<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kuroshima no shūraku &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/kuroshima-no-shuraku/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Oct 2018 08:03:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>Kuroshima no shūraku &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 4</title>
		<link>https://www.marumura.com/hidden-christian-sites-in-the-nagasaki-region-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ป้าหมวยยย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Oct 2018 08:03:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Amakusa]]></category>
		<category><![CDATA[Kumamoto]]></category>
		<category><![CDATA[Kuroshima no shūraku]]></category>
		<category><![CDATA[Kyushu]]></category>
		<category><![CDATA[Nagasaki]]></category>
		<category><![CDATA[Remains of Villages on Nozaki Island]]></category>
		<category><![CDATA[Villages on Kuroshima Island]]></category>
		<category><![CDATA[ขับรถเที่ยวคิวชู]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกโลกญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะคุโรชิม่า]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะอามาคุสะ]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวคิวชู]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวคุมาโมโต้]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวนางาซากิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=25287</guid>

					<description><![CDATA[ในตอนนี้เราจะมาชมมรดกโลกแห่งนางาซากิและอามาคุสะลำดับที่ 7, 8 และ 9 บนเกาะห่างไกล ได้แก่ ชุมชนบนเกาะคุโรชิม่า, ซากชุมชนบนเกาะโนซากิ และชุมชนบนเกาะคาชิระงาชิม่าค่ะ บทความโดย : ป้าหมวยยย www.marumura.com สวัสดีค่ะ เข้าสู่ตอนที่ 4 แล้วค่ะกับกลุ่มสถานที่มรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับคริสตังลับในนางาซากิและอามาคุสะ ป้าหมวยยยเขียนมาหลายตอนแล้ว ท่านใดยังไม่เคยอ่านสามารถย้อนอ่านตอนที่ 1, 2 และ 3 ได้ตามลิงค์นะคะ แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 3&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>ในตอนนี้เราจะมาชม<span style="text-decoration: underline;"><em><strong>มรดกโลกแห่งนางาซากิและอามาคุสะ</strong></em></span>ลำดับที่ 7, 8 และ 9 บนเกาะห่างไกล ได้แก่ ชุมชนบนเกาะคุโรชิม่า, ซากชุมชนบนเกาะโนซากิ และชุมชนบนเกาะคาชิระงาชิม่าค่ะ</p></blockquote>
<p><span id="more-25287"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : ป้าหมวยยย <a href="https://www.marumura.com" title="">www.marumura.com</a></strong></div>

<p><strong>สวัสดีค่ะ เข้าสู่ตอนที่ 4 แล้วค่ะกับกลุ่มสถานที่มรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับคริสตังลับในนางาซากิและอามาคุสะ ป้าหมวยยยเขียนมาหลายตอนแล้ว ท่านใดยังไม่เคยอ่านสามารถย้อนอ่านตอนที่ 1, 2 และ 3 ได้ตามลิงค์นะคะ</strong></p>
<p><span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=24451" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 3</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=24093" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 2</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23965" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 1</b></a></span></p>
<p>ในตอนนี้เราจะมาชมมรดกโลกลำดับที่ 7, 8 และ 9 บนเกาะห่างไกล ได้แก่ <strong>ชุมชนบนเกาะคุโรชิม่า, ซากชุมชนบนเกาะโนซากิ และชุมชนบนเกาะคาชิระงาชิม่า</strong>ค่ะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/1.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" title=""></p>
<p><strong>7. ชุมชนบนเกาะคุโรชิม่า (Villages on Kuroshima Island)</strong></p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/2.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="450" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์คุโรชิม่า ศูนย์กลางของคริสตชนบนเกาะคุโรชิม่า (ภาพโดยป้าหมวยยย)</figcaption></figure>
<p><strong>เกาะคุโรชิม่า (黒島の集落 Kuroshima no shūraku)</strong> เป็นเกาะที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาหมู่เกาะคุจูคุชิม่า (九十九島Kujūkushima) ในเมืองซาเซโบะ (佐世保 Sasebo) ทางตะวันตกของจังหวัดนางาซากิ มีพื้นที่ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 450 คน</p>
<p>ในอดีตเกาะนี้เคยอยู่ในการดูแลของเขตฮิราโดะ (平戸藩 Hirado-han) และใช้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 16 ยาวนานราว 200 ปี จนถูกทิ้งร้างไปราวต้นศตวรรษที่ 19 จากนั้นผู้ครองเขตฮิราโดะได้เชิญชวนให้ประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงต่าง ๆ เข้ามาจับจองพื้นที่ทำการเกษตรอีกครั้ง จึงมีชาวบ้านย้ายเข้ามาสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่ 7 แห่งในราวช่วงปี 1850</p>
<p>ในบรรดาชาวบ้านที่ย้ายเข้ามาที่เกาะคุโรชิม่า จำนวนไม่น้อยเป็นคริสตังลับจากโซโตเมะ (外海 Sotome) และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีจำนวนถึง 6 จาก 7 หมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีหมู่บ้านฮมมูระ (本村 Hommura) เป็นหมู่บ้านศูนย์กลางที่มีสำนักผู้ตรวจการจากฮิราโดะและวัดโคเซ็นจิ (興禅寺 Kōzenji) ตั้งอยู่</p>
<p>คริสตังลับบนเกาะคุโรชิม่าแสดงตนเป็นพุทธมามกะและปฏิบัติศาสนกิจที่วัดโคเซ็นจิและเข้าพิธีเอะฟุมิ (絵踏 Efumi) หรือพิธีเหยียบแผ่นสลักรูปพระคริสต์หรือพระแม่มารีย์ที่จัดขึ้นที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทุกปีภายใต้สายตาของเจ้าหน้าที่รัฐบาล</p>
<p>เช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ที่คริสตังลับจะเคารพนับถือพระรูป <strong>“มาเรียคันนง” (マリア観音 Maria Kannon)</strong> หรือพระโพธิสัตว์ที่เป็นตัวแทนพระแม่มารีย์ นอกจากนี้หลุมศพยังมีความพิเศษ ตรงที่ดูเผิน ๆ จะเหมือนหลุมฝังศพแบบพุทธ แต่วิธีฝังศพและทิศการตั้งป้ายหลุมศพแตกต่างกัน</p>
<p>เมื่อข่าวคริสตังลับแห่งอุราคามิแสดงตัวต่อคุณพ่อชาวฝรั่งเศสที่<strong>โบสถ์โออุระ (大浦天主堂 Ōura Tenshudō)</strong> ในปี 1865 แพร่กระจายในหมู่คริสตังลับในพื้นที่อื่น ๆ ผู้นำกลุ่มคริสตังลับหรือ <strong>มิซึคาตะ (水方 Mizukata)</strong> แห่งเกาะคุโรชิม่าและชาวบ้านรวม 20 คนจึงเดินทางไปยังนางาซากิและแสดงตัวต่อคุณพ่อบาทหลวงอย่างลับ ๆ เช่นเดียวกัน</p>
<p>เนื่องจากธรรมเนียมความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานร่วม 200 ปีของคริสตังลับที่จำเป็นต้องรักษาความเชื่อกันเองโดยไร้การชี้นำจากบาทหลวงได้ผิดเพี้ยนไปจากคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกไปมาก จึงมีความจำเป็นต้องสอนศาสนาให้แก่ชาวบ้านอีกครั้ง แต่ขณะนั้นยังมีคำสั่งห้ามบาทหลวงออกนอกพื้นที คุณพ่อจึงต้องสอนคำสอนให้แก่ผู้นำคริสตังลับเพื่อเป็นตัวแทนทำพิธีล้างบาปให้แก่ชาวบ้านบนเกาะ</p>
<p>หลังจากนั้นคุณพ่อบาทหลวงหลายท่านลักลอบเดินทางมาที่เกาะ และทำพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นครั้งแรกให้แก่ชาวบ้านที่บ้านผู้นำคริสตังลับตระกูลเดะงุจิในปี 1872 ปัจจุบันมีเสาหินสลักติดตั้งไว้ ณ จุดนั้นเพื่อ่ระลึกถึงการฟื้นฟูความเชื่อ</p>
<figure style="width: 450px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/3.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="450" height="600" title=""><figcaption class="wp-caption-text">เสาหินที่ระลึกการฟื้นฟูความเชื่อ ณ จุดที่เคยเป็นบ้านของผู้นำคริสตังลับ (ภาพจาก Nagasaki-tabinet.com)</figcaption></figure>
<p>เมื่อรัฐบาลยกเลิกคำสั่งห้ามนับถือศาสนาในปี 1873 การฟื้นฟูพระศาสนจักรบนเกาะคริสตังลับจึงสามารถดำเนินการได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป คริสตังลับทั้งเกาะราว 600 คนได้เข้ารับศีลล้างบาปเป็นคริสตชนคาทอลิกอย่างสมบูรณ์</p>
<p><strong>โบถส์คุโรชิม่า (黒島天主堂 Kuroshima Tenshudō)</strong> หลังแรกสร้างขึ้นด้วยไม้ในปี 1879 โดย<strong>คุณพ่ออัลแบร์ต ชาร์เล อาร์เซน เปลู (Albert Charles Arsene Pelu)</strong> แห่งคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (M.E.P.) ระหว่างนั้นมีคุณพ่อหลายท่านมารับหน้าที่อภิบาลคริสตชนบนเกาะ</p>
<p>เมื่อ<strong>คุณพ่อโจเซฟ แฟรดินอง มาร์แมง (Joseph Ferdinand Marmand)</strong> เข้ามารับหน้าที่ต่อในปี 1897 จึงได้สร้างรื้อถอนโบสถ์หลังเก่า และเริ่มสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันในราวปี 1900 คุณพ่อมาร์แมงเป็นผู้มีความรู้ด้านการก่อสร้างและมีประสบการณ์การสร้างโบสถ์โดซากิ (堂崎教会 Dōzaki Kyōkai) ที่เกาะโกโต้ ชาวบ้านมีส่วนร่วมแรงกายใจในการก่อสร้างโบสถ์ การสร้างโบสถ์หยุดชะงักไประยะหนึ่งเพราะงบประมาณบานปลาย แต่สุดท้ายก็สร้างสำเร็จในปี 1902</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/4.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="450" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์คุโรชิม่าหลังปัจจุบัน ภายนอกมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ อายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี (ภาพโดยป้าหมวยยย)</figcaption></figure>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/5.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="432" title=""><figcaption class="wp-caption-text">ภายในโบสถ์คุโรชิม่า สังเกตธรรมมาสน์ติดตั้งไว้ที่บริเวณเสาทางซ้ายด้านใน (ภาพจาก kuroshimakanko.com)</figcaption></figure>
<p>โบสถ์คุโรชิม่าหลังปัจจุบันใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ สร้างด้วยอิฐแดงและไม้ มีเพดานสูงแบบ Rib vault ภายในโอ่โถง มีพื้นที่ถึง 539 ตารางเมตร มีแถวที่นั่ง 4 แถว มีการใช้แผ่น<strong>กระเบื้องอาริตะ (有田焼 Arita-yaki)</strong> ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดซางะถึง 1,800 แผ่นปูพื้นบริเวณพระแท่น</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง<strong>ธรรมาสน์ (説教壇 Sekkyōdan)</strong> ที่บริเวณทางซ้ายหน้าพระแท่น สมัยก่อนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ บาทหลวงจะขึ้นไปเทศนาบนธรรมาสน์ (Pulpit) ซึ่งเป็นคอกเล็ก ๆ ยกสูงจากพื้นเพื่อให้มีเสียงดังกังวานได้ยินกันทั่วทั้งโบสถ์ ปัจจุบันไม่ได้มีการใช้งานธรรมาสน์นี้แล้วเนื่องจากมีการใช้ไมโครโฟนและลำโพงแทน</p>
<p>ปัจจุบันโบสถ์หลังนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณของคริสตชนคาทอลิกที่มีอยู่ถึงร้อยละ 70 ของประชากรบนเกาะ</p>
<p>การเดินทางไปยังโบสถ์คุโรชิม่า สามารถขึ้น<strong>รถไฟเอกชนของบริษัทมัตสึอุระ (松浦鉄道 Matsuura Tetsudō)</strong> จากสถานีซาเซโบะไปลงที่<strong>สถานีไอโนะอุระ (相浦 Ainoura)</strong> ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปที่เกาะใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากท่าเรือเดินหรือเช่าจักรยานไฟฟ้าขึ้นไปตามถนนทางชันอีกราว 1.5 กิโลเมตร</p>
<p>การเข้าชมต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่เว็บไซท์ <a href="https://kyoukaigun.jp" title="">https://kyoukaigun.jp</a> และห้ามถ่ายภาพภายในโบสถ์ อย่างไรก็ตาม มีกำหนดซ่อมแซมครั้งใหญ่ทั้งภายในและภายนอกเป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2018 ถึงราวปลายเดือนตุลาคม 2020 จึงไม่สามารถเข้าชมได้ในช่วงเวลาดังกล่าว</p>
<p><strong>8. ซากชุมชนบนเกาะโนซากิ (Remains of Villages on Nozaki Island)</strong></p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/6.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="450" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์โนคุบิตั้งอยู่บนเกาะร้างไร้ผู้คน (ภาพจาก Wikipedia)</figcaption></figure>
<p><strong>เกาะโนซากิ (野崎島 Nozakijima)</strong> อยู่ในพื้นที่ตำบลโอจิกะ (小値賀町 Ojikachō) อำเภอคิตะมัตสึอุระตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่เกาะโกโต้ ตัวเกาะมีลักษณะเรียวยาว มีความยาว 6 กิโลเมตร และกว้าง 1.5 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยภูเขาและผาสูง มีพื้นราบไม่มาก ปัจจุบันไม่มีผู้อาศัยอยู่นอกจากผู้ดูแล</p>
<p>แต่เดิมเกาะโนซากิอยู่ในการดูแลของเขตฟุคุเอะ (福江藩 Fukue-han) และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของศาสนาชินโต มี<strong>ศาลเจ้าโอคิโนะโคจิมะ (沖ノ神嶋神社 Okinokōjima Jinja)</strong> ตั้งอยู่มีนักบวชและสาวกจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบทางภาคตะวันออกและภาคกลาง</p>
<p>ภายหลังเมื่อผู้ครองเขตฟุคุเอะทำสัญญากับเขตโอมูระให้เชิญชวนประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่ทำกิน คริสตังลับที่โซโตเมะเห็นเป็นโอกาสที่จะได้อยู่ไกลหูตาราชการจึงข้ามน้ำข้ามทะเลย้ายมายังที่นี่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการสร้างชุมชนขึ้น 2 แห่ง คือ <strong>ชุมชนโนคุบิ (野首集落 Nokubi Shūraku)</strong> ทางตอนกลาง และ<strong>ชุมชนฟุนาโมริ (舟森集落 Funamori Shūraku)</strong> ทางตอนใต้ของเกาะ ชาวบ้านไม่ได้รับอนุญาตให้รื้อถางป่า แต่พยายามบุกเบิกพื้นที่ลาดชันให้สามารถใช้งาน ก่อสร้างบ้านเรือน ปลูกข้าวสาลีและมันฝรั่งได้</p>
<p>คริสตังลับแห่งโนซากิปฏิบัติตัวเป็นศาสนิกชนชินโตที่ศาลเจ้าโอคิโนะจิมะ และเข้าพิธีเหยียบแผ่นฟุมิเอะทุกปี โดยมีนักบวชชินโตที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนข้าราชการเป็นสักขีพยาน</p>
<p>การเปิดเผยตัวของคริสตังลับแห่งอุราคามิที่โบสถ์โออุระในปี 1865 เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความหวังในการกลับเข้าสู่พระศาสนจักรของเหล่าคริสตังลับ เช่นเดียวกับหลาย ๆ พื้นที่ที่ผู้นำคริสตังลับเริ่มติดต่อคุณพ่อบาทหลวง มีบันทึกว่าหนึ่งในกลุ่มผู้นำคริสตังลับหรือ<strong>โจคาตะ (帳方 Chōkata)</strong> จากหมู่บ้านโนคุบิและผู้ติดตามรวม 5 คนไปขอรับศีลล้างบาปจากคุณพ่อบาทหลวงชาวฝรั่งเศสที่โบสถ์โออุระ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในปี 1868 มีการจับกุมและลงโทษคริสตังลับในบริเวณหมู่เกาะโกโต้ คริสตังลับบนเกาะโนซากิถูกจับไปขังคุกที่ฮิราโดะ เมื่อรัฐบาลปลดคำสั่งห้ามนับถือศาสนาคริสต์ในปี 1873 คริสตังลับบนเกาะเข้ารับศีลล้างบาปเป็นคริสตชนในพระศาสนจักรคาทอลิก มีการสร้างโบสถ์ไม้ขึ้น 2 แห่ง คือ <strong>โบสถ์เซโตะวากิ (瀬戸脇教会 Setowaki Kyōkai)</strong> ที่หมู่บ้านฟุนาโมริในปี 1881 และ<strong>โบสถ์โนคุบิ (野首教会 Nokubi Kyōkai)</strong> ที่หมู่บ้านโนคุบิในปี 1882</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/7.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="396" title=""><figcaption class="wp-caption-text">ภาพถ่ายโบสถ์เซโตะวากิ ถ่ายในช่วงก่อนปี 1967 (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p>ต่อมามีการสร้างโบสถ์โนคุบิทำด้วยอิฐขึ้นใหม่ข้างบ้านของหัวหน้าคริสตังลับ การสร้างโบสถ์โนคุบิหลังใหม่ สำเร็จลงได้ด้วยการร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวและความทุ่มเทอย่างน่าทึ่งของชาวบ้านผู้มีใจศรัทธา</p>
<p>ในตอนแรกชาวบ้านจะขอยืมเงินจากเทศบาลมาใช้สร้างโบสถ์ แต่เมื่อทางเทศบาลทราบจุดประสงค์จึงปฏิเสธทำให้ชาวบ้านต้องหันมาพึ่งตนเอง ทุกคนในหมู่บ้านช่วยกันเก็บออมเงินโดยลดมื้ออาหารเหลือวันละ 2 มื้อและทำงานประมงเพิ่ม รวมทั้งช่วยกันเป็นแรงงานในการก่อสร้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย</p>
<p>จนในที่สุดโบสถ์หลังสำคัญของหมู่บ้านก็สร้างเสร็จในเดือนตุลาคม ปี 1908 ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 3,000 เยน คิดเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันสูงถึง 200 ล้านเยน ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างต่างไม่มั่นใจว่า ชาวบ้านเพียง 17 ครัวเรือนจะสามารถจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนี้ได้ แต่ในวันชำระเงินหลังเสร็จงาน ชาวบ้านนำเงินสดมาจ่ายผู้รับเหมาได้ครบถ้วนไม่ขาดเลยแม้แต่เยนเดียว</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/8.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="375" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์โนคุบิ (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p><strong>โบสถ์โนคุบิ (旧野首教会 Kyū Nokubi Kyōkai)</strong> เป็นโบสถ์ขนาดเล็ก มีขนาดเพียง 140 ตารางเมตร ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินตรงกลางเกาะโนซากิ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐแดง ภายในมีหลังคาสูงแบบ Rib vault ตามสมัยนิยม เป็นผลงานโบสถ์อิฐแดงชิ้นแรกของนายช่าง<strong>เท็ตสึคาวะ โยสึเกะ (鉄川与助 Tetsukawa Yosuke)</strong> ผู้มีชื่อเสียง ภายนอกมีโครงสร้างและลักษณะการตกแต่งแบบตะวันตก แต่ภายในใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบญี่ปุ่น คือใช้ไม้ไผ่และเชือกเป็นโครง เสริมความแข็งแรงด้วยดิน แล้วฉาบด้วยปูนขาว</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/9.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="399" title=""><figcaption class="wp-caption-text">บริเวณหน้าพระแท่นภายในโบสถ์โนคุบิ (ภาพจาก http://ojikajima.jp/nokubi)</figcaption></figure>
<p>ความมีชีวิตชีวาของเกาะโนซากิเริ่มถดถอยลงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในปี 1945 มีประชากร 24 ครัวเรือนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโนซากิ และ 34 ครัวเรือนอยู่ในหมู่บ้านฟุนาโมริ แต่หลังจากนั้นจำนวนคนบนเกาะโนซากิเริ่มลดจำนวนลงเรื่อย ๆ เพราะคนหนุ่มสาวทิ้งหมู่บ้านไป โดยในปี 1965 เหลือประชากรเพียง 45 คนใน 13 ครัวเรือนอาศัยในหมู่บ้านฟุนาโมริ พวกเขาทิ้งหมู่บ้านย้ายไปยังเกาะโอจิกะที่มีความเจริญกว่าในปีถัดมา</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/10.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="399" title=""><figcaption class="wp-caption-text">ซากชุมชนฟุนาโมริในปัจจุบัน (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p>ในที่สุดชาวบ้าน 28 คนใน 6 ครัวเรือนสุดท้ายของหมู่บ้านโนซากิออกไปจากเกาะในปี 1971 ทำให้เกาะโนซากิกลายเป็นเกาะร้างไร้ผู้คนโดยสมบูรณ์</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/11.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="399" title=""><figcaption class="wp-caption-text">บริเวณนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซโตะวากิในหมู่บ้านฟุนาโมริ (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p>โบสถ์เซโตะวากิในหมู่บ้านฟุนาโมริถูกทิ้งร้างและเหลือแต่ซากฐาน ส่วนโบสถ์โนคุบิอยู่ในสภาพทรุดโทรม เมื่อเกาะโนซากิถูกควบเป็นส่วนหนึ่งของตำบลโอจิกะ จึงมีการบูรณะโบสถ์ และทางจังหวัดนางาซากิได้ตั้งให้โบสถ์โนคุบิเป็นสมบัติสำคัญที่จับต้องได้ของจังหวัดในปี 1989 นอกจากนี้ซากชุมชนฟุนาโมริและโนคุบิยังได้รับเลือกเป็น <strong>“ทิวทัศน์แห่งวัฒนธรรมของหมู่เกาะโอจิกะ”</strong> ในปี 2011</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/12.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="381" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์โนคุบิที่บัดนี้ตั้งอยู่อย่างเดียวดาย ณ พื้นที่ราบกลางเกาะโนซากิ (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/13.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="300" title=""><figcaption class="wp-caption-text">อาคารพักผ่อนและค้างแรมสำหรับนักท่องเที่ยว (ภาพจาก Ojikajima.jp)</figcaption></figure>
<p>การเดินทางไปยังเกาะโนคุบิค่อนข้างยุ่งยาก นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทั้งการท่องเที่ยวเช้าไปเย็นกลับหรือแคมพ์ปิ้งค้างคืนที่ <a href="http://ojikajima.jp" title="">http://ojikajima.jp</a> มีเรือจากซาเซโบะไปยังเกาะโอจิกะ และจากเกาะโอจิกะมีเรือไปถึงท่าเรือบนเกาะโนคุบิไป-กลับอย่างละเที่ยวในตอนเช้าและบ่าย ไม่มีร้านค้าใด ๆ บนเกาะ มีเพียงอาคารที่ดัดแปลงจากโรงเรียนประถมเก่าสำหรับพักผ่อนและค้างแรมให้บริการแบบมีค่าใช้จ่าย</p>
<p>นักท่องเที่ยวที่จะไปชมโบสถ์ควรแต่งกายรัดกุม เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม หรือวัตถุดิบทำอาหารไปเอง นำขยะกลับมาที่ฝั่ง ไม่ออกนอกเส้นทาง และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีสัตว์ป่า เช่น หมูป่าและกวางอาศัยอยู่ นอกจากนี้เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ยังมีจำกัดทำให้ยากในการสื่อสาร</p>
<p><strong>9. ชุมชนบนเกาะคาชิระงาชิม่า (Villages on Kashiragashima Island)</strong></p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/14.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="396" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์คาชิระงาชิม่า โบสถ์ศูนย์กลางของชุมชน (ภาพจาก kyoukaigun.jp)</figcaption></figure>
<p><strong>ชุมชนคาชิระงาชิม่า (頭ヶ島の集落 Kashiragashira no Shūraku)</strong> ตั้งอยู่บนเกาะคาชิระงาชิม่าซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ทางตะวันออกของเกาะนาคาโดริ (中通島 Nakadōrijima) ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในตำบลชินคามิโกโต้ (新上五島町 Shin-kamigotō chō) อำเภอมินามิมัตสึอุระ มีสะพานคาชิระงาชิม่าโอฮาชิสีแดงยาว 150 เมตรทอดข้ามช่องแคบเชื่อมต่อระหว่างเกาะทั้งสอง</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/20.png" alt="" width="600" height="399" title=""><figcaption class="wp-caption-text">เกาะคาชิระงาชิม่า แลเห็นสะพานเชื่อมต่อกับเกาะใหญ่และสนามบินที่ไม่ได้ใช้งาน (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p>แต่เดิมเกาะคาชิระงาชิม่าเป็นเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ต่อมาในราวกลางศตวรรษที่ 19 เกาะนี้ถูกใช้เป็นสถานที่พยาบาลผู้ป่วย โดยตั้งเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่บริเวณหาดชิราฮามะ (白浜) ทางตอนเหนือของเกาะ และมีการขุดพบซากศพในบริเวณนี้ด้วย</p>
<p>ในปี 1858 ชาวพุทธคนหนึ่งจาก<strong>หมู่บ้านอาริคาวะ (有川集落 Arikawa Shūraku)</strong> ทางตอนกลางของเกาะนาคาโดริเข้าไปบุกเบิกสร้างพื้นที่ทำกินบนเกาะคาชิระงาชิม่า และเชิญชวนชาวบ้านจาก<strong>หมู่บ้านไทโนอุระ (鯛ノ浦集落 Tainoura Shūraku)</strong> ที่อยู่ใกล้เคียงให้ย้ายไปอยู่ด้วย ชาวบ้านในหมู่บ้านไทโนอุระที่เป็นคริสตังลับที่ย้ายมาจากเขตโซโตเมะ (外海 Sotome) บนแผ่นดินใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับชาวพุทธในหมู่บ้าน จึงตัดสินใจย้ายไปยังพื้นที่ห่างไกล เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขขึ้น</p>
<p>คริสตังลับที่ย้ายไปบุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกมันฝรั่งและสร้างหมู่บ้านขึ้นบนเกาะ พวกเขาแสดงตัวเป็นพุทธศาสนิกชนและร่วมพิธีในวัดบนเกาะนาคาโดริ แต่เบื้องหลังยังรักษาความเชื่อและธรรมเนียมที่สืบทอดในตระกูลและชุมชนอย่างลับ ๆ ยาวนานนับร้อยปี</p>
<p>เหตุการณ์คริสตังลับแสดงตัวในปี 1865 สร้างความตื่นตัวในหมู่คริสตังลับแม้แต่บนเกาะอันห่างไกล ผู้นำคริสตังลับบนเกาะคาชิระงาชิม่าข้ามน้ำข้ามทะเล เดินทางไกลไปถึงโบสถ์โออุระในนางาซากิเพื่อแสดงตัวและสารภาพบาปต่อคุณพ่อบาทหลวงชาวตะวันตก และเชิญบาทหลวงไปที่เกาะเพื่อทำพิธีมิสซาให้ชาวบ้าน</p>
<p>ในปี 1867 <strong>โดมิงโก มัตสึจิโร่ (ドミンゴ松次郎 Domingo Matsujirō)</strong> ซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวผู้นำคริสตังลับในคามิโกโต้ได้ย้ายไปยังเกาะคาชิระงาชิม่า และได้สร้างบ้านหลังหนึ่งไม่ไกลจากหาดทางตอนเหนือของเกาะ เพื่อให้คุณพ่อบาทหลวงชาวตะวันตกใช้เป็นสถานที่ทำพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณอย่างลับ ๆ จนในปี 1873 เมื่อคำสั่งห้ามนับถือศาสนาคริสต์ถูกปลดลง การปฏิบัติศาสนกิจของพวกเขาจึงทำได้อย่างเปิดเผย</p>
<p>ชาวบ้านสร้างโบสถ์ด้วยไม้ขึ้นใกล้ ๆ บ้านของผู้นำคริสตังลับในปี 1887 เป็นดั่งสัญลักษณ์การสิ้นสุดความยากลำบากในฐานะคริสตังลับ โบสถ์หลังนี้ใช้ต่อมายาวนานถึงราวปี 1914</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/16.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="450" title=""><figcaption class="wp-caption-text">โบสถ์คาชิระงาชิม่าสร้างด้วยหินทรายทั้งหลัง (ภาพจาก kamigoto.org)</figcaption></figure>
<p><strong>โบสถ์คาชิระงาชิม่า (頭ヶ島教会 Kashiragashima Kyōkai)</strong> เป็นโบสถ์หลังใหม่ที่เริ่มสร้างในปี 1910 แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ ต้องใช้เวลาถึงสิบปีกว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์และทำพิธีเปิดเสกโบสถ์ในปี 1919</p>
<p>โบสถ์หลังนี้เป็นผลงานออกแบบและก่อสร้างของนายช่าง<strong>เท็ตสึคาวะ โยสึเกะ (鉄川与助 Tetsukawa Yosuke)</strong> ผู้ฝากฝีมือสร้างโบสถ์อันสวยงามไว้ทั่วนางาซากิ ตัวโบสถ์มีขนาดเล็กเพียง 131 ตารางเมตร แต่มีความโดดเด่นตรงที่ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายที่ชาวบ้านช่วยกันสกัดและตัดจากแหล่งหินบนเกาะใกล้เคียงเป็นก้อนหนา ภายในโบสถ์ไม่มีเสาค้ำยัน แต่ใช้หินกำแพงผนังรองรับน้ำหนัก มียอดโดมเป็นรูปหกเหลี่ยม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/17.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" title=""><br>
ภายในโบสถ์คาชิระงาชิม่าใช้หลังคาแบบ Hammer beam ประดับลวดลายดอกไม้<br>
(ภาพจาก kamigoto.org)</p>
<p>ตัวโบสถ์ภายนอกใช้สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ เพดานโบสถ์ภายในมีความพิเศษตรงที่เป็นแบบ Hammer beam แตกต่างจากโบสถ์อื่น ๆ ที่นิยมสร้างแบบ Rib vault เพดานทาสีฟ้าประกอบกับคานที่มีความโค้งมนและประดับลวดลายดอกไม้สีชมพูขาวแลดูอ่อนหวาน ผิดกับลักษณะภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง ดังนั้นด้วยเทคนิคการก่อสร้างและความสวยงามจึงทำให้โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (Important Cultural Properties) ของญี่ปุ่นในปี 2001<br>
ปัจจุบันไม่มีบาทหลวงประจำที่โบสถ์คาชิระงาชิม่า แต่จะมีคุณพ่อบาทหลวงจากโบสถ์ไทโนะอุระ (鯛ノ浦教会 Tainoura Kyōkai) ที่อยู่ห่างไป 15 กิโลเมตรมาทำพิธีมิสซาทุกช่วงบ่ายวันอาทิตย์กลางเดือนและสิ้นเดือน</p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" src="http://i771.photobucket.com/albums/xx357/marumura/Pa%20Muay/Hidden%20Christian%20Sites%20in%20Nagasaki%20Region%204/18.png" alt="มรดกโลกนางาซากิและอามาคุสะ" width="600" height="399" title=""><figcaption class="wp-caption-text">สุสานคริสตังแห่งคาชิระงาชิม่า (ภาพจาก Kirishitan.jp)</figcaption></figure>
<p>บริเวณทางเหนือของเกาะห่างจากโบสถ์ประมาณ 300 เมตรมี<strong>สุสานคริสตังแห่งคาชิระงาชิม่า (頭ヶ島キリシタン墓地 Kashiragashima Kirishitan Bochi)</strong> ตั้งอยู่ริมหาด</p>
<p>ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมไม่สามารถจอดรถบริเวณหน้าโบสถ์ได้ ต้องไปจอดรถที่ลานจอดรถของสนามบินชินคามิโกโต้ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วโดยสารรถชัตเติลบัสใช้เวลาประมาณ 7 นาที การเข้าชมต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่เว็บไซท์ <a href="http://kyoukaigun.jp" title="">http://kyoukaigun.jp</a> และจะได้สิทธิขึ้นรถชัตเติลบัสตามวันเวลาที่ต้องการเยี่ยมชม ห้ามถ่ายภาพภายในโบสถ์ยกเว้นได้รับอนุญาต</p>
<p><strong>ตอนหน้าป้าหมวยยยจะแนะนำโบสถ์ที่เหลืออีก 3 แห่งสุดท้ายของกลุ่มโบสถ์มรดกโลก ฯ หนึ่งในนั้นเป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงมากค่ะ คอยติดตามนะคะ</strong></p>
<p style="text-align: center;">[ad id=”24436″]
</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : ป้าหมวยยย <a href="https://www.marumura.com" title="">www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=24451" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 3</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=24093" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 2</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23965" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– แลมรดกโลก : มรดกคริสตังลับแห่งนางาซากิและอามาคุสะ ตอนที่ 1</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23444" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– คุมะมงภูมิใจนำเสนอ Amakusa Daiō : ไก่ราชันอามาคุสะ</b></a></span><br>
<span style="color: #27408B;"><a style="color: #27408B;" href="https://www.marumura.com/?p=23246" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– Tenjōkyō : สะพานที่เกือบจะได้ชื่อว่า “สะพานคุมะมง”</b></a></span></p>
<p>ข้อมูลจาก<br>
<a href="https://kyoukaigun.jp" title="">https://kyoukaigun.jp</a><br>
<a href="https://kirishitan.jp" title="">https://kirishitan.jp</a><br>
<a href="https://www.pauline.or.jp/visitingchurches/201504_kuroshima.php" title="">https://www.pauline.or.jp/visitingchurches/201504_kuroshima.php</a><br>
<a href="https://www.kuroshimakanko.com" title="">https://www.kuroshimakanko.com</a><br>
<a href="https://ojikajima.org" title="">https://ojikajima.org</a><br>
<a href="http://oratio.jp" title="">http://oratio.jp</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/10/icon-1-6.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2018/10/icon-1-6-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
