คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (2) “พันธมิตรทางทหาร” และการ “ประกาศสงคราม”
สวัสดีครับ วันนี้อยากจะเอาประวัติศาสตร์มาเล่าต่อ ว่าด้วยการที่ไทยมีอันต้องไปเป็น “พันธมิตร” กับญี่ปุ่นในสงครามมหาเอเชียบูรพานะครับ
คำแถลงการณ์
ด้วยเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น. กองทหารญี่ปุ่นได้เข้าสู่ประเทศไทยทางทะเลในเขตจังหวัดสงขลา ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี (บ้านดอน) และบางปู ส่วนทางบกได้เข้ามาทางจังหวัดพระตะบอง และพิบูลสงคราม เกือบทุกแห่ง ทหารและตำรวจไทยได้ทำการต่อสู้อย่างเข้มแข็ง
อนึ่ง ในเวลาเดียวกันก็ได้มีข่าวจากต่างประเทศว่ากองทัพเรือญี่ปุ่นได้เข้าโจมตีเกาะกวม และฟิลิปปินส์ของสหรัฐอเมริกา ได้ส่งทหารขึ้นบกที่โกตาบารูในเขตมลายูของ อังกฤษ และได้เข้าโจมตีสิงคโปร์โดยเครื่องบินอย่างหนักด้วย
ในเรื่องนี้เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้มาที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๔๘๔ เวลา ๒๒.๓๐ น. ได้ชี้แจงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าได้ประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่มิได้ถือว่าไทยเป็นศัตรู หากแต่มีความจำเป็นต้องขอทางเดินผ่านอาณาเขตไทย
รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พิจารณาปรึกษากันโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งนี้เป็นสิ่งซึ่งไม่สามารกจะหลีกเลี่ยงได้ แม้ประเทศไทยได้พยายามโดยสุดกำลังก็ไม่สามารถจะหนีเหตุการณ์อันนี้ได้พัน และเนื่องจากสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่จะต่อสู้กันไปก็จะเป็นการเสียเลือดเนื้อชาวไทยโดยไม่สำเร็จประโยชน์ จึงจำเป็นต้องพิจารณาตามข้อเสนอของรัฐบาลญี่ปุ่นและผ่อนยันให้ทางเดินแก่กองทัพญี่ปุ่น โดยได้รับคำมั่นจากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะเคารพเอกราช อธิปไตย และ เกียรติศักดิ์ของไทย ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ตกลงให้ทางเดินทัพแก่ญี่ปุ่น และการต่อสู้ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นก็ได้หยุดลง
ขอให้ประชาชนชาวไทยจงระงับความตื่นเต้นและพยายามประกอบกิจการงาน ต่อไปตามเดิม รัฐบาลจะทำความพยายามอย่างสูงสุด ในอันที่จะให้เหตุการณ์ทั้งหลาย ผ่อนจากหนักเป็นเบาให้มากที่สุดที่จะทำได้ ขอให้ประชาชนชาวไทยจงรักษาความสงบ และฟังคำสั่งคำตักเตือนของรัฐบาลทุกประการ.
คำชี้แจงของกระทรวงมหาดไทย
แด่ ประชาชนชาวไทยทั่วกัน
ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลซึ่งได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยทั่วหน้าทราบว่า บัดนี้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารกับประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้น กระทรวงมหาดไทย เห็นว่า โดยฐานะที่กระทรวงนี้มีหน้าที่เป็นฝ่ายปกครองอันมีความใกล้ชิดติดต่อกับประชาชนทั่วไป ฉะนั้น จึงเป็นการสมควรที่จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจแต่พี่น้องชาวไทยทั้งหลายในเหตุผลแห่งนโยบายของรัฐบาลที่ได้ดำเนินไปให้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนเพื่อความเข้าใจและ มั่นใจทั่วกันอีกครั้งหนึ่ง และไทยทั้งชาติจะได้มีความรู้สึกคิดเห็นมุ่งมั่นต่อผลเบื้องหน้าอัน เป็นชีวิตของชาวเราให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะผลอันเป็นที่หวังแห่งชีวิตของประเทศชาติจะบรรลุสำเร็จได้ก็แต่โดยธำรงไว้ซึ่งความสามัคคีอันแน่นแฟ้นของชาติเท่านั้น
ทำไมรัฐบาลจึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารกับประเทศญี่ปุ่น ข้อนี้ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพยิ่งของเราได้ชี้แจงให้พี่น้องร่วมชาติทราบทางวิทยุกระจายเสียงเมื่อคืนนี้แล้วว่า เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และเราเกิดมาเป็นชาติไทย เป็นชาตินักรบ เมื่อเรือของเราถูกพายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งไม่ใช่เราคนเดียว คนอื่น ๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้น เราจะต้องเสียสละหรือจะต้องทำทุกอย่างซึ่งจะฝืนหรือจะพอใจ หรือจะดีใจหรือจะร้องไห้ หรืออย่างไรก็ตามเราก็ต้องทำโดยมุ่งความเป็นเอกราชและความสมบูรณ์ของชาติเท่านั้น นี่เป็นข้อสำคัญที่พี่น้องร่วมชาติที่จะต้องคำนึงถึงและกำหนดจดจำเสมอ
(ย่อ)
บัดนี้ เมื่อรัฐบาลได้นำชาวเราให้ดำเนินการปฏิบัติทางทหารร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นการสมควรที่ชาวเราจะได้พิจารณาดูถึงประชาชาติญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ ที่ได้มีความเกี่ยวดองพ้องหานอยู่กับเรานั้นว่า ใครเป็นอะไรอย่างใด อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สติแก่พี่น้องร่วมชาตินั้นแล้ว ขอให้พี่น้องทั้งหลายหวนระลึกถึงเหตุการณ์ในระยะเวลาที่ล่วงมาแล้วอันใกล้นี้ เช่นเฉพาะเมื่อคราวที่ชาติเรามีกรณีพิพาทกับชาติฝรั่งเศสในอินโดจีน เป็นต้น ประชาชาติญี่ปุ่นก็ได้มีประชามติสนับสนุนชาติไทยทั้งกายวาจาใจ และในที่สุด ประเทศญี่ปุ่นได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทให้ประเทศไทยได้รับดินแดนที่เสียไปแต่โบราณกาลเป็นบางส่วนกลับคืนมา เพียงเท่านี้ชาวเราก็น่าจะได้เลงเห็นน้ำใจอันดีของชาติญี่ปุ่นส่วนหนึ่งแล้ว นอกจากนั้นขอให้ชาวเราได้พิจารณาว่า ตั้งแต่โบราณกาลมาจนทุกวันนี้ ญี่ปุ่นกับไทยเคยมีกรณีบาดหมางกันอย่างไรบ้าง เราจะเห็นได้ว่าประเทศญี่ปุ่นแม้จะเป็นมหาอำนาจก็มิได้เคยรุกรานหรือเบียดเบียนประเทศชาติเราแต่ประการใดๆ เลย ตรงกันข้ามขอให้พี่น้องทั้งหลายได้หวนระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ไกลออกไปสักหน่อยก็จะตระหนักในความจริงว่า ดินแดนของเราที่ต้องลดน้อยลงเพราะสูญเสียไปนั้น ใครเป็นผู้เชือดเฉือนเอาไป แท้จริงชาติอื่นต่างหากที่มาช่วยกันเชือดเฉือนเอาไปทีละชิ้นสองชิ้น จนถึงเขาเคยทำสัญญากันไว้ว่าจะแบ่งปันดินแดนของไทยกันฝ่ายละครึ่ง จนถึงคนละฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เดชะบุญที่ประเทศชาติไทยยังไม่ถึงที่ตาย คุณพระรัตนตรัยได้บันดาลให้เกิดอุปสรรคนานาขัดขวางไว้ พวกเราจึงยังได้มีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีอิสระเสรี ยังไม่ถึงคราวต้องเป็นข้าทาสเขา
(ย่อ)
ขอคณะพระศรีรัตนตรัยจงเข้าสู่จิตใจประชาชาติไทยโดยทั่วหน้า ช่วยโปรดพิทักษ์รักษาให้ควงใจของชาวไทยปราศจากมลทินและราศีทั้งผอง ให้คงมีแต่ความบริสุทธิ์และประสานสนิทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อเป็นกำลังบันดาลให้การปฏิบัติภารกิจการสำคัญ อันเป็นชีวิตของประเทศชาติครั้งนี้ จนบรรลุผลสำเร็จตามความปรารถนาโดยตลอดเทอญ.
กระทรวงมหาดไทย
๑๓ ธันวาคม ๒๔๘๔
สังเกตอะไรไหมครับ ไทยเรายังไม่กล้าเอ่ยชื่อออกมาตรงๆ ว่าประเทศอะไรที่ “เฉือน” แผ่นดินเราไป นี่คือเหตุการณ์ ณ เดือนธันวาคม 2484 นะครับ
คำแถลงการณ์
เกี่ยวแก่การประกาศสงครามต่อบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา
ด้วยตามที่ได้มีพระบรมราชโองการให้ประกาศทราบทั่วกันว่าได้มีสถานะสงคราม ระหว่างประเทศไทยฝ่ายหนึ่ง กับบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกาอีกฝ่ายหนึ่งแล้วนั้น รัฐบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอแถลงให้ประชาชนทราบดังต่อไปนี้
ตั้งแต่แรกที่อังกฤษได้แผ่จักรภพมาทางตะวันออก ประเทศไทยก็ได้รับการเบียดเบียน บีบคั้นไม่ขาดสาย บริเตนใหญ่ได้บั่นทอนดินแดนและแบ่งแยกเชื้อชาติไทยให้กระจัดกระจายและกระทำการทุกอย่างให้ชาติไทยอ่อนแอ ในทางการคลังและเศรษฐกิจบริเตนใหญ่ก็เข้าคุมเส้นชีวิตและบีบบังคับไทยทุกสถาน รัฐบาลไทยทุก ๆ รัฐบาลต้องโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของบริเตนใหญ่เสมอมา แต่ถึงกระนั้น บริเตนใหญ่ก็พยายามกลั่นแกล้งในทางการค้าที่สำคัญของไทย เช่น การค้าข้าว แร่ ยาง และไม้สัก ก็ได้รับการบีบบังคับจากบริเตนใหญ่อยู่เป็นนิตย์
ส่วนทางสหรัฐอเมริกานั้นเล่าก็ดำเนินนโยบายอย่างเดียวกับบริเตนใหญ่ ชาวไทยทั้งหลายคงจะยังจำได้ว่าในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนที่แล้วมา สหรัฐอเมริกาได้ขัดขวางทางดำเนินของไทยทุกประการ ตลอดถึงริบเครื่องปืนและอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ไทยสั่งซื้อและชำระเงินให้เสร็จแล้วทางประวัติศาสตร์ยังแสดงให้เห็นอีกว่า เมื่อคราวพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสใน ร.ศ.๑๑๒ นั้น ไทยได้ขอให้สหรัฐอเมริการะงับกรณีพิพาทด้วยความเป็นธรรม เพื่อศานติสุขของมนุษย์ แต่สหรัฐอเมริกาก็มิได้นำพาประการใด ปล่อยให้ไทยถูกกดขี่ข่มเหงมาแต่ครั้งกระโน้น
ครั้นเมื่อสงครามได้บังเกิดขึ้นในบุรพทิศโดยที่ญี่ปุ่นได้ประกาศสงครามกับบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ที่แล้วนั้น ประเทศไทยได้รู้สึกความผูกพันในหน้าที่ ๆ เป็นชาวเอเชีย จึงได้ร่วมมือทำสัญาพันธไมตรีกับญี่ปุ่น แต่ถึงกระนั้นไทยก็ยังมิได้ประกาศสงครามกับ บริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา และมิได้ทำการประทุษร้ายรุกรานสองประเทศนี้แต่อย่างใด ตรงกันข้าม บริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกาได้ทำการประทุษร้ายรุกรานไทยอย่างรุนแรง ในระหว่างเวลาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ถึง ๒๐ มกราคม ไทยได้ถูกโจมตีทางอากาศ ๓๐ ครั้ง และโจมตีทางบกถึง ๓๖ ครั้ง จังหวัดที่ถูกโจมตีมีจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี นครสวรรค์ พระนคร และธนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา และยะลา ในบรรดานักบินที่จับได้ในประเทศไทย ก็มีนักบินที่เป็นคนชาติอเมริกันอยู่ด้วย การโจมตีทางอากาศนั้นก็มิได้ทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ กล่าวคือมิได้โจมตีที่สำคัญทางทหารอย่างไร กลับทำการโจมตีบ้านเรือนราษฎรและใช้ปืนกลยิงผู้คนพลเมืองอย่างปราศจากศีลธรรม
ครั้นเมื่อคืนวันที่ ๒๔ เดือนนี้เอง เครื่องบินอังกฤษได้มาโจมตีกรุงเทพฯอีก ทั้ง ๆ ที่ ไทยยังมิได้ประทุษร้ายอังกฤษอเมริกาอย่างใด
พฤติการณ์ทั้งนี้ย่อมตกอยู่ในวิสัยอันไม่สามารถจะทนดูต่อไปได้ จึงได้มีพระบรมราชโอง การประกาศสถานะสงครามระหว่างประเทศไทยกับบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกาในวันนี้ ตั้งแต่เวลา เที่ยงวันเป็นต้นไป นับแต่วันที่ประกาศกระแสพระบรมราชโองการนี้เป็นต้นไป ประเทศไทยอยู่ในสถานะสงครามกับบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา และไทยจะตอบสนองการประทุษร้ายทุก ๆ อย่างที่บริเตนใหญ่ และสหรัฐอเมริกาทำกับไทย
ขอให้ข้าราชการฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือนจงปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มความสามารถ และขอให้อาณาประชาราษฎรชาวไทยจงร่วมมือกับทางราชการปฏิบัติตามพระราชกำหนด กฎหมาย คำสั่งและคำแนะนำของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ทั้งตั้งหน้าประกอบอาชีพให้เกิดผลสมความต้องการของประเทศชาติ และทำความพยายามทุกสถานที่จะนำประเทศชาติไปสู่ชัยชนะในชั้นสุดท้าย
ขอให้บรรดาประชาชนที่เป็นชาวต่างชาติ จงรักษาความสงบและร่วมมือกับชาวไทยในอันจะป้องกันรักษาความเรียบร้อยภายใน รัฐบาลขอประกาศว่าบรรดาชนชาวเอเชียทั้งหลาย แม้จะถือสัญชาติหรือยู่ในบังคับของบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกาก็ดี ถ้าหากสังวรณ์ระวังรักษาความสงบเรียบร้อยและร่วมมือร่วมใจกับชาวไทยเป็นอันดีแล้ว รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะไม่ถือว่าเป็นศัตรู และจะให้ได้รับผลปฏิบัติอย่างเดียวกับชาติที่เป็นมิตรตลอดไป
รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความมั่นใจในเหตุผลและความเป็นธรรม และเชื่อมั่นในความรักชาติกล้าหาญและความเป็นนักรบของไทยแต่โบราณกาลว่าจะนำชัยชนะและความรุ่งโรจน์มาสู่ชาติไทยต่อไปในอนาคต
ขอความสวัสดีมีไชยจงมีแด่ชาติไทย.
๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๕
ผมอ่านถึงตรงนี้มีประเด็นอยากพูดสองสามประเด็น
- “แบ่งแยกแล้วปกครอง” น่ะ ของถนัดของอังกฤษเขาล่ะ ใช้ได้ผลมาแล้วที่อินเดียและพม่า เอา “ความแตกต่าง” ในเชื้อชาติภาษาศาสนาหรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทางการเมืองมาค่อยๆ บั่นทอนให้เล็กลง ค่อยๆ ตีกินไปเรื่อยๆ บอกไว้เผื่อท่านผู้อ่านไม่ทราบ อังกฤษกับฝรั่งเศสเคยคิดจะแบ่งสยามเป็นสามส่วน (ส่วนหนึ่งของรัชกาลที่ ๕ อีกส่วนของวังหน้า อีกส่วนของกลุ่มเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์) จนรัชกาลที่ ๕ ต้องมีพระราชหัตถเลขาไปถึงข้าหลวงใหญ่ของอังกฤษที่สิงคโปร์ว่า “ขออังกฤษอย่าแทรกแซงกิจการภายในของสยาม” เกือบไปแล้วมั้ยครับ หืม?
- เรื่องอเมริกายึดอาวุธและเครื่องบินที่ซื้อจ่ายเงินไปแล้ว อันนี้หมายถึงของที่ซื้อกับอเมริกาใช่ไหม? แล้วทำไมถึงยึด? แต่ผมคิดว่า ตั้งแต่ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพานั้น ในระดับโลกมันก็มีการแบ่งขั้วกันอยู่แล้ว ยุคนั้นผมเดาว่ามีสองขั้ว คือขั้วอังกฤษ-อเมริกา กับขั้วญี่ปุ่น (พอหวนกลับมามองตอนนี้ โลกก็แบ่งเป็นสองขั้วเหมือนกัน แต่เป็น ยุโรป-อเมริกา ขั้วหนึ่ง กับ จีน-รัสเซีย อีกขั้วหนึ่ง) หือตั้งแต่ตอนนั้นฝรั่งมันเพ่งเล็งว่าเราเหมือนหัวจะเอียงๆ ไปหาญี่ปุ่นเยอะเกิน เลยล่อเข้าให้? และถ้าเรื่องนี้จริง ก็เท่ากับว่าอเมริกาก็หากินกับการขายอาวุธมานานนมแล้ว
- พอเราเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ธันวาคม 2485 พอเปิดมามกราคม 2485 อังกฤษกับอเมริกาก็เปิดใส่เราก่อนเลยเหรอ? แสดงว่าสงครามในแถบนี้สถานการณ์สุดเหวี่ยงมากๆ หรือไม่เราก็คงโดน “หมายหัว” มานานแล้ว? อันนี้เป็นการคิดเอาเองของผมล้วนๆ อย่าเชื่อผมนะครับ
สนธิสัญญาระหว่างประเทสไทยกับประเทสญี่ปุ่นว่าด้วยอานาเขต
ของประเทสไทยไนมาลัยและภูมิภาคฉาน
รัถบาลสมเด็ดพระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทสไทย และรัถบาลสมเด็ดพระจักรพัติแห่งประเทส ยี่ปุ่น มีเจตจำนงแน่วแน่ด้วยความร่วมมือกันหย่างใกล้ชิดระหว่างประเทสทั้งสอง ที่จะดำเนินการสงครามร่วมกันต่อสหรัถอเมริกาและอังกริด จนบันลุชัยชนะบริบูรณ์และส้างมหาอาเชียบูรพาตามมูลถานความยุตติธัม จึงได้ทำความตกลงกันเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ประเทสญี่ปุ่นยอมรับนับถือการรวมรัถดังต่อไปนี้คือ กลันตัน ตรังกานู เกดะ ปะลิส และบันดาเกาะที่ขึ้นแก่รัถนั้นๆ เข้าเป็นอานาเขตของประเทสไทย
ข้อ ๒
ประเทสญี่ปุ่นยอมรับนับถือการรวมรัถเชียงตุงและรัถเมืองพาน ซึ่งตั้งหมู่ในภูมิภาคฉาน ข้าเป็นอานาเขตของประเทสไทย
ข้อ ๓
พายในหกสิบวัน นับรวมแต่วันใช้สนธิสัญญานี้ ประเทศญี่ปุ่นจะได้หยุดเลิกการปกครอง ซึ่งประเทสญี่ปุ่นดำเนินหยู่ขนะนี้ ในบันดาอานาเขตที่กล่าวไว้ข้อสัญญาทั้งสองข้างต้นนี้
ข้อ ๔
เขตแดนแห่งบันดาอานาเขตที่กล่าวในข้อ ๑ และข้อ ๒ นั้น จะได้กำหนดโดยหลักเขตแห่งรัถนั้น ๆ ตามที่หลักเขตเหล่านี้มีหยู่นะวันลงลายมือชื่อสนธิสัญญานี้
ข้อ ๕
รายละเอียดที่จำเป็นแก่การปติบัติตามสนธิสัญญานี้ จะได้กำหนดด้วยความตกลงร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาดแห่งประเทสทั้งสอง
ข้อ ๖
สนธิสัญญานี้จะได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันลงลายมือชื่อเป็นต้นไป
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงลายมือชื่อข้างท้ายซึ่งได้รับมอบอำนาดโดยถูกต้องจาก รัถบาลของตนเพื่อการนี้ ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสนธิสัญญานี้ไว้เป็นสำคัน
ทำคู่กันเป็นสองฉบับ เป็นภาสาไทยและภาสายี่ปุ่น เมื่อวันที่ ยี่สิบ เดือนที่แปด พุทธศักราชสองพันสี่ร้อยแปดสิบหก ตรงกับวันที่ยี่สิบ เดือนที่แปด ปีส์โยวาที่ สิบแปด.
สังเกตไหมครับ
- สัญญานี้ทำขึ้นในปี 2486 ซึ่งมีการ “ปฏิวัติภาษา” เปลี่ยนแปลงการสะกดคำไปแล้ว
- นี่เป็นสัญญาที่ทำหลังจากที่กองทัพพายัพได้รุกรบจนยึดเมืองพาน เมืองเชียงตุง ได้แล้วในปี 2485 จริงๆ สัญญานี้มันคือการ “ส่งมอบ” การปกครองว่าในเมื่อรับรองว่าเป็นของไทยแล้ว ก็จะให้ไทยได้ปกครองโดยสมบูรณ์ไป (ไม่ใช่ปกครองโดยญี่ปุ่นอีกแล้ว)
แต่ เมื่อมองประวัติศาสตร์จากปัจจุบัน ก็นะ ได้ไปก็เท่านั้น ได้ไปก็รักษาไว้ไม่ได้ พอญี่ปุ่นแพ้สงครามปี 2488 ทุกอย่างที่เคยลงแรงก็ “สูญ” หมด จึงได้มี “พม่าไทใหญ่” จึงได้มี “ประเทศมาเลเซีย” หึๆ
ครับ ผมก็คงจะอภิปรายเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ขอให้เป็นจินตนาการของท่านผู้อ่านแลวกันนะครับ
ตอนหน้า ตอนสุดท้ายแล้วจริงๆ ครับ อย่าลืมติดตามนะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (1) การพักรบกับฝรั่งเศส และ “สันติภาพในเอเชียตะวันออก”
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (6) ยามเมื่อลมเปลี่ยนทิศ จนสิ้นสุดสงคราม
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (5) พันธมิตรของเรา เล่นเอาเศรษฐกิจแย่
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (4) เราจะไม่มี “พม่าไทใหญ่” ถ้าเราได้มี “สหรัฐไทยเดิม”
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (3) “วงไพบูลย์แห่งมหาเอเชียบูรพา” Will Make Thailand Great Again
#ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (2) “พันธมิตรทางทหาร” และการ “ประกาศสงคราม”


