สยองผีญี่ปุ่น : ยายเฒ่าถั่วแดง (Azuki Baba Yokai)
อาซึกิบาบะ หรือ “ยายเฒ่าถั่วแดง” เป็นโยไคญี่ปุ่นที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มตำนาน อาซึกิอาไร (小豆洗い) หรือภูตผู้ล้างถั่วแดง จุดเริ่มต้นของตำนานไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ของหญิงชรา หากแต่อยู่ที่ “เสียง” อันลึกลับซึ่งดังมาจากบริเวณริมน้ำ โดยผู้คนจะได้ยินเสียงคล้ายการล้างหรือขัดถั่วแดงดัง ซัก ซัก หรือ กรอบแกรบ ในช่วงพลบค่ำและเวลากลางคืน ทั้งที่ไม่เห็นผู้ใดอยู่ตรงนั้น ตำนานลักษณะนี้พบกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้างในญี่ปุ่น ตั้งแต่ภูมิภาคชูโกกุ ชิโกกุ คิวชู และชูบุ ไปจนถึงคันโตและโทโฮกุ ยานางิตะ คุนิโอะ นักคติชนวิทยาคนสำคัญของญี่ปุ่นจึงจัด “อาซึกิโทกิ” หรือภูตผู้ขัดถั่วแดงไว้ในกลุ่มตำนานที่แพร่หลายมากเป็นพิเศษ และตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดที่ผู้คนซึ่งไม่เคยเห็นตัวของสิ่งลึกลับนี้กลับสามารถระบุได้ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็น “เสียงขัดถั่วแดง” อย่างตรงกัน ฐานข้อมูลของศูนย์วิจัยวัฒนธรรมนานาชาติญี่ปุ่นยังบันทึกชื่อเรียกอื่น เช่น อาซึกิโทกิบาบะซามะ (小豆とぎ婆さま) หรือ “คุณยายผู้ขัดถั่วแดง” ซึ่งมีหลักฐานบันทึกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 ในจังหวัดโทจิงิ แสดงให้เห็นว่ารูปแบบ “หญิงชรา” ของตำนานนี้มีประวัติอย่างน้อยตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และอาจเก่าแก่กว่านั้นมาก

ในรูปแบบที่เรียกว่า อาซึกิบาบะ ตัวตนซึ่งเดิมมีเพียงเสียงกลับได้รับรูปลักษณ์เป็นหญิงชราน่าหวาดกลัว โดยเฉพาะในเรื่องเล่าบางท้องถิ่น หญิงชราผู้นี้จะปรากฏบริเวณลำธาร แม่น้ำ สะพาน หรือสถานที่มืดครึ้มในช่วงพลบค่ำ เธออาจสวมชุดสีขาว นั่งอยู่ริมธารพร้อมกระชอนหรือภาชนะสำหรับล้างถั่ว และส่งเสียงร้องหรือพึมพำขณะขัดถั่วแดง ลักษณะสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “หญิงแก่ที่กินคน” แต่เป็นการนำเสียงลึกลับของอาซึกิอาไรมาสร้างให้กลายเป็นตัวละครที่มีรูปร่างและเจตนาร้ายอย่างชัดเจน ในบันทึกจากจังหวัดโทจิงิเมื่อปี 1929 มีเรื่องเล่าว่าเมื่อถึงยามเย็นจะได้ยินเสียงอาซึกิโทกิบาบะขัดถั่วบริเวณใกล้ศาลเจ้า และอีกเรื่องหนึ่งกล่าวถึงหญิงชราที่อยู่บริเวณลำธารซึ่งสามารถลักพาตัวเด็กที่ยังเล่นอยู่ในช่วงเย็นได้ ขณะที่ข้อมูลจากจังหวัดอื่นก็มีเรื่องราวใกล้เคียงกัน เช่น ในกุนมะมีคำเตือนเด็กว่า หากยังไม่ยอมกลับบ้านในยามเย็น อาซึกิโทกิบาบะจะออกมาลักพาตัวไป เรื่องเหล่านี้ทำให้ “เวลาพลบค่ำ” มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างกลางวันกับกลางคืน ซึ่งในความเชื่อพื้นบ้านญี่ปุ่นมักถูกมองว่าเป็นเวลาที่โลกของมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติสามารถทับซ้อนกันได้

สิ่งที่ทำให้อาซึกิบาบะน่ากลัวขึ้นก็คือ บทเพลงหรือถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับการจับมนุษย์กิน ตำนานจากจังหวัดกุนมะบันทึกคำกล่าวของอาซึกิโทกิบาบะในลักษณะว่า “จะขัดถั่วแดงดี หรือจะจับคนมากินดี” พร้อมเสียง “ซัก ซัก ซัก” เลียนแบบเสียงขัดถั่ว คำพูดลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาซึกิบาบะไม่ได้เป็นเพียงภูตที่ปรากฏเพื่อสร้างความหวาดกลัว แต่เป็นผู้ล่าในจินตนาการของชาวบ้านอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเรื่อง “กินคน” ไม่ได้ปรากฏเหมือนกันทุกพื้นที่ บางแห่งกล่าวเพียงว่าเธอหลอกคน บางแห่งบอกว่าลักพาตัวเด็ก ขณะที่บางเรื่องระบุว่าจับมนุษย์มากินโดยตรง ฐานข้อมูลโยไคของญี่ปุ่นยังพบเรื่องเล่าจากปี 1936 ที่เรียกว่า อาซึกิบาอะ (アズキバア) โดยกล่าวว่าโยไคชนิดนี้ปรากฏบริเวณลำธารหรือสถานที่มืดในยามค่ำคืน กำลังขัดถั่วแดง และสามารถหลอก จับ หรือกินมนุษย์ได้ จึงเห็นได้ว่าภาพของ “ยายถั่วแดงผู้กินคน” ไม่ใช่เพียงการแต่งเติมของแหล่งข้อมูลสมัยใหม่ แต่มีร่องรอยอยู่ในบันทึกคติชนญี่ปุ่นด้วย ขณะเดียวกันก็มีตำนานที่น่าสนใจซึ่งอธิบายว่าเสียงอาซึกิโทกิอาจไม่ได้เกิดจากโยไคโดยตรง แต่อาจเป็น มุจินะ อิตาจิ หรือสัตว์ที่แปลงร่าง เพื่อหลอกมนุษย์ ตัวอย่างจากจังหวัดกุนมะระบุโดยตรงว่าอาซึกิโทกิบาบะอาจเป็นฝีมือของมุจินะหรืออิตาจิ และในจังหวัดมิยางิก็มีเรื่องเล่าว่าแมวลายเสือสามารถแปลงร่างเป็นผู้ล้างถั่วแดงที่ริมลำธารเพื่อหลอกผู้คนได้

เมื่อพิจารณาในมุมคติชน อาซึกิบาบะจึงอาจไม่ได้เป็น “โยไคชนิดเดียวที่มีรูปแบบตายตัว” แต่เป็นผลจากกระบวนการที่ชาวบ้านนำ เสียงลึกลับจากสถานที่อันตราย มาสร้างคำอธิบายให้แก่สิ่งที่มองไม่เห็น ลำธาร สะพาน และหุบเขาเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเกิดตำนาน เพราะในเวลากลางคืนเสียงน้ำ เสียงกิ่งไม้ หรือเสียงสัตว์อาจฟังคล้ายเสียงขัดถั่ว เมื่อผู้คนไม่สามารถมองเห็นต้นเหตุ พวกเขาจึงสร้าง “ผู้กระทำ” ขึ้นมาเพื่ออธิบายเสียงนั้น อาซึกิบาบะจึงเป็นพัฒนาการจาก
เสียง → ภูต → หญิงชรา → ผู้ล่ามนุษย์
ในบางชุมชนตำนานนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นคำเตือนเด็กไม่ให้ออกไปเล่นนอกบ้านจนค่ำ เช่นเดียวกับตำนานโยไคอีกหลายชนิดที่ทำหน้าที่เป็น “กลไกควบคุมพฤติกรรม” ของสังคม มากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องสยองขวัญเพื่อความบันเทิง นอกจากนี้ชื่อเรียกของโยไคก็แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ทั้งอาซึกิอาไร อาซึกิโทกิ อาซึกิโทกิบาบะ อาซึกิบาบะ หรือแม้แต่ชื่อที่เกี่ยวข้องกับการล้างข้าว แสดงให้เห็นว่าตำนานเรื่องเดียวกันสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความเชื่อของแต่ละชุมชนได้

ดังนั้น อาซึกิบาบะ (小豆婆) จึงควรถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบอันมืดมนของตำนานอาซึกิอาไร มากกว่าจะเป็นโยไคที่แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง ภาพของหญิงชราผิวขาวที่นั่งขัดถั่วอยู่ริมธารในหมอกยามเย็น เป็นการทำให้ “เสียงที่ไม่มีผู้เห็น” กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถมองเห็นและหวาดกลัวได้ และเมื่อเติมองค์ประกอบเรื่องการลักพาตัว การหลอกลวง และการกินมนุษย์เข้าไป ตำนานธรรมดาเกี่ยวกับเสียงประหลาดจึงกลายเป็นเรื่องเตือนภัยที่ทรงพลัง อาซึกิบาบะยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ชายขอบของหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ริมน้ำ ป่า หุบเขา หรือทางเปลี่ยว ซึ่งในอดีตล้วนเป็นสถานที่ที่ไม่ควรอยู่ตามลำพังหลังพระอาทิตย์ตกดิน ที่สำคัญคือหลักฐานคติชนญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่าเรื่องราวของ “ยายผู้ขัดถั่วแดง” มีรูปแบบหลากหลายอย่างมาก บางแห่งเธอเป็นเพียงเสียง บางแห่งเป็นหญิงชรา บางแห่งเป็นผู้ลักพาตัวเด็ก และบางแห่งอาจเป็นสัตว์จำพวกอิตาจิ มุจินะ หรือแมวที่แปลงร่าง ดังนั้นความน่ากลัวที่แท้จริงของอาซึกิบาบะจึงไม่ได้อยู่เพียงที่รูปลักษณ์ของหญิงชรา หากแต่อยู่ที่คำถามว่า “เสียงที่ได้ยินจากความมืดนั้น แท้จริงแล้วเป็นเสียงของใคร?” และหากเราเข้าใกล้มากเกินไป สิ่งที่กำลังขัดถั่วอยู่ริมธารอาจไม่ใช่หญิงชราธรรมดา แต่อาจเป็นสิ่งที่กำลังรอให้มนุษย์เดินเข้าไปหาเอง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สยองผีญี่ปุ่น : ปริศนาเสียงล้างถั่วแดง
– สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์
– สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ
– สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว
– สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู
ที่มา: yokai.com
#สยองผีญี่ปุ่น : ยายเฒ่าถั่วแดง (Azuki Baba Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai


