<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tale &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/category/tale/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Sep 2026 10:02:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>Tale &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ” เรื่องสั้นโรแมนติกไซไฟสีหม่นจากญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-short-story-museum-of-memory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HaruShine]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Sep 2026 10:02:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan short stories]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=89004</guid>

					<description><![CDATA[“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ” เรื่องสั้นโรแมนติกไซไฟสีหม่นจากญี่ปุ่น บทความโดย : HaruShine www.marumura.com อาคารสูงเสียดฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเก่าคร่ำคร่า ที่นี่คือ “พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ” ประตูทองเหลืองหนักอึ้งถูกผลักเปิดออก ภายในคือพื้นหินขัดมันวาวราวกระจก ทางเดินโค้งเวียนขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ราวไร้ที่สิ้นสุด บนผนังเรียงรายด้วยภาพถ่ายอันงดงามจนแทบกลั้นหายใจ ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวขึ้นทีละขั้น มองภาพเหล่านั้นทีละภาพ ภาพวัยเด็กของแฟนสาวที่ถูกพ่อชูขึ้นฟ้าอย่างมีความสุข ภาพเธอฝึกเปียโนด้วยแววตาเศร้าสร้อย ภาพเธอกับน้องสาวแย่งของขวัญกันในวันปีใหม่ ภาพวัยเรียนที่คุยกับเพื่อนจนดึกดื่น ทุกความทรงจำของคนรักเขาถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ราวไร้สิ่งใดขาดหาย เมื่อเข้าสู่ทางเดินแห่งคำอธิษฐาน เขาพบภาพความทรงจำร่วมกันของเขาและเธอ วันแรกที่พบกันใต้ต้นซากุระ วันที่จับมือกันอย่างเก้ ๆ กัง&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ” เรื่องสั้นโรแมนติกไซไฟสีหม่นจากญี่ปุ่น</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-89004"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>อาคารสูงเสียดฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเก่าคร่ำคร่า</strong><br>
<strong>ที่นี่คือ “พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ</strong>”</p>
<p>ประตูทองเหลืองหนักอึ้งถูกผลักเปิดออก<br>
ภายในคือพื้นหินขัดมันวาวราวกระจก<br>
ทางเดินโค้งเวียนขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ราวไร้ที่สิ้นสุด<br>
บนผนังเรียงรายด้วยภาพถ่ายอันงดงามจนแทบกลั้นหายใจ<br>
ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวขึ้นทีละขั้น มองภาพเหล่านั้นทีละภาพ<br>
ภาพวัยเด็กของแฟนสาวที่ถูกพ่อชูขึ้นฟ้าอย่างมีความสุข<br>
ภาพเธอฝึกเปียโนด้วยแววตาเศร้าสร้อย<br>
ภาพเธอกับน้องสาวแย่งของขวัญกันในวันปีใหม่<br>
ภาพวัยเรียนที่คุยกับเพื่อนจนดึกดื่น<br>
ทุกความทรงจำของคนรักเขาถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ราวไร้สิ่งใดขาดหาย</p>
<p>เมื่อเข้าสู่ทางเดินแห่งคำอธิษฐาน<br>
เขาพบภาพความทรงจำร่วมกันของเขาและเธอ<br>
วันแรกที่พบกันใต้ต้นซากุระ<br>
วันที่จับมือกันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ใต้แสงดอกไม้ไฟ<br>
จนวันที่สวมแหวนหมั้นให้กับมือคู่นั้น<br>
ในทุกภาพนั้น<br>
เธอยิ้มอยู่เสมอ</p>
<p>แต่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกขัดใจ<br>
ความงดงามทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาแสนหวานที่ปิดบังความจริงอันโหดร้ายไว้เท่านั้น<br>
“จะหนีความจริงไปถึงเมื่อไหร่!”<br>
ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นในใจ เขาคว้าภาพวาด ฉีกกระชากมันออกจากผนังอย่างไม่ปรานี<br>
ก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดเวียนไปจนสุดยอดหอคอย</p>
<p>ยอดสุดของโดมคือห้องที่สงบเงียบดุจโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์<br>
มีเพียงผืนผ้าใบขนาดมหึมาที่ถูกคลุมด้วยม่านกำมะหยี่สีดำทึบ ราวกับตัดขาดจากทุกความงดงามรอบข้างทั้งหมด<br>
“เรย์…ตื่นสิ ลืมตาขึ้นมาเถอะ!”<br>
เขากระชากผ้าคลุมนั้นออกด้วยมือที่สั่นเทา<br>
ปรากฏภาพวาดสีดำทะมึนอันเป็นรูปธรรมของความหวาดกลัวและความไม่มั่นคงสุดขั้ว<br>
เหล่าคนสำคัญของเรย์หลับใหลในทุ่งสีเทาราวกับไร้รุ่งอรุณอีกตลอดกาล<br>
“งั้น…เหรอ”<br>
เขาเข้าใจในทันทีว่าเธอต้องหวาดกลัวและโดดเดี่ยวเพียงใดตลอดเวลาที่ผ่านมา<br>
โดยที่เขาไม่รู้ต้นตอของมันเลย<br>
และไม่แม้แต่จะเคยรับรู้ด้วยซ้ำ</p>
<p>มือที่กำแน่นค่อยๆ คลายลง<br>
เขาแหงนมองฟ้า<br>
สูดลมหายใจเข้า<br>
แล้วกดสวิตช์อุปกรณ์แฮ็กให้หยุดการทำงาน</p>
<p>โดมสีขาวบริสุทธิ์สลายหายไปอย่างไร้เสียง</p>
<p>เขากลับสู่โลกความจริงอันว่างเปล่า<br>
ขาก้าวเดินไปยังเตียงพยาบาลอย่างเชื่องช้า<br>
มือหนาค่อย ๆ ลูบแก้มที่เย็นชืดของเรย์</p>
<p>“กลัวมาตลอดเลยสินะ<br>
ขอโทษ…ที่ปล่อยให้อยู่คนเดียว<br>
จะไม่ปลุกเธออีกแล้วนะ<br>
หลับให้สบายนะ”</p>
<p>โลกทั้งใบพังทลายลงพร้อมเสียงดังสนั่น ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาว<br>
ในที่สุดเขาก็เข้าใจความจริงของ “โรคหลับใหล”<br>
มันไม่ใช่การหนีความจริง<br>
แต่คือ “ความเมตตาสูงสุด” ที่สมองมนุษย์เลือกใช้ปกป้องตัวเองจากความโหดร้ายเกินทน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89009" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1.jpg" alt="" width="800" height="514" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1-120x77.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1-90x58.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1-320x206.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_1-560x360.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>เขาทิ้งตัวลงนอนข้างเธอ<br>
พร้อมผ้าสีขาวพันเกี่ยวกันรอบลำคอ<br>
กระซิบราตรีสวัสดิ์เป็นครั้งสุดท้าย<br>
<strong>ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะละลายหายไป</strong><br>
<strong>พร้อมใบหน้าอันสงบของเรย์ที่หลุดพ้นจากความกลัวทั้งปวง</strong></p>
<p class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: left;"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></p>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88727" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– “บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88502" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “มิตรภาพ…ก็เหมือนเส้นด้าย”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88268" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– นึกว่าอนิเมะ! 13 ภาพชนบทญี่ปุ่นสุดน่ารัก</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88031" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “คุณลุงแปลกๆ ที่สถานีรถไฟในทุกวันจันทร์”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87781" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณเรื่องราวจาก: <a href="https://note.com/fit_roses4256/n/n74f0ff2faceb" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/fit_roses4256/n/n74f0ff2faceb</span></a><br>
ขอบคุณภาพจาก: <a href="https://www.pinterest.com/peterlundblad/stage-design/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pinterest.com/peterlundblad/stage-design/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ” เรื่องสั้นโรแมนติกไซไฟสีหม่นจากญี่ปุ่น #เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น #เรื่องสั้นญี่ปุ่น</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Museum-of-Memory_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์</title>
		<link>https://www.marumura.com/ogama-yokai-japanese-ghost/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[หรูอี้]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2026 08:22:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Ehon Hyaku Monogatari]]></category>
		<category><![CDATA[Hokuetsu Kidan]]></category>
		<category><![CDATA[International Research Center for Japanese Studies]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Ghost Story]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Ghost]]></category>
		<category><![CDATA[Ogama Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[Suō no Ōgama]]></category>
		<category><![CDATA[Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สยองขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โยไก]]></category>
		<category><![CDATA[โยไค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88892</guid>

					<description><![CDATA[สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์ (Ogama Yokai) บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com Ōgama (大蝦蟇) หรือโอกามะ เป็นโยไคในตำนานญี่ปุ่นที่มีรูปลักษณ์เป็นคางคกขนาดมหึมา คำว่า Ōgama หมายถึง “คางคกยักษ์” และเรื่องราวเกี่ยวกับมันปรากฏในวรรณกรรมและตำนานหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเอกสารจากสมัยเอโดะ หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ Ehon Hyaku Monogatari หรือ “หนังสือภาพร้อยเรื่องเล่า” ซึ่งตีพิมพ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภาพประกอบของทาเคฮาระ ชุนเซ็นแสดงโอกามะเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ผิดธรรมชาติและถือหอกเอาไว้ สะท้อนให้เห็นว่าโยไคชนิดนี้ไม่ได้ถูกมองเพียงว่าเป็นสัตว์ประหลาด&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์ (Ogama Yokai)</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88892"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>Ōgama (大蝦蟇) หรือโอกามะ เป็นโยไคในตำนานญี่ปุ่นที่มีรูปลักษณ์เป็นคางคกขนาดมหึมา คำว่า Ōgama หมายถึง “คางคกยักษ์” และเรื่องราวเกี่ยวกับมันปรากฏในวรรณกรรมและตำนานหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเอกสารจากสมัยเอโดะ หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ Ehon Hyaku Monogatari หรือ “หนังสือภาพร้อยเรื่องเล่า” ซึ่งตีพิมพ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภาพประกอบของทาเคฮาระ ชุนเซ็นแสดงโอกามะเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ผิดธรรมชาติและถือหอกเอาไว้ สะท้อนให้เห็นว่าโยไคชนิดนี้ไม่ได้ถูกมองเพียงว่าเป็นสัตว์ประหลาด แต่ยังมีความสามารถและพฤติกรรมคล้ายมนุษย์อีกด้วย</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88900 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1590.jpeg" alt="สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์ (Ogama Yokai)" width="440" height="344" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1590.jpeg 440w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1590-120x94.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1590-90x70.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1590-320x250.jpeg 320w" sizes="(max-width: 440px) 100vw, 440px" title=""></p>
<p>หนึ่งในเรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ <strong>“โอกามะแห่งสุโอ” (Suō no Ōgama)</strong> ซึ่งกล่าวถึงคางคกยักษ์ที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาของแคว้นสุโอ ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวอยู่ในจังหวัดยามางุจิ ตามเรื่องเล่า คางคกตัวนี้มีขนาดใหญ่ถึงประมาณแปดชะกุ หรือราว 2.4 เมตร และสามารถพ่นพลังหรือไอประหลาดที่มีลักษณะคล้ายสายรุ้งออกจากปาก สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น นกและแมลงที่เข้าใกล้จะถูกดึงเข้าไปในปากของมัน บางบันทึกยังกล่าวถึงการกินงูในช่วงฤดูร้อนด้วย ลักษณะดังกล่าวทำให้โอกามะมีวิธีล่าเหยื่อที่แตกต่างจากสัตว์ประหลาดทั่วไป เพราะแทนที่จะไล่ล่า มันกลับใช้ลมหายใจและพลังลึกลับดึงเหยื่อเข้ามาหาตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88897" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591.jpeg" alt="" width="800" height="333" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591.jpeg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591-120x50.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591-90x37.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591-320x133.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1591-560x233.jpeg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>อีกตำนานสำคัญปรากฏใน <strong>Hokuetsu Kidan</strong> ซึ่งเชื่อมโยงโอกามะเข้ากับพื้นที่ในอดีตของแคว้นเอจิโกะ ปัจจุบันอยู่บริเวณจังหวัดนีงาตะ เรื่องเล่ากล่าวถึงชายคนหนึ่งที่เข้าไปตกปลาในภูเขาและนั่งบนสิ่งที่คิดว่าเป็นก้อนหินริมลำธาร ชาวประมงอีกฝั่งกลับเห็นสิ่งผิดปกติและรีบเตือนให้เขาหนี เพราะก้อนหินที่เขานั่งอยู่นั้นเปิดดวงตาขนาดใหญ่สีแดงราวกับไฟและอ้าปากหาว เมื่อกลับไปดูอีกครั้ง “ก้อนหิน” กลับหายไป เหลือเพียงความจริงว่าแท้จริงแล้วมันคือโอกามะที่กำลังนอนนิ่งอยู่ ตำนานนี้จึงสร้างภาพอันน่าขนลุกของคางคกที่สามารถพรางตัวจนกลมกลืนกับภูมิประเทศ และทำให้มนุษย์เข้าใจผิดว่าสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88898" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592.jpeg" alt="" width="650" height="328" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592.jpeg 650w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592-120x61.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592-90x45.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592-320x161.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1592-560x283.jpeg 560w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" title=""></p>
<p>ความเชื่อเกี่ยวกับโอกามะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเล่าจากหนังสือโบราณเท่านั้น ฐานข้อมูลตำนานพื้นบ้านของ <strong>International Research Center for Japanese Studies</strong> ยังรวบรวมเรื่องราวที่ใช้ชื่อ Ōgama ในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เช่น เรื่องจากจังหวัดมิยางิที่กล่าวถึง “โอกามะที่แปลงกายเป็นหญิงชรา” และเรื่องเกี่ยวกับความแค้นของโอกามะ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในจังหวัดชิบะที่มองว่าโอกามะเป็นผู้รับใช้ของเทพเท็นจิน และห้ามฆ่ามัน แสดงให้เห็นว่าคางคกในความเชื่อพื้นบ้านอาจมีสถานะได้ตั้งแต่สัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88899" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593.jpeg" alt="" width="695" height="376" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593.jpeg 695w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593-120x65.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593-90x49.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593-320x173.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_1593-560x303.jpeg 560w" sizes="(max-width: 695px) 100vw, 695px" title=""></p>
<p><strong>ต้นกำเนิดของภาพ “คางคกยักษ์” อาจเกี่ยวข้องกับการสังเกตธรรมชาติและการขยายจินตนาการของผู้คน คางคกจริงสามารถอยู่นิ่งและพรางตัวเข้ากับพื้นดินหรือก้อนหินได้อย่างแนบเนียน ขณะที่การใช้ลิ้นเหนียวจับเหยื่ออย่างรวดเร็วอาจทำให้ผู้คนในอดีตจินตนาการว่ามันสามารถ “ดูด” สิ่งมีชีวิตเข้าสู่ปากได้ เมื่อเรื่องเล่าถูกถ่ายทอดต่อกัน ขนาดและพลังของคางคกจึงถูกขยายจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดแห่งภูเขา ในตำนานบางสาย โอกามะมีขนาดใหญ่จนมนุษย์สามารถนั่งบนตัวมันโดยเข้าใจว่าเป็นก้อนหิน ขณะที่ในภาพพิมพ์สมัยเอโดะมันยังถูกนำเสนอพร้อมอาวุธอย่างหอก ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ Ōgama เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของโยไคที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างสัตว์จริง ภูมิประเทศในชนบท และจินตนาการเหนือธรรมชาติของผู้คนในอดีต</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt;</b><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=88700" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87968" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87711" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87472" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87288" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร</b></a></span></p>
<p>ที่มา: <a href="http://yokai.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://yokai.com&amp;source=gmail&amp;ust=1766562603068000&amp;usg=AOvVaw10oSUOxLTTcdNt3JhxI7yb" title="">yokai.com</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#สยองผีญี่ปุ่น : คางคกยักษ์ (Ogama Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_cover.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Ogamai-Yokai-Japanese-Ghost_cover-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>“บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-short-story-on-the-birthday/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HaruShine]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 13:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan short stories]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88727</guid>

					<description><![CDATA[“บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น บทความโดย : HaruShine www.marumura.com วันเกิดปีที่สามสิบของชายหนุ่มกำลังจะผ่านไปอย่างเปล่าเปลี่ยว เขานั่งคอยเค้กวันเกิดที่สั่งไว้ตั้งแต่เช้าแต่ยังไม่มาส่งสักที โทรศัพท์ก็ไม่มีใครโทรมาอวยพร ห้องก็ไม่มีใครแวะมาหา มีเพียงตัวเขากับเซตน้ำชาที่ตั้งใจซื้อมาทานคู่กับเค้ก ร่างอวบเล็กน้อยมีพุงหมาน้อยตามสไตล์คนวัยออฟฟิศที่ไม่ได้ออกกำลังกาย นอนแผ่หราอยู่บนโซฟา บ่นงึมงำถึงความไร้ค่าของวันทั้งวัน แล้วทันใดนั้น เสียงกริ่งก็ดังขึ้น เค้กมาสักที! แต่พอเปิดประตูเขากลับพบกับเด็กหญิงในชุดคลุมสีดำ เธอแนะนำตัวว่าเป็นยมทูต และเธอก็สามารถบอกวันเดือนปี และเวลาเกิดของเขาได้ตรงเป๊ะ “ผม ต้องตายแล้วเหรอ?” เขาเอ่ยถามเสียงสั่น “เปล่าค่ะ แต่อยากให้ช่วยทำการบ้านฤดูร้อนให้หน่อย” เธออธิบายว่าเหล่ายมทูตทุกตนต้องช่วยกันแบ่งงาน ลดอายุขัยของมนุษย์ทีละคนทีละวันอยู่เสมอ ส่วนที่เธอมาที่นี่ ก็แค่บังเอิญเห็นชื่อเขาอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ที่เกิดวันนี้พอดี&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>“บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88727"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>วันเกิดปีที่สามสิบของชายหนุ่มกำลังจะผ่านไปอย่างเปล่าเปลี่ยว</strong><br>
<strong>เขานั่งคอยเค้กวันเกิดที่สั่งไว้ตั้งแต่เช้าแต่ยังไม่มาส่งสักที</strong><br>
โทรศัพท์ก็ไม่มีใครโทรมาอวยพร<br>
ห้องก็ไม่มีใครแวะมาหา<br>
มีเพียงตัวเขากับเซตน้ำชาที่ตั้งใจซื้อมาทานคู่กับเค้ก<br>
ร่างอวบเล็กน้อยมีพุงหมาน้อยตามสไตล์คนวัยออฟฟิศที่ไม่ได้ออกกำลังกาย นอนแผ่หราอยู่บนโซฟา บ่นงึมงำถึงความไร้ค่าของวันทั้งวัน</p>
<p>แล้วทันใดนั้น เสียงกริ่งก็ดังขึ้น<br>
เค้กมาสักที!</p>
<p>แต่พอเปิดประตูเขากลับพบกับเด็กหญิงในชุดคลุมสีดำ<br>
เธอแนะนำตัวว่าเป็นยมทูต<br>
และเธอก็สามารถบอกวันเดือนปี และเวลาเกิดของเขาได้ตรงเป๊ะ</p>
<p>“ผม ต้องตายแล้วเหรอ?” เขาเอ่ยถามเสียงสั่น<br>
“เปล่าค่ะ แต่อยากให้ช่วยทำการบ้านฤดูร้อนให้หน่อย”</p>
<p>เธออธิบายว่าเหล่ายมทูตทุกตนต้องช่วยกันแบ่งงาน ลดอายุขัยของมนุษย์ทีละคนทีละวันอยู่เสมอ<br>
ส่วนที่เธอมาที่นี่ ก็แค่บังเอิญเห็นชื่อเขาอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ที่เกิดวันนี้พอดี เลยแวะมาทำที่นี่</p>
<p>“แต่ฤดูร้อนมันเลยมาแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ว่าต้องทำเสร็จไปแล้วเหรอ”<br>
“ไม่มีอารมณ์ค่ะ” เธอตอบมาด้วยท่าทีนิ่ง ๆ ไร้อารมณ์</p>
<p>ทำเอาชายหนุ่มหลุดยิ้ม เพราะแม้แต่ยมทูตก็ยังขี้เกียจเหมือนมนุษย์</p>
<p>สุดท้ายเจ้าของห้องก็ไม่กล้าช่วยงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของคนอื่น<br>
เขาเลยชงชาให้เธอดื่มเงียบ ๆ และนั่งเฝ้าอยู่ห่าง ๆ</p>
<p>ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง เมื่อยมทูตน้อยปิดสมุดการบ้านลง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง<br>
เค้กที่รอคอยมาทั้งวันมาถึงสักที</p>
<p>ดวงตาของเด็กน้อยผู้มาเยือนเป็นประกายทันทีที่เค้ก<br>
เขาจึงแบ่งให้เธอทานด้วยกัน<br>
ก่อนที่เธอจะหยิบสมุดการบ้านรายชื่อคนที่เพิ่งทำเสร็จขึ้นมาอวด<br>
และในนั้นก็มีชื่อเขาด้วย<br>
แต่กลับมีเครื่องหมาย “+1” กำกับไว้แทนที่จะเป็นลบเหมือนคนอื่น</p>
<p>“เพราะคุณเอาเวลามาใช้กับฉันไง”<br>
“แล้วเธอจะไม่โดนดุเหรอ?”<br>
“ผิดนิดหน่อยจะได้ดูเหมือนว่าเราทำทุกวันไง”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88731 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1.jpg" alt="“บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น" width="800" height="539" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1-120x81.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1-90x61.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1-320x216.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1-560x377.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ชายหนุ่มพยักหน้า เชื่อแล้วว่ายมทูตก็ไม่ต่างจากมนุษย์หรอก<br>
ทุกคนก็คงต้องทำงานต่อให้ไม่รู้ว่าคุณค่าของมันคืออะไร<br>
และอย่างน้อยวันที่อยู่บ้าน ไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ไร้ค่า<br>
เพราะคุณค่าของทุกสิ่ง เราเป็นคนกำหนด<br>
ไม่ใช่ทุนนิยมที่ใช้มันบีบให้เราทำงาน</p>
<p><strong>แล้วทั้งคนและยมทูตก็ยกถ้วยชาขึ้นชนกัน ฉลองให้กับอีกวันที่จบลงไป แต่อบอุ่นกว่าวันไหน ๆ เพราะได้ใช้มันอย่างสบายใจเพื่อตัวเอง</strong></p>
<p class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: left;"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></p>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88502" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “มิตรภาพ…ก็เหมือนเส้นด้าย”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88268" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– นึกว่าอนิเมะ! 13 ภาพชนบทญี่ปุ่นสุดน่ารัก</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88031" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “คุณลุงแปลกๆ ที่สถานีรถไฟในทุกวันจันทร์”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87781" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87507" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก: <a href="https://note.com/komaki_kousuke/n/nbe4709ceb54d" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/komaki_kousuke/n/nbe4709ceb54d</span></a><br>
ขอบคุณภาพจาก: <a href="https://jfwonline.com/article/7-ways-to-celebrate-your-birthday-alone-this-lockdown/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jfwonline.com/article/7-ways-to-celebrate-your-birthday-alone-this-lockdown/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#“บางอย่างมาขอเข้าห้องในวันเกิด” เรื่องสั้นที่ไม่เศร้าจากญี่ปุ่น #เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น #เรื่องสั้นญี่ปุ่น</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-on-the-Birthday_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ</title>
		<link>https://www.marumura.com/gotokuneko-yokai-japanese-ghost/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[หรูอี้]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2026 12:32:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Gotokuneko Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88700</guid>

					<description><![CDATA[สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ (Gotokuneko Yokai) บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com โกโตคุเนโกะ (五徳猫 / ごとくねこ) หรือที่อาจแปลได้ว่า “แมวโกโตคุ” หรือ “แมวที่รองหม้อ” เป็นหนึ่งในโยไคที่ปรากฏในผลงานของ โทริยามะ เซคิเอ็น (Toriyama Sekien) ศิลปินผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ของโยไคในสมัยเอโดะ โกโตคุเนโกะปรากฏอยู่ในหนังสือ Gazu Hyakki Tsurezure Bukuro (画図百器徒然袋) ซึ่งเป็นผลงานในชุดสารานุกรมภาพโยไคของเซคิเอ็น ลักษณะเด่นของมันคือเป็นแมวที่มีหางแยกออกเป็นสองหางแบบ เนโกมาตะ (Nekomata) และนั่งอยู่ใกล้เตาผิงหรือเตาอิโรริ โดยบนศีรษะมี “โกโตคุ” (五徳)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ (Gotokuneko Yokai)</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88700"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>โกโตคุเนโกะ (</strong><strong>五徳猫</strong><strong> / </strong><strong>ごとくねこ</strong><strong>)</strong> หรือที่อาจแปลได้ว่า “แมวโกโตคุ” หรือ “แมวที่รองหม้อ” เป็นหนึ่งในโยไคที่ปรากฏในผลงานของ <strong>โทริยามะ เซคิเอ็น (Toriyama Sekien)</strong> ศิลปินผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ของโยไคในสมัยเอโดะ โกโตคุเนโกะปรากฏอยู่ในหนังสือ <em>Gazu Hyakki Tsurezure Bukuro</em> (画図百器徒然袋) ซึ่งเป็นผลงานในชุดสารานุกรมภาพโยไคของเซคิเอ็น ลักษณะเด่นของมันคือเป็นแมวที่มีหางแยกออกเป็นสองหางแบบ <strong>เนโกมาตะ (Nekomata)</strong> และนั่งอยู่ใกล้เตาผิงหรือเตาอิโรริ โดยบนศีรษะมี “โกโตคุ” (五徳) ซึ่งเป็นโครงเหล็กสำหรับวางหม้อหรือกาต้มน้ำเหนือเปลวไฟ สวมอยู่ในลักษณะคล้ายมงกุฎ ขณะเดียวกันมันถือท่อไม้ไผ่สำหรับเป่าไฟ หรือที่เรียกว่า <em>hifuki-dake</em> เพื่อกระตุ้นให้ไฟในเตาลุกขึ้น ภาพดังกล่าวทำให้โกโตคุเนโกะดูเหมือนแมวที่กำลังทำหน้าที่ดูแลกองไฟในบ้าน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งศึกษาสมัยใหม่ชี้ว่าไม่ควรตีความว่าโกโตคุเนโกะเป็นโยไคที่มีตำนานพื้นบ้านแพร่หลายเหมือนเนโกมาตะหรือบาเกะเนโกะ เพราะไม่พบหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับนิทานท้องถิ่นหรือความเชื่อดั้งเดิมที่เล่าถึงโกโตคุเนโกะโดยเฉพาะ ตัวละครนี้น่าจะเป็นโยไคที่เซคิเอ็นสร้างขึ้นจากการนำภาพ ความเชื่อ และการเล่นคำทางวรรณกรรมมาผสมกันมากกว่า</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88710" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg" alt="" width="755" height="495" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg 755w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1-120x79.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1-90x59.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1-320x210.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_1-560x367.jpeg 560w" sizes="(max-width: 755px) 100vw, 755px" title=""></p>
<p>หัวใจสำคัญของโกโตคุเนโกะอยู่ที่คำว่า <strong>“โกโตคุ” (</strong><strong>五徳</strong><strong>)</strong> ซึ่งมีความหมายได้มากกว่าหนึ่งอย่าง ความหมายแรกคืออุปกรณ์เหล็กสำหรับรองหม้อเหนือเตาผิง โดยเฉพาะเตาอิโรริซึ่งเป็นเตาแบบฝังพื้นและเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตในบ้านญี่ปุ่นสมัยก่อน โกโตคุมีลักษณะเป็นวงหรือโครงเหล็กที่มีขาสามหรือสี่ขา ใช้ยกภาชนะให้พ้นจากถ่านและเปลวไฟโดยตรง ส่วนความหมายอีกด้านหนึ่งของ “โกโตคุ” เกี่ยวข้องกับ <strong>คุณธรรมทั้งห้าตามแนวคิดขงจื๊อ</strong> ได้แก่ จิน (仁) หรือเมตตากรุณา, งิ (義) หรือความชอบธรรม, เร (礼) หรือมารยาทและความเหมาะสม, จิ (智) หรือปัญญา และ ชิน (信) หรือความซื่อสัตย์ ความหมายสองด้านนี้เป็นพื้นฐานของมุกที่เซคิเอ็นนำมาใช้ เพราะสิ่งที่อยู่บนหัวของแมวคือ “โกโตคุ” ในความหมายของเครื่องใช้ในครัว ขณะที่คำเดียวกันสามารถสื่อถึง “คุณธรรมทั้งห้า” ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าคำว่า “แมวห้าคุณธรรม” หรือ <em>neko gotoku</em> เคยปรากฏในเรื่องเล่าก่อนหน้าเซคิเอ็น โดยใช้พฤติกรรมของแมวมาเปรียบเทียบกับคุณธรรมทั้งห้าอย่างขบขัน จึงเป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “แมว” กับ “โกโตคุ” มีชั้นของการเล่นคำและอารมณ์ขันมากกว่าการเป็นเพียงชื่อเรียกสิ่งของธรรมดา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88709" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg" alt="" width="755" height="497" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg 755w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2-120x79.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2-90x59.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2-320x211.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_2-560x369.jpeg 560w" sizes="(max-width: 755px) 100vw, 755px" title=""></p>
<p>อีกส่วนหนึ่งของเรื่องราวมาจาก <strong>โยชิดะ เค็นโก (Yoshida Kenk</strong><strong>ō</strong><strong>)</strong> และหนังสือ <em>Tsurezuregusa</em> หรือ <em>Essays in Idleness</em> ซึ่งเป็นงานวรรณกรรมญี่ปุ่นในยุคกลาง เรื่องราวในตอนที่ 226 กล่าวถึงบุคคลชื่อ <strong>ชินาโนะ โนะ เซ็นจิ ยูกินางะ (Shinano no Zenji Yukinaga)</strong> ผู้มีความรู้และได้รับมอบหมายให้แสดง “ระบำแห่งคุณธรรมเจ็ดประการ” หรือ <em>Shichitoku no Mai</em> ต่อหน้าราชสำนัก แต่ระหว่างการแสดง เขากลับลืมคุณธรรมไปสองประการ ทำให้แทนที่จะเป็น “เจ็ดคุณธรรม” กลับเหลือเพียง “ห้าคุณธรรม” และเขาจึงได้รับฉายาในเชิงล้อเลียนว่า <strong>“โกโตคุ โนะ คันจะ” หรือ “บุรุษแห่งคุณธรรมห้า”</strong> เซคิเอ็นนำเรื่องราวนี้มาเล่นคำกับโกโตคุที่เป็นอุปกรณ์รองหม้อ และเชื่อมโยงกลับมาที่แมวในภาพ โดยข้อความประกอบภาพของเขามีใจความประมาณว่า หากชายผู้แสดงระบำเจ็ดคุณธรรมยังสามารถลืมคุณธรรมไปสองข้อจนกลายเป็น “ชายแห่งคุณธรรมห้า” ได้ แล้วแมวตัวนี้เองก็คงจะลืมอะไรบางอย่างไปเช่นกัน มุกดังกล่าวจึงทำให้โกโตคุเนโกะเป็นโยไคที่มีความหมายซ้อนกันระหว่าง <strong>“สิ่งของบนหัว – คุณธรรม – การหลงลืม”</strong>ไม่ใช่เพียงภาพของแมวประหลาดเท่านั้น แหล่งข้อมูลภาษาญี่ปุ่นยังชี้ว่าเซคิเอ็นอาศัยภาพโยไคจากยุคมุโรมาจิที่มีสิ่งของลักษณะคล้ายโกโตคุอยู่บนศีรษะมาเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจด้วย ทำให้โกโตคุเนโกะเป็นตัวอย่างที่ดีของวิธีที่เซคิเอ็นนำภาพโยไคเก่ามาดัดแปลงและเติมเรื่องราวจากวรรณกรรมเข้าไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88708" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4.jpeg" alt="" width="755" height="504" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4.jpeg 755w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4-120x80.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4-90x60.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4-320x214.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4-560x374.jpeg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_4-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 755px) 100vw, 755px" title=""></p>
<p>รูปลักษณ์ของโกโตคุเนโกะยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง <strong>แมว ไฟ และชีวิตภายในบ้านของญี่ปุ่น</strong> ได้อย่างน่าสนใจ เตาอิโรริไม่ได้เป็นเพียงแหล่งให้ความร้อน แต่ยังใช้ประกอบอาหาร ต้มน้ำ และเป็นบริเวณที่ผู้คนมารวมตัวกัน ดังนั้นแมวที่นั่งอยู่ข้างเตาและคอยเป่าไฟจึงดูเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่กลมกลืนไปกับเครื่องใช้ภายในบ้าน ขณะเดียวกันหางสองหางของมันก็ทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับเนโกมาตะ ซึ่งเป็นแมวที่มีอายุยืนจนกลายเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางอย่างที่พบในคำอธิบายสมัยใหม่ควรแยกออกจากหลักฐานดั้งเดิม โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่าโกโตคุเนโกะมี “ปลายหางเป็นเปลวไฟ” หรือสามารถจุดไฟด้วยตัวเอง เพราะภาพและคำอธิบายดั้งเดิมไม่ได้ระบุพฤติกรรมเหล่านี้อย่างชัดเจน แหล่งข้อมูลญี่ปุ่นร่วมสมัยบางแห่งเสนอว่าการตีความว่าโกโตคุเนโกะเป็นผู้คอยก่อไฟอาจเกิดจากการเห็นท่อเป่าไฟในภาพแล้วนำมาต่อยอดในภายหลัง มากกว่าจะเป็นตำนานที่มีมาตั้งแต่แรก แม้กระนั้นความเกี่ยวข้องระหว่างแมวกับไฟก็มีอยู่ในความเชื่อพื้นบ้านญี่ปุ่นหลายรูปแบบ จึงทำให้ภาพแมวโยไคที่อยู่ข้างเตาและมีหางสองแฉกสามารถสร้างบรรยากาศลึกลับและชวนให้จินตนาการถึงเหตุเพลิงไหม้ได้ แม้จะไม่ควรกล่าวว่าโกโตคุเนโกะเองมีตำนานเรื่องแมวทำให้บ้านไฟไหม้เป็นหลักฐานดั้งเดิมก็ตาม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88707" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg" alt="" width="755" height="498" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg 755w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3-120x79.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3-90x59.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3-320x211.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_3-560x369.jpeg 560w" sizes="(max-width: 755px) 100vw, 755px" title=""></p>
<p>ในท้ายที่สุด <strong>โกโตคุเนโกะจึงเป็นโยไคที่โดดเด่นจาก “การเล่นคำและการเล่นกับภาพ” มากกว่าการเป็นสัตว์ประหลาดจากตำนานพื้นบ้าน</strong> มันเกิดขึ้นจากการนำองค์ประกอบหลายอย่างมาประกอบกัน ทั้งแมวแก่ที่กลายเป็นเนโกมาตะ โกโตคุที่เป็นเครื่องมือประจำเตาผิง ภาพโยไคจากม้วนภาพในยุคมุโรมาจิ และเรื่องราวของชายผู้ลืมคุณธรรมสองประการจาก <em>Tsurezuregusa</em> เมื่อทั้งหมดมารวมกัน เซคิเอ็นจึงสร้างภาพแมวประหลาดที่สวมที่รองหม้อบนศีรษะและนั่งเป่าไฟอยู่ข้างเตา พร้อมกับทิ้งปริศนาเกี่ยวกับคำว่า “โกโตคุ” ให้ผู้อ่านในยุคเอโดะขบคิด ความน่าสนใจของโกโตคุเนโกะจึงไม่ได้อยู่ที่ความน่ากลัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมโยไคในสมัยเอโดะที่สามารถนำ <strong>วรรณกรรม อุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ความเชื่อ ศิลปะโบราณ และอารมณ์ขัน</strong> มาผสมกันจนกลายเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติรูปแบบใหม่ ปัจจุบันโกโตคุเนโกะยังคงปรากฏในสารานุกรมโยไคและงานศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่นในฐานะตัวอย่างสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ของโทริยามะ เซคิเอ็น และช่วยให้เห็นว่า “โยไค” ในญี่ปุ่นไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัวจากตำนานพื้นบ้านเสมอไป แต่บางครั้งก็เป็นปริศนาทางภาพและภาษา ซึ่งผู้สร้างตั้งใจให้ผู้ชมสนุกกับการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนั้น</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt;</b><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87968" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87711" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87472" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87288" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86888" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง</b></a></span></p>
<p>ที่มา: <a href="http://yokai.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://yokai.com&amp;source=gmail&amp;ust=1766562603068000&amp;usg=AOvVaw10oSUOxLTTcdNt3JhxI7yb" title="">yokai.com</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ (Gotokuneko Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_cover.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Gotokuneko-Yokai-Japanese-Ghost_cover-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>มิตรภาพ&#8230;ก็เหมือนเส้นด้าย</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-short-story-friendship-is-thin/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HaruShine]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 13:10:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan short stories]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88502</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “มิตรภาพ…ก็เหมือนเส้นด้าย” บทความโดย : HaruShine www.marumura.com “เฮ้ย แกจะซึมเศร้าแบบนั้นอีกนานมั้ยว่ะ น่ารำคาญ!” คำพูดนี้ของเพื่อนผม ทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิด และโดดเดี่ยว ผมหยุดเรียนไปหนึ่งเดือนโดยไม่บอกเหตุผลใคร ว่า พ่อผมฆ่าตัวตาย ปกติผมเป็นคนร่าเริง แต่ตอนนี้ แค่ฝืนยิ้มผมยังทำไม่ได้ พ่อเพิ่งจากไปอย่างทุกข์ทรมาน แล้วจะให้ผมหัวเราะอย่างมีความสุขได้ยังไง ผมเริ่มตั้งคำถามว่า “เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” “ฉันจะมีความสุขได้จริงหรือ” ผมไม่รู้ว่าก่อนเสียชีวิต พ่อก็เคยรู้สึกเหมือนผมในตอนนี้หรือเปล่า มันอาจเป็นเพราะปัญหาความสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ว่าจะที่ทำงาน เพื่อน หรือครอบครัว แต่พ่อไม่เคยแสดงออกให้เห็นเลย&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “มิตรภาพ…ก็เหมือนเส้นด้าย”</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88502"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>“เฮ้ย แกจะซึมเศร้าแบบนั้นอีกนานมั้ยว่ะ น่ารำคาญ!”</strong><br>
<strong>คำพูดนี้ของเพื่อนผม ทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิด และโดดเดี่ยว</strong></p>
<p>ผมหยุดเรียนไปหนึ่งเดือนโดยไม่บอกเหตุผลใคร<br>
ว่า พ่อผมฆ่าตัวตาย</p>
<p>ปกติผมเป็นคนร่าเริง<br>
แต่ตอนนี้ แค่ฝืนยิ้มผมยังทำไม่ได้<br>
พ่อเพิ่งจากไปอย่างทุกข์ทรมาน<br>
แล้วจะให้ผมหัวเราะอย่างมีความสุขได้ยังไง</p>
<p>ผมเริ่มตั้งคำถามว่า<br>
“เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร”<br>
“ฉันจะมีความสุขได้จริงหรือ”</p>
<p>ผมไม่รู้ว่าก่อนเสียชีวิต พ่อก็เคยรู้สึกเหมือนผมในตอนนี้หรือเปล่า<br>
มันอาจเป็นเพราะปัญหาความสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ว่าจะที่ทำงาน เพื่อน หรือครอบครัว<br>
แต่พ่อไม่เคยแสดงออกให้เห็นเลย เลยไม่มีใครรู้</p>
<p>เส้นด้ายที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันนั้นเปราะบางกว่าที่คิด และอาจขาดสะบั้นลงได้ในชั่วพริบตา<br>
บางที เส้นด้ายที่ขาดเหล่านั้น อาจพันรอบคอของพ่อแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่อาจปลดออกได้<br>
ตัวผมเองก็เช่นกัน…<br>
มิตรภาพมากมายที่สร้างขึ้นตั้งแต่เข้ามหา’ลัย ค่อย ๆ ขาดหายไปทีละเส้น<br>
และมันก็กลับมารัดตัวผมไว้ ให้อึดอัด และเจ็บปวด</p>
<p>บางคนพยายามบังคับถามว่าผมหายไปไหน<br>
พอตอบไปตรง ๆ ว่า “พ่อเราฆ่าตัวตาย”<br>
เขาก็ทำหน้าอึดอัด ก่อนจะเดินจากไป และไม่เคยหันมาพูดกับผมอีก</p>
<p>ถ้าไม่บอกเหตุผล คนอื่นก็มองว่าผมน่ารำคาญ<br>
พอบอกความจริง เขาตีตัวออกห่าง</p>
<p>แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเพื่อนกลุ่มนึงที่ยังคงดูแลเส้นด้ายอันเปราะบางนั้น<br>
พวกเขาสู้มาก…<br>
ถึงขนาดผมไล่ บอกว่าอย่ามายุ่ง พวกเขาก็ยังมาชวนคุย ชวนผมไปเที่ยวอยู่ดี<br>
จนสุดท้าย ผมยอมไปเที่ยวด้วย</p>
<p>การเดินทางครั้งนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย<br>
เพื่อน ๆ ซื้อขนมมาเต็มรถจนแทบไม่มีที่นั่ง<br>
มีคนลืมกระเป๋าตังค์จนต้องวนรถกลับไปเอาเป็นชั่วโมง<br>
ต้องลงไปซ่อมรถกลางหิมะ<br>
แถมยังไปเช็กอินผิดโรงแรมอีก</p>
<p>แต่ถึงผมจะทำหน้าบึ้งตลอดทั้งทริป เพื่อน ๆ ก็ยังดูแลผมดีเหมือนเดิม<br>
พวกเขาพยายามทำให้คนที่คิดว่าตัวเองไร้ค่า ได้หัวเราะอีกครั้ง<br>
และทริปนั้นก็กลายเป็นความทรงจำที่ผมไม่มีวันลืม<br>
พวกเขายอมรับตัวตนของผมในทุกด้าน<br>
ไม่ว่าจะเป็นด้านที่ยิ้มได้ ด้านที่เศร้า ด้านที่เงียบ หรือแม้แต่ด้านที่พูดจารุนแรง<br>
พวกเขาทำให้ผมเชื่อ ว่าบนโลกนี้ยังมีมิตรภาพที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้<br>
และยังมีเส้นด้ายที่แข็งแรงและไม่มีวันขาด ต่อให้พยายามตัดมันแค่ไหนก็ตาม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88506 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1.jpg" alt="เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “มิตรภาพ...ก็เหมือนเส้นด้าย”" width="800" height="528" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1-120x79.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1-90x59.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1-320x211.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_1-560x370.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>ตลอดชีวิต สิ่งที่ทำให้ผมทุกข์ทรมานที่สุดคือ “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน”</strong><br>
<strong>แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ช่วยชีวิตผมไว้เสมอ ก็เป็น “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน” เช่นกัน</strong></p>
<p class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: left;"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></p>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88268" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– นึกว่าอนิเมะ! 13 ภาพชนบทญี่ปุ่นสุดน่ารัก</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88031" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “คุณลุงแปลกๆ ที่สถานีรถไฟในทุกวันจันทร์”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87781" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87507" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87302" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 12 ภาพถ่ายเมืองกลางคืนสุดน่าหลงใหลจากญี่ปุ่น</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณภาพจาก: <a href="https://web-camp.io/magazine/archives/50287/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://web-camp.io/magazine/archives/50287/</span></a><br>
ขอบคุณข้อมูลจาก: <a href="https://note.com/monkeypants/n/ne39c93440b66" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/monkeypants/n/ne39c93440b66</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#มิตรภาพ…ก็เหมือนเส้นด้าย #เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น #เรื่องสั้นญี่ปุ่น</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Japan-Short-Story-Friendship-is-Thin_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว</title>
		<link>https://www.marumura.com/senbiki-okami-yokai-japanese-ghost/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[หรูอี้]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 09:38:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Ghost Story]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Ghost]]></category>
		<category><![CDATA[Senbiki Okami Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โยไก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87968</guid>

					<description><![CDATA[สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai) บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com เซ็มบิกิ โอคามิ (千疋狼／せんびきおおかみ) แปลตรงตัวได้ว่า “หมาป่าพันตัว” แต่คำว่า senbiki ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจำนวนหนึ่งพันอย่างแท้จริง หากใช้ในความหมายว่า “มากมายเหลือคณานับ” เรื่องของเซ็มบิกิ โอคามิจึงไม่ได้หมายถึงโยไคที่มีรูปร่างเป็นหมาป่าตัวเดียว หากเป็น “รูปแบบของตำนาน” ที่ว่าด้วยฝูงหมาป่าจำนวนมหาศาล ซึ่งออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะตามช่องเขา ถนนบนภูเขา และบริเวณรอยต่อระหว่างป่ากับชุมชน โครงเรื่องที่พบในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นมีลักษณะร่วมกันอย่างโดดเด่น&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai)</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87968"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เซ็มบิกิ โอคามิ (千疋狼／せんびきおおかみ) แปลตรงตัวได้ว่า “หมาป่าพันตัว” แต่คำว่า senbiki ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจำนวนหนึ่งพันอย่างแท้จริง หากใช้ในความหมายว่า “มากมายเหลือคณานับ” เรื่องของเซ็มบิกิ โอคามิจึงไม่ได้หมายถึงโยไคที่มีรูปร่างเป็นหมาป่าตัวเดียว หากเป็น “รูปแบบของตำนาน” ที่ว่าด้วยฝูงหมาป่าจำนวนมหาศาล ซึ่งออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะตามช่องเขา ถนนบนภูเขา และบริเวณรอยต่อระหว่างป่ากับชุมชน โครงเรื่องที่พบในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นมีลักษณะร่วมกันอย่างโดดเด่น คือ นักเดินทางที่เดินทางในเวลากลางคืนถูกฝูงหมาป่าไล่ต้อนจนต้องปีนขึ้นต้นไม้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่หมาป่ากลับแสดงความสามารถเหนือธรรมชาติด้วยการปีนเกาะหลังหรือยืนบนไหล่ของกันและกัน ต่อร่างเป็น “บันไดที่มีชีวิต” เพื่อขึ้นไปถึงเหยื่อบนต้นไม้ เมื่อบันไดยังสูงไม่พอ ฝูงหมาป้าจะเรียกหัวหน้าหรือสิ่งมีชีวิตประหลาดบางอย่างมาช่วยจัดการกับเหยื่อ โครงสร้างดังกล่าวทำให้เซ็มบิกิ โอคามิมีลักษณะเป็นตำนานเกี่ยวกับ พลังของฝูง มากกว่าจะเป็นเรื่องของหมาป่าเพียงตัวเดียว และนักคติชนวิทยามองว่ารูปแบบนี้สะท้อนภาพของหมาป่าในฐานะสัตว์ที่ฉลาด แข็งแรง และสามารถเคลื่อนไหวร่วมกันเป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87973 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0.jpeg" alt="สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai)" width="750" height="501" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0.jpeg 750w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0-120x80.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0-90x60.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0-320x214.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0-560x374.jpeg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_0-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" title=""></p>
<p>ความน่าสนใจของตำนานนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหมาป่าในญี่ปุ่น ก่อนที่หมาป่าญี่ปุ่นจะสูญพันธุ์หมาป่าเคยเป็นสัตว์ที่มนุษย์พบเห็นจริงในพื้นที่ชนบทและภูเขา โดยเฉพาะหมาป่าฮนชู (Canis lupus hodophilax) ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาป่ามีทั้งด้านที่น่าเกรงกลัวและด้านที่ได้รับการยกย่อง บางพื้นที่มองหมาป่าในฐานะสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับโลกศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นผู้คุ้มครอง ขณะที่เรื่องเล่าบางกลุ่มกลับนำเสนอหมาป่าในฐานะนักล่าที่อันตรายและเจ้าเล่ห์ ตำนานเซ็มบิกิ โอคามิจึงสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการนำประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการพบฝูงหมาป่าในเวลากลางคืนมาขยายให้กลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ นักมานุษยวิทยา John Knight ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชาวญี่ปุ่นกับหมาป่า ก็ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของหมาป่าในจินตนาการและวัฒนธรรมชนบทของญี่ปุ่น ในโลกที่ถนนบนภูเขายังมืดสนิทและการเดินทางยามค่ำคืนเต็มไปด้วยความเสี่ยง การได้ยินเสียงหมาป่าจำนวนมากล้อมอยู่รอบตัวคงเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเล่าต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง พฤติกรรมของสัตว์จริงจึงถูกเติมแต่งจนกลายเป็นฝูงหมาป่าที่สามารถต่อร่างกันเป็นบันไดและเรียกปีศาจมาช่วยล่าเหยื่อ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87974" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg" alt="" width="750" height="497" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg 750w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1-120x80.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1-90x60.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1-320x212.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_1-560x371.jpeg 560w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" title=""></p>
<p>หนึ่งในเรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจากแคว้นโทสะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัดโคจิ บริเวณที่เกี่ยวข้องกับเมืองมุโรโตะ เรื่องนี้รู้จักกันในชื่อ “ภรรยาของช่างตีเหล็ก” หรือ Kajiga-kaka / Kajiga-baba และได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือรวมตำนานท้องถิ่น Tosa no Densetsu ซึ่งหอสมุดจังหวัดคางาวะระบุว่ามีเรื่อง “鍛冶が嬶” อยู่ในหนังสือดังกล่าว หน้า 20–22 และยังระบุด้วยว่า “เซ็มบิกิ โอคามิ” เป็นหนึ่งในรูปแบบของนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น ในเรื่อง หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งกำลังเดินทางผ่านช่องเขาในเวลากลางคืนเพื่อไปยังนาฮาริ แต่กลับเกิดเจ็บท้องคลอดกลางภูเขา โชคดีที่มีคนส่งสารผ่านมาและช่วยนางขึ้นไปหลบบนต้นไม้ ทว่าไม่นานฝูงหมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้นและล้อมต้นไม้เอาไว้ พวกมันพยายามกระโดดและปีนต้นไม้ แต่ไม่สามารถเอื้อมถึงทั้งสองคนได้ จากนั้นหมาป่าก็เริ่มปีนขึ้นบนหลังของกันและกันจนกลายเป็นบันไดมีชีวิตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใกล้จะถึงเหยื่อ พวกมันกลับพบว่าขาดหมาป่าอีกเพียงตัวเดียว จึงร้องเรียก “ภรรยาของช่างตีเหล็กจากซากิฮามะ” ให้มาช่วย ไม่นานหมาป่าสีขาวขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวขึ้น โดยใช้กาต้มน้ำเหล็กครอบศีรษะเหมือนหมวกกันน็อก ก่อนจะปีนขึ้นไปตามบันไดหมาป้า คนส่งสารจึงใช้วากิซาชิฟันลงไปอย่างสุดแรง ดาบผ่ากาต้มน้ำออกและทำให้สัตว์ประหลาดได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ฝูงหมาป่าทั้งหมดจะหายไป เมื่อถึงรุ่งเช้า คนส่งสารตามรอยเลือดไปจนถึงบ้านช่างตีเหล็ก และพบว่าภรรยาที่นอนบาดเจ็บอยู่แท้จริงแล้วเป็นหมาป่าสีขาวยักษ์ที่แปลงร่างมา ส่วนใต้พื้นบ้านกลับพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมาก เรื่องนี้จึงเปลี่ยนจากนิทานการเอาชีวิตรอดจากสัตว์ป่าไปสู่เรื่องของ บาเคโมโนะที่แฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87976" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg" alt="" width="750" height="498" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg 750w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3-120x80.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3-90x60.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3-320x212.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3-560x372.jpeg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_3-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" title=""></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เรื่อง “ภรรยาของช่างตีเหล็ก” ไม่ใช่รูปแบบเดียวของเซ็มบิกิ โอคามิ เพราะตำนานประเภทนี้แพร่กระจายไปในหลายภูมิภาค และตัวละครที่ถูกเรียกมาเสริมกำลังให้ฝูงหมาป่าก็แตกต่างกันไป ในเขตอิซุโมมีเรื่อง “โคอิเกะบาบะ” ซึ่งสิ่งที่ถูกเรียกมาช่วยกลับเป็นแมวชราที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ส่วนบริเวณภูเขายาฮิโกะในเอจิโกะ มีเรื่องของ “ยาซาบุโรบาบะ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับหญิงชราหรือหญิงปีศาจ และรายละเอียดสำคัญคือบาดแผลที่ผู้รอดชีวิตสร้างให้กับสิ่งประหลาดระหว่างการต่อสู้จะปรากฏขึ้นกับร่างของมันในโลกมนุษย์ในเช้าวันรุ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หากสิ่งที่ถูกเรียกมาถูกฟันที่ศีรษะ เมื่อกลับไปถึงบ้านก็จะพบสัตว์หรือหญิงชราที่มีบาดแผลในตำแหน่งเดียวกัน รูปแบบนี้ทำหน้าที่เป็น “หลักฐาน” ภายในเรื่องว่าการต่อสู้ในยามค่ำคืนไม่ได้เป็นเพียงภาพหลอนของนักเดินทาง แต่เป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ในบางคำอธิบายยังพบความเชื่อมโยงระหว่างเซ็มบิกิ โอคามิกับโยไคประเภทอื่น เช่น โอกุริโอคามิ หรือ “หมาป่าที่ติดตามนักเดินทาง” รวมถึงนกกลางคืนที่คอยนำทางหรือเปิดเผยตำแหน่งของคนที่หลงทางให้ฝูงหมาป่ารู้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าตำนานหมาป่าในญี่ปุ่นไม่ได้ประกอบด้วยเรื่องเดี่ยว ๆ แต่มีเครือข่ายของเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน โดยมี “นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวบนถนนยามค่ำคืน” เป็นเหยื่อสำคัญ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87975" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg" alt="" width="750" height="498" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg 750w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2-120x80.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2-90x60.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2-320x212.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2-560x372.jpeg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_2-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" title=""></p>
<p><strong>ในแง่คติชน เซ็มบิกิ โอคามิจึงน่าสนใจตรงที่ “ความน่ากลัวไม่ได้เกิดจากจำนวนหมาป่าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเป็นหนึ่งเดียวของฝูง” นักเดินทางในเรื่องมักอยู่เพียงลำพัง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ หมาป่าตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นฐาน อีกตัวปีนขึ้นไป อีกตัวทำหน้าที่เป็นส่วนต่อของบันได และเมื่อกำลังของฝูงยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเรียกสิ่งเหนือธรรมชาติที่มีพลังมากกว่าเข้ามาช่วยได้ จุดนี้ทำให้เซ็มบิกิ โอคามิต่างจากเรื่องผีหรือโยไคที่มุ่งเน้นสัตว์ประหลาดตัวเดียว เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การที่ธรรมชาติทั้งผืนดูเหมือนกำลังร่วมมือกันล่าเหยื่อ ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่เกิดเหตุยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก ช่องเขา ป่า และถนนบนภูเขาเป็นพื้นที่ชายขอบระหว่างโลกของมนุษย์กับพื้นที่ที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ ส่วนเวลากลางคืนคือช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างโลกธรรมดากับโลกของภูตผีดูเหมือนจะบางลง เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงรุ่งเช้า ความมืดจึงถูกแทนที่ด้วยแสงสว่าง บาดแผล รอยเลือด โครงกระดูก หรืออนุสรณ์สถานกลายเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ประหลาดนั้นเคยเกิดขึ้นจริง ด้วยเหตุนี้ เซ็มบิกิ โอคามิจึงเป็นทั้งเรื่องเล่าของสัตว์นักล่า ตำนานโยไค และภาพสะท้อนความหวาดกลัวของผู้คนในอดีตต่อการเดินทางผ่านพื้นที่ป่าเขาที่เต็มไปด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่อาจมองเห็นหรือควบคุมได้</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt;</b><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87711" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87472" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87288" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86888" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86718" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ผีหิ้งพระ</b></a></span></p>
<p>ที่มา: <a href="http://yokai.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://yokai.com&amp;source=gmail&amp;ust=1766562603068000&amp;usg=AOvVaw10oSUOxLTTcdNt3JhxI7yb" title="">yokai.com</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว (Senbiki Okami Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_cover.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Senbiki-Okami-Yokai-Japanese-Ghost_cover-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-short-story-umbrella-conversation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HaruShine]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 12:40:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan short stories]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87781</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก” บทความโดย : HaruShine www.marumura.com ที่วางร่มหน้าทางเข้าซูเปอร์ วันนี้ก็ครึกครื้นเช่นเคยตามปกติของหน้าฝน ไม่ใช่คนมาซื้อของ หรือหลบฝน แต่เป็นเหล่าร่มที่ถูกนำมาฝากไว้ และพวกเขาต่างพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ร่มหลากสีเริ่มพูดถึงชีวิตของพวกเขาในแต่ละฤดูกาล ฤดูหนาวเงียบเหงาที่สุด เพราะพวกเขาไม่ถูกใช้งาน ฤดูร้อนน่าน้อยใจที่สุด เพราะเจ้าของจะใช้แต่ร่มกันยูวีคันใหม่ ฤดูใบไม้ร่วงต้องสู้ชีวิตที่สุด เพราะพายุไต้ฝุ่นพาลมแรงเข้าเสมอ มีแค่ฤดูฝนเท่านั้น ที่พวกเขาจะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในแทบทุกวัน และร่มส่วนใหญ่ดีใจทุกครั้งเมื่อฝนโปรยปราย แล้วร่มสีแดงคันเก่าคันหนึ่ง ที่ด้ามจับหลุดลอก และโครงบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก็ได้เล่าเรื่องราวที่ทำให้เขาชื่นชอบวันที่ฝนตกเป็นที่สุด สมัยที่เจ้าของของเขายังเรียนม.ปลาย เธอเคยเดินกางร่มท่ามกลางสายฝนกับคนที่ชอบ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87781"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ที่วางร่มหน้าทางเข้าซูเปอร์ วันนี้ก็ครึกครื้นเช่นเคยตามปกติของหน้าฝน </strong><strong>ไม่ใช่คนมาซื้อของ หรือหลบฝน </strong><strong>แต่เป็นเหล่าร่มที่ถูกนำมาฝากไว้ </strong><strong>และพวกเขาต่างพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน</strong></p>
<p>ร่มหลากสีเริ่มพูดถึงชีวิตของพวกเขาในแต่ละฤดูกาล<br>
ฤดูหนาวเงียบเหงาที่สุด เพราะพวกเขาไม่ถูกใช้งาน<br>
ฤดูร้อนน่าน้อยใจที่สุด เพราะเจ้าของจะใช้แต่ร่มกันยูวีคันใหม่<br>
ฤดูใบไม้ร่วงต้องสู้ชีวิตที่สุด เพราะพายุไต้ฝุ่นพาลมแรงเข้าเสมอ<br>
มีแค่ฤดูฝนเท่านั้น ที่พวกเขาจะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในแทบทุกวัน<br>
และร่มส่วนใหญ่ดีใจทุกครั้งเมื่อฝนโปรยปราย</p>
<p>แล้วร่มสีแดงคันเก่าคันหนึ่ง ที่ด้ามจับหลุดลอก และโครงบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก็ได้เล่าเรื่องราวที่ทำให้เขาชื่นชอบวันที่ฝนตกเป็นที่สุด</p>
<p>สมัยที่เจ้าของของเขายังเรียนม.ปลาย เธอเคยเดินกางร่มท่ามกลางสายฝนกับคนที่ชอบ ทั้งสองต่างเขินอาย พอไหล่กระทบกันต่างก็รีบถอยห่าง แต่หยาดฝนก็ตกกระทบใส่จนพวกเขาต้องขยับเข้าใกล้กันเสมอ</p>
<p>หากไม่มีฝนตกในวันนั้น เรื่องราวนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น…</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87787 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1.jpg" alt="เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”" width="800" height="593" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1-120x90.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1-90x68.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1-320x237.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_1-560x415.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ถึงมนุษย์จะไม่ชอบฝน<br>
แต่บางอย่างก็เกิดขึ้นได้แค่เฉพาะในวันที่ฝนตก<br>
และในวันที่ฝนโปรยปราย โลกทั้งใบก็ราวกับหมุนช้าลง</p>
<p>ประตูซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดออก พร้อมหญิงคนหนึ่งที่เดินมาหยิบร่มสีแดงคันเก่านั้นไป<br>
ซึ่งนั่นทำให้ร่มคันอื่น ๆ ต่างตกใจ เพราะผมของเธอมีเส้นสีขาวแซมอยู่<br>
ร่มแดงหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกว่า “แน่อยู่แล้ว ก็มันผ่านมาเป็นสิบกว่าปีแล้วหนิ”<br>
“แล้วเธอได้แต่งงานกับคนคนนั้นมั้ย!?”<br>
ร่มอายุน้อยคันหนึ่งรีบโพล่งถามก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก</p>
<p>“ไม่ ตั้งแต่เรียนจบ พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีก<br>
แต่ถึงจะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว<br>
ความทรงจำก็ยังคงอยู่<br>
แค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”</p>
<p><strong>แล้วร่มสีแดงคันนั้นก็ถูกกางออกอย่างอ่อนโยน มันผลิบานขึ้นท่ามกลางสายฝน และจากไปพร้อมกับเจ้าของ</strong></p>
<p><strong>บางที บนโลกใบนี้ อาจมีบางสิ่งที่เบ่งบานได้เฉพาะแค่ในวันที่ฝนตก</strong></p>
<p class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: left;"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></p>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87507" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87302" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 12 ภาพถ่ายเมืองกลางคืนสุดน่าหลงใหลจากญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87083" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– อิสรภาพแห่งการถูกลืม เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86930" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หอคอยบล็อกไม้ กับความโดดเดี่ยว”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86727" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– การได้แต่งงานกับคุณ คือความสุขที่สุดในชีวิตผม</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก: <a href="https://note.com/daifuku777/n/ncc02d663d006" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/daifuku777/n/ncc02d663d006</span></a><br>
ขอบคุณภาพจาก: <a href="https://pngtree.com/freebackground/a-red-umbrella-with-raindrops-in-the-air-against-dark-background_16481749.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://pngtree.com/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “บทสนทนาของเหล่าร่ม ในวันที่ฝนตก”</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Umbrella-Conversation_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู</title>
		<link>https://www.marumura.com/jakotsu-baba-yokai-japanese-ghot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[หรูอี้]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 13:05:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Jakotsu Baba Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Ghost Story]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Ghost]]></category>
		<category><![CDATA[Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โยไก]]></category>
		<category><![CDATA[โยไค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87711</guid>

					<description><![CDATA[สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู (Jakotsu Baba Yokai) บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com จาโคสึบาบะ (蛇骨婆) เป็นหนึ่งในโยไคหญิงชราที่ปรากฏในวรรณกรรมและภาพโยไคของญี่ปุ่นสมัยเอโดะ ชื่อของนางสามารถตีความได้ในทำนองว่า “หญิงชรากระดูกงู” หรือ “แม่เฒ่างู” และภาพจำที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือหญิงชราใบหน้าดุดัน มีงูขนาดใหญ่พันรอบร่าง พร้อมถือ งูสองตัวไว้ในมือ โดยงูตัวหนึ่งเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว และอีกตัวเป็นสีแดง แม้ในปัจจุบันจาโคสึบาบะจะถูกจัดอยู่ในหมวดโยไคและมักปรากฏในหนังสือสารานุกรมโยไค สื่อบันเทิง และเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดของนางมีลักษณะพิเศษกว่านั้น เพราะหลักฐานเก่าแก่เกี่ยวกับจาโคสึบาบะไม่ได้แสดงให้เห็นว่านางเป็นภูตผีที่มีตำนานพื้นบ้านสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากแต่ชื่อและรูปลักษณ์ของนางมีหลักฐานเด่นชัดจากผลงานของโทริยามะ เซเกียน (Toriyama&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู (Jakotsu Baba Yokai)</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87711"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p>จาโคสึบาบะ (蛇骨婆) เป็นหนึ่งในโยไคหญิงชราที่ปรากฏในวรรณกรรมและภาพโยไคของญี่ปุ่นสมัยเอโดะ ชื่อของนางสามารถตีความได้ในทำนองว่า “หญิงชรากระดูกงู” หรือ “แม่เฒ่างู” และภาพจำที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือหญิงชราใบหน้าดุดัน มีงูขนาดใหญ่พันรอบร่าง พร้อมถือ งูสองตัวไว้ในมือ โดยงูตัวหนึ่งเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว และอีกตัวเป็นสีแดง แม้ในปัจจุบันจาโคสึบาบะจะถูกจัดอยู่ในหมวดโยไคและมักปรากฏในหนังสือสารานุกรมโยไค สื่อบันเทิง และเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดของนางมีลักษณะพิเศษกว่านั้น เพราะหลักฐานเก่าแก่เกี่ยวกับจาโคสึบาบะไม่ได้แสดงให้เห็นว่านางเป็นภูตผีที่มีตำนานพื้นบ้านสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากแต่ชื่อและรูปลักษณ์ของนางมีหลักฐานเด่นชัดจากผลงานของโทริยามะ เซเกียน (Toriyama Sekien) จิตรกรและนักสร้างสรรค์ภาพโยไคในสมัยเอโดะ โดยจาโคสึบาบะปรากฏใน <em>Konjaku Hyakki Sh</em><em>ū</em><em>i</em> (今昔百鬼拾遺) หรือ “ภาคเสริมของร้อยอสูรจากอดีตและปัจจุบัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของเซเกียน หนังสือเล่มนี้รวบรวมภาพและคำอธิบายเกี่ยวกับโยไคจำนวนมาก และจาโคสึบาบะปรากฏอยู่ในหมวด “เมฆ” ร่วมกับโยไคประเภทอื่น ๆ เช่น โคคุริบาบะและโอชิโรอิบาบะ หลักฐานจากต้นฉบับของเซเกียนแสดงให้เห็นว่าเรื่องราวของจาโคสึบาบะเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับตำนานจีนเรื่อง “อาณาจักรอูเสียน” หรือ巫咸国 ซึ่งปรากฏใน 山海经 （<em>Shan Hai Jing</em>）หรือ คัมภีร์ขุนเขาและทะเลของจีน มากกว่าจะเป็นตำนานญี่ปุ่นพื้นเมืองโดยตรง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87719 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg" alt="สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู (Jakotsu Baba Yokai)" width="670" height="544" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1.jpeg 670w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1-120x97.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1-90x73.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1-320x260.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_1-560x455.jpeg 560w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" title=""></p>
<p>หัวใจสำคัญของเรื่องจาโคสึบาบะอยู่ที่ “อาณาจักรอูเสียน” หรือ巫咸 (Wuxian/Fukan) ซึ่งเซเกียนนำมาเชื่อมโยงกับภาพหญิงชราผู้ถือ งูสองตัว ตามข้อความประกอบภาพใน <em>Konjaku Hyakki Sh</em><em>ū</em><em>i</em> เซเกียนกล่าวถึงดินแดนที่อยู่ทางเหนือของ Nüchou และระบุว่าผู้คนในดินแดนแห่งนี้ถือ งูสีน้ำเงินไว้ในมือขวาและงูสีแดงไว้ในมือซ้าย จากลักษณะดังกล่าว เขาจึงตั้งคำถามในเชิงคาดเดาว่า “จาโคสึบาบะเป็นคนจากประเทศนี้หรือไม่” ความเชื่อมโยงนี้มีความสำคัญ เพราะใน <em>Shan Hai Jing</em> ดินแดนดังกล่าวถูกบรรยายในบริบทของผู้ประกอบพิธีกรรมหรือ “หมอผี” และงูเป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับอำนาจเหนือธรรมชาติและการทำนาย ดังนั้นจาโคสึบาบะจึงไม่ได้เป็นเพียงหญิงชราที่เลี้ยงหรือควบคุมงู แต่ยังสามารถมองได้ว่าเป็นภาพสะท้อนของความเชื่อเรื่องงูในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับโลกเหนือธรรมชาติด้วย อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือภาพของเซเกียนไม่ได้แสดงหญิงชราถือ งูสองตัวอย่างชัดเจนตามข้อความทั้งหมด แต่แสดงหญิงชราที่มีงูขนาดใหญ่พันรอบร่าง ขณะที่คำอธิบายกลับกล่าวถึงงูสีน้ำเงินและสีแดง จึงเกิดช่องว่างระหว่าง “ข้อความ” กับ “ภาพ” ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในงานสร้างสรรค์โยไคของเซเกียน และทำให้จาโคสึบาบะมีพื้นที่สำหรับการตีความในเวลาต่อมา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87718" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg" alt="" width="670" height="560" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2.jpeg 670w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2-120x100.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2-90x75.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2-320x267.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_2-560x468.jpeg 560w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" title=""></p>
<p>อีกส่วนหนึ่งของเรื่องราวเกี่ยวข้องกับชายชื่อ “จาโกเอมง” (Jagoemon หรือ蛇五右衛門) และสถานที่ที่เรียกว่า “เนินงู” หรือ Snake Mound ตามคำอธิบายของเซเกียน มีเรื่องเล่าว่าจาโคสึบาบะอาจเป็นภรรยาของชายผู้มีชื่อดังกล่าว และอาศัยอยู่บริเวณสุสานหรือเนินที่เกี่ยวข้องกับงู บางการตีความในยุคหลังพัฒนารายละเอียดเพิ่มเติมว่า นางทำหน้าที่เฝ้าเนินงูและคอยขับไล่ผู้ที่เข้าใกล้หรือพยายามรบกวนสถานที่ดังกล่าว โดยใช้งูเป็นอาวุธในการข่มขู่หรือโจมตีผู้บุกรุก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้จำเป็นต้องแยกออกจากข้อความดั้งเดิมของเซเกียน เพราะงานศึกษาสมัยใหม่ชี้ว่าเรื่องของจาโกเอมงและเนินงูไม่มีหลักฐานชัดเจนจากตำนานหรือเอกสารจีนและญี่ปุ่นที่เก่ากว่างานของเซเกียน กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ภาพของ “หญิงชราผู้เฝ้าหลุมศพของสามีงู” อาจเป็นการตีความและขยายความในภายหลัง มากกว่าจะเป็นตำนานพื้นบ้านที่มีอยู่ก่อนแล้ว ในบางแหล่งยังมีการอธิบายว่า “Jakotsu babā” อาจเกิดจากชื่อเดิมอย่าง “Jagobā” ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “ภรรยาของ Jago” และถูกเปลี่ยนเสียงหรือเพี้ยนมาเป็น “Jakotsu babā” ทว่าเซเกียนเองก็ลงท้ายคำอธิบายด้วยคำว่า “未詳” หรือ “ยังไม่ทราบแน่ชัด” แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ผู้สร้างหรือผู้บันทึกเองก็ไม่ได้ยืนยันต้นกำเนิดของชื่ออย่างเด็ดขาด ดังนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับสามีของนางและเนินงูจึงควรถูกนำเสนอในฐานะ “ข้อสันนิษฐาน” มากกว่าข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87717" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg" alt="" width="670" height="557" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3.jpeg 670w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3-120x100.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3-90x75.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3-320x266.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_3-560x466.jpeg 560w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" title=""></p>
<p>สิ่งที่ทำให้จาโคสึบาบะน่าสนใจยิ่งขึ้นคือ ชื่อของนางอาจมีประวัติก่อนหน้าการปรากฏตัวใน <em>Konjaku Hyakki Sh</em><em>ū</em><em>i</em>โดยงานศึกษาบางส่วนพบว่าคำว่า “jakotsu babā” หรือคำที่มีรูปใกล้เคียงกันปรากฏในวรรณกรรมบันเทิงและบทละครคาบูกิช่วงคริสต์ทศวรรษ 1760–1770 ก่อนที่เซเกียนจะนำมาใช้กับภาพโยไค ในบริบทก่อนหน้านั้น คำดังกล่าวอาจไม่ได้หมายถึงภูตผีหรือหมอผีโดยเฉพาะ แต่ถูกใช้ในลักษณะเป็นคำเรียกหญิงชราที่มีนัยหยาบคายหรือดูหมิ่น กล่าวได้ว่าเซเกียนอาจหยิบเอาคำที่ผู้คนในยุคของเขารู้จักอยู่แล้วมาสร้างให้กลายเป็นตัวละครโยไค พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวจาก <em>Shan Hai Jing</em> และภาพของผู้ถืองูในดินแดนลึกลับ กระบวนการเช่นนี้สะท้อนวิธีสร้างโยไคของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะได้อย่างชัดเจน เพราะโยไคจำนวนหนึ่งไม่ได้เกิดจากตำนานโบราณเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดจากการนำข้อความจากจีน หนังสือเก่า ความเชื่อพื้นบ้าน ภาษาพูด นิยาย หรือแม้แต่คำสแลงในสังคมมาผสมผสานกัน แล้วสร้างเป็นภาพและเรื่องเล่าใหม่ เซเกียนมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าวอย่างมาก ผลงานของเขาทำให้สิ่งมีชีวิตและภูตผีจำนวนมากมีรูปลักษณ์ที่ชัดเจนจนกลายเป็นต้นแบบให้ศิลปินและนักเขียนรุ่นหลัง และจาโคสึบาบะก็เป็นตัวอย่างที่ดีของโยไคซึ่งมีเส้นแบ่งระหว่าง “ตำนานดั้งเดิม” กับ “การสร้างสรรค์ทางศิลปะ” ที่ไม่ชัดเจน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87714" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4.jpeg" alt="" width="670" height="548" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4.jpeg 670w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4-120x98.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4-90x74.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4-320x262.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_4-560x458.jpeg 560w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" title=""></p>
<p>เมื่อพิจารณาในภาพรวม จาโคสึบาบะจึงควรถูกมองไม่เพียงในฐานะ “หญิงชราที่ควบคุมงู” แต่เป็นตัวอย่างของการผสมผสานวัฒนธรรมจีนกับจินตนาการของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ งูที่อยู่ในมือของนางเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบพิธีกรรมในดินแดนลึกลับจาก <em>Shan Hai Jing</em> ขณะที่รูปลักษณ์ของหญิงชราและเรื่องราวเกี่ยวกับเนินงูสะท้อนการสร้างภาพโยไคแบบญี่ปุ่นของเซเกียน ในเวลาต่อมา เรื่องราวของนางถูกขยายและตีความใหม่จนเกิดภาพของหญิงชราผู้เฝ้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คอยข่มขู่ผู้บุกรุก และควบคุมงูเป็นอาวุธ บางสื่อสมัยใหม่ยังนำจาโคสึบาบะไปใช้ในผลงานเกี่ยวกับโยไค เช่น <em>GeGeGe no Kitar</em><em>ō</em> ทำให้ตัวละครนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น แต่หากย้อนกลับไปยังหลักฐานยุคเอโดะ จะเห็นว่าต้นกำเนิดของนางยังคงมีความคลุมเครืออย่างจงใจ เซเกียนเองไม่ได้ยืนยันอย่างเด็ดขาดว่านางมาจากประเทศอู๋เซียน และยังระบุที่มาของชื่อและเรื่องราวเกี่ยวกับสามีว่า “ยังไม่ทราบแน่ชัด” ความคลุมเครือนี้กลับเป็นเสน่ห์สำคัญของจาโคสึบาบะ เพราะทำให้นางเป็นตัวอย่างที่ดีของโยไคซึ่งเกิดขึ้นจากการเดินทางของเรื่องเล่าข้ามวัฒนธรรม จากคัมภีร์จีนโบราณ สู่ศิลปะและวรรณกรรมญี่ปุ่น แล้วถูกตีความใหม่โดยคนรุ่นหลังจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกโยไคที่เรารู้จักในปัจจุบัน</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt;</b><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87472" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87288" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86888" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86718" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ผีหิ้งพระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86526" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : รถลากอาถรรพ์</b></a></span></p>
<p>ที่มา: <a href="http://yokai.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://yokai.com&amp;source=gmail&amp;ust=1766562603068000&amp;usg=AOvVaw10oSUOxLTTcdNt3JhxI7yb" title="">yokai.com</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู (Jakotsu Baba Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_cover.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Jakotsu-Yokai-Japanese-Ghost_cover-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-short-story-mystery-book/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[HaruShine]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 10:15:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan short stories]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือลึกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้นญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87507</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง” บทความโดย : HaruShine www.marumura.com หลังเกษียณ ชายคนหนึ่งมีกิจกรรมแก้เหงาคือพเนจรไปตามเมืองเล็ก ๆ ต่าง ๆ พร้อมกล้องดิจิทัล… เขามักเก็บภาพซากธนาคารเก่า ร้านกาแฟร้าง ย่านบันเทิงที่เคยรุ่งเรืองและเลือนหายไปตามกาลเวลา แล้วนำไปโพสต์ในบล็อกส่วนตัว แต่แล้ววันหนึ่งก็มีข้อความประหลาดส่งมาถึงบล็อกที่แทบไม่มีใครแวะเวียนมาดูของเขา มันเขียนเพียงสั้นๆ ว่า “ร้านหนังสือแห่งหมู่บ้านนิโตเบะ หนังสือโคโคโระของนัตสึเมะ โซเซกิ” และเมื่อเขาลองส่งข้อความตอบกลับ มันกลับส่งไปไม่ถึง เขาจึงค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง พบว่าหมู่บ้านนิโตเบะถูกยุบรวมเข้ากับเมืองอื่นไปนานแล้ว กลายเป็นหมู่บ้านร้างในหุบเขาลึก ที่ต้องต่อรถไฟ รถบัส&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87507"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>หลังเกษียณ ชายคนหนึ่งมีกิจกรรมแก้เหงาคือพเนจรไปตามเมืองเล็ก ๆ ต่าง ๆ พร้อมกล้องดิจิทัล… เขามักเก็บภาพซากธนาคารเก่า ร้านกาแฟร้าง ย่านบันเทิงที่เคยรุ่งเรืองและเลือนหายไปตามกาลเวลา แล้วนำไปโพสต์ในบล็อกส่วนตัว</strong></p>
<p>แต่แล้ววันหนึ่งก็มีข้อความประหลาดส่งมาถึงบล็อกที่แทบไม่มีใครแวะเวียนมาดูของเขา มันเขียนเพียงสั้นๆ ว่า “ร้านหนังสือแห่งหมู่บ้านนิโตเบะ หนังสือโคโคโระของนัตสึเมะ โซเซกิ” และเมื่อเขาลองส่งข้อความตอบกลับ มันกลับส่งไปไม่ถึง</p>
<p>เขาจึงค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง พบว่าหมู่บ้านนิโตเบะถูกยุบรวมเข้ากับเมืองอื่นไปนานแล้ว กลายเป็นหมู่บ้านร้างในหุบเขาลึก ที่ต้องต่อรถไฟ รถบัส แล้วเดินเท้าอีกกว่าชั่วโมงจึงจะถึง</p>
<p>สุดสัปดาห์ถัดมา เขาพาตัวเองมาอยู่หน้าปากอุโมงค์ทางเข้าหมู่บ้านปริศนานั้นที่มืดสนิท เขากำมือถือไฟฉายแน่น ก่อนก้าวเข้าไปในความมืดที่กลืนกินแสงอาทิตย์ทั้งหมดในยามกลางวัน</p>
<p>ภายในอุโมงค์ทั้งเงียบสงัดและเย็นชื้น มีเพียงเสียงฝีเท้ากระทบกรวดหินดังก้องอยู่เพียงลำพัง กับหยดน้ำหยดลงมาโดนหลังเป็นระยะจนสะดุ้งทุกครั้ง โชคดีที่ความหวาดหวั่นก่อตัวได้ไม่นาน แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ปรากฏขึ้น เขารีบก้าวเท้าออกจากความมืดนั้นด้วยความโล่งใจ</p>
<p>โลกที่รอเขาอยู่ฝั่งนั้นราวกับอีกมิติหนึ่ง… ท้องนาเก่าจมอยู่ใต้วัชพืช บ้านเรือนเอียงกระเท่เร่เรียงราย ป้ายร้านค้าจางลงด้วยลมฝน ร้านผักผลไม้ ร้านขายของชำที่ผุพัง ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ แม้แต่ที่ทำการไปรษณีย์เล็กๆ ก็ยังคงอยู่ เขาตื้นตันกับทิวทัศน์ตรงหน้าจนยกกล้องขึ้นถ่ายภาพไม่หยุด</p>
<p>ข้างร้านขายสาเก มีร้านหนังสือเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ ประตูกระจกแตกร้าว หนังสือมากมายทั้งปกแข็ง หนังสือใหม่ และพ็อกเก็ตกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ใกล้ชั้นวางที่พังถล่ม</p>
<p>เขาก้าวเข้าไปท่ามกลางกลิ่นอับชื้น ค้นในกองหนังสือพ็อกเก็ตที่เปื่อยยุ่ย แต่ก็ไม่พบงานของนัตสึเมะ โซเซกิที่ตามหา</p>
<p>ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นชั้นบนของตู้หนังสือหนึ่งที่ยังคงมีหนังสือเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่บ้าง เขาไล่หาตามลำดับตัวอักษรจนพบหนังสือของนัตสึเมะ โซเซกิในที่สุด และในนั้นมี “โคโคโระ” อยู่จริง</p>
<p>เมื่อหยิบขึ้นมาพลิกดู ทุกอย่างดูปกติดี…จนเขาสังเกตเห็นภาพถ่ายเก่า ๆ ใบหนึ่งสอดคั่นอยู่ ภาพขาวดำของหญิงในชุดชาวนาที่ไม่สามารถระบุยุคสมัยได้ชัดเจน</p>
<p>เขาคิดว่าผู้ส่งข้อความประหลาดนั้นคงต้องการให้เขาหาภาพนี้ให้เจอ จึงเก็บภาพกลับเข้าที่เดิมอย่างระมัดระวัง แล้วนำหนังสือทั้งเล่มใส่เป้กลับบ้านไป</p>
<p>เมื่อกลับถึงบ้าน เขาเปิดบล็อกดู ก็พบข้อความใหม่จากผู้ส่งคนเดิมรออยู่ ใจความว่า…</p>
<p><em>“ถูกขังอยู่ในหนังสือมานานแสนนาน</em><br>
<em>ขอบคุณนะ ในที่สุดก็ได้เป็นอิสระสักที”</em></p>
<p>เขาตกใจ และรีบหยิบหนังสือออกมาเปิดดูอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าของหญิงชาวนาในภาพดูเหมือนจะยิ้มแย้มขึ้นมาเล็กน้อย และเมื่อพลิกดูหลังรูปถ่าย เขาก็ได้พบกับบันทึกเรื่องราวความรักสามเส้าอันแสนเจ็บปวดในอดีต</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87510 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1.jpg" alt="เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”" width="800" height="420" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1-120x63.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1-90x47.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1-320x168.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_1-560x294.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ชายหนุ่มคนหนึ่งรักเธอมาก แต่เพื่อนสนิทของเขากลับขอเธอแต่งงาน และเธอก็ตอบตกลงเพราะเคารพนับถือเพื่อนคนนั้นของชายหนุ่ม หลังการแต่งงาน ชายคนแรกรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกเพื่อนรักทรยศจนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ทิ้งความทุกข์ทรมานไว้ให้ทั้งสามีและตัวเธอเองต้องแบกรับไปตลอดกาล</p>
<p><strong>เขาครุ่นคิด… ไม่ว่ายุคสมัยใด ปัญหาความรักก็ยังคงเป็นเช่นนี้เสมอ และการถูกขังไว้ในความรู้สึกผิด คงเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกขังอยู่ในหนังสือเสียอีก</strong></p>
<p class="pk-content-block pk-block-border-all" style="text-align: left;"><strong>บทความโดย : HaruShine<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></p>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87302" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– 12 ภาพถ่ายเมืองกลางคืนสุดน่าหลงใหลจากญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87083" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– อิสรภาพแห่งการถูกลืม เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86930" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หอคอยบล็อกไม้ กับความโดดเดี่ยว”</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86727" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– การได้แต่งงานกับคุณ คือความสุขที่สุดในชีวิตผม</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86537" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– สดชื่น! กับ 13 ภาพฤดูร้อนสีคราม จากญี่ปุ่น</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก: <a href="https://note.com/lucid_dunlin8342/n/n722865a5a1cd" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/lucid_dunlin8342/n/n722865a5a1cd</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#เรื่องสั้นจากญี่ปุ่น “หนังสือลึกลับ แห่งหมู่บ้านร้าง”</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Japan-Short-Story-Mystery-Book_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์</title>
		<link>https://www.marumura.com/kitsune-tsuki-yokai-japanese-folklore/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[หรูอี้]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 14:18:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tale]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Ghost Story]]></category>
		<category><![CDATA[japanese folklore]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Ghost]]></category>
		<category><![CDATA[Kitsune Tsuki Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[Yokai]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานเทพญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสยองขวัญญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โยไก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87472</guid>

					<description><![CDATA[สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์ (Kitsune Tsuki Yokai) บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com คิตสึเนะสึกิ (狐憑き) แปลตรงตัวว่า “การถูกจิ้งจอกเข้าสิง” เป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่องการถูกวิญญาณเข้าสิงที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น โดยคำว่า คิตสึเนะ หมายถึง “จิ้งจอก” ส่วน สึกิ ซึ่งเขียนด้วยอักษร 憑 หมายถึงการถูกวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติเข้าครอบงำ ความเชื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างจิ้งจอกกับศาสนาและความเชื่อพื้นบ้านของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น จิ้งจอกไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงสัตว์ป่า หากยังเป็นสัตว์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์ (Kitsune Tsuki Yokai)</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87472"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>คิตสึเนะสึกิ (狐憑き)</strong> แปลตรงตัวว่า “การถูกจิ้งจอกเข้าสิง” เป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่องการถูกวิญญาณเข้าสิงที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น โดยคำว่า คิตสึเนะ หมายถึง “จิ้งจอก” ส่วน สึกิ ซึ่งเขียนด้วยอักษร 憑 หมายถึงการถูกวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติเข้าครอบงำ ความเชื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างจิ้งจอกกับศาสนาและความเชื่อพื้นบ้านของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น จิ้งจอกไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงสัตว์ป่า หากยังเป็นสัตว์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ หลอกลวงผู้คน และติดต่อกับโลกของวิญญาณได้ ขณะเดียวกันจิ้งจอกยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ อินาริ (稲荷) เทพหรือคามิที่เกี่ยวข้องกับข้าว ความอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรือง จึงทำให้จิ้งจอกมีทั้งภาพลักษณ์ของผู้พิทักษ์และสิ่งที่ควรหวาดระแวงอยู่พร้อมกัน ความเชื่อเรื่องคิตสึเนะสึกิสามารถย้อนรอยได้ถึงวรรณกรรมญี่ปุ่นยุคโบราณ โดยมีหลักฐานของเรื่องราวเกี่ยวกับจิ้งจอกและการเข้าสิงปรากฏตั้งแต่ยุคเฮอัน รวมถึงใน เก็นจิโมโนงาตาริ หรือ ตำนานเก็นจิ ของมุราซากิ ชิกิบุ ต่อมาเรื่องคิตสึเนะสึกิยังปรากฏในศิลปะการแสดง เช่น โนและเคียวเง็น และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและความผิดปกติของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ “การถูกจิ้งจอกเข้าสิง” จึงควรเข้าใจว่าเป็นมากกว่าตำนานเกี่ยวกับโยไค เพราะมันสะท้อนวิธีที่คนญี่ปุ่นในอดีตพยายามอธิบายเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ทั้งอาการทางจิต พฤติกรรมผิดปกติ ความเจ็บป่วย โชคร้าย และความขัดแย้งภายในครอบครัว ผ่านภาษาของสิ่งเหนือธรรมชาติ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87476 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1.jpeg" alt="สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์ (Kitsune Tsuki Yokai)" width="645" height="592" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1.jpeg 645w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1-120x110.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1-90x83.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1-320x294.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_1-560x514.jpeg 560w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" title=""></p>
<p>ตามตำนานพื้นบ้าน คิตสึเนะสามารถเข้าสิงมนุษย์ได้หลายลักษณะ และอาการของผู้ถูกสิงอาจรุนแรงจนทำให้คนรอบข้างเชื่อว่าผู้ป่วยได้กลายเป็น “อีกคนหนึ่ง” บางเรื่องเล่าว่าผู้ถูกสิงจะมีใบหน้าและสีหน้าเปลี่ยนไปจนดูคล้ายจิ้งจอก ฟันอาจดูแหลมขึ้น หรือมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากบุคลิกเดิมอย่างชัดเจน บางคนถูกกล่าวว่าสามารถพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่ของตนเอง หรือพูดและอ่านภาษาที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ราวกับความรู้เหล่านั้นมาจากวิญญาณที่อยู่ภายในร่างกาย ในตำนานบางพื้นที่ ผู้ถูกคิตสึเนะสิงอาจร้องหรือส่งเสียงคล้ายจิ้งจอก วิ่งไปตามถนนอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือแสดงอาการคลุ้มคลั่งและหวาดระแวงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ “สัญญาณ” ของการถูกสิง เช่น ความอยากกินเต้าหู้ทอดหรืออาหารที่เกี่ยวข้องกับจิ้งจอกอย่างผิดปกติ ความกลัวสุนัขอย่างรุนแรง หรือการมีก้อนบางอย่างเคลื่อนที่ไปตามร่างกาย ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของวิญญาณจิ้งจอก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้แตกต่างกันไปตามพื้นที่และยุคสมัย จึงไม่ควรถือว่าเป็นกฎตายตัวของคติชนญี่ปุ่นทั้งหมด ความเชื่อเรื่องคิตสึเนะสึกิยังสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่อง “การแก้แค้น” อย่างมาก ในเรื่องเล่าหลายเรื่อง จิ้งจอกจะเข้าสิงมนุษย์เพื่อเอาคืนที่มนุษย์ทำร้ายหรือฆ่าจิ้งจอก หรือเพื่อชำระแค้นต่อผู้ที่ละเมิดสถานที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมัน นอกจากการเข้าสิงบุคคลแล้ว ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัวที่ถูกเรียกว่า คิตสึเนะโมจิ (狐持ち) หรือ “ผู้ครอบครองจิ้งจอก” ซึ่งเชื่อว่ามีจิ้งจอกเหนือธรรมชาติอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูล ตระกูลเหล่านี้ถูกมองว่ามีอำนาจในการใช้จิ้งจอกเพื่อสร้างความมั่งคั่ง หรือในทางกลับกัน ใช้เพื่อสาปแช่งและนำความเจ็บป่วยหรือความพินาศไปสู่ศัตรู ความเชื่อเรื่องคิตสึเนะโมจิจึงทำให้ “จิ้งจอก” ไม่ได้เป็นเพียงวิญญาณที่เข้าสิงคนคนหนึ่ง แต่สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับชุมชนได้ด้วย งานศึกษาภาษาญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเชื่อในแถบซันอินก็ชี้ให้เห็นว่าแนวคิดประเภทนี้เคยมีผลกระทบทางสังคมอย่างมาก โดยครอบครัวที่ถูกกล่าวหาว่ามีจิ้งจอกไว้ในครอบครองอาจถูกชุมชนหวาดระแวงและกีดกัน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87474" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3.jpeg" alt="" width="645" height="589" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3.jpeg 645w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3-120x110.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3-90x82.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3-320x292.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_3-560x511.jpeg 560w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" title=""></p>
<p>ความน่าสนใจของคิตสึเนะสึกิอยู่ที่เส้นแบ่งระหว่าง “ความเชื่อ” กับ “ความเจ็บป่วย” ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในสังคมญี่ปุ่นก่อนการแพทย์สมัยใหม่ อาการที่ปัจจุบันอาจถูกพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิตหรือระบบประสาท มักถูกอธิบายผ่านแนวคิดเรื่องการถูกสิ่งเหนือธรรมชาติเข้าสิง ดังนั้นคิตสึเนะสึกิจึงทำหน้าที่เป็นกรอบอธิบายอาการที่มนุษย์ในยุคนั้นยังไม่มีคำศัพท์หรือความรู้ทางการแพทย์เพียงพอที่จะอธิบายได้ เมื่อการแพทย์และจิตเวชแบบสมัยใหม่เริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงปลายสมัยเอโดะต่อเนื่องถึงสมัยเมจิ แพทย์และนักจิตเวชจำนวนหนึ่งจึงพยายามตีความ “การถูกจิ้งจอกเข้าสิง” ใหม่ในฐานะอาการทางจิต งานศึกษาของ H. Yumi Kim ซึ่งตีพิมพ์โดย Oxford University Press ชี้ว่าในช่วงทศวรรษ 1880 จิตแพทย์ญี่ปุ่นยุคแรกพยายามนิยาม kitsune-tsuki หรือ “การที่จิตใจและร่างกายมนุษย์ถูกจิ้งจอกครอบงำ” ให้เป็นรูปแบบหนึ่งของความเจ็บป่วยทางจิต แต่ความพยายามดังกล่าวไม่ได้ทำให้ความเชื่อหายไปทันที เพราะแนวคิดเรื่องการถูกจิ้งจอกเข้าสิงยังคงมีบทบาทในชีวิตครอบครัวและชุมชน งานศึกษาทางจิตเวชและมานุษยวิทยาอีกหลายชิ้นก็พบว่า ในบางชุมชน อาการที่ถูกเรียกว่าคิตสึเนะสึกิไม่ได้สามารถแยกออกจากบริบททางสังคมและวัฒนธรรมได้ง่าย นักวิจัยบางรายเสนอว่าการแสดงอาการของผู้ป่วยและการตอบสนองของครอบครัวอาจเป็นกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายต่างใช้กรอบความเชื่อร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจกับวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น งานศึกษากรณีในหมู่บ้านชนบททางตะวันตกของญี่ปุ่นพบว่าเหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นคิตสึเนะสึกิสามารถเกี่ยวข้องกับความเครียด ความขัดแย้งในครอบครัว และบริบททางสังคมได้ ขณะเดียวกันครอบครัวและชุมชนก็ใช้ภาษาของ “การถูกจิ้งจอกเข้าสิง” เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่ผิดปกติ ดังนั้นการมองคิตสึเนะสึกิในปัจจุบันจึงไม่จำเป็นต้องเลือกว่ามันเป็น “เรื่องผี” หรือ “โรคทางจิต” เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถศึกษาได้ในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์แต่ละยุคใช้ความเชื่อของตนเพื่อสร้างความหมายให้กับความเจ็บป่วยและพฤติกรรมที่อธิบายได้ยาก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87475" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2.jpeg" alt="" width="645" height="589" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2.jpeg 645w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2-120x110.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2-90x82.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2-320x292.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_2-560x511.jpeg 560w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" title=""></p>
<p>อีกด้านหนึ่งของคิตสึเนะสึกิคือความสัมพันธ์ระหว่างการถูกสิงกับการใช้คิตสึเนะเป็น สื่อกลางในการทำนาย ในความเชื่อพื้นบ้านบางสาย มนุษย์สามารถเชิญวิญญาณจิ้งจอกให้เข้าสู่ร่างของผู้ทำหน้าที่เป็นสื่อ แล้วให้วิญญาณพูดผ่านร่างนั้นเพื่อทำนายอนาคต ตอบคำถาม หรือเปิดเผยความรู้ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ แนวคิดนี้ทำให้คิตสึเนะมีสถานะที่ย้อนแย้งอย่างน่าสนใจ เพราะในด้านหนึ่งมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอาจทำลายชีวิตมนุษย์ แต่อีกด้านหนึ่งกลับเป็นแหล่งของความรู้และพลังเหนือธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องคิตสึเนะยังเชื่อมโยงกับประเพณีการพยากรณ์และการสื่อสารกับสิ่งเหนือธรรมชาติของญี่ปุ่น ซึ่งมีความสัมพันธ์กับศาสนา ความเชื่อเรื่องอินาริ และพิธีกรรมของนักบวชหรือผู้ทำหน้าที่เป็นคนทรงมาตั้งแต่อดีต อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้วิญญาณเข้าสิงเพื่อใช้เป็นสื่อกลางก็ถูกมองว่าอันตราย เพราะไม่มีหลักประกันว่าวิญญาณจะยอมออกจากร่างเมื่อเสร็จพิธี ความคิดเช่นนี้สะท้อนภาพของคิตสึเนะในคติชนญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี นั่นคือคิตสึเนะไม่ใช่ “ปีศาจร้าย” ธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่มีเจตจำนงของตนเอง สามารถช่วยเหลือมนุษย์ ให้โชคลาภ หลอกลวง แก้แค้น หรือทำร้ายมนุษย์ได้ตามสถานการณ์ ความกำกวมนี้ทำให้คิตสึเนะต่างจากสัตว์ประหลาดที่มีเพียงด้านดีหรือด้านชั่ว และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรื่องเล่าของจิ้งจอกสามารถปรากฏอยู่ในวรรณกรรม การแสดง และความเชื่อหลายรูปแบบตลอดประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าถูกคิตสึเนะเข้าสิงบางครั้งถูกนำไปผ่านพิธีขับไล่ ตั้งแต่การสวดมนต์ที่ศาลเจ้า การใช้พิธีกรรมทางศาสนา ไปจนถึงวิธีที่รุนแรง เช่น การเฆี่ยนตี การรมควัน หรือการทรมานร่างกาย แสดงให้เห็นว่าความเชื่อดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อชีวิตของผู้คนได้ ความเชื่อไม่ได้หยุดอยู่เพียงในเรื่องเล่า แต่สามารถกำหนดวิธีที่ครอบครัวดูแลสมาชิก วิธีที่ชุมชนมองผู้ป่วย และวิธีที่สังคมตัดสินว่าใครเป็น “คนนอก” หรือ “คนที่มีสิ่งผิดปกติอยู่ในตัว”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87477" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4.jpeg" alt="" width="645" height="587" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4.jpeg 645w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4-120x109.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4-90x82.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4-320x291.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_4-560x510.jpeg 560w" sizes="(max-width: 645px) 100vw, 645px" title=""></p>
<p>ท้ายที่สุด คิตสึเนะสึกิจึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของโยไคญี่ปุ่น เพราะเรื่องราวของมันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมญี่ปุ่นได้หลายชั้น ตั้งแต่ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับจิ้งจอกในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และสัตว์เจ้าเล่ห์ ความสัมพันธ์กับอินาริและความอุดมสมบูรณ์ ความกลัวเรื่องวิญญาณเข้าสิง ไปจนถึงการเกิดขึ้นของวิทยาศาสตร์การแพทย์และจิตเวชสมัยใหม่ เดิมทีอาการที่ผู้คนไม่เข้าใจอาจถูกอธิบายว่าเป็นการกระทำของคิตสึเนะ แต่เมื่อความรู้ทางการแพทย์พัฒนาขึ้น คำอธิบายดังกล่าวก็เริ่มถูกตั้งคำถาม กระนั้นความเชื่อไม่ได้หายไปในทันที เพราะมันฝังอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ชุมชน ศาสนา และอัตลักษณ์ของผู้คน งานศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่จึงมองคิตสึเนะสึกิไม่เพียงในฐานะ “ความเชื่อผิดๆ” ที่ถูกแทนที่ด้วยการแพทย์ แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่ผู้คนเคยใช้เพื่อพูดถึงความเจ็บป่วย ความขัดแย้ง และวิกฤตในชีวิต แม้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะไม่ได้อธิบายอาการทางจิตด้วยการถูกจิ้งจอกเข้าสิงเหมือนในอดีต แต่ภาพของคิตสึเนะยังคงปรากฏอยู่ในวรรณกรรม ภาพยนตร์ มังงะ อนิเมะ เกม และศิลปะร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ คิตสึเนะสึกิยังเตือนให้เห็นว่า “โยไค” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติสำหรับสร้างความน่ากลัวเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความคิดที่มนุษย์ใช้ทำความเข้าใจกับโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อมองจากมุมนี้ คิตสึเนะสึกิจึงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “จิ้งจอกที่เข้าสิงมนุษย์” เพียงในระดับหนึ่งเท่านั้น ในอีกระดับหนึ่ง มันคือเรื่องราวของมนุษย์ที่พยายามทำความเข้าใจกับจิตใจ ความเจ็บป่วย ความกลัว และความสัมพันธ์ทางสังคมของตนเองผ่านเงาของจิ้งจอก ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสัตว์ วิญญาณ เทพ และโยไคมาอย่างยาวนาน</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : หรูอี้ <a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องที่เกี่ยวข้อง &gt;&gt;</b><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=87288" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86888" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86718" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : ผีหิ้งพระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86526" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : รถลากอาถรรพ์</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=86289" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : คำสาปม้าแห่งอุมะสึกิ</b></a></span></p>
<p>ที่มา: <a href="http://yokai.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://yokai.com&amp;source=gmail&amp;ust=1766562603068000&amp;usg=AOvVaw10oSUOxLTTcdNt3JhxI7yb" title="">yokai.com</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์ (Kitsune Tsuki Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_cover.jpeg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Kitsune-Tsuki-Yokai-Japanese-Folklore_cover-320x240.jpeg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
