คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
“Hokuto no Ken” กับความรู้สึกที่ผมได้กลับไปอ่านมันอีกครั้งเมื่อผมอายุ 48!
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ก่อนที่ผมจะหยุดเขียน “คั่นรายการ” เพื่อขึ้นซีรี่ส์ใหม่ (ซึ่งก็จะยาวไปประมาณน่าจะเกือบๆ ครึ่งปีได้) ผมก็ขอปิดท้ายการ “คั่นรายการ” ประจำปีนี้ ด้วยการ์ตูนที่ (อาจจะ) มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดของผมมากที่สุด (แบบที่ ไม่รู้ตัว) ก็ได้ นั่นก็คือ “Hokuto no Ken” ซึ่ง เอิ่ม มันเป็นการ์ตูนที่เก่ามาก ผมดูฉบับการ์ตูนทีวีช่อง 9 ราวประถมปลายเลย (ป. 5 หรือ ป. 6 นี่แหละ) และเนื่องจากชื่อของภาคภาษาไทยมันหลายชื่อมาก ตามแต่วาระของการตีพิมพ์ (ตั้งแต่ “หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ” “ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ” จนถึง “หมัดดาวเหนือ”) ดังนั้นขอเรียกชื่อเดิมภาษาญี่ปุ่นแล้วกัน (อ้าว)
บางคนอาจจะสงสัยว่า โห มันมีคุณค่าในทางเนื้อหามากขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้ามองมันด้วยสายตาแบบว่า มันก็การ์ตูนโชเน็นน่ะ การ์ตูนตลาดน่ะ เพราะว่าทุกอย่างในนั้นมันเหมือนจะสนองนี้ดตอบโจทย์ความบันเทิงสำหรับเด็กวัยรุ่นยุคนั้นมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากโลกยุคเถื่อนที่อารยธรรมยุคปัจจุบันล่มสลายแบบเรื่อง Mad Max ตัวเอกของเรื่อง (เค็นชิโร่) ที่ตอนแรกนี่ทรงแบบ บรูซ ลี ชัดๆ รวมถึงแอ็กชั่นในเรื่องซึ่งเปิดหน้ามาให้ผมชี้ได้เลยนะ ว่ามาจากหนังเรื่องไหนของบรูซ ลี (ผมดูหมดทุกเรื่องเลย) แต่วาดไปวาดมากลายเป็น ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ซะงั้น! ไม่นับตัวละครในเรื่องหลายตัวที่เหมือนเอาพวกดาราฝรั่งมาเป็นต้นแบบมากๆ บวกกับเนื้อเรื่องที่มีกลิ่นอายนิยายกำลังภายในเยอะมาก เช่นเรื่องของคุณธรรมน้ำมิตร บุญคุณความแค้น สู้เพื่อรัก อะไรพวกนี้ (ฉากที่เค็นชิโร่พายูเรียไปอยู่แบบหลีกลี้หนีให้ไกลจากสังคมนี่ มัน เอี้ยก้วยกับเซียวเล้งนึ่ง ชัดๆ ประมาณว่าต้องรอให้ยูเรียลาโลกไปก่อน เค็นชิโร่ถึงตัดสินใจ “ท่องยุทธภพ” อีกครั้งในภาคสอง)
คือด้วยความที่มันแลดูเป็น “การ์ตูนตลาด” (ไม่ใช่การ์ตูนที่แลดูปรัชญา คลาสสิก จำพวก “วิหคเพลิง” ของ อ. เทซึกะ โอซามุ หรือแบบกาแล็กซี่เอ็กซ์เพรส 999 ของ อ.มัตสึโมโตะ เลอิจิ) ก็อาจจะมีคนสงสัยว่าทำไม มันถึงยัง “ขายได้” ยาวนานขนาดนี้ (ขนาดผู้แต่งเนื้อเรื่องยังงงเลยว่า ไม่คิดว่ามันจะขายได้ยาวนานปานนี้ เสมือนตกปลาได้ตัวใหญ่ขนาดกินไม่หมด)
อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ผมกลับมาอ่านมันอีกรอบเมื่อตอนอายุจะห้าสิบ และด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ทำให้ผมมองเห็นอะไรในเรื่องนี้มากกว่าแค่การ์ตูนแอ็กชั่นขายฉากบู๊ขายตัวละครกล้ามปู
ผมขอประมวลเป็นข้อๆ แล้วกันนะครับ ความรู้สึกที่ผมได้รับจากการอ่าน “Hokuto no Ken” อีกครั้งในรอบ เอิ่ม รอบสามสิบกว่าๆ ใกล้สี่สิบปีเลยอ้ะ
1) โลกยุคเถื่อนน่ะ ไม่จำเป็นต้องรอให้นิวเคลียร์ลงหรอกครับ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันก็เถื่อนแล้ว ถึงจะมองไม่เห็นจากภายนอกแบบ โอ้โห ตึกกลายเป็นซาก นอกเมืองไปเป็นทะเลทรายเวิ้งว้างอย่างในเรื่อง ความป่าเถื่อนน่ะ ในโลกยุคนี้มันกำลังฟักตัวอยู่ จากโลกโซเชียล (การด่าทอ การแบ่งพรรคแบ่งพวก การรุมทำร้ายคนเห็นต่าง) แล้วมันก็จะไหลซึมออกมายังโลกแห่งความจริงมากขึ้นๆ การถืออำนาจบาตรใหญ่ การทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า ผมคงไม่ต้องพูดให้เยอะไปเพราะทุกทานก็คงอ่านข่าวออนไลน์กันทุกวัน
2) ยิ่งโลกอยู่ในยุคเถื่อนที่คนไร้น้ำใจไร้ศีลธรรมเท่าไหร่ แนวคิดที่ว่าจะต้อง “ปกครองด้วยพละกำลัง” แบบราโอ ก็จะยิ่งเด่นชัดรุนแรงขึ้น (โลกนี้คนชั่วๆ มันเยอะ ต้องลงโทษให้เด็ดขาด เอามันให้อยู่) เอาจริงๆ แล้ว การต่อสู้ระหว่างเค็นชิโร่กับราโอน่ะ มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ของคนสองคนนะครับ มันคือภาพสัญลักษณ์ของ “การต่อสู้ทางอุดมการณ์” เลยล่ะ (เค็นชิโร่นั้นจริงๆ ผมมองว่าเขามีแนวคิดอุดมการณ์แบบ เสรีนิยม-ปัจเจกชนนิยมอยู่นะ เขายึดอุดมการณ์ “การปลดปล่อยผู้คนจากการกดขี่” ในขณะที่ราโอนั้นเป็น “อำนาจนิยม” เต็มตัว) ผมบอกเลยตอนนี้เหตุการณ์ในระดับโลก มีแต่การเบียดเบียนกัน ข้าวยากหมากแพง ปัญหาผู้อพยพ คนต่างด้าว ฯลฯ ต่อไปแนวคิดของการ “ปกป้องตัวเอง” “ชาตินิยม” “การปกครองด้วยอำนาจเด็ดขาด” มันจะกลับมา
3) แต่ไม่ว่าใครจะมีอุดมการณ์ยังไง หรือใครจะเป็นผู้ชนะ มันก็เป็นเพียงแค่ผลลัพธ์ชั่วคราว เพราะธรรมชาติธรรมดาของโลกและสังคมไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ก็เหมือนกันหมด คือเวลาที่สังคมมันยังเล็ก ก็อาจจะแค่ อ่ะ พวกเราต้องมาช่วยกัน โดยมีแค่ “ผู้นำ” เป็นศูนย์รวมใจออกคำสั่ง (เหมือนอย่างหมู่บ้านของมามิยะ) แต่พอสังคมชักจะใหญ่ขึ้น “ชนชั้น” มันก็เริ่มชัด และ “ความไม่เท่าเทียม” ก็จะตามมาเป็นเงาตามตัว (เหมือนอย่างภาคสองที่มีจักรวรรดิสวรรค์นั่นแหละ) และถึงแม้รูปแบบทางการเมือง-เศรษฐกิจ จะเปลี่ยนไป แต่การมี “ชนชั้น” และ “ความไม่เท่าเทียมกัน” ก็ยังมีอยู่ แน่นอน “การกดขี่” ก็ยังมีอยู่ด้วย (เหมือนในตอนเรื่องของฟาร์มเกษตรนรกของตัวร้ายที่เป็นอดีตลูกกระจ๊อกราโอ ที่มาตั้งตัวเป็นนายทุนขายฝันเรื่องที่ดินทำกินจนมีคนหลงเชื่อมากมาย)
4) มีบางคอมเมนต์ในพันทิปที่ประมาณว่า สิ่งที่เค็นชิโร่ทำได้ก็คือแค่ พเนจร แล้วก็ ผดุงคุณธรรมไปวันๆ ซึ่ง มันก็อาจจะใช่ บางคนอาจจะมองว่า การกระทำของเค็นชิโร่ “ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” แต่บางที เค็นชิโร่อาจจะคิดอยู่แล้วว่า “โลกมันก็เป็นเช่นนี้แหละ” (มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายดายปานนั้น) สิ่งที่ทำได้ก็เลยมีแค่ “การต่อสู้กับการกดขี่” ให้คนดู เพื่อจะเป็นตัวอย่าง เป็นกำลังใจให้คนอื่นๆ หรือคนรุ่นหลังดูไว้แล้วทำตาม (เหมือนกับแบ็ตกับรินเมื่อโตเป็นหนุ่มสาวที่ตั้งกลุ่มกองโจรสู้กับพวกจักรวรรดิสวรรค์)
ท่านผู้อ่านอาจจะเห็นว่าผมเพ้อเจ้อไปคนเดียวก็ได้
แต่ผมเชื่อว่า การ์ตูนเรื่องนี้มันส่ง “สาร” บางอย่าง “สาร” ที่จริงๆ แล้วมันเป็นความจริงที่ไม่ได้ล้าสมัยเลยถึงเวลาจะผ่านไป ตราบใดที่ยังมีมนุษย์และสังคมอยู่
แต่ที่แน่ๆ การ์ตูนเรื่องนี้ได้ปลูกฝังความคิดอย่างหนึ่งให้กับเด็กชายคนหนึ่ง ว่า ถึงเป็นคนดีแต่ถ้าอ่อนแอก็จะถูกคนชั่วรังแกเอารัดเอาเปรียบ ถ้าอยากจะรักษาความดี รักษาศักดิ์ศรีความเป็นคน “เราต้องเข้มแข็ง” ต้องมีวิชาติดตัว (จริงดิ)
ไม่แน่นะ ที่ผมเป็นผมอย่างที่เป็นทุกวันนี้ อาจจะได้รับอิทธิพลมาจาก “เค็นชิโร่” ก็ได้นะ เอ้อ
*****************************
ก่อนจะที่จบบทความในวันนี้ ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นะครับ
หลังจากที่ลูกชายผมได้สายดำเด็ก (ดำแดง ฝรั่งเรียก Poom Belt) แล้ว ผมก็มานั่งสำรวจอุปกรณ์การฝึกต่างๆ ที่ลูกชายไม่ใช้แล้ว พบว่ามีชุดเทควันโดเด็กสี่ชุด นวมชกมวยอีกสองคู่ (นวมเด็กของดีแคทลอน) ด้วยความช่วยเหลือของ Chat GPT ผมเลยสามารถหาที่บริจาคได้ในที่สุด เลยอยากจะมาแชร์ ประชาสัมพันธ์ตรงนี้ เผื่อมีท่านไหนสนใจอยากจะ #บริจาคนวมชกมวย หรือ #บริจาคชุดเทควันโด บ้าง (สองที่นี้ สดๆ ร้อนๆ เดือนนี้เลย อัพเดทล่าสุด เดือนมิถุนายน 2025)
นวมชกมวย: ผมดันไปเจอข่าวที่ว่า เด็กๆ ที่ศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทยบ้านโนนม่วง (โรงเรียนบ้านโนนม่วง) ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจอคนไม่ดี ขโมยนวม สนับแข้งที่เด็กๆ ใช้ซ้อมไป (ผมนี่สบถเลย คนอะไรวะเบียดเบียนได้กระทั่งเด็กๆ) ผมก็เลยเอานวมเด็กสองคู่ (4 ออนซ์ กับ 6 ออนซ์) ส่งให้ไป ท่านใดที่สนใจจะบริจาค สามารถติดต่อท่าน ผอ. ชาญชัยสวัสดิ์ อิสสระวงษ์ (ผอ. โรงเรียนบ้านโนนม่วง) ได้ที่เบอร์ 095-453-6563 นะครับ (ส่งได้ที่ ศูนย์เรียนรู้ศิลปะมวยไทยบ้านโนนม่วง โรงเรียนบ้านโนนม่วง 370 หมู่ 12 ถนนบ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
ชุดเทควันโด: ชุดเทควันโดเด็ก ถ้าท่านใดที่ลูกหลานไม่ได้เล่นแล้ว ติดต่อบริจาคได้ที่ ครูอ๊อฟ (อ. ณัฐวุฒิ จัดของ รอง ผอ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๓ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์) ที่เบอร์ 087-843-4416 นะครับ (ตอนนี้มีโครงการส่งเสริมให้เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลได้หัดกีฬาเทควันโดครับ)
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แถมให้อีกสองที่ (ซึ่งเคยบริจาคไปเมื่อปีก่อนๆ)
ชุด BJJ: คิดว่าที่ CRT Gym เชียงราย น่าจะยังรับบริจาคอยู่นะครับ
ชุดไอคิโด: ลองติดต่อที่ มูลนิธิศานติวัฒนธรรม (Peace Culture Foundation) ที่เชียงใหม่ดูนะครับ
ฝากท่านผู้อ่าน ช่วยๆ บอกต่อกันด้วยนะครับ บางสิ่งเราอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วแต่อาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ครับ
*****************************
พบกันใหม่คราวหน้านะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– “แฝด” (双生児) อีกหนึ่งเรื่องสั้นไอเดียสะพรึงจากปลายปากกาของ เอโดงาวะ รัมโปะ
– เรื่องของ “หุ่นยนต์” กับ “เอไอ” อ่านแล้วทำไมนึกถึง “Giant Robo” ก็ไม่รู้?
– คดีสตรีมเมอร์สาวญี่ปุ่นโดนแทงกลางไลฟ์ “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์”
– Uprising อะไรน่ากลัวกว่ากันระหว่าง “ศัตรูผู้รุกราน” กับ “สนิมเนื้อในตน”?
– “ความฟุ่มเฟือยคือศัตรู” โห เอาแบบนี้เลย?
“Hokuto no Ken” กับความรู้สึกที่ผมได้กลับไปอ่านมันอีกครั้งเมื่อผมอายุ 48!


