‘Mizuhiki’ มาเรียนรู้เรื่องราวของเงื่อนแห่งความโชคดีรับวันปีใหม่กัน!
ประเทศญี่ปุ่นได้ชื่อว่ายืนหนึ่งไม่เป็นสองรองใครในเรื่องบรรดาเครื่องรางทั้งหลาย และถ้าพูดถึงเรื่องราวของเครื่องรางแห่งความโชคดีในวันปีใหม่ เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นตากับ Kadomatsu ซึ่งมีลักษณะเป็นกระบอกไม้ไผ่สามอันมัดรวมกันกับกิ่งสน เพื่อเป็นการต้อนรับเทพเจ้าในวันเริ่มต้นปี ซึ่งเชื่อกันว่าจะชักนำโชคลาภและสิ่งดีๆ เข้ามา รวมถึง Shime-kazari ซึ่งเป็นเชือกศักดิ์สิทธิ์ที่ทำจากฟางข้าว ตกแต่งด้วยส้ม ใบเฟิร์น และอื่นๆ แทนสัญลักษณ์ของความสุขและการมีอายุที่ยืนยาว
แต่นอกจากสองอย่างนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งสัญลักษณ์นำโชควันปีใหม่ซึ่งมีที่มาอันเก่าแก่ยาวนานที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า ‘Mizuhiki’ อีกด้วยนะ!

มิซูฮิกิ คือศิลปะการผูกปมเชือกแบบโบราณของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ในสมัย Asuka ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก Motoyui ที่ใช้ในการตกแต่งหรือมัดปมผมตั้งแต่ยุคซามูไร ต่อมาเมื่อยุคของซามูไรเริ่มเสื่อมถอยไป เทคนิคการผูกมัดแบบโมโตยูอิจึงได้รับการปรับปรุงมาเป็นการมัดปมแบบมิซูฮิกิในเวลาต่อมา ซึ่งหลักๆ จะเป็นการผูกเชือกให้เกิดเงื่อนปมเป็นรูปร่างต่างๆ ให้สวยงามเพื่อใช้ในการตกแต่งของกำนัลและซองเงิน ตั้งแต่สำหรับงานวันเกิด งานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งงานศพ โดยเชือกที่นำมาผูกเป็นมิซูฮิกิจะใช้การบิดกระดาษแผ่นยาวซึ่งทำจากฟางข้าวผสมกับแป้งจนกลายเป็นเชือกเส้นยาวที่เหนียวแน่นแข็งแรง จากนั้นจึงทาสีต่างๆ ตามโอกาสที่ต้องการจะนำไปใช้งาน
หากกล่องของขวัญในซีกโลกตะวันตกมีริบบิ้นสีสดใสผูกโบว์สวยงามเป็นซิกเนเจอร์ ของขวัญในวันสำคัญของแดนอาทิตย์อุทัยก็มีมิซูฮิกิเปรียบเสมือนตราประทับซึ่งตอกย้ำถึงความใส่ใจที่ผู้ให้มีต่อผู้รับ และนอกจากมันจะทำหน้าที่ประดับประดาสร้างความสวยงามและเพิ่มคุณค่าให้ของขวัญชิ้นนั้นๆ พิเศษยิ่งขึ้นแล้ว มิซูฮิกิยังทำหน้าที่ประหนึ่งเครื่องรางที่จะช่วยปัดเป่าโชคร้ายให้ห่างไกลจากตัวผู้รับ อีกทั้งปมมิซูฮิกิยังเป็นสัญลักษณ์ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้ให้และผู้รับอีกด้วย โดยปมของมิซูฮิกิที่ถูกทำให้มีรูปร่างหลากหลายแตกต่างกันไปยังเป็นคล้ายคำอวยพรที่มาพร้อมกับของกำนัลหรือจดหมายสำคัญต่างๆ ดังนั้น มิซูฮิกิรูปสัตว์มงคลต่างๆ ของแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ว่าจะเป็น นกกระเรียน กบ ปลา มังกร และเต่า จึงค่อนข้างเป็นมิซูฮิกิที่ได้รับความนิยมและพบเห็นได้บ่อยๆ นั่นเอง

และเนื่องจากเพียบพร้อมทั้งความประณีตงดงามรวมถึงยังมีความหมายแฝงอันเป็นมงคล มิซูฮิกิจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะสามารถพบเห็นได้พร้อมกันกับของตกแต่งอันเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นปีอย่างคาโดมัตสึและชิเมะคาซาริ โดยชาวญี่ปุ่นมักจะนิยมผูกมิซูฮิกิบนของตกแต่งทั้งสองอย่าง รวมถึงยังมักจะพบเห็นเงื่อนมงคลนี้ได้บนซองเงินของขวัญปีใหม่ (Pochibukuro) ซึ่งผู้ใหญ่นิยมให้แก่เด็กๆ อีกด้วย
ปัจจุบันนี้ ยังสามารถพบมิซูฮิกิในรูปแบบร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนมิซูฮิกิลวดลายเกล็ดหิมะ กวางเรนเดียร์ หรือต้นไม้ นอกจากนั้นยังมีการประยุกต์ใช้มิซูฮิกิโดยนำมาทำเป็นพวงหรีดคริสต์มาสหรือนำไปตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานีรถไฟหลักๆ หลายแห่งโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวเป็นต้น
นอกจากความประณีตพิถีพิถันในการสร้างรูปทรงที่เป็นมงคลให้กับเงื่อนมิซูฮิกิแล้ว การลงลึกถึงความใส่ใจแบบละเอียดลออในการทำมิซูฮิกิยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะเนื้อผ้า สี หรือแม้กระทั่งจำนวนของเกลียวที่บิดออกมาเป็นเส้นเชือกก็ยังแฝงไปด้วยความหมาย เช่น เกลียวเชือกที่เป็นจำนวนเลขคี่มักจะเป็นมิซูฮิกิที่เหมาะจะใช้ในงานเฉลิมฉลอง ส่วนเกลียวเชือกจำนวนเลขคู่นั้นมักจะถูกนำมาใช้ในโอกาสเพื่อการระลึกถึงในเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ในขณะที่มิซูฮิกิสีเงินและสีทองมักจะเป็นสัญลักษณ์ของโอกาสแห่งความสุข ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะถักทอออกมาเป็นปมเงื่อนที่สามารถคลายออกได้ง่ายๆ เช่นรูปผีเสื้อ (chou-musubi) เพื่อแสดงถึงโอกาสที่จะเกิดเรื่องดีๆ ได้อีกหลายๆ ครั้ง หากแต่ถ้าเป็นมิซูฮิกิที่ใช้ในโอกาสงานอวมงคลต่างๆ มักจะใช้เชือกสีขาวและสีดำเป็นหลัก โดยเงื่อนจะถูกผูกออกมาเป็นรูปร่างที่เหนียวแน่นจนแทบจะไม่สามารถคลายออกมาได้ เพื่อสื่อว่างานเช่นนี้ไม่ควรมีโอกาสเกิดขึ้นอีกต่อไปนั่นเอง

สำหรับเงื่อนที่ถูกผูกขึ้นเพื่อใช้ในเทศกาลปีใหม่นั้นจะพิเศษออกไป โดยเงื่อนที่ถูกนำมาใช้นั้นจะเป็นเงื่อนที่แน่นหนาและแกะออกได้ยาก เช่น เงื่อน musubi-kiri เพื่อใช้แทนสัญลักษณ์ของความโชคดีอันเป็นนิรันดร์ซึ่งจะคงอยู่ตลอดไป ส่วนมิซูฮิกิที่ใช้สำหรับงานแต่งงานนั้นจะถูกผูกด้วยเชือกจำนวน 10 เส้นด้วยกัน เนื่องจากเลข 10 นั้นถือเป็นจำนวนคูณสองของเลข 5 จึงถูกนำมาใช้แทนความหมายของความมงคลจากเงื่อนที่ใช้เชือก 5 เส้นเป็นสองเท่านั่นเอง
ใครจะไปคิดว่าแค่เงื่อนและเชือกที่ใช้ผูกเพื่อตกแต่งกล่องของขวัญหรือซองเงินนั้นจะผ่านการคิดคำนวณอย่างลึกซึ้งถึงขนาดนี้ แต่ก็นั่นละ! นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจซักเท่าไหร่ เพราะเราทุกคนรวมถึงคนแทบทั้งโลกต่างก็รู้จักและเคยได้ทราบถึงสารพัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากความละเอียดลออใส่ใจพิถีพิถันของชาวญี่ปุ่นกันเป็นอย่างดี
ครั้งหน้า หากคุณมีโอกาสได้รับมิซูฮิกิเป็นของขวัญจากชาวญี่ปุ่นคนไหน ก็จงภูมิใจได้เลยว่าคุณเป็นคนที่มีคุณค่าและมีความสำคัญสำหรับคนคนนั้นไม่น้อยเชียวละ!
เรื่องแนะนำ :
– ‘Asobi’ นักบวช หมอผี และโสเภณีในบั้นปลาย!
– ส่องเมนูอาหารรับซานต้า ม่วนจอยวันคริสต์มาสสไตล์ญี่ปุ่นต้องกินอะไร?
– ปักหมุด 9 ตลาดนัดคริสต์มาสเด็ดๆ รอบโตเกียว จะเฟี้ยวแค่ไหนต้องไปโดน!
– เปิดเมนูรักษาหวัดแบบ Japanese Style กินง่าย ทำง่าย ลองดู!
– Karoshi Syndrome – – ทำงานจนตาย ใครว่าไม่มีอยู่จริง!
– ‘Seijokankidan’ ขนมหวาน 1,000 ปี ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น!
ข้อมูลอ้างอิง:
– https://savvytokyo.com/mizuhiki-art-the-beautiful-knots-on-holiday-gifts/
– https://en.wikipedia.org/wiki/Mizuhiki
– https://www.tokyoweekender.com/art_and_culture/
– https://www.utsuwa-ny.com/post/mizuhiki-the-art-of-tying-knots
– https://shaopeng.blog/wanders/mizuhiki-knots-of-connection
– https://web-japan.org/trends/11_fashion/fas180104.html
#‘Mizuhiki’ มาเรียนรู้เรื่องราวของเงื่อนแห่งความโชคดีรับวันปีใหม่กัน!


