วัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างมากกับความสุภาพและความใส่ใจในรายละเอียด โดยมีธรรมเนียมหลายอย่างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้การติดต่อกับลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
วัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างมากกับความสุภาพและความใส่ใจในรายละเอียด โดยมีธรรมเนียมหลายอย่างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้การติดต่อกับลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป รูปแบบการทำงานก็เริ่มเปลี่ยนตาม ธรรมเนียมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นการแสดงควาใส่ใจก็กลายเป็นเรื่องจุกจิกที่น่าเบื่อหน่าย
บริษัทสื่อ Mfro ซึ่งตั้งอยู่ในโตเกียวได้ทำการสำรวผู้คนวัยทำงาน 493 คน (ผู้หญิง 366 คน และผู้ชาย 127 คน) เพื่อดูว่ามีกฏหรือธรรมเนียมในที่ทำงานอะไรบ้างที่คิดว่าควรหายไปได้แล้ว ด้านล่างนี้คือ 5 อันดับธรรมเนียมในที่ทำงานที่ชาวญี่ปุ่นอยากให้หายไป
อันดับที่ 5 : ต้องแจกของฝากให้เพื่อนร่วมงาน
การที่ต้องนำขนมหรือของฝากกลับมาให้เพื่อนร่วมงานหลังไปเที่ยวหรือไปต่างจังหวัดทำให้บางคนรู้สึกกดดัน อีกทั้งยังรู้สึกเสียเวลาและเสียเงินเพื่อออกตามหาของฝาก สิ่งที่ควรจะเป็นของขวัญที่มอบให้ด้วยความเต็มใจก็เริ่มกลายเป็นภาระแทน
อันดับที่ 4 : การทักทายที่มากเกินไป
บางที่ทำงานถึงขั้นกำหนดให้พนักงานเดินไปรอบแผนกเพื่อทักทายเพื่อนร่วมงานทุกคนเป็นรายบุคคลเมื่อมาถึงที่ทำงานหรือกำลังจะกลับบ้าน หรือแม้แต่กำหนดให้พนักงานต้องลุกขึ้นจากโต๊ะทุกครั้งที่ผู้บริหารเดินเข้ามาในห้อง
อันดับที่ 3 : การส่งข้อความในแชตที่เป็นทางการเกินเหตุ
แอปส่งข้อความ เช่น LINE หรือแอปอื่นๆ มีจุดประสงค์เพื่อทำให้การสื่อสารในออฟฟิศรวดเร็วขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่ส่งข้อความเป็นทางการเกินไปแทนที่จะส่งข้อความสั้นๆ แทน พนักงานบางคนรู้สึกว่าต้องขึ้นต้นทุกข้อความด้วยคำทักทายที่ยาวและเป็นทางการ ทั้งที่บางครั้งแค่กดอีโมจิแสดงความรู้สึกน่าจะเพียงพอและจบการสนทนาได้แล้ว
อันดับที่ 2 : ต้องขอโทษและแจกขนมหลังลาพักร้อน
การลาพักร้อนถือเป็นสิทธิตามกฏหมาย แต่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับทีมและองค์กร การหยุดงานอาจทำให้พนักงานรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งภาระงานไว้ให้เพื่อนร่วมทีมรับช่วงต่อ ก่อนหยุดงาน พนักงานบางคนอาจต้องประกาศให้ทั้งออฟฟิศทราบ และเมื่อกลับมาทำงานก็รู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องเดินไปตามโต๊ะต่างๆ เพื่อขอโทษที่ไม่อยู่ พร้อมทั้งแจกขนมให้เพื่อนร่วมงาน ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
อันดับที่ 1 : มารยาทในการเขียนอีเมลที่เคร่งครัดเกินไป
เมื่อถามถึงมารยาทที่สร้างความเครียดมากที่สุด คำตอบก็คือการที่ต้องคำนึงถึงมารยาทในการเขียนอีเมลที่เคร่งมากเกินไป ผู้ตอบแบบสอบถาม 35.3% ระบุว่าเป็น “ความเหนื่อยล้าทางจิตใจ” รองลงมาคือการเสียเวลา 27.0% และการต้องใช้ความพยายามเพิ่มเติม 26.6%
แม้ว่าพนักงานจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าธรรมเนียมเหล่านี้ทำให้เหนื่อยหน่าย แต่การตัดสินใจเลิกทำก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเหตุที่กลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร รวมถึงเรื่องพวกนี้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ทุกคนทำกันไปแล้ว
ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้เข้ากับกลุ่ม การแหกกฏหรือทำตัวแตกต่างอาจทำให้เพื่อนร่วมงานและหัวหน้ามองว่าคนนั้นหยาบคายหรือไม่ให้ความร่วมมือได้ ผู้ตอบแบบสอบถามบางคนบอกด้วยว่าพวกเขาเลิกปฏิบัติธรรมเนียมที่น่าเหนื่อยหน่ายเหล่านี้ไปแล้ว แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานมองแปลกๆ
ธรรมเนียมเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นแรงกดดันทางสังคมจากคนรอบข้าง และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบดั้งเดิมมากกว่าจะเกิดขึ้นจากเหตุผลที่สมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม เมื่อการทำงานแบบ Work from Home เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น รวมถึงคนทำงานรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่คนรุ่นเก่า บรรยากาศในออฟฟิศอาจจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง และกฏเหล่านี้ก็อาจค่อยๆ เลือนหายไป
เรื่องแนะนำ :
– “เกาะกระต่าย” เสี่ยงกลายเป็น “เกาะหมูป่า” เหตุอาหารเหลือจากนักท่องเที่ยว
– ญี่ปุ่นเปิด “คาเฟ่หมีพูห์”
– Tokyo Disneyland เตรียมปรับโฉมโซน Tomorrowland ครั้งใหญ่
– ฝนถล่มชิบะหนักสุดเป็นประวัติการณ์ เสียชีวิตแล้ว 8 ราย
– ศาลเจ้ายาสุกุนิประกาศ ห้ามแต่งคอสเพลย์ในศาลเจ้า
ที่มาและรูปภาพ :
https://soranews24.com/2026/08/17/japanese-workers-reveal-their-top-five-mysterious-rules-they-wish-would-disappear%e3%80%90survey%e3%80%91/
https://prtimes.jp/main/html/rd/p/000000077.000005714.html
#ทำงาน #กฏในที่ทำงาน



