ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาให้ใช้การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นอื่นๆ นอกเหนือจาก JLPTเพื่อรองรับจำนวนชาวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น
เวลาที่เราพูดถึงการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น การสอบที่คนไทยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นคุ้นเคยกันมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้น JLPT ซึ่งย่อมาจาก Japanese-Language Proficiency Test หรือการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น เป็นการสอบมาตรฐานสากลที่จัดขึ้นเพื่อวัดและรับรองความรู้ภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแม่
โดยการสอบ JLPT แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่…
N1: ระดับสูงสุด สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในสถานการณ์ที่หลากหลายกว้างขวางได้เป็นอย่างดี
N2: สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันและในสถานการณ์ที่หลากหลายค่อนข้างดี
N3: สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในระดับพื้นฐาน
N4: สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้พอสมควร
N5: ระดับเริ่มต้น สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานที่เรียนในห้องเรียนได้
ในส่วนของประโยชน์ของการนำผลการสอบไปใช้นั้นสามารถใช้ได้ในกรณีตามที่เขียนไว้ด้านล่างนี้ค่ะ
การทำงาน: ใช้ยื่นสมัครงานในบริษัทญี่ปุ่น หรือองค์กรที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อเป็นหลักฐานแสดงความสามารถ และช่วยเพิ่มโอกาสในการปรับเงินเดือน
การศึกษาต่อ: ใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น
ทุนการศึกษา: ใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการสมัครขอรับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT) และทุนอื่นๆ
จะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าผลการสอบของ JLPT จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมีประโยชน์การใช้งานหลายอย่างจนกลายเป็นการสอบวัดระดับทางภาษาที่ยอดนิยมจนหลายๆ คนอาจมองว่าการสอบ JLPT จะยังคงอยู่กับผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นไปอีกนาน อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้ทางเว็บไซต์ข่าว Kyodonews.net ได้ระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอให้โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นทั่วประเทศพิจารณาใช้ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป เนื่องจากจำนวนผู้สมัครที่ต้องการขอวีซ่าทำงานและวีซ่านักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการรองรับการสอบค่ะ
จำนวนผู้สมัครสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) เพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มกำหนดให้ทักษะภาษาญี่ปุ่นเป็นเงื่อนไขสำหรับตำแหน่งงานที่หลากหลายขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ท่ามกลางภาวะที่ประเทศต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 จำนวนผู้สมัครสอบเพิ่มขึ้นทุกปี โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีผู้สมัครสอบทั้งในและต่างประเทศรวม 943,671 คนในการสอบรอบเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับการสอบรอบเดือนกรกฎาคม
ทั้งนี้การสอบ JLPT จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งโดย Japan Foundation และ Japan Educational Exchanges and Services และเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติที่ต้องการผ่านเกณฑ์ด้านภาษาญี่ปุ่นเพื่อขอสถานะการพำนักในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการทำงานและการศึกษา
สำหรับการสอบรอบเดือนธันวาคมปี 2026 นั้น ได้มีการปิดรับสมัครก่อนกำหนดการเดิมแล้ว
ในวันที่ 11 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้ส่งจดหมายแจ้งไปยังหน่วยงานสอนภาษาญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลประมาณ 100 แห่ง ระบุว่าจำนวนผู้สมัครสอบ JLPT เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยากต่อการจัดหาสถานที่สอบให้เพียงพอและยากต่อการบริหารจัดการการสอบให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย
จดหมายดังกล่าวระบุว่า ทางกระทรวงได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานต่างๆ หันไปใช้การสอบรูปแบบอื่นแทน เช่น การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ (BJT) เป็นต้น
นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นยังได้ส่งจดหมายในลักษณะเดียวกันไปยังโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นอีกประมาณ 800 แห่งที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากรัฐบาลด้วย
โยชิฮิสะ ไซโตะ รองศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโกเบ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเกี่ยวกับชาวต่างชาติกล่าวว่า…
“เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่า การกำหนดเงื่อนไขเรื่องความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นสำหรับการขอสถานะผู้พำนักจะส่งผลให้มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นมีผู้คนมากมายที่ชีวิตต้องขึ้นอยู่กับผลการสอบ รัฐบาลจึงควรดำเนินการจัดสอบด้วยความรับผิดชอบและทำให้ผู้สมัครทุกคนสามารถเข้าถึงการสอบได้”
นอกเหนือไปจาก JLPT แล้ว การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นแบบอื่นๆ ก็กำลังประสบปัญหาความแออัดของผู้เข้าสอบเช่นกันค่ะ

ทางด้านผู้จัดสอบ Test of Practical Japanese หรือที่รู้จักกันในชื่อ J.TEST ได้แจ้งผ่านเว็บไซต์ว่า การสอบรอบเดือนพฤศจิกายน ซึ่งปกติจัดขึ้นปีละ 6 ครั้ง อาจมีการปิดรับสมัครก่อนถึงกำหนดเส้นตายที่กำหนดไว้ตอนแรก
J.TEST คือ การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติ (Test of Practical Japanese) เพื่อวัดทักษะของผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแม่ โดยเน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันและการทำงานค่ะ ในส่วนของประโยชน์ของการนำผลการสอบไปใช้นั้นคือ ใช้สมัครงานในบริษัทญี่ปุ่น ยื่นวีซ่าทำงานหรือฝึกงาน (เช่น งานบริบาล) และพิจารณาปรับเงินเดือนค่ะ โดยมีคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน แบ่งระดับตามคะแนนที่ทำได้ (เช่น ระดับ A-C สำหรับผู้มีความชำนาญสูงเทียบเท่าได้กับ N1-2 ของ JLPT , ระดับ D-Eเป็นภาษาญี่ปุ่นขั้นกลาง เทียบเท่าได้กับ N3-4 และ F-G เป็นภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น เทียบเท่าได้กับ N5)
J-Test เป็นอีกสนามสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ที่หลายบริษัทที่ญี่ปุ่นใช้ในการสมัครงาน เพื่อเป็นคุณสมบัติว่าสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ โดย J-Test จะจัดการสอบ 6 ครั้ง / ปี จัดสอบทุกเดือนคี่ และสมัครทุกเดือนคู่ ในขณะที่ JLPT จัดให้มีการสอบเพียงปีละ 2 ครั้ง
ในส่วนของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมคือ การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ หรือ BJT (Business Japanese Proficiency Test) ซึ่งใช้ทดสอบเพื่อวัดทักษะและความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการทำงานจริงและการติดต่อสื่อสารในสถานการณ์จริงเชิงธุรกิจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
จุดเด่นและลักษณะของข้อสอบ BJT คือ…
วัดผลด้วยคะแนน: ใช้ระบบให้คะแนนโดยผู้เข้าสอบทุกคนใช้ข้อสอบชุดเดียวกันโดยวัดตั้งแต่คะแนนน้อยสุดไปจนถึงคะแนนสูงสุด (ไม่ใช่การสอบตกหรือผ่านแบบแบ่งระดับ N1-N5 เหมือน JLPT)
เน้นการใช้งานจริง: ทดสอบทักษะการฟังและการอ่านในบริบทการทำงาน เช่น การสนทนาทางโทรศัพท์ การประชุม การเขียนอีเมลธุรกิจ และมารยาททางสังคมญี่ปุ่น เน้นการใช้คำสุภาพที่ถูกต้องตามสถานการณ์ในที่ทำงาน
แล้วเพื่อนๆ ที่อยู่ที่ไทยล่ะคะ เคยเข้าสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นแบบไหนกันบ้าง เห็นด้วยไหมว่าการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นควรมีหลากหลายรูปแบบ หรือมองว่าการสอบ JLPT เพียงอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับนักเรียนนักศึกษาและคนทำงานในประเทศไทย เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ ^^
ทักทายพูดคุยกับ คอลัมน์นิจ ได้ที่ >>> Facebook คอลัมน์นิจคิดandไรท์
เรื่องแนะนำ :
– เมื่อจำนวนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร
– กิจกรรมแนวใหม่สุดน่ารักในประเทศญี่ปุ่น “ส่งน้องตุ๊กตามาค้างคืนที่พิพิธภัณฑ์”
– งานศิลปะชอล์กบนกระดานดำ อาจลบออกได้ง่ายในพริบตา แต่ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ
– แนะนำซีรีส์น่าดูสำหรับคนทำงาน เรื่อง “Haken no Hinkaku” กับ “Talentless Takano”
– “คิเอะโระ” แค่ทำปุ๋ยหมัก คุณก็รัก(ษ์) โลกได้
ที่มา:
https://english.kyodonews.net/articles/-/86481
#ญี่ปุ่นเล็งใช้การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจาก JLPT



