320x185.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_3-560x324.jpg 560w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" title=""></p>
<p>ผู้เขียนเองเคยพูดถึง <strong>“ปัจจัยสี่แห่งการแปลและล่าม”</strong> ไว้ใน <a href="https://www.marumura.com/japan-translation-and-interpretation/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">การล่ามและการแปลภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย</span></a> วันนี้จึงจะชวนคุยอีกรอบเกี่ยวกับเรื่องการแปลและล่ามรวมทั้งบทบาทของ A.I. โดยปัจจัยสี่ที่ว่านั้นคือ</p>
<h4 id="%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2" class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: center;"><strong>“ความสามารถในภาษาต้นทาง + ความสามารถในภาษาปลายทาง + ความรู้เฉพาะทางในแต่ละวงการ + จรรยาบรรณ”</strong></h4>
<p>สำหรับ 2 ปัจจัยแรกคือความสามารถในภาษาต้นทาง และ ความสามารถในภาษาปลายทาง ต้องยอมให้เครดิตว่า A.I. “อาจจะ” เหนือกว่าล่ามและนักแปลที่เป็นมนุษย์ “บางคน” ขึ้นกับความสามารถทางภาษาของมนุษย์คนนั้น ๆ อีก อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ใช่การแปลแต่เป็นการล่ามแบบฟังและพูดนั้นมีอุปสรรคอีกมากมายเช่น เสียงพูดของต้นฉบับออกเสียงไม่ชัด, มีเสียงรบกวนบริเวณที่ทำล่าม, อวัจนภาษาที่ต้องอาศัยการ “อ่านอากาศ (空気を読む)” ที่ A.I. ยังไม่สามารถ “เห็นและตีความอวัจนภาษาของผู้ส่งและผู้รับสาร” ได้ ผู้เขียนจึงคิดว่าหากเป็นการแปลนั้น A.I. น่าจะมีแนวโน้มทำได้ดีกว่ามนุษย์ (ยกเว้นการแปลที่เน้นการสร้างความรู้สึกที่มนุษย์ยังทำได้ดีกว่า) แต่หากเป็นการล่ามฟังและพูดนั้นมนุษย์ก็ยังมีภาษีอยู่ไม่น้อย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-85624" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1.jpg" alt="" width="800" height="648" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1-120x97.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1-90x73.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1-320x259.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_1-560x454.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ปัจจัยที่สามคือความรู้เฉพาะทางในแต่ละวงการ ต้องยอมรับว่า A.I. เหนือกว่ามนุษย์ไปไกลมากแล้วในด้านความรู้เชิงข้อมูล แต่มนุษย์ก็ยังไม่แพ้ในเรื่องข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถหาอ่านตามดิจิทัลทั่วไปได้ รวมทั้งการเข้าถึงความรู้เฉพาะทางในแต่ละวงการก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยทักษะแบบมนุษย์เช่น การอ่านอากาศ การอ่านและตีความอวัจนภาษาอยู่ดี รวมทั้งการสานสัมพันธ์อันดี การนัดดื่มกินสร้างมิตรภาพ ฯลฯ ทำให้ยังพูดว่า A.I. ชนะมนุษย์ได้ยาก (A.I. ชวนชาวญี่ปุ่นไปชนแก้วสร้างสัมพันธ์ไม่ได้นี่นา)</p>
<p>ปัจจัยสุดท้ายคือจรรยาบรรณ ซึ่งในข้อนี้มนุษย์ชนะแน่นอน เพราะจรรยาบรรณเป็นเรื่องของวิจารณญาณ แต่ A.I. ไม่มีประสบการณ์ส่วนตัวแบบมนุษย์จึงไม่สามารถมีหรือใช้วิจารณญาณได้ ในประเด็นนี้มนุษย์จึงชนะขาดแน่นอน เพราะมนุษย์มีวิจารณญาณที่ตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่มีจรรยาบรรณก็ได้ ในขณะที่ A.I. ไม่มีความสามารถนี้มาตั้งแต่ต้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-85623" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2.jpg" alt="" width="800" height="741" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2-120x111.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2-90x83.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2-320x296.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_2-560x519.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>เมื่อเปรียบมวยดูแล้ว ก่อนอื่นต้องพูดว่าอาชีพล่ามและนักแปลยังไม่ถึงกาลอวสาน แต่ระดับความสามารถที่ต้องการนั้นจะสูงขึ้นอีกมาก ตระหนักไว้เลยว่าหากรู้ภาษาญี่ปุ่นแค่ N2-N5 นั้น สู้ใช้ A.I. ค่ายที่ยอมจ่ายค่าบริการก็น่าจะทำได้ดีกว่ามนุษย์มากนัก หากจะเป็นล่ามและนักแปลมืออาชีพ ควรจะต้องมีอย่างน้อย N1 บวกกับปัจจัยสี่แห่งการแปลและล่าม คือมีความรู้เฉพาะทางเสริมจากความสามารถทางภาษา และมีจรรยาบรรณอีกด้วย และต้องมีทักษะการใช้ A.I. ให้รับใช้เราเอง ไม่ใช่ทำตัวเองให้กลายเป็นเบี้ยล่างของ A.I.</p>
<p>ผู้เขียนเองจึงมองด้วยประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองว่า ในอดีตที่ผ่านมาเราจะมีคนประกอบอาชีพล่ามจริง ๆ ที่เรียนสายภาษาญี่ปุ่นมาโดยตรง แล้วหาความรู้เฉพาะทางในแต่ละวงการเพิ่ม แล้วมาประกอบอาชีพล่าม เป็นลักษณะของ Japanese + Other skills แต่ในยุคหลังจากนี้เป็นต้นไปจะมีแนวดังกล่าวน้อยลงแล้ว คือไม่ใช่เรียนสายภาษาญี่ปุ่นมาโดยตรง แต่เป็นการเรียนคณะอื่นมาเลยที่มาเพิ่มความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นแทนแบบ Other skills + Japanese กันมากขึ้น</p>
<p><strong>แต่ยังคงสนับสนุนให้ทุกคนเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะการรู้ภาษาต่างประเทศหมายถึงการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องประกอบอาชีพล่ามและนักแปลเสมอไปนี่นา</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all">
<strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong><br>
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ &gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98-Weerayuths-Ideas-110765424910879" title="">https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas</a>
</div>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=85110" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>โชจู (Shochu) และโซจู (Soju) นั้นต่างกันไฉน?</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=84335" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จากนักร้องคัฟเวอร์โนเนมสู่นักร้องชื่อดัง: Uru</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=83702" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>คาราเต้ค่อย ๆ กลายเป็นศาสตร์เพื่อสุขภาพไปทีละนิด</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=83167" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>คนญี่ปุ่นแต่งงานเพราะความรักมากขึ้น แต่งงานผ่านพิธีดูตัวน้อยลง และแต่งงานเพราะรู้จักกันในเน็ตเพิ่มอย่างรวดเร็ว</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=82562" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ประวัติศาสตร์ของคำศัพท์เรียกอาหารเส้นของญี่ปุ่น:　โซบะ, นานกิงโซบะ, ชินะโซบะ, ชูกะโซบะ, และ ราเม็ง</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพจาก </strong><br>
<a href="https://zoom-japanese-interpreter.com/contact/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://zoom-japanese-interpreter.com/contact/</span></a><br>
<a href="https://conference-interpretation.asia/japanese-interpreter/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://conference-interpretation.asia/japanese-interpreter/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#อวสานล่ามและนักแปลภาษาญี่ปุ่น – จริงหรือ? #ล่ามญี่ปุ่น</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/06/End-of-Interpreter-and-Translator_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>คนญี่ปุ่นไม่คล่องอังกฤษทำงานไทยไม่ลำบาก</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-work-in-thai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2020 03:18:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[คนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คนญี่ปุ่นพูดอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=38395</guid>

					<description><![CDATA[“คนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่ไทย ควรพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไหม” บางครั้งปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ภาษาเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นก่อให้เกิดช่องว่าง เขียนโดย : เขียนโดย วสุ มารุมุระ “คนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่ไทย ควรพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไหม” แน่นอนว่าหากคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าปัจจุบันนี้ก็จะดีมาก แต่ในหลายต่อหลายครั้ง ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่างทำให้เขาพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีพอ สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีพอ ก็อาจจะด้วย โครงสร้างของไวยากรณ์ที่แตกต่างกัน (ภาษาญี่ปุ่นเอากิริยาไว้หลังสุด, ในประโยคไม่ต้องใส่ประธานก็สื่อสารเข้าใจ) เสียงสระพื้นฐานที่มีจำกัดแค่ 5 เสียง (อะ อิ อุ เอะ โอะ) แหล่งข้อมูลความรู้เฉพาะทางที่เป็นภาษาญี่ปุ่นมีครบสมบูรณ์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องขวนขวายไปหาข้อมูลภาษาอังกฤษเพิ่มเติม&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><span style="text-decoration: underline;"><em>“คนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่ไทย ควรพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไหม”</em></span> บางครั้งปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ภาษาเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นก่อให้เกิดช่องว่าง</p></blockquote>
<p><span id="more-38395"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย : เขียนโดย วสุ มารุมุระ</strong></div>
<h3 id="%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5">“คนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่ไทย ควรพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไหม”</h3>
<p>แน่นอนว่าหากคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าปัจจุบันนี้ก็จะดีมาก</p>
<p>แต่ในหลายต่อหลายครั้ง ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่างทำให้เขาพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีพอ</p>
<p>สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีพอ ก็อาจจะด้วย</p>
<p>โครงสร้างของไวยากรณ์ที่แตกต่างกัน (ภาษาญี่ปุ่นเอากิริยาไว้หลังสุด, ในประโยคไม่ต้องใส่ประธานก็สื่อสารเข้าใจ)</p>
<p>เสียงสระพื้นฐานที่มีจำกัดแค่ 5 เสียง (อะ อิ อุ เอะ โอะ)</p>
<p>แหล่งข้อมูลความรู้เฉพาะทางที่เป็นภาษาญี่ปุ่นมีครบสมบูรณ์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องขวนขวายไปหาข้อมูลภาษาอังกฤษเพิ่มเติม</p>
<p>แต่เมื่อคนญี่ปุ่นเขาได้รับคำสั่งจากบริษัทให้ต้องย้ายมาทำงานที่ไทย ด้วยนโยบาย Globalization เพื่อที่สร้างตลาดที่ไทย และ สร้างแหล่งผลิตสินค้า ทำให้คนญี่ปุ่นเหล่านี้ที่พูดภาษาอังกฤษได้จำกัดต้องย้ายมาอยู่ประเทศไทย</p>
<p>เพราะความจำเป็นทางธุรกิจ และความจำเป็นต้องสื่อสารกับคนไทยนั้น พวกเขาก็ใช้ <strong>“เงิน”</strong>​แก้ปัญหาด้วยการว่าจ้าง ล่ามภาษาญี่ปุ่น (ทั้งแบบสัญญาหรือพนักงานประจำ), พนักงานระดับปฏิบัติการหรือผู้จัดการที่พูดญี่ปุ่นได้</p>
<p>เป็นผลให้คนญี่ปุ่นที่พูดอังกฤษได้จำกัด มี Solution ในการสื่อสารกับคนไทย</p>
<p>แน่นอนว่าบางครั้งปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ภาษาเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นก่อให้เกิดช่องว่าง (Gap) ซึ่งคนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้และมักจะเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยจะเป็น <strong>“กาวใจ”</strong> เชื่อมต่อระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น</p>
<p>ย้อนกลับไปคำถามตั้งตนว่า <strong>“คนญี่ปุ่นที่มาทำงานที่ไทย ควรพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไหม”</strong> โดยรวมแล้วก็สามารถตอบได้ว่า <strong>“ไม่จำเป็นมาก รู้แค่ภาษาอังกฤษพื้นฐานทักทายได้ก็พอ”</strong> เพราะว่าด้วย Japan money ที่ยังพอมีอยู่สามารถว่าจ้าง <strong>“คนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้ เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น”</strong> เป็น <strong>“วุ้นแปลภาษา”</strong> ให้กับคนญี่ปุ่น</p>
<p>เรื่องราวทั้งหมดนี้ apply กับช่วงเวลาเหล่านี้</p>
<p>ยุค 80 ที่ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ</p>
<p>ฟองสบู่แตกในยุค 90</p>
<h3 id="30-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9">“30 ปีที่สูญหายไปของเศรษฐกิจญี่ปุ่น” จนถึงทุกวันนี้ (1990 – 2020)</h3>
<p>ในช่วงสิบยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ แม้นญี่ปุ่นปัจจุบันจะไม่ได้ฟู่ฟ่าเท่าประเทศจีน แต่คนญี่ปุ่นก็ยังพยายามออกมานอกประเทศ ซาลารี่แมนเหล่านี้เป็นพลทหารทางเศรษฐกิจ ที่บุกขึ้นชายหาดที่นอร์มังดี บุกขึ้นชายหาดที่อ่าวไทย บุกขึ้นชายหาดที่ซานฟรานซิสโก เพื่อจะสร้างความมั่งคั่งให้กับทั้งเกาะญี่ปุ่นและดินแดนบนผืนแผ่นดินใหญ่</p>
<p><strong>หลังจาก “New normal” ที่กำลังเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ Outbreak ครั้งนี้ เราเองก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อกับคนญี่ปุ่นเหมือนเดิม (การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ) และเรายังสามารถใช้ Solution เดิม (คนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้) รวมไปถึงเครื่องมือใหม่ๆ (Tool) อย่าง google translate หรือ Innovation ใหม่ๆ อย่าง “วุ้นแปลภาษาที่ใช้งานได้จริง” ที่รอการพัฒนา เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้ดียิ่งกว่าเดิม</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย : วสุ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p>ทักทายพูดคุยกับวสุ ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=38157" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– Essay : ญี่ปุ่น Work from home และการตัดสินใจให้ไวขึ้น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=37629" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– COVID-19 ที่ญี่ปุ่น ณ วันที่ 29 มีนาคม 2020</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=37225" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– อ่านอยู่บ้าน “สังหารจอมทัพอัศวิน” นวนิยายมุราคามิเล่มใหม่</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=36545" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ที่มาของคำว่า 元気 [เกงคิ] “สบายดี”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=36272" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 根拠 [คงเขียะ] เหตุผลรองรับ, หลักฐานรองรับ</b></a></span></p>
<p><strong>อ้างอิง</strong><br>
– <a href="https://start-eikaiwa.com/japanese-english-rate/" title="">https://start-eikaiwa.com/japanese-english-rate/</a><br>
– <a href="https://ja.wikipedia.org/wiki/%E6%A3%AE%E7%B9%81%E4%B9%85%E5%BD%8C#/media/%E3%83%95%E3%82%A1%E3%82%A4%E3%83%AB:Ken_Uehara_Hisaya_Morishige_Keiju_Kobayashi_Studio_Still_from_Atsukama-shi_to_Oyakama-shi_1955_Scan10002_161022.jpg" title="">ภาพประกอบจากภาพยนต์เรื่อง Atsukama-shi to Oyakamashi : アツカマ氏とオヤカマ氏(1955)</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2020/04/Atsukama-shi-to-Oyakamashi-1200x861.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2020/04/Atsukama-shi-to-Oyakamashi-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน</title>
		<link>https://www.marumura.com/chairman-salaryman/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Feb 2020 07:44:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Salaryman]]></category>
		<category><![CDATA[ซาลารี่แมน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=35307</guid>

					<description><![CDATA[ในภาษาญี่ปุ่นนั้นคำว่า “ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน” นี้ มีความหมายในแง่ลบนิดนึง ซึ่งจะแฝงความหมายว่าเป็น ประธานบริษัทที่เหมือนพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป ไม่กล้าเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยู่แต่ใน Comfort zone เล่าโดย : วสุ www.marumura.com มีคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคำว่า サラリーマン社長 [ซาลารี่มังฉะโจ] แปลได้ว่า “ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน” ซึ่งหมายถึงประธานบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท มักจะเป็นประธานบริษัทที่ถูกแต่งตั้งจากบอร์ดบริหาร ซึ่งเหล่าประธานบริษัทเขาเหล่านั้น เป็นพนักงานกินเงินเดือนแล้วเติบโตขึ้นมาตามลำดับโครงสร้างในองค์กร คำว่า サラリーマン社長 [ซาลารี่มังฉะโจ] มาจากคำว่า ประธานบริษัท 社長 しゃちょう&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>ในภาษาญี่ปุ่นนั้นคำว่า “<span style="text-decoration: underline;"><em>ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน</em></span>” นี้ มีความหมายในแง่ลบนิดนึง ซึ่งจะแฝงความหมายว่าเป็น ประธานบริษัทที่เหมือนพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป ไม่กล้าเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยู่แต่ใน Comfort zone</p></blockquote>
<p><span id="more-35307"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เล่าโดย : วสุ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>มีคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคำว่า</strong></p>
<p><strong>サラリーマン社長</strong><br>
<strong>[ซาลารี่มังฉะโจ]</strong><br>
<strong>แปลได้ว่า</strong><br>
<strong>“ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน”</strong></p>
<p>ซึ่งหมายถึงประธานบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท มักจะเป็นประธานบริษัทที่ถูกแต่งตั้งจากบอร์ดบริหาร ซึ่งเหล่าประธานบริษัทเขาเหล่านั้น เป็นพนักงานกินเงินเดือนแล้วเติบโตขึ้นมาตามลำดับโครงสร้างในองค์กร</p>
<p>คำว่า <strong>サラリーマン社長 [ซาลารี่มังฉะโจ]</strong> มาจากคำว่า</p>
<p>ประธานบริษัท<br>
社長<br>
しゃちょう<br>
[ฉะโจ]
</p>
<p>กับคำว่า</p>
<p>サラリーマン<br>
[ซาลารี่มัง]
Salary man<br>
พนักงานกินเงินเดือน</p>
<p>ผสมกัน</p>
<p>คำว่า <strong>サラリーマン [ซาลารี่มัง]</strong> นี้เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษที่สร้างขึ้นมาโดยคนญี่ปุ่น</p>
<p>เมื่อลองมองลึกที่คำว่า</p>
<p>社長<br>
[ฉะโจ]
ประธานบริษัท</p>
<p>คำนี้จะประกอบด้วยคำว่า</p>
<p>社 [ฉะ] หมายถึง “บริษัท”<br>
長 [โจ] แปลว่า “ยาว” ใน ณ ที่นี้หมายถึง “คนที่เป็นหัวหน้า”</p>
<p>เพราะฉะนั้นแล้ว 社長 [ฉะโจ] เลยหมายถึง “ประธานบริษัท”</p>
<p>ถ้าพูดถึงบริษัทต่างๆ เริ่มต้นขึ้นด้วยผู้ก่อตั้งบริษัทสักคน พอบริษัทเติบโต และผู้ก่อตั้งบริษัทคนเดิมวางมือจากการบริหาร ถ้าไม่ได้ส่งต่อให้ลูกหลานในตระกูล ก็อาจจะส่งมอบตำแหน่งให้ใครสักคนในบริษัท เราจะได้ <strong>“ประธานบริษัทที่เป็นซาลารี่แมน”</strong></p>
<p>บางบริษัทที่ทำกิจการมายาวนาน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำบริษัทหลายต่อหลายครั้ง</p>
<p>เท่าที่สังเกตดูในภาษาญี่ปุ่นนั้นคำว่า <strong>“ประธานบริษัทที่เป็นซาลารี่แมน”</strong> นี้ มีความหมายในแง่ลบนิดนึง ซึ่งจะแฝงความหมายว่าเป็น ประธานบริษัทที่เหมือนพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป ไม่กล้าเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยู่แต่ใน Comfort zone</p>
<p>เท่าที่ค้นกูเกิ้ลดู มีคนที่วิเคราะห์ว่า การที่บริษัทญี่ปุ่นปรับตัวได้ค่อนข้างช้าไม่ทันโลก ปัจจัยหนึ่งก็เป็นเพราะว่า “ประธานบริษัทที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน” หรือ サラリーマン社長 [ซาลารี่มังฉะโจ] เหล่านี้</p>
<p>แต่ผมคิดว่ามันก็อาจจะมี “ประธานบริษัทที่เป็นซาลารี่แมน” ที่เป็นผู้นำที่เก่งก็ได้ หรือแม้นคำว่า “ซาลารี่แมน” หรือ “คนที่เป็นพนักงานกินเงินเดือน” ที่ตั้งใจจริงก็มีอยู่เยอะ</p>
<p><strong>เราก็ควรต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เล่าโดย : วสุ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=35094" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 邦人 [โฮจิน] คนญี่ปุ่นในมุมมองจากประเทศตนเอง</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=34890" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– み新型肺炎 [ชินกะตะไฮเอน] โรคปอดบวมแบบใหม่</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=34548" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– みかじめ料　[มิคะจิเมะเรียว] ค่าคุ้มครอง</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=34278" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ชื่อเรียกของส่วนเนื้อวัวในภาษาญี่ปุ่น และที่มาของคำ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=33963" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– งานดูซากุระจัดโดยรัฐบาลญี่ปุ่นที่ถูกวิจารณ์</b></a></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2020/02/image0.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2020/02/image0-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ศัพท์แสลงสำหรับการหางานในญี่ปุ่นปีนี้</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-slang-for-applying-for-job/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Sep 2019 10:30:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครงานญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หางานญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=29909</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนญี่ปุ่นก่อนเรียนจบจะหางานกันก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมานี้มีคำศัพท์แสลงที่น่าสนใจจะมานำเสนอครับ เขียนโดย วสุ มารุมุระ นักเรียนญี่ปุ่นก่อนเรียนจบจะหางานกันก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมานี้มีคำศัพท์แสลงที่น่าสนใจจะมานำเสนอครับ ข้อมูลศัพท์แสลงนี้อ้างอิงมาจากผลการสำรวจบริษัทไมนะบิ (マイナビ) ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานชื่อเสียงดังของญี่ปุ่นนะครับ มีทั้งหมด 10 คำที่จะมานำเสนอครับ 1. お祈り[โอะอิโนะริ] แปลตรงๆ ว่า “ขอสวดมนต์ภาวนา” หรือ “pray” แต่ความหมายที่แท้จริงคือ “ไม่ได้งาน” ที่มาของคำๆ นี้มาจากเมลปฏิเสธไม่รับเข้างานจากบริษัทตอบผู้สมัครโดยลงท้ายเมลว่า 今後のご活躍をお祈りしております ซึ่งพอจะแปลความหมายได้คร่าวๆ ว่า “ขอภาวนาให้ผู้สมัครประสบความสำเร็จหลังจากนี้” วิธีการใช้งานคำว่า お祈り(โอะอิโนะริ)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>นักเรียนญี่ปุ่นก่อนเรียนจบจะหางานกันก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมานี้มี<span style="text-decoration: underline;"><em>คำศัพท์แสลง</em></span>ที่น่าสนใจจะมานำเสนอครับ</p></blockquote>
<p><span id="more-29909"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ</strong></div>
<p><strong>นักเรียนญี่ปุ่นก่อนเรียนจบจะหางานกันก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมานี้มีคำศัพท์แสลงที่น่าสนใจจะมานำเสนอครับ</strong></p>
<p>ข้อมูลศัพท์แสลงนี้อ้างอิงมาจากผลการสำรวจบริษัทไมนะบิ (マイナビ) ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานชื่อเสียงดังของญี่ปุ่นนะครับ มีทั้งหมด 10 คำที่จะมานำเสนอครับ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Wasu%20thought/Slang.jpg" alt="ศัพท์แสลงสำหรับการหางานในญี่ปุ่น" title=""></p>
<p><strong>1. お祈り[โอะอิโนะริ]</strong> แปลตรงๆ ว่า <strong>“ขอสวดมนต์ภาวนา”</strong> หรือ <strong>“pray”</strong> แต่ความหมายที่แท้จริงคือ <strong>“ไม่ได้งาน”</strong></p>
<p>ที่มาของคำๆ นี้มาจากเมลปฏิเสธไม่รับเข้างานจากบริษัทตอบผู้สมัครโดยลงท้ายเมลว่า</p>
<p><strong>今後のご活躍をお祈りしております</strong></p>
<p>ซึ่งพอจะแปลความหมายได้คร่าวๆ ว่า</p>
<p><strong>“ขอภาวนาให้ผู้สมัครประสบความสำเร็จหลังจากนี้”</strong></p>
<p>วิธีการใช้งานคำว่า お祈り(โอะอิโนะริ) อย่างเช่น</p>
<p>お祈りメール<br>
เมลการภาวนา (เมลแจ้งว่าคุณไม่ได้งาน)</p>
<p>祈られた<br>
ถูกภาวนา (ถูกปฏิเสธงาน)</p>
<p><strong>น่าสนใจดีนะครับว่า คำว่า ภาวนา お祈り[โอะอิโนะริ] กลับกลายเป็นความหมายในเชิงลบ</strong></p>
<p>เสมือนคำว่า <strong>お祈り[โอะอิโนะริ]</strong> เป็นเพียงคำพูดตามมารยาทเพียงเท่านั้น</p>
<hr>
<p><strong>2. ガクチカ [กะคุจิคะ]</strong> มีความหมายว่า “สิ่งที่พยายามในสมัยเป็นนักเรียน”</p>
<p>คำนี้ย่อมาจากคำว่า</p>
<p>学生時代に力を入れたこと<br>
[กะคุเซจิได นิ จิคะระ โอะ อิเระตะ โคะโตะ]
</p>
<p>แล้วย่อให้เหลือคำว่า “กะคุจิคะ”</p>
<p>ในการสัมภาษณ์นั้น คำถามยอดฮิตที่ถามนักเรียนคือ <strong>“สิ่งที่พยายามในสมัยเป็นนักเรียน”</strong> ซึ่งเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นทั่วไปคงสนใจว่าที่ผ่านมา เราพยายามอะไรมาบ้าง คงต้องการจะฟัง ดราม่า สตอรี่ที่น่าสนใจให้เห็นว่า ไอ้เด็กนี่พยายามดีแฮะ แต่ถ้าใครใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยคงต้องเหนื่อยหน่อยในการแต่งเติมเรื่องให้น่าสนใจ</p>
<p>มันก็เลยมีคำแสลงอย่างคำว่า ガクチカ [กะคุจิคะ] เพราะว่าเวลาไปสัมภาษณ์ที่ไหน คนสัมภาษณ์ก็ต้องถามเรา</p>
<hr>
<p><strong>3. サイレント [ไซเรนโตะ]</strong> มาจากคำว่า Silent ที่แปลว่า “เงียบ”</p>
<p>ซึ่งหมายถึงการถูกปฎิเสธงาน เพราะว่าทางบริษัท “เงียบ” ไม่บอกผลสัมภาษณ์งานมา</p>
<p>โดยปรกติหากได้งานบริษัทก็คงต้องติดต่ออะไรมาหาเรา “ไม่เงียบ” แน่นอน</p>
<p>แต่อาจจะมีบางบริษัทที่ keep silent ไม่บอกอะไรเราเลย</p>
<p>ในมุมมองของผม การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า サイレント [ไซเรนโตะ] อาจจะได้รับอิทธิพลจากเพลง Silent night ก็เป็นได้ครับ</p>
<hr>
<p><strong>4. NNT [เอนเอนที]</strong> ย่อมาจากคำว่า 無い内定　[ไนไนเท]　ซึ่งหมายความว่า “ยังไม่ได้งาน” ซึ่งคำนี้มีคำที่เกี่ยวข้องอยู่หลายคำ</p>
<p>内定 [ไนเท] หมายความว่า “ทางบริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยเอกสารว่าจะจ้างงาน”</p>
<p>内々定 [ไนไนเท] หมายความว่า “บริษัทบอกอย่างไม่เป็นทางการ เช่นปากเปล่า หรือทางอีเมลว่าได้งานแล้ว”</p>
<p>無い [ไน] แปลว่า ”ไม่”</p>
<p>คำว่า NNT [เอนเอนที] = 無い内定 [ไนไนเท] ที่แปลว่า “ไม่ได้งาน” นี้ เป็นการเล่นเสียงกับคำว่า 内々定 [ไนไนเท] (ได้รับแจ้งว่าได้งานอย่างไม่เป็นทางการ)</p>
<p>และ NNT ก็ใกล้เคียงกับชื่อบริษัท NTT บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสารสนเทศของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทยอดนิยมของผู้สมัครงานกัน</p>
<hr>
<p><strong>5. オワハラ [โอะวะฮะระ]</strong> มีความหมายว่า “การ harassment ให้หยุดหางาน”</p>
<p>คำนี้มาจากภาษาญี่ปุ่นคำว่า</p>
<p>就活終われハラスメント<br>
ซึ่งแปลว่า “การ harassment ให้หยุดหางาน”</p>
<p>พอนักเรียนได้รับการแจ้งจากทางบริษัทว่าได้งานอย่างไม่เป็นทางการ (内々定 [ไนไนเท]) บริษัทก็อาจจะมีการขู่นักเรียนให้หยุดหางาน</p>
<p>ความจริงผมก็รู้สึกว่าการขู่แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องนะครับ</p>
<hr>
<p><strong>6. ES ย่อมาจาก Entry sheet</strong> ซึ่งหมายถึงใบสมัครงาน อาจจะต้องกรอกด้วยมือ นักเรียนบางคนอาจต้องกรอกหลายร้อยใบ ร้อยบริษัท จนกว่าจะได้งาน ต้องเขียนอะไรซ้ำๆ กันหลายรอบ ก็มีเหนื่อย รู้สึกเอียนกับไอ้ ES นี้เอาได้ ไม่สามารถก๊อปแปะ ต้องเขียนเอา เพื่อแสดงความทุ่มเทของนักเรียนสไตล์ญี่ปุ่น</p>
<hr>
<p><strong>7. グルディス [กุรุดิสุ]</strong> มาจากคำว่า Group discussion (グループディスカッション) ซึ่งเป็นรูปแบบการสัมภาษณ์ลักษณะหนึ่ง ให้คุยกันใน topic นึง และผู้สัมภาษณ์จะสังเกตว่านักเรียนตอบได้ฉะฉานไหมในกลุ่มหลายๆ คน สำหรับนักเรียนบางคนอาจจะไม่ชอบรูปแบบการสัมภาษณลักษณะนี้ เพราะเหมือนต้องคอยแย่งกันพูด เพื่อ appeal ตัวเอง</p>
<hr>
<p><strong>8. 御社 [องฉะ]</strong> เป็นคำพูดแสดงความยกย่องบริษัทที่เราไปสมัครงาน คำว่า 御 [อง] เป็นคำที่แสดงการยกย่อง ส่วนคำว่า 社 [ฉะ] หมายถึง “บริษัท”</p>
<p>คำที่แสดงการยกย่องบริษัท ทำให้นึกถึงสภาพการหางานของเหล่านักเรียนที่จะต้องให้ความสำคัญกับบริษัท</p>
<p>เสมือนคำว่า 御社 [องฉะ] แสดงให้เห็นถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันเรา จากการเป็นนักเรียน จากชีวิตที่เคยเล่นไปวันๆ กลับต้องมานั่งกรอกใบสมัครไปสัมภาษณ์งาน</p>
<p>คำว่า 御社 [องฉะ] ก็เอามาเปลี่ยนเป็นรูปคำกิริยา ได้ความหมายว่า “ไปสัมภาษณ์งาน”</p>
<p>御社する<br>
[องฉะสุรุ]
ไปสัมภาษณ์งาน</p>
<hr>
<p><strong>9. 終活 [ชูคะซึ]</strong> หมายความ “การเลิกหางาน” ซึ่งนอกเหนือจากบริษัทที่เราอยากเข้าแล้ว เราก็ต้องติดต่อไปยังบริษัทอื่นที่เราได้งานแล้วเพื่อตอบปฏิเสธ เป็นการสิ้นสุดการหางาน</p>
<hr>
<p><strong>10. リクラブ [ริคะระบุ]</strong> มาจากคำว่า recruitment love ซึ่งหมายถึงการพบรักในช่วงเวลาหางาน อย่างเช่นตอนรอสัมภาษณ์งานก็อาจจะได้นั่งข้างๆ นักเรียนจากที่อื่นพูดคุยสนิทสนมกันก่อให้เกิด romance หรือเจอกันในสถานที่สัมนาหางานของบริษัทตามที่ต่างๆ ได้นั่งข้างๆ กันคุยกัน จนก่อให้เกิด リクラブ [ริคุระบุ]
</p>
<p><strong>จากภาษาศัพท์แสลงเหล่านี้ ทำให้เราพอเห็นสภาพการหางาน และสังคมญี่ปุ่นกันได้ครับ คิดกันว่าอย่างไรบ้างครับ</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ</strong></div>
<p>ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=29844" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ปัญหาขยะแก้วชานมไข่มุกในเกียวโตะ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=29785" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ร้าน Lawson ที่ใช้ระบบขายแทนคนในยามดึก</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=29680" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– [เรื่องแต่ง] 自画自賛 [จิกะจิซัง] ทำเองชมเอง</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=29614" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– [เรื่องแต่ง] น้ำท่วมที่หลากไหล</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=29556" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 責任 [เซะคินิน] ความรับผิดชอบ</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง : <a href="https://headlines.yahoo.co.jp/article?a=20190904-00201709-bizspa-bus_all.view-004" title="">https://headlines.yahoo.co.jp/article?a=20190904-00201709-bizspa-bus_all.view-004</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/09/icon-2.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/09/icon-2-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Kodawari มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำให้ดีที่สุด</title>
		<link>https://www.marumura.com/kodawari/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิชชารัศมิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Aug 2018 13:58:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[Kodawari แปลว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดแบบญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=24015</guid>

					<description><![CDATA[ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า “こだわり” (Kodawari) ซึ่งในภาษาไทยอาจไม่มีคำแปลตรงๆ แต่อธิบายได้ง่ายๆว่าหมายถึง “ความตั้งใจแน่วแน่ในการทำบางสิ่งให้ออกมาดีที่สุด ไม่ให้มีที่ติแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ” บทความโดย : พิชชารัศมิ์ www.marumura.com ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า “こだわり” (Kodawari) ซึ่งในภาษาไทยอาจไม่มีคำแปลตรงๆ แต่อธิบายได้ง่ายๆว่าหมายถึง “ความตั้งใจแน่วแน่ในการทำบางสิ่งให้ออกมาดีที่สุด ไม่ให้มีที่ติแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ” พูดง่ายๆ คือไม่ใช่ทำแค่ขอไปที เรียกว่า “ก็ดีนะ” “ได้แหละ” “หยวนน่า” นั้นไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของคนที่ยึดถือ “โคดาวาริ” เป็นหลักในการดำเนินชีวิต คนที่มี&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า <span style="text-decoration: underline;"><em>“こだわり” (Kodawari)</em></span> ซึ่งในภาษาไทยอาจไม่มีคำแปลตรงๆ แต่อธิบายได้ง่ายๆว่าหมายถึง “ความตั้งใจแน่วแน่ในการทำบางสิ่งให้ออกมาดีที่สุด ไม่ให้มีที่ติแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ”</p></blockquote>
<p><span id="more-24015"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : พิชชารัศมิ์ <a href="https://www.marumura.com" title="">www.marumura.com</a></strong></div>

<p><strong>ในภาษาญี่ปุ่นมีคำว่า “こだわり” (Kodawari) ซึ่งในภาษาไทยอาจไม่มีคำแปลตรงๆ แต่อธิบายได้ง่ายๆว่าหมายถึง “ความตั้งใจแน่วแน่ในการทำบางสิ่งให้ออกมาดีที่สุด ไม่ให้มีที่ติแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ”</strong></p>
<p>พูดง่ายๆ คือไม่ใช่ทำแค่ขอไปที เรียกว่า “ก็ดีนะ” “ได้แหละ” “หยวนน่า” นั้นไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของคนที่ยึดถือ <strong>“โคดาวาริ”</strong> เป็นหลักในการดำเนินชีวิต</p>
<p>คนที่มี <strong>“โคดาวาริ”</strong> จะภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ ทุ่มเททำงานอย่างพิถีพิถันและแสวงหาความสมบูรณ์แบบ หรือทำอาชีพของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ที่ดีสุดโดยไม่มีการประนีประนอมยอมความใดๆทั้งสิ้น คนภายนอกอาจมองว่าพวกเขาเป็นพวกเรื่องมาก จู้จี้จุกจิก และไม่มีความยืดหยุ่นเอาเสียเลย แต่พวกเขาสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆและรักษามาตรฐานระดับสูงอยู่เสมอ ดังนั้นไม่ว่างานจะยากแค่ไหนพวกเขาก็ทำได้ และทำได้ดีเสียด้วย ตัวอย่างก็คือ คุณจิโร่ โอโนะ เจ้าของร้านซูชิระดับมิชลิน 3 ดาวที่มีอายุมากถึง 91 ปี คุณจิโร่ แสวงหาทุกวิถีทางในการพัฒนาซูชิให้ดีขึ้นจนเกินระดับยอดเยี่ยมทั้งในด้านวัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ และการบริการ</p>
<p><strong>“โคดาวาริ” ที่สะท้อนให้เห็นในสังคมวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้แก่</strong></p>
<p>บริการเหนือระดับ คนที่ไปเยือนญี่ปุ่นทุกคนเห็นพ้องกันว่า การบริการที่ญี่ปุ่นนั้นจัดได้ว่าอยู่ในระดับA+ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นที่ดึงดูดให้แขกมาเยือน เพราะผู้ให้บริการมักใส่ใจในทุกรายละเอียด และมีการคาดเดาพฤติกรรมของลูกค้าล่วงหน้าเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ ทั้งนี้เพราะผู้ให้บริการถือหลัก “โคดาวาริ” คือ เมื่อมีหน้าที่ให้บริการ ก็ต้องให้บริการที่ดีที่สุด</p>
<p>สำหรับบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งที่ดิฉันมีโอกาสไปเยือน ผู้บริหารระดับสูงจะยืนโค้งคำนับส่งแขกขึ้นรถที่หน้าประตูบริษัท และจะโค้งอยู่แบบนั้นจนกว่ารถของแขกจะหายลับออกจากรั้วของบริษัทไปเลยทีเดียวค่ะ</p>
<p>ระบบขนส่งมวลชนที่ตรงเวลา สมัยเป็นนักศึกษา ดิฉันเคยใช้ตั๋วนักเรียนนั่งรถไฟธรรมดาจากจังหวัดนีงาตะ ไปฮิโรชิมา และต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟนับสิบครั้งกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง และก็ได้พบว่ารถไฟทุกขบวนที่เปลี่ยนนั้นมาตรงเวลาไม่พลาดแม้นาทีเดียว และข้อมูลที่ได้ล่วงหน้ายังบอกหมายเลขชานชะลาที่ขบวนรถไฟจะเข้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมประนีประนอมต่อการบริการผู้โดยสารให้ไปถึงที่หมายทันเวลา</p>
<p>ทำงานเต็มความสามารถ หลายๆคนกล่าวว่า คนญี่ปุ่นบ้างาน เพราะ “โคดาวาริ” ทำให้คนญี่ปุ่นมีลักษณะนิสัยที่มักจะทุ่มเททำงานและใส่ใจในงานร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ทำงานไปคุยไลน์ไป หรือดูข่าวดาราไป การทำงานแบบญี่ปุ่นยังเน้นการพัฒนางานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำไปวันๆ พวกเขามักรู้สึกว่างานที่ตัวเองทำมีความหมายและภาคภูมิใจในงานที่ทำ</p>
<p>ตอนอยู่ญี่ปุ่น ดิฉันจำภาพคุณลุงแก่ๆ ที่มีหน้าที่โบกรถให้เลี่ยงไปทางอื่นในบริเวณที่มีการซ่อมถนนได้ เพราะคุณลุงแกหน้าตายิ้มแย้มและดูภาคภูมิใจในงานที่แกทำ ที่ถึงแม้จะดูเป็นงานง่ายๆ ก็ตาม</p>
<p>ความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย คนญี่ปุ่นรักษาความสะอาดเป็นระเบียบในบ้านเรือนและที่สาธารณะได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นท้องถนน ห้องน้ำสาธารณะ รถโดยสาร ฯลฯ ทั้งนี้เพราะความสะอาดจะต้องสะอาดจริงๆไม่ใช่แค่พอถูไถค่ะ</p>
<p><strong>ดิฉันคิดว่า “โคดาวาริ” เป็นสิ่งที่ดีและสามารถนำมาใช้เป็นพลังในการทำงาน ลองคิดดูสิคะว่าสังคมจะพัฒนาขึ้นแค่ไหนหากทุกคนในสังคมรักงานที่ตัวเองทำ และคิดพัฒนาคุณภาพของงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : พิชชารัศมิ์ <a href="https://www.marumura.com" title="">www.marumura.com</a></strong></div>
<p>ติดตามอ่านเรื่องราวการทำธุรกิจด้วยใจรักจนประสบความสำเร็จได้ในหนังสือ <strong>“Japan Success ธุรกิจสำเร็จได้ด้วยใจรัก”</strong> และ หนังสือจิตวิทยาความรักความสัมพันธ์ <strong>“เมื่อจิตวิทยา ทำให้คนรักกัน”</strong> สามารถพูดคุยสื่อสารกับพิชชารัศมิ์ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/LifeinspiredbyPichcharast" title=""><strong>FB: Life Inspired by พิชชารัศมิ์</strong></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23910" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– แค่ใช้คำให้เป็น พูดไม่ต้องเก่งก็พลิกสถานการณ์ได้</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23831" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– บุคลิกโดนใจ สำเร็จได้ไวในบริษัทญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23751" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ว่าด้วยร่มญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23121" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ผู้ชายญี่ปุ่นชอบผู้หญิงแบบไหนกันนะ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23667" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– สุนัขขี้แพ้ (ที่ไม่แพ้) แด่สาวโสดทั้งหลาย</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23617" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– Umaji หมู่บ้านส้มยูสุที่โด่งดังได้เพราะความมุ่งมั่นไม่ท้อถอย</b></a></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/08/icon-1-12.gif</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/08/icon-1-12-320x240.gif</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Ringi ( 稟議 [รินกิ] ) คืออะไร</title>
		<link>https://www.marumura.com/ringi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jun 2018 06:32:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=23416</guid>

					<description><![CDATA[ตามบริษัทญี่ปุ่น เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า Ringi 稟議 [รินกิ] เมื่อเวลาจะต้องขออนุมัติอะไรสักอย่างจากบริษัท คำว่า 稟議 [รินกิ] นี่หมายความว่าอะไร? เล่าโดย วสุ มารุมุระ ตามบริษัทญี่ปุ่น เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า 稟議 [รินกิ] เมื่อเวลาจะต้องขออนุมัติอะไรสักอย่างจากบริษัท คำว่า 稟議 [รินกิ] นี่หมายความว่าอะไร? คำนี้ความหมายของมันหากแปลเป็นภาษาง่ายๆ คือ “จะขออาศัยชื่อบริษัทในการทำอย่างโน้นอย่างนี้ อนุญาตไหมครับ?”* ยกตัวอย่างเช่น – การขอจัดซื้อ –&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>ตามบริษัทญี่ปุ่น เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า <em>Ringi</em> 稟議 [รินกิ] เมื่อเวลาจะต้องขออนุมัติอะไรสักอย่างจากบริษัท คำว่า 稟議 [รินกิ] นี่หมายความว่าอะไร?</p></blockquote>
<p><span id="more-23416"></span></p>
<p><strong>เล่าโดย วสุ มารุมุระ</strong></p>
<p><strong>ตามบริษัทญี่ปุ่น เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า 稟議 [รินกิ] เมื่อเวลาจะต้องขออนุมัติอะไรสักอย่างจากบริษัท</strong></p>
<p><strong>คำว่า 稟議 [รินกิ] นี่หมายความว่าอะไร?</strong></p>
<p>คำนี้ความหมายของมันหากแปลเป็นภาษาง่ายๆ คือ</p>
<p><em>“จะขออาศัยชื่อบริษัทในการทำอย่างโน้นอย่างนี้ อนุญาตไหมครับ?”*</em></p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p>– การขอจัดซื้อ<br>
– การทำสัญญากับบริษัทอื่นๆ</p>
<p>เมื่อ 稟議 [รินกิ] เป็น “การขออนุญาต” แล้ว หนังสือขออนุญาตจะใช้คำว่า</p>
<p>稟議書 [รินกิโชะ] หนังสือขออนุญาต (ใช้ชื่อบริษัทในการทำอย่างโน้นอย่างนี้)</p>
<p>ทำไมต้องเขียน 稟議書 [รินกิโชะ] ? ตามเว็บไซต์ของญี่ปุ่นสรุปมาว่า <em>“เพื่อลดเวลาการประชุมเพื่ออนุมัติ เลยมีการเวียนเอกสาร 稟議書 [รินกิโชะ] เพื่อที่จะให้ผู้เกี่ยวข้อง Approve”</em></p>
<p>คนไทยหลายคนที่มีประสบการณ์เขียน 稟議書 [รินกิโชะ] อาจจะรู้สึกเหนื่อย เพราะต้องเตรียมข้อมูล อธิบายสรุปมาให้ดี อธิบายให้คนหลาย Party ที่ความรู้ Background หลากหลายให้เข้าใจ</p>
<p>แม้แต่คนญี่ปุ่นกันเองก็รู้สึกว่าการเขียน 稟議書 [รินกิโชะ] เป็นเรื่องลำบากยากเย็น ใช้พลังวังชาเยอะ เพราะต้องขอ Approve จากผู้ใหญ่</p>
<p>หากค้นหาตามอินเตอร์เนตแล้ว มีคนญี่ปุ่นพยายามเขียนสรุปเป็น Blog ว่า <strong>“เขียน 稟議書 [รินกิโชะ] อย่างไรให้ได้ approve”</strong> หรือมีหนังสือตีพิมพ์เทคนิควิธีการเขียน 稟議書 [รินกิโชะ] ขายตามอเมซอน</p>
<p>บางครั้งผมก็นึกสงสัยว่าทำไม บริษัทญี่ปุ่นบางที่ก็ใช้คำว่า Ringi (稟議 [รินกิ]) ที่ทับศัพท์มาใช้ในบริษัทลูกที่เมืองไทย แต่คาดว่า ความยากลำบากในการขอ Approve จากคนระดับ Management ในบริษัท ซึ่งอาจถึงขั้นให้คนญี่ปุ่นที่บริษัทที่ Headquater ที่ญี่ปุ่นต้อง Approve ด้วย เลยเกิดความเคยชินที่จะใช้คำว่า “Ringi” ทับศัพท์แม้จะอยู่ในต่างประเทศ</p>
<p>บ้างก็ว่า Ringi เป็นลักษณะการขอ Approve ของ “องค์กรญี่ปุ่น” ที่ต้องเวียนให้หลายๆ ฝ่ายรับทราบ</p>
<p>ในคันจิคำว่า 稟議 นั้น</p>
<p>ตัว 稟 [ริน] มีความหมายประมาณว่า “การขออนุญาต”<br>
คันจิตัวนี้ไม่ค่อยพบเจอบ่อยนัก แม้แต่คนญี่ปุ่นเองคงต้องรู้สึกชะงัก</p>
<p>ตัว 議 [กิ] มีความหมายว่า “การปรึกษา”<br>
คันจิตัวนี้พบเห็นค่อนข้างบ่อยอยู่แล้ว</p>
<p><strong>ทั้งหมดนี้เป็นความหมายของคำว่า Ringi 稟議 [รินกิ] หวังว่าผู้อ่านคงพอจะได้อะไรไปบ้างจากบทความนี้ครับ</strong></p>
<p><strong>เล่าโดย วสุ มารุมุระ</strong></p>
<p>ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23353" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ข่าวคราวน่าตกใจของรถไฟชินคันเซน</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23227" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เมื่อคนนอก ไม่เป็นที่ต้อนรับในเมืองปลาดิบ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23159" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– สายลมนั้น (โซะโนะคาเซ่ : その風)</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23093" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– บทพูดของตัวการ์ตูนญี่ปุ่น และอิทธิพลต่อตัวเรา</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23015" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ยะเมะโระ!!!! เมื่อการ์ตูนญี่ปุ่นตะโกนคำนั้น</b></a></span></p>
<p>ลิงค์อ้างอิง<br>
https://shigotoup.com/1427.html<br>
https://eigobu.jp/magazine/ringi</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/06/icon-1-22.gif</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/06/icon-1-22-320x240.gif</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>คำอุทานในภาษาญี่ปุ่น : しまった [ชิมัตตะ] = &#8220;เชี่ยแล้ว&#8221;</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-interjection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Mar 2018 00:07:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[คำอุทานญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=22265</guid>

					<description><![CDATA[คำอุทานของคนญี่ปุ่นมีหลายคำ ใช้กันอยู่ในหลายรูปแบบ วันนี้เสนอคำว่า しまった [ชิมัตตะ] = “เชี่ยแล้ว” มาดูกันสักนิด ถ้าคิดจะหลุดปากใช้คำนี้ ^^” เล่าโดย วสุ มารุมุระ ในบางครั้ง เราอาจเคยได้ยินเพื่อนคนญี่ปุ่นอุทานว่า しまった [ชิมัตตะ] คำนี้ถ้าแปลเป็นไทย โดยใช้ภาษาที่ไม่หยาบมาก จะได้ความหมายว่า “เชี่ยแล้ว” คำนี้เป็นคำอุทาน ที่ใช้แสดงอาการว่าได้ทำอะไรพลาดไป คำนี้เขียนเป็นคันจิได้ว่า 仕舞った 仕 [ชิ] เป็นคันจิที่หมายถึง “งานการ” 舞う&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong><em>คำอุทานของคนญี่ปุ่น</em></strong>มีหลายคำ ใช้กันอยู่ในหลายรูปแบบ วันนี้เสนอคำว่า しまった [ชิมัตตะ] = “เชี่ยแล้ว” มาดูกันสักนิด ถ้าคิดจะหลุดปากใช้คำนี้ ^^”</p></blockquote>
<p><span id="more-22265"></span></p>
<p><strong>เล่าโดย วสุ มารุมุระ</strong></p>
<p>ในบางครั้ง เราอาจเคยได้ยินเพื่อนคนญี่ปุ่นอุทานว่า</p>
<p>しまった</p>
[ชิมัตตะ]
<p>คำนี้ถ้าแปลเป็นไทย โดยใช้ภาษาที่ไม่หยาบมาก จะได้ความหมายว่า</p>
<p>“เชี่ยแล้ว”</p>
<p>คำนี้เป็นคำอุทาน ที่ใช้แสดงอาการว่าได้ทำอะไรพลาดไป</p>
<p>คำนี้เขียนเป็นคันจิได้ว่า</p>
<p>仕舞った</p>
<p>仕 [ชิ] เป็นคันจิที่หมายถึง “งานการ”<br>
舞う [มะอุ] แปลว่า “เริงระบำ” “กระเจิง”</p>
<p>仕舞った อาจเปรียบเสมือน “งานการที่แตกกระเจิง”<br>
ซึ่ง “ไม่เป็นระบบระเบียบ”<br>
และแสดงถึง “ความล้มเหลว” อย่างหนึ่ง</p>
<p>แล้ว しまった [ชิมัตตะ] คำนี้เป็นคำหยาบไหม</p>
<p>ก็ไม่ได้เป็นคำหยาบครับ</p>
<p>แต่ถ้าหากว่า เจ้านายถามว่า “งานเสร็จยัง”<br>
และเราอุทานว่า しまった [ชิมัตตะ]
เพราะว่าเราลืมงานนี้ไปเลยโดยสนิท<br>
เจ้านายก็คงอารมณ์สู้ไม่ดีเท่าไร หากได้ยินคำอุทานนี้</p>
<p>หรือเวลาเราฝากเพื่อนซื้อของ<br>
แต่เพื่อนดันลืม<br>
เพื่อนอาจจะอุทานว่า しまった [ชิมัตตะ] ก็ได้<br>
เราก็คงจะเซ็งเล็กๆ</p>
<p>หรือว่าเราส่งอีเมล จะส่งหาเพื่อนดันส่งผิดไปให้คู่ค้า (ตามรูปประกอบ) เราก็อุทานได้ว่า しまった [ชิมัตตะ]
</p>
<p>หรือว่าเราไปแอบส่องเฟซบุ๊คแฟนเก่าแล้วมือลั่นไปกดไลค์ ก็อาจจะอุทานว่า<br>
しまった [ชิมัตตะ] ก็เป็นได้</p>
<p>หากได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือ อยู่ในสังคมกับคนญี่ปุ่น ลองสังเกตดีๆว่า เขาอุทานคำนี้กันบ่อยครับ</p>
<p><strong>เล่าโดย วสุ มารุมุระ</strong><br>
ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=22189" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ชื่อเหยี่ยว “Hayabusa” ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=22118" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– พะวะฮะระ? คำย่อเหล่านี้ในภาษาญี่ปุ่น หมายความว่าอย่างไร</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=22006" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– Yokoso : ยินดีต้อนรับ : ようこそ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=21832" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– หนังสือญี่ปุ่น “ความสุโก้ยของบริษัทครอบครัวนั้น”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=21693" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– “เข้าฝัน” ในภาษาญี่ปุ่นพูดยังไง</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ :</strong> https://www.pakutaso.com/20161019295post-9318.html</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/03/japanese-interjection.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/03/japanese-interjection-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นสำคัญในที่ทำงาน 2 คำ</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-language-for-work/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Mar 2017 13:50:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=17224</guid>

					<description><![CDATA[สมัยทำงานที่ญี่ปุ่น ผมมักจะได้ยินคำศัพท์สำคัญที่เขาพูดกันบ่อยจนจำได้ขึ้นของผม เป็นคำศัพท์จริงจังนะครับ แค่ 2 คำ ผมชอบเอามาสอบถามตัวเองบ่อย ๆ วันนี้เลยขอมาเล่าสู่กันฟังครับ เล่าโดย : วสุ มารุมุระ สวัสดีครับ สัปดาห์นี้กระผมนายวสุ กลับมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง สมัยทำงานที่ญี่ปุ่น ผมมักจะได้ยินคำศัพท์สำคัญที่เขาพูดกันบ่อยจนจำได้ขึ้นของผม เป็นคำศัพท์จริงจังนะครับ แค่ 2 คำ ผมชอบเอามาสอบถามตัวเองบ่อย ๆ วันนี้เลยขอมาเล่าสู่กันฟังครับ +++ 1. อะไรคือเหตุผล? อะไรที่ทำให้คุณพูดแบบนี้ได้? 根拠は?&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>สมัยทำงานที่ญี่ปุ่น ผมมักจะได้ยินคำศัพท์สำคัญที่เขาพูดกันบ่อยจนจำได้ขึ้นของผม เป็นคำศัพท์จริงจังนะครับ แค่ 2 คำ ผมชอบเอามาสอบถามตัวเองบ่อย ๆ วันนี้เลยขอมาเล่าสู่กันฟังครับ</p></blockquote>
<p><span id="more-17224"></span></p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p><strong>สวัสดีครับ สัปดาห์นี้กระผมนายวสุ กลับมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง</strong></p>
<p>สมัยทำงานที่ญี่ปุ่น ผมมักจะได้ยินคำศัพท์สำคัญที่เขาพูดกันบ่อยจนจำได้ขึ้นของผม เป็นคำศัพท์จริงจังนะครับ แค่ 2 คำ</p>
<p>ผมชอบเอามาสอบถามตัวเองบ่อย ๆ วันนี้เลยขอมาเล่าสู่กันฟังครับ</p>
<p>+++</p>
<p><strong>1. อะไรคือเหตุผล? อะไรที่ทำให้คุณพูดแบบนี้ได้? 根拠は? [คงเคียะวะ]</strong></p>
<p>เวลาเราจะอธิบายอะไรให้ใครฟัง ความคิดของเรา เราจำเป็นต้องมีเหตุผลประกอบเป็นสิ่งที่อธิบายความคิดเราได้</p>
<p>ดังนั้นคำว่า เหตุผล 根拠 [คงเคียะ] = ground, basis นั้นสำคัญแท้</p>
<p>ตรงนี้ตัวคันจิ</p>
<p>根 [เนะ] แปลว่า “ราก”</p>
<p>อะไรคือ “รากฐาน” ที่ทำให้คุณยึดในความคิดนี้ได้</p>
<p>เวลาจะอธิบายหาได้พูดลอย ๆ ไม่ ต้องมีเหตุผลที่ดีเพียงพอ ซึ่งอีกฝ่ายจะถามเราบ่อย ๆ ว่า อะไรทำให้เราพูดแบบนั้นได้ เหตุผลคืออะไร</p>
<p><strong>2 ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร? 問題の本質は? [มนได โนะ ฮนชิซึ วะ]</strong></p>
<p>ในหลายครั้งก็แลดูมีปัญหายิบย่อยเต็มไปหมด สะสมเป็นปัญหาใหญ่ ๆ ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเราอาจจะต้องหายใจลึก ๆ และถามกันอีกทีว่า</p>
<p>“ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร?”</p>
<p>問題の本質は? [มนได โนะ ฮนชิซึ วะ]
</p>
<p>โดยที่คำว่า</p>
<p>本 [ฮน] แท้จริง<br>
質 [ชิซึ] เนื้อหา</p>
<p>本質 [ฮนชิซึ] จึงแปลว่า “เนื้อหาที่แท้จริง” หรือ Essence นั่นเอง</p>
<p>เมื่อพิจารณาดี ๆ แล้ว บางปัญหาที่ดูยาก อาจจะไม่ยากขนาดนั้นก็ได้</p>
<p>+++</p>
<p>คำเหล่านี้เราคงเคยได้ยินอะไรคล้าย ๆ กัน ในบริษัทสัญชาติต่าง ๆ ทุกคนก็คิดไม่ต่างกันครับ</p>
<p>สัปดาห์นี้ก็ไว้เพียงเท่านี้ครับ หวังว่าจะช่วยให้คุณได้ลองถามตัวเองดูอีกครั้ง</p>
<p><strong>ขอบคุณที่อ่านถึงตรงนี้ครับ…สวัสดีครับ</strong></p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p>ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=16990" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– สำนวนแมวๆ ญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=16852" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 天下り [อามะคุดาริ] = ลงจากสวรรค์ = การทุจริตของข้าราชการญี่ปุ่น?</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=16798" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– พักกลางวัน ญี่ปุ่นพักเล็ก ๆ ไทยพักเต็มที่</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=16056" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– คนวาดพูดถึงการ์ตูนฮิต Doraemon ว่าอย่างไร</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=16617" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องน้ำ ๆ ในภาษาญี่ปุ่น</b></a></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2017/03/icon-1-10.gif</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2017/03/icon-1-10-320x240.gif</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>คำพูดติดปากในที่ทำงานของคนญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-phrase-in-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2017 10:48:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานแบบคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=16286</guid>

					<description><![CDATA[ในบทสนทนาของเรากับคนญี่ปุ่นในที่ทำงาน คงมีทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและภาษาไทยปนกันไป วันนี้ผมเลยลองมารำลึกนึกถึงคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่นเหล่านั้นด้วย 7 วลีนี้กันครับ เล่าโดย : วสุ มารุมุระ ผมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะมีประสบการณ์การทำงานกับคนญี่ปุ่นและในหลายครั้งคนญี่ปุ่นเหล่านั้นเป็นเจ้านายเรา ในบทสนทนาของเรากับเขา คงมีทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและภาษาไทยปนกันไป ในวันนี้ผมเลยลองมารำลึกนึกถึงคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่นเหล่านั้นด้วย 7 วลีนี้กันครับ 1. ซะสุกะ (さすが) = สมกับเป็น (ตามด้วยชื่อคน) คำนี้ก็ใช้เวลาที่เขาชมใครสักคน โดยรู้ดีว่าคนที่ถูกชมนั้นเป็นคนเก่งฝีมือดี พวกเราหลายคนคงเคยเจอคำนี้กับตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ซะสุกะ เดะคิสุกิคุง :&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>ในบทสนทนาของเรากับ<em>คนญี่ปุ่น</em>ในที่ทำงาน คงมีทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและภาษาไทยปนกันไป วันนี้ผมเลยลองมารำลึกนึกถึงคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่นเหล่านั้นด้วย 7 วลีนี้กันครับ</p></blockquote>
<p><span id="more-16286"></span></p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p><strong>ผมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะมีประสบการณ์การทำงานกับคนญี่ปุ่นและในหลายครั้งคนญี่ปุ่นเหล่านั้นเป็นเจ้านายเรา</strong></p>
<p>ในบทสนทนาของเรากับเขา คงมีทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและภาษาไทยปนกันไป</p>
<p>ในวันนี้ผมเลยลองมารำลึกนึกถึงคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่นเหล่านั้นด้วย 7 วลีนี้กันครับ</p>
<p><strong>1. ซะสุกะ (さすが) = สมกับเป็น (ตามด้วยชื่อคน)</strong></p>
<p>คำนี้ก็ใช้เวลาที่เขาชมใครสักคน โดยรู้ดีว่าคนที่ถูกชมนั้นเป็นคนเก่งฝีมือดี พวกเราหลายคนคงเคยเจอคำนี้กับตนเอง ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p><em>ซะสุกะ เดะคิสุกิคุง : สมกับเป็นเดะคิสุกิคุง</em></p>
<p><strong>2. นันเดะเดะคิไนดะ (なんで出来ないだ) = ทำไมถึงทำไม่ได้</strong></p>
<p>แน่นอนว่าในการงานก็มีอุปสรรคบ้างหลายอย่าง เมื่อเราไปรายงานบอกบอสว่าทำไม่ได้…บอสเขาก็อยากได้เหตุผล ถามว่าทำไม ๆ</p>
<p><em>“นันเดะๆ” (なんで)</em></p>
<p>อยู่เรื่อยๆ</p>
<p><strong>3. บาก้าขะ (バガか) = จะบ้าเหรอ</strong></p>
<p>คำนี้เริ่มรุนแรงขึ้นมานิดนึง เมื่อเราทำอะไรพลาดไปแบบอย่างที่ไม่น่าเชื่อ เขาก็ใช้คำว่า</p>
<p><em>บาก้าขะ (バガか) = จะบ้าเหรอ</em></p>
<p>แต่ถ้าเป็นคนคันไซจะใช้คำว่าา</p>
<p><em>อะโฮ่ขะ (アホか)</em></p>
<p><strong>4. สุบาราชี่ (素晴らしい) = ยอดเยี่ยม</strong></p>
<p>เวลาที่ทำงานออกมาได้ ยอดเยี่ยม…เขาก็ใช้คำนี้กัน สั้น ๆ ได้ใจความ ถ้าเทียบภาษาอังกฤษก็ Excellent เลยครัช</p>
<p><strong>5. บุจจะเคะ (ぶっちゃけ) = บอกตรง ๆ เลยนะ</strong></p>
<p>พูดกันตรง ๆ เลยดีกว่า งานจะมีปัญหาหรือลูกค้าจะเรื่องเยอะ เปิดอกคุยกัน</p>
<p><strong>6. โม่อี้โยะ (もういいよ) = พอเถอะ (ฉันไม่สนใจแล้ว)</strong></p>
<p>คำนี้น่ากลัวนะครับคำนี้จะถูกใช้เมื่อรู้สึกผิดหวัง หมดหวังในอีกฝ่ายแบบ “ช่างเธอแล้ว” “ฉันไม่สนใจแกแล้ว”</p>
<p><strong>7. マイペンライ = ไม่เป็นไร</strong></p>
<p>คนญี่ปุ่นที่รู้จักภาษาไทยที่เคยมาทำงานที่ไทย จะรู้จักคำนี้ดี “ไม่เป็นไร” ในภาษาไทย</p>
<p>พวกเขารับรู้ถึงความง่าย ๆ สบาย ๆ ของคนไทย และพร้อมบอกกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร” (อย่าคิดมาก, เรื่องแค่นี้)</p>
<p>ก็จบกันไปกับคำพูดติดปากของคนญี่ปุ่นในที่ทำงาน ความหมายส่วนใหญ่อาจจะมีแตกต่างได้บ้าง ซึ่งต้องดูตามบริบทในบทสนทนาด้วยครับ</p>
<p><strong>ก็ขอลากันไปในสัปดาห์นี้…สวัสดีครับ</strong></p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p>ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=16219" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ประโยคฮิตในร้านเซเว่นที่ญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=16141" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– [รีวิวหนังสือ] การล่มสลายของยากูซ่า และการผงาดของ Half gray</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=16056" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– คนวาดพูดถึงการ์ตูนฮิต Doraemon ว่าอย่างไร</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=15953" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ทำไมผู้ผลิตญี่ปุ่นจึงพ่ายแพ้</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=15780" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– [โตเซ็น] 当然 = แน่นอนอยู่แล้ว</b></a></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><em><strong>#คนญี่ปุ่น</strong></em></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2017/02/icon-1.gif</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2017/02/icon-1-320x240.gif</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>คู่มือการบอกลาก่อนกลับบ้านกับคนญี่ปุ่นที่ทำงาน</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-goodbye-after-work/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2015 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Language]]></category>
		<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับนายญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานที่ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานบริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=7426</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้อธิบายเกี่ยวกับคำว่า お疲れ様 [โอะสึคะเระสะมะ] : คุณผู้เหน็ดเหนื่อย วันนี้ผมจะมาบอกสถานการณ์เป็นฉากๆ ว่าเราสามารถใช้คำนี้ได้อย่างไร อย่างเช่นใช้กับเจ้านายอย่างไร ใช้กับเพื่อนร่วมงานอย่างไร เล่าโดย : วสุ มารุมุระ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้อธิบายเกี่ยวกับคำว่า お疲れ様 [โอะสึคะเระสะมะ] : คุณผู้เหน็ดเหนื่อย วันนี้ผมจะมาบอกสถานการณ์เป็นฉากๆ ว่าเราสามารถใช้คำนี้ได้อย่างไร อย่างเช่นใช้กับเจ้านายอย่างไร ใช้กับเพื่อนร่วมงานอย่างไร สถานการณ์ 1 : เรากลับบ้านก่อนเจ้านาย เรา : 先に失礼します。 {さきに&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้อธิบายเกี่ยวกับคำว่า お疲れ様 [โอะสึคะเระสะมะ] : คุณผู้เหน็ดเหนื่อย วันนี้ผมจะมาบอกสถานการณ์เป็นฉากๆ ว่าเราสามารถใช้คำนี้ได้อย่างไร อย่างเช่นใช้กับเจ้านายอย่างไร ใช้กับเพื่อนร่วมงานอย่างไร</p></blockquote>
<p><span id="more-7426"></span></p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p>เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้อธิบายเกี่ยวกับคำว่า お疲れ様 [โอะสึคะเระสะมะ] : คุณผู้เหน็ดเหนื่อย<br>
วันนี้ผมจะมาบอกสถานการณ์เป็นฉากๆ ว่าเราสามารถใช้คำนี้ได้อย่างไร อย่างเช่นใช้กับเจ้านายอย่างไร ใช้กับเพื่อนร่วมงานอย่างไร</p>
<div align="center"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-39876" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2015/04/Sakini-shitsurei-shimasu.png" alt="คนญี่ปุ่นที่ทำงาน" width="550" height="463" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2015/04/Sakini-shitsurei-shimasu.png 550w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2015/04/Sakini-shitsurei-shimasu-320x269.png 320w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" title=""></div>
<p><span style="font-size: 14pt;"><b>สถานการณ์ 1 : เรากลับบ้านก่อนเจ้านาย</b></span></p>
<p><b>เรา : </b>先に失礼します。 {さきに しつれい します} [สะคินิชิสึเรอิ ชิมะสุ] “Sakini shitsurei shimasu” แปลว่า “ขอเสียมารยาท (กลับ)ก่อนนะครับ”</p>
<p><b>เจ้านาย :</b> お疲れ様です。/ お疲れ様でした。 {おつかれさまです} /  {おつかれさまでした} [โอะสึคะเระสะมะเดะสุ] / [โอะสึคะเระสะมะเดะชิตะ] “Otsukaresamadesu” / “Otsukaresamadeshita”</p>
<p>ณ ตรงนี้เราควรบอกว่า “ขอเสียมารยาทกลับก่อน” นะครับ</p>
<p>ส่วนที่เจ้านายตอบรับคำข้างล่างเป็นได้ทั้งรูปปัจจุบันกับรูปอดีต (การใช้รูปอดีต/ปัจจุบันไม่เกี่ยวกับความเป็นเจ้านายนะครับ) ดังข้างล่าง</p>
<p>お疲れ様です/ でした<br>
[โอะสึคะเระสะมะเดะสุ/เดะชิตะ]
</p>
<p>ตรงจุดนี้ยอมรับตรงๆ ว่าผมยังแยกไม่ออกว่าจะใช้เป็นรูปไหนดี<br>
หากมองในแง่ว่างานวันนั้นของเราจบแล้ว ให้ใช้คำว่า -でした [-เดะชิตะ] จะถูกต้องมากกว่า<br>
แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมเห็นว่าเจ้านายก็ตอบกลับมาในรูปว่า -です [-เดะสุ] ก็มี<br>
ณ บทสนทนานี้ที่เน้นตัวเรา เราใช้คำว่า 先に失礼します [สะคินิชิสึเรอิ ชิมะสุ] ซึ่งไม่ต้องคิดอะไรมาก</p>
<p>หาก “เรา” เป็นเจ้านาย ผมว่าเราก็จะใช้ お疲れ様です/ でした [โอะสึคะเระสะมะเดะสุ/เดะชิตะ] คำไหนก็ได้ครับ ในแง่ภาษาญี่ปุ่นไม่ซีเรียสมากขนาดนั้น</p>
<hr>
<p><span style="font-size: 14pt;"><b>สถานการณ์ที่ 2 : เพื่อนร่วมงานบอกลาเรา หรือเจ้านายบอกลาเรา</b></span></p>
<p><b>เพื่อน/เจ้านาย:</b> 先に失礼します。 or お先です。 or じゃ、お先です。<br>
{さきに しつれい します} or {おさきです} or {じゃ、おさきです}<br>
[สะคินิชิสึเรอิ ชิมะสุ] or [โอะสะคิเดะสุ] or [จะ โอะสะคิเดะสุ]
“Sakini shitsurei shimasu” or “osakidesu” or “ja osakidesu”<br>
แปลว่า “ขอเสียมารยาท(กลับ)ก่อนนะครับ” หรือ “ขอตัวก่อน” หรือ ” [จะ] ขอตัวก่อน”</p>
<p><b>เรา (พูดกับเพื่อน/เจ้านาย) :</b> お疲れ様です。/ お疲れ様でした。<br>
{おつかれさまです} /  {おつかれさまでした}<br>
[โอะสึคะเระสะมะเดะสุ] / [โอะสึคะเระสะมะเดะชิตะ]
“Otsukaresamadesu” / “Otsukaresamadeshita”</p>
<p>หรือ</p>
<p><b>เรา (พูดกับเพื่อนเท่านั้น) :</b> お疲れ。 {おつかれ} [โอะสึคะเระ]  “Otsukare”</p>
<p>ในที่นี้ เนื่องจากสถานการณ์ที่เพื่อนที่เสมอเรา หรือ เจ้านายที่สูงกว่าเรา<br>
คำที่ใช้ในการขอตัวกลับก่อนสามารถย่อลงได้เรื่อยๆ อย่างที่ยกตัวอย่างข้างบน<br>
หรือบางทีอาจถึงขั้นย่อแค่พูดว่า お先 [โอะสะคิ] ก็เป็นได้</p>
<p>ส่วนการพูดคำว่า じゃ [จะ] นี่เป็นการพูดเพื่อเรียกความสนใจอีกฝ่าย จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ะสะดวก</p>
<p>แต่ส่วนใหญ่หากเราเห็นว่าอีกฝ่ายยังง่วนกับงานที่ทำ ให้ใช้คำว่า じゃ [จะ] เรียกร้องความสนใจอีกฝ่ายขึ้นมาก่อน แล้วพอสิ้นสุดคำว่า じゃ [จะ] จนอีกฝ่ายสบตาเรา เราก็ค่อยพูดต่อว่า お先です。ก็ได้ครับ</p>
<p>ทั้งหมดที่ว่ามานี่ประสบการณ์ของผมล้วนๆ นะครับ ที่คิดว่าโอเคระดับนึงในการโต้ตอบบทสนทนากับคนญี่ปุ่น</p>
<p>ส่วนเวลาตอบกลับ เราก็ใช้คำว่า</p>
<p>お疲れ様です/ でした<br>
[โอะสึคะเระสะมะเดะสุ/เดะชิตะ]
</p>
<p>แต่เวลาพูดกับเพื่อนเราสามารถย่อคำสุดๆ ให้เป็น お疲れ [โอะสึคะเระ] ได้ครับ</p>
<p><b>ครับ คงพอเห็นภาพและหวังว่าจะใช้กันได้อย่างถูกต้องนะครับ<br>
หากไม่แน่ใจ เราก็ใช้รูปแบบที่สุภาพที่สุดไว้ก่อนนะครับ โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ที่ 1 ก็เพียงพอครับ</b></p>
<p>วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนครับ<br>
สวัสดี</p>
<p><b>เล่าโดย : วสุ มารุมุระ</b></p>
<p>ทักทายพูดคุยกับ Wasu ได้ที่ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/pages/Wasus-thought-on-Japan/387011954794857?fref=ts" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Facebook Wasu’s thought on Japan</b></a></p>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=12759" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– โทริชิม่า : ข้อคิดการทำงานน่าสนใจจากบ.ก.ผู้อยู่เบื้องหลัง ด็อกเตอร์สลัมป์ และ ดราก้อนบอล</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=12595" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– คำว่า “มนุษย์” ที่มีความหมายลึกซึ้งในภาษาญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=12428" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เจ๊ะ เจ๊ะ เจ๊ะ คำอุทานสุดฮิปของอามะจัง ที่สร้างปรากฎการณ์ให้กับสังคม</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=12264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เคล็ดลับวาดการ์ตูนให้คนติดตาม ของผู้วาด “โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=12154" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เที่ยวโตเกียวไปกับสถาปัตยกรรมของ Kengo Kuma</b></a></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><em><strong>#คนญี่ปุ่นที่ทำงาน</strong></em></span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2016/07/Otsukaresama.gif</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2016/07/Otsukaresama-320x240.gif</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
