บางแห่งเชื่อว่ามาจากการประกอบพีธีบวงสรวงให้คนที่เสียชีวิตในพื้นที่ชาวอาหรับที่ถ่ายทอดผ่านประเทศจีนและมาผสมกับพีธีเก็บเกี่ยวพืชผลของญี่ปุ่นเกิดเป็นประเพณีโอบ้ง
เทศกาลโอบ้ง (お盆/おぼん/Obon) คือเทศกาลทำบุญไหว้วิญญานและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วของคนญี่ปุ่น เชื่อกันว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหล่าวิญญานทั้งหลายจะกลับมาสู่ภพภูมิในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ก่อนตายนั่นเอง
▪️โอบ้ง (お盆/おぼん/Obon) หมายความว่าอย่างไร
โอบ้งมีชื่อเรียกทางการอีกอย่างว่า “อุระบ้ง” (盂蘭盆/うらぼん/Urabon) หรือ “อุระบ้งเอะ” (盂蘭盆会/うらぼんえ/Urabone) มาจากคำว่า “อุระบันนะ” (うらばんなウラバンナ/Urabanna) ของภาษาอินเดีย แปลว่าการวางอักษรคันจิหรือจีนกลับด้าน, กลับหัวกลับหางนั่นเอง
หรือบางแห่งเชื่อว่ามาจากการประกอบพีธีบวงสรวงให้คนที่เสียชีวิตในพื้นที่ชาวอาหรับที่ถ่ายทอดผ่านประเทศจีนและมาผสมกับพีธีเก็บเกี่ยวพืชผลของญี่ปุ่นเกิดเป็นประเพณีโอบ้งเป็นต้น

▪️เทศกาลโอบ้งจะมี 3 ช่วงเวลา
เทศกาลโอบ้งในแต่ละพื้นที่จะมีช่วงเวลาที่ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ขึ้นกับปฎิทินแบบใหม่เรียกว่าชินเรคิโนะโอบ้ง (新暦のお盆/Shinreki-no-Obon), ปฎิทินแบบเดือนก่อนหน้าเดือนปัจจุบันเรียกว่าซึคิโอคุเระบ้ง (月遅れ盆/Tsukiokurebon) และปฎิทินแบบเก่าเรียกว่าคิวเรกิ (旧暦のお盆/Kyureki-no-obon)
• ชินเรกิโอบ้งจะตรงกับวันที่ 13 ก.ค. – 16 ก.ค.
• ซึคิโอคุเระบ้งจะล่าช้ากว่า 1 เดือนเพราะฉะนั้นจะตรงกับวันที่ 13 ส.ค. – 16 ส.ค.ซึ่งตรงกับเทศกาลวันหยุดโอบ้งในปัจจุบัน
• คิวเรกิโอบ้งจะขึ้นอยู่กับแต่ละปีซึ่งจะวันจะแตกต่างกันไป
▪️สิ่งที่ทำในเทศกาลโอบ้ง แต่ละพื้นที่อาจจะมีกิจกรรมที่แตกต่างกัน แต่หลักๆ ที่จะทำเหมือนกันมีดังต่อไปนี้

• การเตรียมโต๊ะเซ่นไหว้วิญญาน
• การนำมะเขือและแตงกวามาทำโชวเรียวอุมะหรือเรียกกันว่าพาหนะของผู้ตายนั่นเอง
• การทำความสะอาดหิ้งพระและหลุมฝังศพ ถวายเครื่องเซ่นและดอกไม้
• จุดโคมไฟเพื่อตอนรับวิญญาณบรรพบุรุษ
• โต๊ะเซ่นไหว้ต้องมีเครื่องเซ่นไหว้วางไว้อย่าให้ขาด
• วันสุดท้ายจุดโคมไฟเพื่อส่งวิญญานบรรพบุรุษ
ทักทายพูดคุยกับ Tanoshii Japan ได้ที่ >>> Facebook Tanoshii Japan ชิม แช่ ช้อป ชิล
เรื่องแนะนำ :
– Tomoyasu Cafe คาเฟ่ในโตเกียวที่ ขายผ้าสวย ๆ ด้วย
– แนะนำ SMOOTHIE ในลอว์สัน แก้ท้องผูกเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น
– เฮ้ยต้องลอง!! ไอศกรีมยอดนิยมของญี่ปุ่นในหน้าร้อน
– รีวิว BASCHEE ขนมขายดีของ Lawson 7 วันขายได้ถึง 2 ล้าน 5 แสนชิ้น
– เครื่องดื่มหน้าร้อนญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด
>> ข้อมูลและรูปภาพจาก: www.e-ohaka.com


