<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การปฏิรูปเมจิ &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Sun, 16 Aug 2026 09:21:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>การปฏิรูปเมจิ &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</title>
		<link>https://www.marumura.com/tachibana-clan-ep8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2026 09:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Battle of Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara no Tatakai]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Clan]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลทาจิบานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรนิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87398</guid>

					<description><![CDATA[Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวของพยัคฆ์สาวกิงจิโยและการสืบทอดอำนาจผ่านระบบมูโกะโยชิของตระกูลทาจิบานะสายนักรบแห่งคิวชูไปในตอนที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นภาพของการประคับประคององค์กรให้รอดพ้นจากภัยสงครามรอบด้านด้วยการเลือกคนนอกที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะอย่าง ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ เข้ามานำทัพ Tachibana Muneshige แต่ทว่า กงล้อแห่งประวัติศาสตร์และโลกของสงครามนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนครับ เมื่อการรวบรวมแผ่นดินของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สิ้นสุดลงด้วยการถึงแก่อสัญกรรม แผ่นดินญี่ปุ่นก็พลันเข้าสู่รอยต่อของความระส่ำระสายครั้งใหญ่เพื่อหาผู้นำคนใหม่ที่จะมากุมบังเหียนประเทศ และในจุดนี้เองที่ตระกูลทาจิบานะต้องเผชิญกับมรสุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มรสุมที่เปลี่ยนยอดนักรบผู้ครองปราสาทให้กลายเป็น “โรนิน”&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87398"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวของพยัคฆ์สาวกิงจิโยและการสืบทอดอำนาจผ่านระบบมูโกะโยชิของตระกูลทาจิบานะสายนักรบแห่งคิวชูไปในตอนที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นภาพของการประคับประคององค์กรให้รอดพ้นจากภัยสงครามรอบด้านด้วยการเลือกคนนอกที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะอย่าง ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ เข้ามานำทัพ</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87400 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige.jpg" alt="Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน" width="400" height="500" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige.jpg 400w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-120x150.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-90x113.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-320x400.jpg 320w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" title=""></p>
<h5 id="tachibana-muneshige" style="text-align: center;">Tachibana Muneshige</h5>
<p>แต่ทว่า กงล้อแห่งประวัติศาสตร์และโลกของสงครามนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนครับ เมื่อการรวบรวมแผ่นดินของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สิ้นสุดลงด้วยการถึงแก่อสัญกรรม แผ่นดินญี่ปุ่นก็พลันเข้าสู่รอยต่อของความระส่ำระสายครั้งใหญ่เพื่อหาผู้นำคนใหม่ที่จะมากุมบังเหียนประเทศ และในจุดนี้เองที่ตระกูลทาจิบานะต้องเผชิญกับมรสุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มรสุมที่เปลี่ยนยอดนักรบผู้ครองปราสาทให้กลายเป็น “โรนิน” หรือคนจรหมอนหมิ่นไร้แผ่นดินพเนจรอยู่หลายปี ก่อนที่จะเกิดปาฏิหาริย์หนึ่งเดียวในพงศาวดาร และนำไปสู่การปรับตัวของทายาทรุ่นหลังในการแปรสภาพมรดกซามุไรให้กลายเป็นธุรกิจบริการระดับพรีเมียมในโลกยุคปัจจุบัน แท้จริงแล้ว มุเนะชิเงะและเหล่านักรบผู้ซื่อสัตย์ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมนนั้นมาได้อย่างไร และแบรนด์ของทาจิบานะในปัจจุบันหน้าตาเป็นแบบไหน ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง</p>
<p>ประวัติศาสตร์ได้บันทึกจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในเดือน 9 ปี ค.ศ. 1600 เมื่อเกิด<strong> “มหาศึกสงครามเซกิกาฮาระ” (Battle of Sekigahara)</strong> สงครามครั้งใหญ่ที่แบ่งแยกแผ่นดินญี่ปุ่นออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายตะวันตกที่ภักดีต่อตระกูลโทโยโทมิ นำโดย อิชิดะ มิตซุนาริ กับฝ่ายตะวันออกที่มุ่งหมายจะตั้งระบอบปกครองใหม่ นำโดย <strong>โทกุกาวะ อิเอยาสึ</strong></p>
<p>ในศึกครั้งนี้ <strong>ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ</strong> ในฐานะไดเมียวแห่งแคว้นยานากาวะ ได้ถูกทดสอบหัวใจอย่างรุนแรง มีขุนพลหลายคนมาเตือนและชักชวนให้เขาเข้าร่วมกับฝ่ายตะวันออกของโทกุกาวะเพราะมองเห็นทิศทางลมว่ามีโอกาสชนะสูงกว่า แต่สำหรับมุเนะชิเงะ ชายผู้รักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของวิถีนักรบอย่างเคร่งครัด เขากลับปฏิเสธโอกาสที่จะเสวยสุขบนความทรยศ มุเนะชิเงะเลือกที่จะประกาศตนอยู่เคียงข้างฝ่ายตะวันตก เพื่อตอบแทน “ทุนทางความกตัญญู” ที่เขามีต่อ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและยกย่องเขาว่าเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานแห่งภาคตะวันตก</p>
<p>ทว่า ผลลัพธ์ของสงครามในวันนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับของฝ่ายตะวันตก โทกุกาวะ อิเอยาสึ ก้าวขึ้นเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในแผ่นดิน และได้ออกคำสั่งลงทัณฑ์ไดเมียวฝ่ายตรงข้ามอย่างโหดเหี้ยม ทรัพย์สินและดินแดนศักดินากว่า 130,000 โคคุของตระกูลทาจิบานะในมณฑลยานากาวะถูกริบเข้าหลวงจนหมดสิ้น มุเนะชิเงะและเหล่านักรบข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์หลายร้อยชีวิตต้องกลายสภาพเป็น “โรนิน” (浪人) หรือคนซัดเซพเนจร ไร้ราก ไร้บ้าน และไร้ซึ่งเบี้ยหวัดเงินเดือนทันที<br>
หากเราแปลความหมายตามรากศัพท์อักษรคันจิ คำว่าโรนินหมายถึง “คนคลื่น” หรือคนจรหมอนหมิ่น ชีวิตของมุเนะชิเงะและพรรคพวกในช่วงนี้ต้องตกจมอยู่ในอนาคตอันมืดมนและแร้นแค้นอย่างที่สุด พวกเขาต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในกระท่อมซอมซ่อในแถบชานเมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ในโลกที่ศักดิ์ศรีของซามุไรไม่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นข้าวกินได้ ข้อจำกัดของระเบียบสังคมทำให้พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพไปทำงานอื่นได้อย่างเปิดเผย</p>
<p>แต่ตรงนี้เองครับที่โครงสร้างทางวัฒนธรรมและความผูกพันภายในองค์กรของทาจิบานะได้แสดงพลังออกมา ในยามที่นายเหนือหัวตกอับ เหล่านักรบซามุไรผู้ซื่อสัตย์กลับปฏิเสธที่จะทอดทิ้งมุเนะชิเงะ พวกเขายอมสละเกียรติยศส่วนตัว ออกไปรับจ้างทำงานใช้แรงงานหามเสลี่ยง ล้างส้วม หรือแม้กระทั่งทำขนมพื้นบ้านออกเดินขายตามท้องถนนในเมืองเอโดะ เพื่อรวบรวมเศษเงินประทังชีวิตและนำมาเลี้ยงดูนายเหนือหัวของตนไม่ให้อดอยาก ความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้นนี้เองที่เป็นพลังขับเคลื่อนซ่อนเร้นที่ทำให้แบรนด์ของทาจิบานะยังคงรอดชีวิตอยู่ได้ในตลาดยามวิกฤต</p>
<p>จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานถึง 20 ปี ปาฏิหาริย์หนึ่งเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก็บังเกิดขึ้น ด้วยความที่มุเนะชิเงะเป็นคนรักษาเกียรติยศ มีสัจจะวาจา และมีความปรีชาสามารถในการทหารที่โดดเด่นจนชื่อเสียงเลื่องลือ แม้แต่ในหมู่ขุนนางของรัฐบาลโชกุนโทกุกาวะก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธฝีมือของเขา โชกุนรุ่นที่ 2 คือ โทกุกาวะ ฮิเดทาดะ และอดีตโชกุนอิเอยาสึ ต่างก็รู้สึกเสียดายในความสามารถและนับถือในความซื่อสัตย์ที่ไม่ยอมแปรพักตร์ในอดีต</p>
<p>ในที่สุดปี ค.ศ. 1620 รัฐบาลโชกุนโทกุกาวะจึงได้ประกาศอภัยโทษครั้งประวัติศาสตร์ และมีคำสั่งแต่งตั้งให้ ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ กลับไปดำรงตำแหน่งไดเมียวปกครองปราสาทและที่ดินตำแหน่งเดิมที่เมืองยานากาวะ อย่างสง่างาม ในพงศาวดารญี่ปุ่นอันยาวนาน มุเนะชิเงะคือไดเมียวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สู้รบแพ้ในศึกเซกิกาฮาระ ถูกริบดินแดนกลายเป็นโรนินพเนจรยาวนานนับสิบปี แต่สามารถใช้ความดีความชอบ คุณธรรม และฝีมือส่วนตัวซื้อมัดใจโชกุนจนได้รับการฟื้นฟูล้างมลทินและได้กลับมาปกครองแคว้นเดิมของตนเองได้สำเร็จ นับเป็นการหวนคืนสู่อำนาจ (Market Comeback) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง</p>
<p>กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอีกหลายร้อยปี จนกระทั่งประวัติศาสตร์เดินทางมาถึง<strong>ยุคการปฏิฏิวัติพัฒนาสังคมและการปฏิรูปเมจิ (Meiji Restoration)</strong> ในปี ค.ศ. 1871 รัฐบาลใหม่ได้ประกาศยกเลิกระบบแว่นแคว้นและชนชั้นซามุไรลงอย่างสิ้นเชิง ตระกูลทาจิบานะต้องสละอำนาจการปกครองและปราสาทในฐานะไดเมียว ทว่าสิ่งที่ทำให้ตระกูลนี้แตกต่างจากซามุไรตระกูลอื่นที่มักจะล่มสลายหายไปตามยุคสมัย คือการที่ทายาทรุ่นหลังรู้จักดำเนินกลยุทธ์ “การปรับตัวเข้าสู่โลกธุรกิจสมัยใหม่” (Business Pivot)</p>
<p>ในยุคเมจิ ทายาทสายหลักของตระกูลทาจิบานะได้รับฐานันดรศักดิ์ใหม่เป็นขุนนางชั้นสูง (Kazoku) นามว่า<strong> ท่านเคานต์ ทาจิบานะ โทโมฮารุ</strong> แทนที่จะนั่งกินนอนกินบนทรัพย์สินเก่า โทโมฮารุกลับนำความรู้ด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เขาเล่าเรียนมาจากโตเกียว มาจัดตั้งสถานีทดลองการเกษตรส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่น และต่อมาในยุคหลังสงครามโลก ตระกูลทาจิบานะได้ตัดสินใจทำเรื่องที่น่าชื่นชมที่สุด ด้วยการนำคฤหาสน์ประจำตระกูลเก่าแก่ที่เรียกว่า <strong>“โอฮานะ” (Ohana)</strong> ในเมืองยานากาวะ มาแปรสภาพภายใต้กลไกธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</p>
<p>ในปัจจุบัน <strong>คฤหาสน์โอฮานะ</strong> หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า <strong>Yanagawa Hanshu Tachibana-tei Ohana</strong> ได้รับการดูแลสืบทอดมาจนถึงทายาทสายตรงรุ่นที่ 18 คือ <strong>คุณชิซุกะ ทาจิบานะ (Chizuka Tachibana)</strong> โดยแปรสภาพเป็นโรงแรมสไตล์เรียวกังหรูหรา พิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุ (รวมถึงดาบไรคิริและชุดเกราะของมุเนะชิเงะ) และร้านอาหารระดับพรีเมียมที่ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก</p>
<p><strong>จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกิ่งส้มป่าศักดิ์สิทธิ์ในราชสำนักนาราโบราณ ผ่านรอยแผลจากคมดาบและความยากลำบากในฐานะโรนิน สู่การเป็นแบรนด์ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มั่นคงในศตวรรษที่ 21 เรื่องราวทั้งหมดของตระกูลทาจิบานะที่ผมเล่ามาจนถึงตอนสุดท้ายนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีครับว่า สิ่งที่จะทำให้มหาตระกูลหรือองค์กรหนึ่งสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนข้ามพันปี ไม่ใช่อาวุธที่ทรงพลังหรืออำนาจที่ล้นพ้น หากแต่เป็น “ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ และการรักษาความซื่อตรงต่อเกียรติยศของตนเอง” ในทุกยุคสมัยนั่นเองครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>สวนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ภายในคฤหาสน์โอฮานะ (Ohana) มีชื่อเรียกว่า “โชโตเอน” (Shōtōen: 松濤園) ซึ่งแปลว่า สวนคลื่นเสียงสน สวนแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทางภูมิทัศน์ที่มีความสำคัญแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น</em></p>
<p><em>ความน่าทึ่งในเชิงสถาปัตยกรรมและการออกแบบคือ สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบทัศนียภาพของอ่าวมาツชิมะ (Matsushima) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ภายในสวนประกอบไปด้วยต้นสนสีดำโบราณอายุนับร้อยปีจำนวนกว่า 280 ต้น และมีการนำหินภูเขาไฟขนาดใหญ่ประดับประดาอยู่รอบๆ สระน้ำหลัก ซึ่งสระน้ำนี้ถูกออกแบบให้เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกเป็ดน้ำป่าที่จะอพยพมาพำนักในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี ในอดีต สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ที่จำกัดเฉพาะไดเมียวและแขกผู้มีเกียรติระดับสูงเท่านั้น แต่ปัจจุบันทายาทตระกูลทาจิบานะได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปนั่งจิบชาเขียวมัทฉะพร้อมชมความงามของสวนแห่งนี้ได้ เพื่อส่งต่อมรดกทางสุนทรียศาสตร์ของซามุไรให้คงอยู่คู่กับสังคมยุคปัจจุบันครับ</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86851" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86686" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86575" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3: โศกนาฏกรรมกบฏนารามาริ และกงล้ออำนาจที่ล่มสลาย</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Yanagawa Hanshu Tachibana-tei Ohana Official Website (ประวัติศาสตร์ตระกูลทาจิบานะและการบริหารคฤหาสน์โอฮานะ): <a href="https://ohana.co.jp/en/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://ohana.co.jp/en/</span></a><br>
• National Archives of Japan (บันทึกพระบรมราชโองการฟื้นฟูดินแดนให้แก่ ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ): <a href="https://www.archives.go.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.archives.go.jp/</span></a><br>
• Japan Travel – Official Tourism Guide (ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองยานากาวะ): <a href="https://www.japan.travel/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japan.travel/</span></a><br>
• Japanese Wiki Corpus (Biography of Tachibana Muneshige and Post-Sekigahara Exile): <a href="https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20Muneshige.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20Muneshige.html</span></a><br>
• <a href="https://www.guidoor.jp/media/musou-muneshigetachibana/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.guidoor.jp/media/musou-muneshigetachibana/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน #Tachibana Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-cover-8.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-cover-8-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 3 เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนโลกตัวเอง</title>
		<link>https://www.marumura.com/the-legend-of-sumitomo-group-ep-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 14:23:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Besshi Copper Mine]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Sumitomo Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Sumitomo Group]]></category>
		<category><![CDATA[Zaibatsu]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=84273</guid>

					<description><![CDATA[Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 3 เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนโลกตัวเอง… Sumitomo ในกระแสปฏิรูปเมจิ บทความโดย : Morika www.marumura.com มีช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ทุกอย่าง “ไม่สามารถเหมือนเดิมได้อีกต่อไป” ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ใช่เพราะธุรกิจล้มละลาย แต่เพราะ “กติกาทั้งประเทศถูกเขียนใหม่” ช่วงเวลานั้นคือปลายศตวรรษที่ 19 หลังเหตุการณ์ การปฏิรูปเมจิ (明治維新, 1868) และสำหรับ Sumitomo นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนยุค แต่มันคือการถูกบังคับให้ “เลือกว่าจะอยู่แบบเดิม หรือจะกลายเป็นองค์กรสมัยใหม่”&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 3 เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนโลกตัวเอง… Sumitomo ในกระแสปฏิรูปเมจิ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-84273"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>มีช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ทุกอย่าง “ไม่สามารถเหมือนเดิมได้อีกต่อไป”</strong></p>
<p>ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ<br>
ไม่ใช่เพราะธุรกิจล้มละลาย</p>
<p>แต่เพราะ “กติกาทั้งประเทศถูกเขียนใหม่”</p>
<p>ช่วงเวลานั้นคือปลายศตวรรษที่ 19 หลังเหตุการณ์ <strong>การปฏิรูปเมจิ (明治維新, 1868)</strong></p>
<p>และสำหรับ Sumitomo นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนยุค แต่มันคือการถูกบังคับให้ “เลือกว่าจะอยู่แบบเดิม หรือจะกลายเป็นองค์กรสมัยใหม่”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-84279" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2.jpg" alt="" width="800" height="623" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2-120x93.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2-90x70.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2-320x249.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-2-560x436.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1">ประเทศที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</h3>
<p>ก่อนยุคเมจิ ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้ระบบศักดินามายาวนานกว่า 250 ปี โครงสร้างสังคมถูกกำหนดชัดเจน – ซามูไร ชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า</p>
<p>Sumitomo เติบโตขึ้นมาในโลกแบบนั้น โลกที่ “ความมั่นคงสำคัญกว่าการเติบโต”</p>
<p>แต่หลังปี 1868 รัฐบาลใหม่เริ่มรื้อระบบเดิมแทบทั้งหมด</p>
<ul>
<li>ยกเลิกระบบศักดินา</li>
<li>เปิดประเทศ</li>
<li>ส่งคนไปเรียนตะวันตก</li>
<li>นำเทคโนโลยีและระบบเศรษฐกิจใหม่เข้ามา</li>
</ul>
<p>พูดง่าย ๆ คือ ญี่ปุ่นกำลัง “เร่งเครื่องเข้าสู่ความเป็นอุตสาหกรรม” ในเวลาไม่กี่สิบปี</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88">ธุรกิจเก่ากับโลกใหม่</h3>
<p>สำหรับหลายกิจการ การเปลี่ยนแปลงนี้คือจุดจบ พ่อค้าจำนวนมากที่เคยรุ่งเรืองในยุคเอโดะ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ได้</p>
<p>เพราะโลกใหม่ต้องการ:</p>
<ul>
<li>การจัดการแบบองค์กร</li>
<li>ระบบบัญชีที่โปร่งใส</li>
<li>การเข้าถึงทุนขนาดใหญ่</li>
<li>และการเชื่อมโยงกับตลาดโลก</li>
</ul>
<p>ซึ่งทั้งหมดนี้ “ไม่ใช่สิ่งที่ธุรกิจแบบครอบครัวเคยทำ”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-sumitomo-%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87">สิ่งที่ Sumitomo ทำ “ต่าง”</h3>
<p>ตรงนี้แหละที่ทำให้ Sumitomo น่าสนใจ แทนที่จะพยายามรักษารูปแบบเดิม Sumitomo “เลือกเปลี่ยนตัวเอง ไม่ใช่แค่ปรับเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยน “วิธีคิดในการทำธุรกิจ”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5-%e2%86%92-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3">จากกิจการตระกูล → องค์กร</h3>
<p>หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การเปลี่ยนจากการบริหารแบบครอบครัว ไปสู่ “ระบบองค์กร” มีการ:</p>
<ul>
<li>แยกหน้าที่ชัดเจน</li>
<li>ใช้ผู้บริหารมืออาชีพ</li>
<li>นำระบบบัญชีแบบตะวันตกมาใช้</li>
</ul>
<p>สิ่งนี้อาจดูธรรมดาในวันนี้ แต่ในยุคนั้น มันคือ “การปฏิวัติภายในองค์กร”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88">เงิน: อาวุธใหม่ของธุรกิจ</h3>
<p>อีกก้าวที่สำคัญมากคือการเข้าสู่ธุรกิจการเงิน การก่อตั้ง <strong>Sumitomo Bank (1895)</strong> ไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่มันคือการ “สร้างเครื่องมือควบคุมอนาคต” เพราะในโลกใหม่ ใครควบคุมเงินได้ คนนั้นกำหนดเกมได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-84280" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1.jpg" alt="" width="800" height="793" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1-120x120.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1-90x90.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1-320x317.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-1-560x555.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>Sumitomo เริ่มใช้ธนาคารเป็นศูนย์กลาง ในการสนับสนุนธุรกิจอื่น ๆ ของตัวเอง</p>
<p>นี่คือรากฐานของสิ่งที่ต่อมาจะถูกเรียกว่า<strong> Zaibatsu</strong></p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%86%92-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3">จากเหมือง → เครือข่ายธุรกิจ</h3>
<p>ถ้ามองย้อนกลับไป Besshi คือแหล่งรายได้ แต่ในยุคเมจิ Sumitomo เริ่ม “ไม่พึ่งแค่เหมือง” พวกเขาขยายไปสู่</p>
<ul>
<li>การเงิน</li>
<li>การค้า</li>
<li>อุตสาหกรรมอื่น ๆ</li>
</ul>
<p>และที่สำคัญ ทุกอย่างเริ่ม “เชื่อมกัน” นี่คือจุดที่ Sumitomo ไม่ใช่บริษัทเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ระบบธุรกิจ”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87">ความเก่า ที่ไม่ถูกทิ้ง</h3>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ Sumitomo ไม่ได้ทิ้ง “หลักเดิม” แนวคิดจาก Monjuin Shiigaki ยังคงถูกใช้เป็นกรอบ</p>
<ul>
<li>ไม่แสวงหากำไรระยะสั้นแบบไร้จริยธรรม</li>
<li>ไม่เสี่ยงเกินตัว</li>
<li>ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ</li>
</ul>
<p>นี่คือสิ่งที่ทำให้การเติบโต “ไม่หลุดกรอบ”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-sumitomo-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99">จุดที่ Sumitomo เริ่ม “ต่างจากคนอื่น”</h3>
<p>ในยุคเดียวกันหลายบริษัทก็พยายาม modernize แต่สิ่งที่ Sumitomo ทำได้ดีกว่าคือ “การบาลานซ์” ระหว่าง</p>
<ul>
<li>ความทันสมัย</li>
<li>กับวินัยแบบดั้งเดิม</li>
</ul>
<p>และนี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่เพียง “รอด” แต่ “โต”</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99">จุดตั้งต้นของกลุ่มทุน</h3>
<p>ปลายศตวรรษที่ 19 โครงสร้างของ Sumitomo เริ่มชัดเจนขึ้น</p>
<ul>
<li>มีธุรกิจหลักหลายแขนง</li>
<li>มีธนาคารเป็นแกน</li>
<li>มีการบริหารแบบรวมศูนย์มากขึ้น</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้คือ “ภาพแรก” ของ Zaibatsu แม้คำนี้จะยังไม่ถูกใช้ชัดในตอนนั้น แต่โครงสร้างได้เริ่มก่อตัวแล้ว</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5">สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สำคัญกว่าที่คิด</h3>
<p>ถ้ามองเผิน ๆ ตอนนี้อาจดูเหมือนแค่ “ช่วงปรับตัว” แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือช่วงที่กำหนดอนาคตอีก 100 ปีของ Sumitomo เพราะสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในยุคเมจิ คือ “โครงสร้าง” และโครงสร้างนี้เอง ที่จะพา Sumitomo เข้าสู่ยุคของอำนาจเต็มรูปแบบ</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84-zaibatsu">ทางเข้าสู่ยุค Zaibatsu</h3>
<p><strong>เมื่อเข้าสู่ต้นศตวรรษที่ 20 สิ่งที่เริ่มต้นในยุคเมจิจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว Sumitomo จะไม่ได้เป็นแค่ “ผู้เล่น” แต่จะกลายเป็น “หนึ่งในผู้กำหนดเกม” และนี่คือจุดที่คำว่า Zaibatsu จะกลายเป็นความจริงอย่างเต็มตัว</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<ul>
<li>การปฏิรูปเมจิทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนจากประเทศศักดินาเป็นรัฐอุตสาหกรรมภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ</li>
<li>Sumitomo Bank ก่อตั้งในปี 1895 และเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลุ่ม</li>
<li>แนวคิด “ใช้ธนาคารเป็นศูนย์กลาง” เป็นหัวใจของ Zaibatsu</li>
<li>หลายบริษัทในยุคเอโดะล่มสลายในช่วงนี้ แต่ Sumitomo เป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่เติบโตต่อ</li>
</ul>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=84168" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 2 การค้นพบ “ทองแดง” ที่เปลี่ยนชะตา</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=83985" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากร้านหนังสือสู่รากฐานพ่อค้า</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=83881" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Mitsui Group ตอนที่ 8 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=83750" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Mitsui Group ตอนที่ 7 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=83625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Mitsui Group ตอนที่ 6 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=83334" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Mitsui Group ตอนที่ 5 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
<a href="https://www.smfg.co.jp/english/chronicle20/company/smbc.html" title="">https://www.smfg.co.jp/english/chronicle20/company/smbc.html</a><br>
<a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=10237642424257905&amp;set=pcb.24976956511907151" title="">https://www.facebook.com/photo/?fbid=10237642424257905&amp;set=pcb.24976956511907151</a><br>
– Sumitomo Group Public Affairs Committee. The History of Sumitomo<br>
– Andrew Gordon. A Modern History of Japan<br>
– Sumitomo Mitsui Financial Group – Historical Overview<br>
– Penelope Francks. Japanese Economic Development</p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 3 เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนโลกตัวเอง… Sumitomo ในกระแสปฏิรูปเมจิ</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/04/Sumitomo-EP3_Sumitomo-Banking-cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Mitsui Group ตอนที่ 2 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</title>
		<link>https://www.marumura.com/the-legend-of-mitsui-group-ep-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 15:08:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Edo Period]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsui Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsui Bussan]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsui Group]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsui Zaibatsu]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อค้าญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซุย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคเอโดะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมัยเอโดะ]]></category>
		<category><![CDATA[เอโดะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=82611</guid>

					<description><![CDATA[Mitsui Group ตอนที่ 2 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก บทความโดย : Morika www.marumura.com เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศ และ Mitsui เลือกยืนข้างการเปลี่ยนแปลง (1868–1900) ถ้ายุคเอโดะคือช่วงเวลาที่ Mitsui เรียนรู้การ “อยู่กับระบบ” ยุคเมจิคือช่วงเวลาที่คำถามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ระบบเดิมกำลังจะหายไป… และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าระบบใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร ปี ค.ศ. 1868 การฟื้นฟูอำนาจจักรพรรดิ หรือ Meiji Restoration ไม่ได้เปลี่ยนแค่การเมือง&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Mitsui Group ตอนที่ 2 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-82611"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<h3 id="%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8">เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศ และ Mitsui เลือกยืนข้างการเปลี่ยนแปลง (1868–1900)</h3>
<p>ถ้ายุคเอโดะคือช่วงเวลาที่ Mitsui เรียนรู้การ “อยู่กับระบบ”<br>
ยุคเมจิคือช่วงเวลาที่คำถามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ระบบเดิมกำลังจะหายไป…<br>
และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าระบบใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร</p>
<p>ปี ค.ศ. 1868 การฟื้นฟูอำนาจจักรพรรดิ หรือ <strong>Meiji Restoration</strong> ไม่ได้เปลี่ยนแค่การเมือง หากเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของญี่ปุ่นทั้งประเทศ พ่อค้า ขุนนาง ซามูไร ทุกคนถูกบังคับให้เริ่มต้นใหม่ในสนามเดียวกัน</p>
<p>สำหรับหลายตระกูล นี่คือหายนะ<br>
แต่สำหรับ Mitsui นี่คือโอกาส</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84">เมื่อโลกเก่าพังลง ความได้เปรียบแบบใหม่จึงเริ่มต้น</h3>
<p>การล่มสลายของรัฐบาลโชกุน ทำให้โครงสร้างชนชั้นแบบเดิมสิ้นสุดลง ซามูไรจำนวนมากสูญเสียรายได้ ขณะที่รัฐใหม่ต้องการเงิน ทุน และระบบบริหารเพื่อสร้างประเทศสมัยใหม่</p>
<p>Mitsui ไม่ได้เป็นฝ่ายผลักดันการปฏิวัติ<br>
แต่ก็ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งที่ต่อต้านมัน</p>
<p>สิ่งที่ตระกูลนี้ทำ คือ “อ่านสถานการณ์ให้ออก” และปรับตำแหน่งของตัวเองให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่อย่างรวดเร็ว</p>
<p>ในทางปฏิบัติแล้ว Mitsui เป็นหนึ่งในกลุ่มพ่อค้าที่พร้อมที่สุดสำหรับยุคเมจิ เพราะพวกเขามีสิ่งที่รัฐใหม่ต้องการครบถ้วน</p>
<ul>
<li>เงินทุน</li>
<li>ประสบการณ์ด้านการเงิน</li>
<li>และที่สำคัญคือ ระบบบริหารที่ไม่ผูกติดกับตัวบุคคล</li>
</ul>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2">จากพ่อค้าเงินตรา สู่ธนาคารสมัยใหม่</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-82616 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1.jpg" alt="Mitsui Group ตอนที่ 2เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก" width="800" height="797" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1-120x120.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1-90x90.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1-320x320.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_1-560x558.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="mitsui-bank-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-otaru" style="text-align: center;">Mitsui Bank (สาขาเก่าที่ Otaru)</h5>
<p>หนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ Mitsui ในยุคเมจิ คือการเข้าสู่ธุรกิจการเงินอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 1876 ได้มีการก่อตั้ง Mitsui Bank ซึ่งต่อมากลายเป็นแกนกลางทางการเงินของกลุ่ม</p>
<p>Mitsui Bank ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการคลังของรัฐเมจิ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังปรับระบบภาษี เงินตรา และการออกพันธบัตร</p>
<p>ตรงจุดนี้เอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Mitsui กับรัฐเริ่มแน่นแฟ้นขึ้น<br>
ไม่ใช่ในฐานะ “พ่อค้ารับใช้รัฐ” แบบยุคเอโดะ…<br>
แต่ในฐานะ “พันธมิตรทางเศรษฐกิจ”</p>
<p>ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะมันทำให้ Mitsui กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่แค่ผู้ได้ประโยชน์จากมัน</p>
<hr>
<h3 id="mitsui-bussan-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a5">Mitsui Bussan และการเปิดประตูสู่โลกภายนอก</h3>
<p>หาก Mitsui Bank คือหัวใจทางการเงิน<br>
Mitsui Bussan ก็คือแขนขาที่เชื่อมญี่ปุ่นเข้ากับเศรษฐกิจโลก</p>
<p>Mitsui Bussan ก่อตั้งขึ้นในปีเดียวกับ Mitsui Bank และถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทการค้าระหว่างประเทศในยุคที่ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดประเทศอย่างจริงจัง</p>
<p>บทบาทของบริษัทนี้ไม่ใช่แค่การส่งออก–นำเข้า แต่รวมถึง…</p>
<ul>
<li>การจัดหาวัตถุดิบจากต่างประเทศ</li>
<li>การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น</li>
<li>การเป็นตัวกลางระหว่างรัฐกับบริษัทต่างชาติ</li>
</ul>
<p>ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Mitsui Bussan กลายเป็น “หน้าต่างของญี่ปุ่นสู่โลก” อย่างแท้จริง และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Mitsui เติบโตเร็วกว่ากลุ่มทุนอื่น</p>
<p>พูดง่าย ๆ คือ ในขณะที่คนอื่นยังเรียนรู้โลกภายนอก Mitsui เริ่มทำธุรกิจกับมันไปแล้ว</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87">จากตระกูลพ่อค้า สู่โครงสร้างไซบัตสึ</h3>
<p>ยุคเมจิไม่ได้ต้องการแค่ธุรกิจเก่ง ๆ แต่ต้องการ “กลุ่มทุน” ที่สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ</p>
<p>Mitsui ตอบโจทย์นี้ด้วยการขยายธุรกิจไปยังเหมืองแร่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เคมี และการขนส่ง โดยใช้ธนาคารและบริษัทการค้าเป็นแกนกลางเชื่อมโยงกิจการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน</p>
<p>โครงสร้างแบบนี้เองที่ต่อมาถูกเรียกว่า “ไซบัตสึ”</p>
<ul>
<li>กลุ่มทุนที่มีศูนย์กลางทางการเงิน</li>
<li>ควบคุมกิจการหลากหลายอุตสาหกรรม</li>
<li>และมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับรัฐ</li>
</ul>
<p>สิ่งสำคัญคือ Mitsui ไม่ได้เติบโตเพราะรัฐอุ้ม แต่เติบโตเพราะสามารถ “ทำงานร่วมกับรัฐ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b8%a1%e0%b8%b2"><strong>การบริหารแบบมืออาชีพ มาก่อนคำว่าสมัยใหม่</strong></h3>
<p>อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ Mitsui แตกต่าง คือการให้ความสำคัญกับผู้บริหารมืออาชีพมากกว่าสายเลือด แม้จะยังเป็นธุรกิจตระกูล แต่ตำแหน่งสำคัญจำนวนมากถูกมอบให้กับคนที่มีความสามารถ ไม่ใช่แค่สมาชิกในครอบครัว</p>
<p>แนวคิดนี้อาจฟังดูธรรมดาในปัจจุบัน<br>
แต่ในปลายศตวรรษที่ 19 มันคือความได้เปรียบอย่างมหาศาล</p>
<p>เพราะมันทำให้ Mitsui ขยายตัวได้เร็ว โดยไม่ติดข้อจำกัดของคนเพียงไม่กี่คน</p>
<hr>
<h3 id="mitsui-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1">Mitsui กับการสร้างญี่ปุ่นสมัยใหม่</h3>
<p>เมื่อมองย้อนกลับไป Mitsui ในยุคเมจิไม่ได้เป็นแค่ผู้ตามการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของมัน</p>
<ul>
<li>เงินทุนของ Mitsui สนับสนุนรัฐ</li>
<li>ระบบของ Mitsui ช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้า</li>
<li>และเครือข่ายของ Mitsui เชื่อมญี่ปุ่นเข้ากับโลก</li>
</ul>
<p>ในเวลาไม่ถึงครึ่งศตวรรษ ตระกูลพ่อค้าจากเอโดะได้กลายเป็นหนึ่งในไซบัตสึที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ</p>
<p>แต่ความเติบโตนี้ก็มาพร้อมคำถามใหม่ เมื่ออำนาจทุนขยายตัวมากขึ้น บทบาทของ Mitsui ในสังคมญี่ปุ่นจะถูกมองอย่างไร</p>
<p>คำตอบของคำถามนั้น จะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20<br>
ช่วงเวลาที่ Mitsui กำลังก้าวเข้าสู่เวทีอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-82615" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2.jpg" alt="" width="700" height="467" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2.jpg 700w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2-560x374.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" title=""></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<ul>
<li>Mitsui Bank และ Mitsui Bussan ถูกก่อตั้งในปีเดียวกัน (1876) เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนหลักของกลุ่ม</li>
<li>Mitsui Bussan เป็นหนึ่งในบริษัทการค้าญี่ปุ่นรายแรกที่มีสำนักงานในต่างประเทศ</li>
<li>โครงสร้างไซบัตสึของ Mitsui ถูกยกเป็นต้นแบบให้กับกลุ่มทุนญี่ปุ่นอื่นในยุคเมจิ</li>
</ul>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=82345" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Mitsui Group ตอนที่ 1 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=82209" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 8 : สามเพชรแห่งอนาคต</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=82068" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 7 : ฟองสบู่และการเปลี่ยนผ่าน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81931" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 6 : ยุคทองแห่งสามเพชร</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81635" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 5 : การเกิดใหม่หลังสงคราม</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81418" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 4 : มิตซูบิชิในสงคราม</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
<a href="oldtokyo.com/mitsui-bank-nihonbashi-c-1905/" title="">oldtokyo.com/mitsui-bank-nihonbashi-c-1905/</a><br>
<a href="https://www.oldtokyo.com/mitsui-bank-nihonbashi-c-1930/" title="">https://www.oldtokyo.com/mitsui-bank-nihonbashi-c-1930/</a><br>
<a href="https://www.thebackpackadventures.com/2024/02/former-mitsui-bank-otaru-branch-hokkaido.html" title="">https://www.thebackpackadventures.com/</a><br>
<a href="https://www.mitsui.com/us/en/index.html" title="">https://www.mitsui.com/us/en/index.html</a><br>
<a href="https://www.nitorihd.co.jp/otaru-art-base/en/former-mitsui-bank/" title="">https://www.nitorihd.co.jp/otaru-art-base/en/former-mitsui-bank/</a><br>
<a href="https://otarubunkaisan.jp/storyotaru/former-otaru-branch-of-mitsui-bank/" title="">https://otarubunkaisan.jp/storyotaru/former-otaru-branch-of-mitsui-bank/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>Mitsui Group ตอนที่ 2 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก #มิตซุย</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/01/Mitsui-Group-EP-2_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 7 : มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของมินาโมโตะ</title>
		<link>https://www.marumura.com/minamoto-clan-ep-7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Dec 2025 09:26:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Ashikaga clan]]></category>
		<category><![CDATA[Bakufu]]></category>
		<category><![CDATA[Bushido]]></category>
		<category><![CDATA[Edo Period]]></category>
		<category><![CDATA[Fujiwara clan]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Minamoto Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Minamoto no Yoritomo]]></category>
		<category><![CDATA[Minamoto no Yoshitsune]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[Seiwa Genji]]></category>
		<category><![CDATA[Shogun]]></category>
		<category><![CDATA[The Tale of the Heike]]></category>
		<category><![CDATA[Tokugawa clan]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[คาบุกิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลฟูจิวาระ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลมินาโมโตะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลอาชิคางะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลโตกุกาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มินาโมโตะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคเอโดะ]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาลคามาคุระ]]></category>
		<category><![CDATA[ละครโนห์]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีแห่งนักรบ]]></category>
		<category><![CDATA[โชกุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=82002</guid>

					<description><![CDATA[ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 7 : มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของมินาโมโตะ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com เมื่อเสียงดาบจากสงครามเก็มเปย์เงียบหายไป และระบอบบาคุฟุที่มินาโมโตะสร้างขึ้นมั่นคงอยู่ในคามาคุระ ญี่ปุ่นก็เริ่มเข้าสู่ยุคใหม่  ยุคที่แนวคิด “ซามูไร” กลายเป็นแก่นของสังคม และอิทธิพลของตระกูลมินาโมโตะแผ่ซึมอยู่ในทุกอณูของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น รากทางการเมืองของญี่ปุ่นยุคใหม่ ก่อนมินาโมโตะ โยริโตโมะ (源頼朝, Minamoto no Yoritomo) จะก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระ ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การปกครองของราชสำนักเกียวโตที่ขุนนางตระกูลฟูจิวาระ (藤原氏, Fujiwara) ครอบงำมานานหลายศตวรรษ อำนาจของจักรพรรดิในทางปฏิบัติแทบไม่เหลือ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 7 : มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของมินาโมโตะ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-82002"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เมื่อเสียงดาบจากสงครามเก็มเปย์เงียบหายไป และระบอบบาคุฟุที่มินาโมโตะสร้างขึ้นมั่นคงอยู่ในคามาคุระ ญี่ปุ่นก็เริ่มเข้าสู่ยุคใหม่  ยุคที่แนวคิด “ซามูไร” กลายเป็นแก่นของสังคม และอิทธิพลของตระกูลมินาโมโตะแผ่ซึมอยู่ในทุกอณูของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น</strong></p>
<h3 id="%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8">รากทางการเมืองของญี่ปุ่นยุคใหม่</h3>
<p>ก่อน<strong>มินาโมโตะ โยริโตโมะ (源頼朝, Minamoto no Yoritomo)</strong> จะก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระ ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การปกครองของราชสำนักเกียวโตที่ขุนนาง<strong>ตระกูลฟูจิวาระ (藤原氏, Fujiwara)</strong> ครอบงำมานานหลายศตวรรษ อำนาจของจักรพรรดิในทางปฏิบัติแทบไม่เหลือ ขณะที่หัวเมืองต่าง ๆ อยู่ห่างไกลจากการควบคุมโดยส่วนกลาง</p>
<h5 id=""><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-81548" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1.jpg" alt="" width="600" height="367" data-wp-editing="1" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1.jpg 600w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1-120x73.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1-90x55.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1-320x196.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/11/Minamoto-EP4_Minamoto-no-Yoritomo_1-560x343.jpg 560w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" title=""></h5>
<h5 id="%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%b0-%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%b0-%e6%ba%90%e9%a0%bc%e6%9c%9d-minamo" style="text-align: center;">มินาโมโตะ โยริโตโมะ (源頼朝, Minamoto no Yoritomo)</h5>
<p>โยริโตโมะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้อย่างสิ้นเชิง เขาสถาปนา “รัฐบาลนักรบ” หรือ <strong>บาคุฟุ (</strong><strong>幕府</strong><strong>, Bakufu)</strong> ที่มีศูนย์กลางอยู่ในคามาคุระ (鎌倉, Kamakura) โดยไม่ล้มราชสำนัก แต่สร้างระบบคู่ขนานขึ้นมาแทน กล่าวคือ  จักรพรรดิยังคงอยู่ในเกียวโตเพื่อรักษาเกียรติและพิธีการ ขณะที่โชกุนเป็นผู้ถืออำนาจในการบริหารและการทหาร</p>
<p>รูปแบบนี้กลายเป็นต้นแบบของการปกครองญี่ปุ่นอีกกว่า 700 ปี จนถึง<strong>การปฏิรูปเมจิ (明治維新, Meiji Restoration)</strong> ในปี ค.ศ. 1868 ซึ่งยุติระบอบโชกุนไปอย่างถาวร</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5">แนวคิดซามูไรและความเปลี่ยนแปลงของสังคม</h3>
<p>ในยุคคามาคุระ ความคิดของชนชั้นซามูไรเริ่มหยั่งรากลึกลงในจิตใจของผู้คน คำว่า<strong> “บุชิโด” (武士道, Bushidō)</strong> หรือ<strong> “วิถีแห่งนักรบ”</strong> แม้ยังไม่ปรากฏเป็นคำชัดเจนในสมัยนั้น แต่จิตวิญญาณของมันได้เริ่มก่อตัวขึ้น ความจงรักภักดี ความกล้าหาญ และการรักษาเกียรติยศสำคัญยิ่งกว่าชีวิต</p>
<p>ซามูไรในยุคมินาโมโตะไม่ได้เป็นเพียงนักรบ แต่เป็นชนชั้นใหม่ที่มีบทบาทในการปกครอง โครงสร้างสังคมเริ่มปรับตัวให้เหมาะกับระบบศักดินาแบบนักรบ มีการมอบที่ดินตอบแทนความภักดี และการบริหารเมืองโดยกลุ่มซามูไรกลายเป็นเรื่องปกติ</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3">ศิลปะ วรรณกรรม และความทรงจำ</h3>
<p>แม้ว่าตระกูลมินาโมโตะจะสิ้นสายโดยเร็วหลังการเสียชีวิตของโยริโตโมะ แต่วีรกรรมของพวกเขากลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของศิลปะและวรรณกรรมญี่ปุ่นในยุคต่อมา</p>
<p>มหากาพย์ <strong>“เฮอิเกะโมะนอกาตาริ” (</strong><strong>平家物語</strong><strong>, The Tale of the Heike)</strong> ที่บันทึกสงครามระหว่างมินาโมโตะกับไทระ ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นบทกวีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตา ความรุ่งเรืองและความสูญสลายของมนุษย์ ภายในเรื่องนั้น มินาโมโตะถูกยกให้เป็นตัวแทนของ “ธรรมะ” ที่ลุกขึ้นต่อสู้กับ “อำนาจ” ของตระกูลไทระ ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องความไม่เที่ยง (<em>มุโจ</em><em>, </em><em>無常</em>) ของพุทธศาสนา</p>
<p>นอกจากนี้ เรื่องราวของ <strong>โยชิซึเนะ (</strong><strong>義経</strong><strong>, Yoshitsune)</strong> ยังกลายเป็นตำนานซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน<strong>ละครโนห์ คาบุกิ</strong> และศิลปะอุคิโยะเอะใน<strong>ยุคเอโดะ (江戸時代, Edo Period)</strong> เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของวีรบุรุษผู้กล้าหาญและโศกนาฏกรรมของความจงรักภักดีที่ถูกหักหลัง</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8d">ร่องรอยของมินาโมโตะในญี่ปุ่นยุคต่อมา</h3>
<p>แม้รัฐบาลคามาคุระจะถูกแทนที่ในภายหลังโดย<strong>ตระกูลอาชิคางะ (足利氏, Ashikaga)</strong> และต่อมาคือ<strong>โตกุกาวะ (徳川氏, Tokugawa)</strong> แต่ทั้งสองตระกูลก็อ้างเชื้อสายจาก <strong>“สายเซย์วะเก็นจิ” (清和源氏, Seiwa Genji)</strong> ซึ่งเป็นสายเดียวกับมินาโมโตะ</p>
<p>นี่สะท้อนให้เห็นว่า “ชื่อมินาโมโตะ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของความชอบธรรมทางการเมืองในญี่ปุ่น ใครที่อ้างเชื้อสายจากมินาโมโตะ ย่อมได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้สืบทอดจิตวิญญาณของซามูไรและโชกุน</p>
<h3 id="%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2">มรดกที่ไม่เสื่อมคลาย</h3>
<p>แม้เวลาจะผ่านมานับศตวรรษ ชื่อของมินาโมโตะยังคงปรากฏอยู่ในพิธีกรรม วรรณกรรม และจิตใจของชาวญี่ปุ่น ปรัชญาเรื่อง “เกียรติยศเหนือชีวิต” และ “ความภักดีต่อหน้าที่” ที่เกิดขึ้นในยุคคามาคุระ ยังคงสะท้อนอยู่ในสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่ ไม่ว่าจะในวัฒนธรรมการทำงาน หรือทัศนคติเรื่องความรับผิดชอบส่วนบุคคล</p>
<p><strong>หากจะกล่าวให้ชัด มินาโมโตะไม่ได้เพียงสร้างรัฐบาล หากแต่ได้สร้าง “วิญญาณของญี่ปุ่น” ไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดกาล</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดความรู้ท้ายบทความ</strong></p>
<ul>
<li>
<strong>บุชิโด (</strong><strong>Bushid</strong><strong>ō</strong><strong>):</strong> แม้คำนี้จะถูกบัญญัติอย่างชัดเจนในยุคเอโดะ แต่แนวคิดหลักเริ่มก่อตัวตั้งแต่สมัยมินาโมโตะ โดยเน้นคุณธรรมของนักรบ เช่น ความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความมีเกียรติ</li>
<li>
<strong>เฮอิเกะโมะนอกาตาริ (</strong><strong>Heike Monogatari):</strong> วรรณกรรมที่มีอิทธิพลสูงสุดเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น ถ่ายทอดผ่านการขับร้องโดยนักบวชตาบอด เรียกว่า <em>บิวะโฮชิ</em> (琵琶法師)</li>
<li>
<strong>เซย์วะเก็นจิ (</strong><strong>Seiwa Genji):</strong> สายสกุลย่อยของมินาโมโตะที่ให้กำเนิดทั้งตระกูลอาชิคางะและโตกุกาวะ ซึ่งปกครองญี่ปุ่นต่อเนื่องนานกว่า 700 ปี</li>
</ul>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://travel.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81853" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 6 : ความเสื่อมถอยของตระกูลมินาโมโตะ – เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81546" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 4 : การก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระบาคุฟุ – กำเนิดระบอบโชกุน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81310" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 3 : สงครามเก็มเปย์ – ศึกชี้ชะตาแห่งญี่ปุ่น</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81166" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 2 : มินาโมโตะกับการต่อสู้กับตระกูลไทระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=81050" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 1 : กำเนิดตระกูลมินาโมโตะ</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ :</strong><br>
<a href="https://jref.com/articles/minamoto-no-yoriie-1182-1204.820/" title="">https://jref.com/articles/minamoto-no-yoriie-1182-1204.820/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 7 : มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของมินาโมโตะ #minamoto</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/12/Minamoto-cover-7-Minamoto-no-Yoritomo.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/12/Minamoto-cover-7-Minamoto-no-Yoritomo-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? &#8211; สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง?</title>
		<link>https://www.marumura.com/japanese-sukiyaki-western-root-or-not/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Nov 2024 11:45:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Beef]]></category>
		<category><![CDATA[Sukiyaki]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[กิวนาเบะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วันสุกี้ยากี้]]></category>
		<category><![CDATA[สุกี้ยากี้ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อวัวของญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=73921</guid>

					<description><![CDATA[วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? – สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง? บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล www.marumura.com เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับสุกี้ยากี้  ที่เป็นทั้งอาหารและเพลงชื่อดังไปแล้ว แต่ถ้าจะลองแกล้งถามผู้อ่านทุกท่านว่า “คิดว่าสุกี้ยากี้เป็นอาหารชาติใด?” เชื่อว่าเกือบทุกคนจะต้องตอบว่าเป็น “อาหารญี่ปุ่น” เป็นแน่ แต่ที่จริงแล้วอาหารจำพวกเนื้อสัตว์บกขนาดใหญ่อย่างหมูหรือวัว โดยเฉพาะเนื้อวัวนั้นไม่ใช่อาหารหลักของชาวญี่ปุ่นมาแต่โบราณเลย คือคงมีคนญี่ปุ่นกินเนื้อหมูหรือวัวกันบ้างแต่ไม่ใช่กระแสหลักของสังคม โดยเฉพาะเนื้อวัวนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างมากเลยทีเดียว อันที่จริงในสมัยโบราณที่คนญี่ปุ่นยังเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์ก็คงมีการกินหมูและวัวรวมทั้งกินสัตว์ป่าสารพัดชนิดอยู่บ้าง แต่เมื่อรับพุทธศาสนาเข้ามาพร้อมอารยธรรมจีนโบราณแล้วทำให้กระแสหลักการกินเนื้อหมูและวัวลดลงจนกลายเป็นกระแสรองไป (คงมีคนกินอยู่บ้าง แต่ไม่นิยม) โดยเฉพาะในยุคเอโดะ (ค. ศ. 1603-1868) ที่ชนชั้นสูงของญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยฮิตกินอาหารโชจินเรียวริ (精進料理)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? – สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง?</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-73921"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ<a href="https://entertainment.marumura.com/sukiyaki-jl123/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">สุกี้ยากี้ </span></a> ที่เป็นทั้งอาหารและเพลงชื่อดังไปแล้ว แต่ถ้าจะลองแกล้งถามผู้อ่านทุกท่านว่า “คิดว่าสุกี้ยากี้เป็นอาหารชาติใด?” เชื่อว่าเกือบทุกคนจะต้องตอบว่าเป็น “อาหารญี่ปุ่น” เป็นแน่</strong></p>
<p>แต่ที่จริงแล้วอาหารจำพวกเนื้อสัตว์บกขนาดใหญ่อย่างหมูหรือวัว โดยเฉพาะเนื้อวัวนั้นไม่ใช่อาหารหลักของชาวญี่ปุ่นมาแต่โบราณเลย คือคงมีคนญี่ปุ่นกินเนื้อหมูหรือวัวกันบ้างแต่ไม่ใช่กระแสหลักของสังคม โดยเฉพาะเนื้อวัวนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างมากเลยทีเดียว</p>
<p>อันที่จริงในสมัยโบราณที่คนญี่ปุ่นยังเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์ก็คงมีการกินหมูและวัวรวมทั้งกินสัตว์ป่าสารพัดชนิดอยู่บ้าง แต่เมื่อรับพุทธศาสนาเข้ามาพร้อมอารยธรรมจีนโบราณแล้วทำให้กระแสหลักการกินเนื้อหมูและวัวลดลงจนกลายเป็นกระแสรองไป (คงมีคนกินอยู่บ้าง แต่ไม่นิยม) โดยเฉพาะในยุคเอโดะ (ค. ศ. 1603-1868) ที่ชนชั้นสูงของญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยฮิตกินอาหารโชจินเรียวริ (精進料理) หรืออาหารเจแบบพุทธญี่ปุ่น การกินเนื้อจึงเสียภาพลักษณ์ โดยในหมู่ชนชั้นสูงในยุคเอโดะมีมารยาททางสังคมอย่างหนึ่งคือ “ห้ามกินเนื้อวัวออกสื่ออย่างเด็ดขาด” คือคงต้องแอบกินไม่ให้สาธารณชนรู้ มิฉะนั้นภาพลักษณ์น่าจะดูไม่ค่อยดี แต่ถ้ามีสถานะทางสังคมไม่สูงก็คงไม่เลือกกินมากนัก น่าจะสรุปสถานการณ์ในยุคนั้นได้ว่า ผู้ดีต้องไม่กินเนื้อวัว ส่วนคนที่กินเนื้อวัวคือคนที่สถานะทางสังคมไม่สู้ดีนัก นั่นเอง</p>
<p>จนกระทั่งหลัง<strong>ปฏิรูปเมจิ</strong>ในปี ค. ศ. 1868 ที่เริ่มรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งกระแสการกินเนื้อหมูและเนื้อวัวมากขึ้น จนการกินสัตว์บกขนาดใหญ่ค่อย ๆ กลายเป็น “เรื่องปกติในสังคมญี่ปุ่นขณะนั้น” ไป โดยเริ่มมีร้าน <strong>“กิวนะเบ (牛鍋)”</strong> ขึ้นบ้างก่อนปฏิรูปเมจิในปี 1868 เล็กน้อย และค่อย ๆ เป็นที่นิยมขึ้นอย่างมากหลังปฏิรูปเมจิ จนถึงขั้นมีคนกล่าวว่า “การกินเนื้อวัว คือสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปเมจิ” ก็มี เมนูกิวนะเบนี้เองที่วิวัฒนาการกลายเป็น <strong>“สุกี้ยากี้ (すき焼き)”</strong> ในเวลาต่อมาไม่นานนัก หากใครดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ญี่ปุ่นเกี่ยวกับยุคเมจิ จะพบว่ามีหลายเรื่องที่เมนูกิวนะเบเป็นเมนูฮิตของคนจำนวนมากในยุคนั้น</p>
<p>เท่านั้นไม่พอ ในภายหลังจากปฏิรูปเมจิเพียงเล็กน้อยคือในวันที่ 24 มกราคม ปี ค. ศ. 1872 ก็ได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญไว้คือเป็น “วันที่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิทรงเสวยเนื้อวัวเป็นครั้งแรก” เรียกว่าการเริ่มกินเนื้อวัวนั้นเป็นอีเวนท์ใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ของชาติถึงขั้นต้องบันทึกเอาไว้ ทำให้จนกระทั่งปัจจุบันที่ญี่ปุ่นก็ยังยึดเอาวันที่ 24 มกราคมของทุกปีว่าเป็น <strong>“วันสุกี้ยากี้ (すき焼きの日)”</strong> อีกด้วย</p>
<p>เคยได้กล่าวถึงไปแล้วว่าอาหารญี่ปุ่นที่เรียกว่านิฮนเรียวริ (日本料理) นั้นจริง ๆ แล้วแยกย่อยลงไปได้อีก 3 ระดับตามนี้  (<a href="https://www.marumura.com/3-layers-of-japanese-food/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.marumura.com/3-layers-of-japanese-food/</span></a>) คือ</p>
<p>1) <strong>วะโชะคุ (和食)</strong> คืออาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม</p>
<p>2) <strong>ชูกะเรียวริ (中華料理)</strong> คืออาหารจีนแบบญี่ปุ่น (ที่ไม่ใช่อาหารจีนที่แท้จริง)</p>
<p>3) <strong>โยโชะคุ (洋食)</strong> คืออาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่น (ที่ไม่ใช่อาหารฝรั่งจริง ๆ)</p>
<p>ในกรณีของกิวนะเบะที่วิวัฒนาการเป็นสุกี้ยากี้นั้น ถ้าให้ถูกต้องที่จริงควรเรียกว่าเป็นโยโชะคุด้วยซ้ำเพราะเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกโดยตรง เพียงแต่อาหารญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ยุคปฏิรูปเมจินั้นมีแนวโน้มจะเรียกเป็นวะโชะคุเสียมากกว่า เพราะโดยแนวโน้มอาหารที่จะเรียกว่าโยโชะคุมักเป็นอาหารฝรั่งแบบญี่ปุ่นที่รับเข้ามาหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สองเสียมาก (ไม่ทุกชนิด แต่แนวโน้มเป็นเช่นนั้น)</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-73923 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1.jpg" alt="วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? - สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง?" width="800" height="601" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1-320x240.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1-300x225.jpg 300w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1-120x90.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1-90x68.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_1-560x420.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>สุดท้ายนี้ฝากไว้ว่า สุกี้ยากี้แบบญี่ปุ่นนั้นจะไม่ใช่ต้มแล้วซดน้ำซุปแบบสุกี้ที่ไทย เพราะต้นฉบับกิวนะเบะเป็นการปิ้งเนื้อบนเตาหินด้วยซ้ำ พอเป็นสุกี้ยากี้แล้วก็ยังเป็นการปิ้งแบบมีน้ำซุปขลุกขลิก จะไม่ได้มีน้ำซุปเต็มหม้อแล้วตั้งหน้าตั้งตาต้มกินกันแบบสุกี้ไทยนะ หากไปกินสุกี้ยากี้แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ น้ำซุปจะเข้มข้น คือเค็มจัดมาก อย่ากินแล้วซดน้ำซุปเพราะอันตรายต่อสุขภาพมากเลยนะทุกท่าน</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all">
<strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong><br>
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ &gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98-Weerayuths-Ideas-110765424910879" title="">https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas</a>
</div>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=73363" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ญี่ปุ่นไม่เคยหยุดพัฒนา ด้วยแนวคิด คะจิ-สึสึเคะรุ (勝ち続ける) ที่แปลว่าต้องชนะอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=72803" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ของญี่ปุ่น ที่จริงเป็นอิทธิพลจากอเมริกา?</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=72362" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>การคำนึงถึง “ลูกค้าของลูกค้า” ในธุรกิจญี่ปุ่น</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=71668" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จตุรเทพแห่งการสอนภาษาญี่ปุ่นของเมืองไทย</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=71155" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>พนักงานในอุดมคติของบริษัท – ญี่ปุ่นชอบพนักงานแนว Generalist แต่ไทยชอบพนักงานแนว Specialist</b></a></span></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#วัฒนธรรมกินเนื้อวัวของญี่ปุ่น มาจากตะวันตก? – สุกี้ยากี้เป็นอาหารฝรั่ง?</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/11/Japan-Sukiyaki-Western-Root-or-not_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>จากเก่าสู่รัฐบาลใหม่เมจิ ภาษี และ สี่ชนคนเท่ากัน</title>
		<link>https://www.marumura.com/former-to-future-meiji-restoration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jun 2023 12:43:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[การปกครองญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่นปฏิรูปภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=65564</guid>

					<description><![CDATA[จากเก่าสู่รัฐบาลใหม่เมจิ ภาษี และ สี่ชนคนเท่ากัน เขียนโดย วสุ มารุมุระ รูปประกอบโดย WALK on CLOUD เมื่อรัฐบาลเมจิเข้ามาใหม่ ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศญี่ปุ่น อย่างแรกคือรูปแบบการจัดเก็บภาษีที่เปลี่ยนไป ต้องเท้าความไปในยุคสมัยก่อนของรัฐบาลเก่า รัฐบาลเอะโดะบะคุฟุ ส่วนใหญ่ภาษีที่จัดเก็บได้จะอยู่ในรูปแบบของเมล็ดข้าว ข้อมูลสถิติในปีค.ศ. 1838 ภาษีที่เก็บได้อยู่ในรูปแบบเป็นเงินทั้งหมด 42% และเก็บในรูปแบบเมล็ดข้าว 57% อื่นๆอีก 1% ปัญหาของการจัดเก็บภาษีรูปแบบของเมล็ดข้าว คือการที่โดนหนูกัดกิน หรือประสบปัญหาในการขนมาทางเรือ ถูกน้ำทะเลท่วม&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>จากเก่าสู่รัฐบาลใหม่เมจิ ภาษี และ สี่ชนคนเท่ากัน</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-65564"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></div>
<p><strong>เมื่อรัฐบาลเมจิเข้ามาใหม่ ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศญี่ปุ่น</strong></p>
<p>อย่างแรกคือรูปแบบการจัดเก็บภาษีที่เปลี่ยนไป</p>
<p>ต้องเท้าความไปในยุคสมัยก่อนของรัฐบาลเก่า รัฐบาลเอะโดะบะคุฟุ ส่วนใหญ่ภาษีที่จัดเก็บได้จะอยู่ในรูปแบบของเมล็ดข้าว</p>
<p>ข้อมูลสถิติในปีค.ศ. 1838 ภาษีที่เก็บได้อยู่ในรูปแบบเป็นเงินทั้งหมด 42% และเก็บในรูปแบบเมล็ดข้าว 57% อื่นๆอีก 1%</p>
<p>ปัญหาของการจัดเก็บภาษีรูปแบบของเมล็ดข้าว คือการที่โดนหนูกัดกิน หรือประสบปัญหาในการขนมาทางเรือ ถูกน้ำทะเลท่วม หรือการทุจริตของผู้รับเหมาขนส่ง ทำให้การจัดเก็บภาษีนั้นไม่มีความเสถียรภาพ</p>
<p>เมล็ดข้าวนั้นมีค่าขนส่งกับค่าจัดเก็บ และมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบว่าในปีนั้นๆผลิตข้าวได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อวิเคราะห์ว่าปริมาณเมล็ดข้าวที่จัดเก็บภาษีได้เหมาะสมไหม</p>
<p>เมล็ดข้าวที่จัดเก็บได้นั้นต้องนำไปขายเพื่อนำรายได้เข้ามา แต่ราคาข้าวก็เปลี่ยนแปลงตามตลาด เป็นปัญหาในการตั้งงบประมาณ</p>
<p>พอเป็นยุคสมัยรัฐบาลเมจิ ในปีเมจิที่ 6 (ค.ศ. 1873) รัฐบาลใหม่ จึงมีการระบุผู้ที่เคยจ่ายภาษีเมล็ดข้าวกำหนดใหม่ให้พวกเขากลายเป็นผู้ถือครองที่ดินและมีการออกโฉนดและระบุราคาของที่ดินให้กับผู้ถือครอง และระบุหน้าที่ให้ผู้ถือครองที่ดินจ่ายภาษี 3% ของราคาที่ดิน จึงเป็นผลให้การจัดเก็บภาษีไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าปีนั้นจะปลูกข้าวไ้ด้มากแค่ไหน สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีเสถียรภาพ</p>
<p>อย่างที่สองคือสโลแกนกล่าวว่าบุคคลสี่อาชีพให้มีความเท่าเทียมกัน ในภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 四民平等[ชิมินเบียวโด] แปลตรงๆได้ว่า “สี่ชนที่เท่าเทียม” ผมอยากจะลองเรียกว่า “สี่ชนคนเท่ากัน”</p>
<p>สี่อาชีพที่ว่านี้ได้แก่ บุชิ (ชนชั้นนักรบ) เกษตรกร ช่าง และ พ่อค้า</p>
<p>ปีค.ศ.1870 อนุญาตให้คนธรรมดามีนามสกุล, ปีค.ศ. 1871 อนุญาตให้คนธรรมดาสามารถแต่งงานกับคนในชนชั้นนักรบหรือชนชั้นสูง (ที่เรียกว่า “คะโซะคุ” 華族 ในยุคนั้น 華[คะ] มีความหมายว่า “ดอกไม้” ส่วน 族[โซะคุ] มีความหมายว่า “ครอบครัว” )</p>
<p>และมีการเกณฑ์ทหารสำหรับผู้ชายอายุ20ปีขึ้นไป และต้องเป็นทหาร 3 ปี ด้วยเหตุนี้ทหารที่พร้อมรบนั้นไม่ได้มาจากอาชีพชนชั้นนักรบเพียงอย่างเดียว แต่มาจากประชาชนทุกอาชีพ</p>
<p>แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ อำนาจเก่าอย่างกลุ่มชมชั้นนักรบเกิดความไม่พอใจ ในปีค.ศ. 1876 มีการประกาศยุบเขตการปกครองเดิมที่เรียกว่า “ฮัง” และสร้างเขตการปกครองใหม่ที่เรียกว่า “เคน”(Prefecture เทียบเท่าจังหวัดของไทยเรา) ทำให้เหล่าชนชั้นนักรบเหล่านี้สูญเสียเจ้านายเดิม และยกเลิกการมอบเงินเดือน(ซึ่งเป็นเงินประจำ)ให้กับเหล่าชนชั้นนักรบ แต่ให้เป็นตั๋วที่ใช้แทนเงินจำนวนนึง (ซึ่งเหมือนเงินก้อน) ให้เหล่านักรบเก่าใช้ดำรงชีวิตไปพลางก่อนที่จะประกอบอาชีพใหม่</p>
<p>เหล่าชนชั้นนักรบนั้นเสียสถานะจากนโยบายสี่ชนคนเท่ากันและกฎหมายใหม่ที่ห้ามพกพาดาบ ซึ่งทำให้พวกเขาเสียสิทธิพิเศษในการที่มีนามสกุล การพกพาดาบไปไหนมาไหน จึงเกิดการจราจลของกลุ่มชนชั้นนักรบ แต่ไซโก ทะคะโมะริ (西郷隆盛) ได้จัดตั้งกองทหารทำสงครามเซนัน(西南戦争:สงครามตะวันตกเฉียงใต้) รัฐบาลใหม่ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อปราบปรามการจราจล หลังจากนั้นการล้มรัฐบาลนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ก่อตัวขึ้นมาแทนคือการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง</p>
<p><strong>การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองนี้เริ่มต้นมาจาก นักการเมืองอย่าง อิตะกะคิ ไทสุเกะ (板垣退助) ที่มาจากอดีตแคว้นโตสะ วิจารณ์รัฐบาลเผด็จการที่มาจากอดีตแคว้นซะซึมะกับแคว้นโจชู และร้องขอให้มีการตั้งสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกผู้แทนจากประชาชนให้มีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองนี้ผู้นำการเคลื่อนไหวได้เปลี่ยนจากอดีตชนชั้นนักรบที่ไม่พอใจ แพร่กระจายไปวงกว้างจนถึงชนชั้นเกษตรกรที่ร่ำรวย และไปยังประชาชนคนธรรมดา</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
<strong>รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65449" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>悩み [นะยะมิ] ความกังวลใจ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65346" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>หลังสงครามโบะชิน การยกเลิกแคว้น “ฮัน” และสร้าง “เคน” (prefecture : จังหวัด)</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65211" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จุดสุดท้ายของกลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65139" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65033" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง<br>
– <a href="https://www.nta.go.jp/about/organization/ntc/sozei/tokubetsu/%E3%81%84%E3%81%AA%E3%81%8C%E3%81%8D%E3%81%9F%E3%81%84%E3%81%99%E3%81%91h14shiryoukan/02.htm" title="">https://www.nta.go.jp/</a><br>
– <a href="https://detail.chiebukuro.yahoo.co.jp/qa/question_detail/q1256965702" title="">https://detail.chiebukuro.yahoo.co.jp/</a><br>
– <a href="https://www.nippon.com/ja/views/b06902/" title="">https://www.nippon.com/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#จากเก่าสู่รัฐบาลใหม่เมจิ ภาษี และ สี่ชนคนเท่ากัน</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/06/Meiji-Restore-Change-cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/06/Meiji-Restore-Change-cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>จุดสุดท้ายของกลุ่มชินเซนกุมิ</title>
		<link>https://www.marumura.com/the-last-shinsengumi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2023 06:34:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Shinsengumi ซินเซนกุมิ]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=65211</guid>

					<description><![CDATA[ในปีค.ศ.1867 โชกุนลำดับที่ 15 โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ (徳川慶喜) ทำการถวายคืนอำนาจการปกครองกลับไปยังราชสำนัก และคืนตำแหน่งโชกุน ฝั่งราชสำนักได้ประกาศการคืนอำนาจเก่าของจักรพรรดิ เป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลเอะโดะบะคุฟุที่มีมายาวนานกว่า 260 ปี เขียนโดย วสุ มารุมุระ รูปประกอบโดย WALK on CLOUD ในปีค.ศ.1867 โชกุนลำดับที่ 15 โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ (徳川慶喜) ทำการถวายคืนอำนาจการปกครองกลับไปยังราชสำนัก และคืนตำแหน่งโชกุน ฝั่งราชสำนักได้ประกาศการคืนอำนาจเก่าของจักรพรรดิ เป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลเอะโดะบะคุฟุที่มีมายาวนานกว่า 260&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ในปีค.ศ.1867 โชกุนลำดับที่ 15 โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ (徳川慶喜) ทำการถวายคืนอำนาจการปกครองกลับไปยังราชสำนัก และคืนตำแหน่งโชกุน ฝั่งราชสำนักได้ประกาศการคืนอำนาจเก่าของจักรพรรดิ เป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลเอะโดะบะคุฟุที่มีมายาวนานกว่า 260 ปี</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-65211"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></div>
<p><strong>ในปีค.ศ.1867 โชกุนลำดับที่ 15 โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ (徳川慶喜) ทำการถวายคืนอำนาจการปกครองกลับไปยังราชสำนัก และคืนตำแหน่งโชกุน ฝั่งราชสำนักได้ประกาศการคืนอำนาจเก่าของจักรพรรดิ เป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลเอะโดะบะคุฟุที่มีมายาวนานกว่า 260 ปี</strong></p>
<p>แต่แท้จริงแล้ว การถวายคืนอำนาจของ โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ เป็นเพียงพิธีการภายนอก อำนาจยังคงอยู่ที่รัฐบาลเดิม เป็นเหตุให้พันธมิตรซัจโจ ซึ่งเป็นพันธมิตรระหว่างแคว้นซะซึมะกับแคว้นโจชูที่มีจุดประสงค์แต่แรกเริ่มต้องการโค่นล้มรัฐบาลบะคุฟุนั้น รู้สึกรับไม่ได้ในสิ่งนี้ ฝั่งโตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ จึงจัดตั้งกองทัพรัฐบาลบะคุฟุเก่าเพื่อต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลใหม่ เป็นที่มาของสงครามโบะชิน</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิได้เข้าร่วมกับฝั่งรัฐบาลเก่าเพื่อต่อสู้ในสงครามที่โทะบะ ฟุชิมิ ด้วยความตั้งใจจะทวงคืนอำนาจรัฐกลับคืนมา แต่ทว่ารัฐบาลใหม่ได้ทำการยกธง “นิชิคิ โนะ มิฮะตะ” เป็นการแสดงหลักฐานว่า ราชสำนักถือหางรัฐบาลใหม่ เป็นผลให้กลุ่มรัฐบาลเก่าได้ชื่อว่าเป็นศัตรูของรัฐ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-65213" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.34.png" alt="" width="300" height="1041" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.34.png 300w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.34-120x416.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.34-90x312.png 90w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%98%e0%b8%87-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b4-%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%ae%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b0-%e9%8c%a6%e3%81%ae%e5%be%a1%e6%97%97" style="text-align: center;">ธง นิชิคิ โนะ มิฮะตะ (錦の御旗)</h5>
<p>ฝั่งรัฐบาลใหม่ได้อาวุธที่ทันสมัยมาจากการค้าขายนำเข้าจากประเทศอังกฤษ ซึ่งฝั่งรัฐบาลเก่ามีแค่ดาบเป็นอาวุธจึงพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ หลังจากนั้นแล้วสงครามก็ยังคงดำเนินต่อไปมากกว่าหนึ่งปี เริ่มตั้งแต่การเปิดปราสาทเอะโดะโจโดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ สงครามที่อุเอะโนะ สงครามที่นะกะโอะกะ และ สงครามไคซึ</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิได้เปลี่ยนชื่อของตัวเองเป็น โคโยจินบุไท (甲陽鎮撫隊:こうようちんぶたい) ตามคำสั่งของฝั่งรัฐบาลเก่า</p>
<p>คนโด้ อิซะมิ ต่อสู้กับฝั่งรัฐบาลใหม่ที่เอะโดะ ถูกจับกุมตัวได้ในที่อิตะบะชิชุคุ (板橋宿) และถูกลงโทษประหารตัดศีรษะที่ลานประหารอิตะบะชิ และ ศีรษะถูกนำไปประจานที่เกียวโตะ</p>
<p>สภาพร่างกายของ โอะคิตะ โซจิ ย่ำแย่กว่าเดิม ไม่อาจประกอบกิจกรรมใดๆ ไม่ได้เข้าร่วมในศึกโตบะ ฟุชิมิ พักรักษาตัวที่เอะโดะ เซนดะกะยะ (江戸千駄ヶ谷) และ เสียชีวิตที่นั้น</p>
<p>เนื่องจากรัฐบาลใหม่ใช้อาวุธทันสมัย ไล่ต้อนกองทัพรัฐบาลเก่ากับกลุ่มโคโยจินบุไทให้จนมุม เลยไปถึงฮะโกะดะเตะในฮอกไกโด</p>
<p>เหล่าอดีตนักรบใต้บัญชาการของโชกุนอย่างเช่น เอะโนะโมะโตะ ทะเคะอะคิ ได้ตั้งฐานทัพไว้ที่โกะเรียวคะคุ (五稜郭) และตั้งรัฐบาลฉุกเฉินเพื่อต่อกรกับกองทัพของฝั่งรัฐบาลใหม่</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-65212 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.47.png" alt="จุดสุดท้ายของกลุ่มชินเซนกุมิ" width="500" height="483" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.47.png 500w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.47-120x116.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.47-90x87.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.42.47-320x309.png 320w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81" style="text-align: center;">พื้นที่ของอดีตป้อมปราการ โกะเรียวคะคุ</h5>
<p>โกะเรียวคะคุ เป็นป้อมปราการรูปดาว นับว่าหน้าตาแปลกในญี่ปุ่น เป็นสถานที่สุดท้ายของ ฮิจิคะตะ โตะชิโซ</p>
<p>กองทัพรัฐบาลเก่าที่นำทัพโดย ฮิจิคะตะ โตะชิโซ สู้รบเพื่อตัดสินครั้งสุดท้ายที่เบนเทนไดบะ (弁天台場)</p>
<p>ฮิจิคะตะ โตะชิโซ ถูกปืนยิงบนหลังม้าขณะต่อสู้แถวประตูอิปปงกิคันมง (一本木関門) จากโลกนี้ไปในวัย 35 ปี</p>
<p><strong>สงครามฮะโคะดะเตะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกองทัพรัฐบาลบะคุฟุเก่า เป็นอันสิ้นสุดของสงครามโบะชิน</strong></p>
<p><strong>ประเทศญี่ปุ่นถูกรวมเป็นหนึ่งด้วยอำนาจรัฐใหม่ นำไปสู่ยุคสมัยใหม่</strong></p>
<p>บุคคลในบทความ:<br>
เอะโนะโมะโตะ ทะเคะอะคิ (榎本武揚:えのもと　たけあき)</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-medium wp-image-65214" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-800x446.png" alt="" width="800" height="446" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-800x446.png 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-120x67.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-90x50.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-320x178.png 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-560x312.png 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-1160x647.png 1160w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover.png 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b0-%e0%b9%82" style="text-align: center;">ภาพประกอบบทความ โอคิตะ โซจิ (沖田総司) : ซะมุไร อัจฉริยะ ผู้มีสุขภาพสู้ไม่ค่อยดีของกลุ่มชินเซนกุมิ</h5>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
<strong>รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65139" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65033" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64915" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จุดกำเนิดของกลุ่มนักสู้ไร้สังกัดชินเซนกุมิ (Shinsengumi)</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64406" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64768" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สงครามโบะชิน : กลุ่มอำนาจเก่าโชกุน vs กลุ่มรัฐบาลรูปแบบใหม่</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง<br>
– <a href="https://www.gltjp.com/ja/directory/item/13432/" title="">https://www.gltjp.com/ja/directory/item/13432/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#จุดสุดท้ายของกลุ่มชินเซนกุมิ</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover.png</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Last-Shinsengumi-12.41.19_cover-320x240.png</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ</title>
		<link>https://www.marumura.com/japan-forbidden-gate-incident/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 May 2023 06:15:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Shinsengumi ซินเซนกุมิ]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=65139</guid>

					<description><![CDATA[เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ…“ประตูต้องห้าม” (禁門:[คินมง]) เป็นชื่อเรียกประตูหนึ่งที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังของแคว้นโจชูผู้มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนต่างชาติ เขียนโดย วสุ มารุมุระ รูปประกอบโดย WALK on CLOUD “ประตูต้องห้าม” (禁門:[คินมง]) เป็นชื่อเรียกประตูหนึ่งที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังของแคว้นโจชูผู้มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนต่างชาติ เหตุการณ์ประตูต้องห้าม(禁門の変:[คินมงโนะเฮน])นี้มีอีกชื่อเรียกว่า เหตุการณ์ประตูฮะมะกุริโกะมง (蛤御門の変) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เดือน 7 ปีค.ศ. 1864 ตามปฏิทินเก่า (หรือวันที่ 20 สิงหาคม ตามปฏิทินปัจจุบัน) ประตูต้องห้าม หรือ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ…“ประตูต้องห้าม” (禁門:[คินมง]) เป็นชื่อเรียกประตูหนึ่งที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังของแคว้นโจชูผู้มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนต่างชาติ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-65139"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></div>
<p><strong>“ประตูต้องห้าม” (禁門:[คินมง]) เป็นชื่อเรียกประตูหนึ่งที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังของแคว้นโจชูผู้มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนต่างชาติ</strong></p>
<p>เหตุการณ์ประตูต้องห้าม(禁門の変:[คินมงโนะเฮน])นี้มีอีกชื่อเรียกว่า เหตุการณ์ประตูฮะมะกุริโกะมง (蛤御門の変) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เดือน 7 ปีค.ศ. 1864 ตามปฏิทินเก่า (หรือวันที่ 20 สิงหาคม ตามปฏิทินปัจจุบัน)</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-65140" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20.png" alt="" width="800" height="518" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20.png 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20-120x78.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20-90x58.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20-320x207.png 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.20-560x363.png 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9" style="text-align: center;">ประตูต้องห้าม หรือ ประตูชินไซเคะโกะมง</h5>
<p>ชื่อประตูแห่งนี้มีชื่อทางการว่า ประตูชินไซเคะโกะมง (新在家御門:しんざいけごもん) แต่ได้ชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ประตูฮะมะกุริโกะมง” เพราะว่าประตูชินไซเคะโกะมงนี้ปรกติถูกปิดตายไม่ค่อยได้ถูกเปิดออกเท่าไร แต่ด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกียวโตะ ประตูที่ปรกติโดนปิดตายนี้เลยโดนเปิดออก เปรียบเสมือนกับ หอยตลับลายที่เปลือกเปิดออกเมื่อถูกไฟเผา ซึ่งหอยตลับลาย ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ฮะมะกุริ” (蛤) ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “ประตูฮะมะกุริโกะมง” นี้ครับ</p>
<p>หลังจากเหตุการณ์อิเคะดะยะ ทำให้แคว้นโจชูสูญเสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นจำนวนมาก แม้นจะทำหนังสือถึงจักรพรรดิร้องขอความเห็นใจให้อภัยโทษแคว้นโจชู แต่จักรพรรดิโคเมเทนโน(孝明天皇) ไม่เห็นดีด้วย เมื่อไม่มีทางออก แคว้นโจชูจึงจำต้องตอบโต้ด้วยการยกกองกำลังมายังเกียวโตะ หวังบุกไปยังราชวังลักพาตัวจักรพรรดิออกไป</p>
<p>เมื่อได้ยินข่าวความเคลื่อนไหวของแคว้นโจชู ผู้บัญชาการรักษาความปลอดภัยของกรุงเกียวโตะผู้มีนามว่า มะซึไดระ คะทะโมะริ จึงส่งเรื่องไปยังแว่นแคว้นต่างๆให้ส่งกองกำลังมาสนับสนุนเมื่อวันที่ 24 เดือน 6 ปีค.ศ. 1864</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิได้รับหน้าที่ให้เฝ้าตรวจความเรียบร้อยที่ถนน ทะเคะดะไคโด (竹田街道:たけだかいどう) ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ใช้บุกรุกขึ้นมาจากฟุชิมิ (伏見:ふしみ) และวางกองกำลังร่วมกับแคว้นไคซึไว้ที่คุโจคะวะระ (九条河原:くじょうかわら) ตรงแม่น้ำคะโมะกะวะเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนจนถึงเหตุการณ์ประตูต้องห้ามเมื่อวันที่ 19 เดือน 7</p>
<p>ในขณะที่กลุ่มชินเซนกุมิเตรียมการจะจุดไฟเผาฐานประจำการของแคว้นโจชูในฟุชิมิ การต่อสู้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิประกอบด้วยกองกำลังกว่า 200 คนมีผู้นำทัพคือ คนโด้ อิซะมิ พอทราบข่าวว่ากองทัพของโจชูได้เคลื่อนไปทางเหนือเจอะเจอกองกำลังของแคว้นโอะกะคิและเกิดการสู้รบ กลุ่มชินเซนกุมิจึงตามไปสมทบ แต่ว่าการต่อสู้นั้นได้สิ้นสุดลงกองทัพของโจชูถูกตีแตกพ่ายไปแล้ว กลุ่มชินเซนกุมิจึงเปลี่ยนไปไล่กำจัดทหารที่หลบหนีโดยไล่ไปตั้งแต่ ฟุชิมิอินะริ (伏見稲荷:ふしみいなり) จนไปถึง สุมิโซะเมะ (墨染:すみぞめ)</p>
<p>เมื่อกลุ่มชินเซนกุมิกลับมายังคุโจ ก็แลเห็นควันสีดำลอยมาจากราชสำนัก จึงรีบเดินทางไป แต่ทว่า ณ เวลานั้นความพ่ายแพ้ของแคว้นโจชูเป็นที่ประจักษ์แล้ว หลงเหลือเพียงการเก็บกวาดทหารที่ยังรอดชีวิตอยู่</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิได้ใช้เวลาถึงปลายเดือน 7 เดินทางไปถึงโอซาก้า เพื่อทำการไล่ล่าผู้ที่ยังรอดชีวิตอยู่ เราสามารถมองได้ว่าเหตุการณ์ประตูต้องห้ามนั้น สำหรับกลุ่มชินเซนกุมิแล้วมีบทบาทแค่เพียงการตามล้างเก็บกวาดหลังจากที่เขาสู้กันจบไปแล้ว</p>
<p>แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหนึ่งในช่วงตอนท้ายของเหตุการณ์ประตูต้องห้ามคือการต่อสู้ที่ภูเขาเทนโนซังของ คนโด้ อิซะมิ ที่กลุ่มชินเซนกุมิมีความสำคัญ</p>
<p>หากพูดถึงภูเขาเทนโนซัง (天王山:てんのうざん) แล้วมันมีคำกล่าวหนึ่งไว้ว่า “ทางแยกใต้หล้าแห่งเทนโนซัน” (天下分け目の天王山) เป็นสถานที่ที่ อะเคะจิ มิซึฮิเดะ กับ ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ ต่อสู้กันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในใต้หล้า การต่อสู้ครั้งนั้นเรียกว่าการต่อสู้แห่งยะมะซะกิ</p>
<p>อะเคะจิ มิซึฮิเดะ เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า “ผู้สังหาร โอะดะ โนะบุนะกะ” หนึ่งในจอมทัพผู้มีความเด็ดขาดในสมัยเซนโกะคุ<br>
ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ เป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้แห่งยะมะซะกิ หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลเป็น “โตะโยะโตะมิ” ซึ่งเขาเป็นผู้รวมอำนาจในญี่ปุ่นอย่างแท้จริงในช่วงเซนโกะคุ ที่เรารู้จักกันดีในนามว่า โทะโยะโทะมิ ฮิเดะโยะชิ</p>
<p>เราจะเห็นได้ว่าภูเขาเทนโนซังในหน้าประวัติศาสตร์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>ในเหตุการณ์ประตูต้องห้ามนี้ เมื่อกลุ่มชินเซนกุมิเดินทางมาถึงราชวัง ส่วนกองกำลังที่หลงเหลือทั้งหมด 17คนไปหลบซ่อนในภูเขาในเทนโนซัน ซึ่งนำโดยบุชิผู้ละทิ้งแคว้นคุรุเมะที่มีตำแหน่งระดับ”ชินคัง” (神官) หรือผู้ทำหน้าที่ประกอบพิธีในศาลเจ้าที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ เขาคนนั้นมีนามว่า มะคิ อิสุมิ</p>
<p>หลังจากเหตุการณ์ประตูต้องห้าม 3 วัน กองทัพของแคว้นไคซึนำทัพโดยกลุ่มชินเซนกุมิของคนโด้ อิซะมิ ได้เข้าไปยังภูเขาเพื่อไปกำจัดกลุ่มของมะคิ คนโด้พบปืนใหญ่ของแคว้นโจชูถูกทิ้งไว้ที่ศาลเจ้าริคิวฮะจิมัง (離宮八幡:りきゅうはちまん) ที่ตั้งอยู่ตรงตีนเขา คนโด้จึงสั่งให้ยิงกระสุนปืนใหญ่หนึ่งลูกไปทางภูเขา</p>
<p>เมื่อขึ้นไปได้ครึ่งทาง คนโด้ได้พบกับมะคิที่อยู่ในชุดฮิทะทะเระทำมาจากผ้าไหมสวมหมวกเอะโบชิ มะคิประกาศชื่อตัวเองว่า “มะคิอิสุมิข้ารับใช้ตระกูลโมริ” ส่วนคนโด้ตอบกลับไปว่า “ข้าคือคนโด้อิสุมิผู้อยู่ใต้การบัญชาของรัฐบาลบะคุฟุ”</p>
<p>มะคิได้ท่องบทกลอนขึ้นมาพร้อมประกาศร้องถึงชัยชนะ แล้วเหล่าโรชิที่อยู่รอบก็ยิงปืนขึ้นมา อาศัยจังหวะที่กองทัพฝั่งรัฐบาลบะคุฟุรู้สึกตื่นตระหนก พวกของมะคิวิ่งหนีขึ้นไปทางยอดเขา</p>
<p>กลุ่มของคนโด้ไล่ตามไปบนยอดเขา พบเจอกับกระท่อมที่กำลังลุกเป็นเพลิง ข้างในกระท่อมพวกเขาได้พบร่างของมะคิที่จบชีวิตตัวเองด้วยดาบและร่างถูกเผาไหม้เป็นสีดำ ยังมีพรรคพวกคนอื่นของมะคิที่พยายามจะจบชีวิตแต่ยังไม่สิ้นลมหายใจดี เหล่านักรบชินเซนกุมิจึงใช้ดาบฟันคอพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสิ้นสุดการทรมานให้เร็วที่สุด</p>
<p>หลังจากสงครามเซคิกะฮะระ เคว้นโจชูเฝ้าหาโอกาสที่จะแก้แค้นตระกูลโตะคุกะวะ ท้ายที่สุดที่มะคิระบุตัวเองว่าเป็น “ข้ารับใช้ตระกูลโมริ” บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในตระกูลโมริและเป็นการประกาศสงครามต่อโตะคุกะวะ</p>
<p><strong>การล้างแค้นของตระกูลโมริเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น 8 ปีหลังจากความพ่ายแพ้ที่ประตูต้องห้าม รัฐบาลบะคุฟุของโตะคุกะวะก็ล่มสลายด้วยรัฐบาลเมจิที่นำโดยแคว้นโจชู</strong></p>
<p>+++</p>
<p>สำหรับผู้ที่อยากอ่านเรื่องราวของ อะเคะจิ มิซึฮิเดะ ผมเคยเขียนไว้สองบทความดังนี้ครับ</p>
<p><a href="https://www.marumura.com/akechi-mitsuhide/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.marumura.com/akechi-mitsuhide/</span></a><br>
<a href="https://www.marumura.com/akechi-mitsuhide2/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.marumura.com/akechi-mitsuhide2/</span></a></p>
<p>+++</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-65141" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32.png" alt="" width="800" height="633" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32.png 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32-120x95.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32-90x71.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32-320x253.png 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.32-560x443.png 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="%e9%8c%a6%e3%81%ae%e7%9b%b4%e5%9e%82-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b4-%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3" style="text-align: center;">錦の直垂 [นิชิคิ โนะ ฮิทะทะเระ] ชุดฮิทะทะเระทำจากผ้าไหม เป็นชุดที่ไว้ใส่ข้างล่างชุดเกราะ</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-65142" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36.png" alt="" width="800" height="659" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36.png 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36-120x99.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36-90x74.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36-320x264.png 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.36-560x461.png 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="%e7%83%8f%e5%b8%bd%e5%ad%90%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b4-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%b0" style="text-align: center;">烏帽子[เอะโบะชิ] หมวกเอะโบะชิ เป็นหมวกที่สวมใส่ในงานทางการของผู้ชาย ในยุคสมัยก่อนของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ยุคเฮอัน</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-65143" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.42.png" alt="" width="400" height="582" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.42.png 400w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.42-120x175.png 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.42-90x131.png 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.42-320x466.png 320w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%8a" style="text-align: center;">คนโด้ อิซะมิ ผู้นำกลุ่มชินเซนกุมิ</h5>
<p><strong>รายชื่อบุคคลในบทความ และชื่อในภาษาญี่ปุ่น</strong></p>
<p>มะซึไดระ คะทะโมะริ (松平容保:まつだいら　かたもり)</p>
<p>คนโด้ อิซะมิ (近藤勇:こんどう・いさみ)</p>
<p>อะเคะจิ มิซิฮิเดะ (明智光秀:あけち・みつひで)</p>
<p>ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ (羽柴秀吉:はしば・ひでよし)</p>
<p>มะคิ อิสุมิ (真木和泉:まき・いずみ)</p>
<p>+++</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
<strong>รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=65033" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64915" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จุดกำเนิดของกลุ่มนักสู้ไร้สังกัดชินเซนกุมิ (Shinsengumi)</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64406" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64768" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สงครามโบะชิน : กลุ่มอำนาจเก่าโชกุน vs กลุ่มรัฐบาลรูปแบบใหม่</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64706" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เรียวมะ และ การจากไป</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง<br>
– <a href="https://www.touken-world.jp/tips/72615/" title="">https://www.touken-world.jp/tips/72615/</a><br>
– <a href="https://historivia.com/hijikata-toshizo/2015/" title="">https://historivia.com/hijikata-toshizo/2015/</a><br>
– <a href="https://ja.wikipedia.org/wiki/%E8%9B%A4%E5%BE%A1%E9%96%80" title="">https://ja.wikipedia.org/wiki/蛤御門</a><br>
– <a href="https://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%A6%81%E9%96%80%E3%81%AE%E5%A4%89" title="">https://ja.wikipedia.org/wiki/禁門の変</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#เหตุการณ์ประตูต้องห้าม และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซนกุมิ</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.17.png</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Forbidden-Gate-Incident-12.45.17-320x240.png</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ</title>
		<link>https://www.marumura.com/shinsengumi-ikedaya-incident/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 May 2023 06:19:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Ikedaya]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Shinsengumi ซินเซนกุมิ]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=65033</guid>

					<description><![CDATA[เหตุการณ์อิเคะดะยะ เป็นเหตุการณ์สำคัญที่กลุ่มชินเซนกุมิ บุกโจมตีกลุ่มโรชิที่มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติของแคว้นโจชูและแคว้นโตสะ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญ เหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น…  เขียนโดย วสุ มารุมุระ รูปประกอบโดย WALK on CLOUD เหตุการณ์อิเคะดะยะ (池田屋事件) เป็นเหตุการณ์สำคัญที่กลุ่มชินเซนกุมิ บุกโจมตีกลุ่มโรชิที่มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติของแคว้นโจชูและแคว้นโตสะ ซึ่งกลุ่มโรชิเหล่านี้สร้างความวุ่นวายในกรุงเกียวโตะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอิเคะดะยะซึ่งเป็นที่พักแรกในเกียวโตะ ณ สมัยนั้น ปัจจุบันอาคารถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใช้เป็นร้านอิซากายะและใช้ระลึกถึงเหตุการณ์อิเคะดะยะ ปีค.ศ. 1864 เดือนพฤษภาคม ยะมะซะกิ สุสุมุ ผู้มีตำแหน่งสำรวจไล่ล่าโรชิภายนอกและสังเกตการณ์ตรวจสอบภายในของกลุ่มชินเซนกุมิ กับ ชิมะดะ ไค&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เหตุการณ์อิเคะดะยะ เป็นเหตุการณ์สำคัญที่กลุ่มชินเซนกุมิ บุกโจมตีกลุ่มโรชิที่มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติของแคว้นโจชูและแคว้นโตสะ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญ เหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น… </strong></p></blockquote>
<p><span id="more-65033"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></div>
<p><strong>เหตุการณ์อิเคะดะยะ (池田屋事件) เป็นเหตุการณ์สำคัญที่กลุ่มชินเซนกุมิ บุกโจมตีกลุ่มโรชิที่มีอุดมการณ์เทิดทูนจักรรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติของแคว้นโจชูและแคว้นโตสะ ซึ่งกลุ่มโรชิเหล่านี้สร้างความวุ่นวายในกรุงเกียวโตะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอิเคะดะยะซึ่งเป็นที่พักแรกในเกียวโตะ ณ สมัยนั้น ปัจจุบันอาคารถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใช้เป็นร้านอิซากายะและใช้ระลึกถึงเหตุการณ์อิเคะดะยะ</strong></p>
<p>ปีค.ศ. 1864 เดือนพฤษภาคม ยะมะซะกิ สุสุมุ ผู้มีตำแหน่งสำรวจไล่ล่าโรชิภายนอกและสังเกตการณ์ตรวจสอบภายในของกลุ่มชินเซนกุมิ กับ ชิมะดะ ไค ค้นพบเบาะแสของ ฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ หนึ่งในนักกิจกรรมฝั่งเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่ชาวต่างชาติ, ซึ่ง ฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ เข้ามารับช่วงกิจการร้านค้าฟืน และเปลี่ยนชื่อของตัวเองมาในนามว่า มะสุยะคิเอะมง</p>
<p>ยะมะสะกิ สุสุมุ และ ชิมะดะ ไค ได้นำเรื่องราวของฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ ไปรายงานกับแคว้นไคซึ และพอเข้าตรวจ ค้นพบอาวุธและจดหมายติดต่อกับแคว้นโจชู</p>
<p>เช้าตรู่วันที่ 5 มิถุนายน (ตามปฏิทินเก่าซึ่งตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ.1864) ฮิจิคะตะ โตะชิโซ ได้ทำการทรมาน ฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ ที่ถูกจับกุมตัวแล้วบังคับให้สารภาพ ทำให้ทราบแผนการวางเพลิงเกียวโตะในวันที่มีลมแรงก่อนงานกิองมะซึริ แผนการคุมขัง นะคะกะวะโนะมิยะ อะซะฮิโคะชินโน บุตรบุญธรรมของจักรพรรดิ แผนการลอบสังหาร ฮิโตะซึบะชิ โยะชิโนะบุ และ มะซึไดระ คะตะโมะริ และ แผนการลักพาตัวจักรพรรดิโคเมเทนโนไปยังแคว้นโจชู</p>
<p>แต่อีกทฤษฎีกล่าวไว้ว่า ฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ สารภาพเพียงแค่ชื่อจริงของตัวเองเท่านั้น และจากหลักฐานบันทึกประจำวันที่กล่าวถึง ฟุรุทะขะ นั้นไม่มีรายละเอียดของคำสารภาพระบุไว้ จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งที่สารภาพมีเพียงแค่ชื่อที่แท้จริงของตนเอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้กลุ่มชินเซนกุมิมองว่า เหล่าโรชิฝั่งเทิดทูนจักรพรรดิขับไล่ต่างชาติจะต้องรวมตัวกันในเร็ววันนี้ จึงรายงานกับแคว้นไคซึและเสนอแผนว่าจะทำการลงสำรวจพื้นที่แถว ซันโจ กับ ชิโจ โดยที่ไม่รอกองกำลังสนับสนุนจากแคว้นไคซึ</p>
<p>เวลา 22 นาฬิกาเศษ กองกำลังของคนโด้ อิซะมิ ค้นพบเหล่านักกิจกรรมของฝั่งเทิดทูนจักรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติที่อิเคะดะยะ กองกำลังของคนโด้บุกเข้าโจมตีด้วยคนไม่กี่คน กลายเป็นการต่อสู้ในยามดึก</p>
<p>มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่บุกเข้าไปสู้กับฝั่งเทิดทูนจักรพรรดิจับไล่คนต่างชาติที่มีอยู่ 20 คน ซึ่งสี่คนนั้นคือ คนโด้ อิซะมิ, โอะคิตะ โซจิ, นะกะคุระ ชินปะจิ, โทโด เฮสุเกะ ส่วนที่เหลือนอกจากนั้นอยู่ล้อมด้านนอก</p>
<p>โอะคิตะ โซจิ ที่บุกเข้าไปข้างใน ทำการต่อสู้อย่างเข้มข้น แต่เกิดรู้สึกอาการไม่สบายกำเริบขึ้นมาจึงหนีออกมาจากแนวรบ ส่วนโทโดที่สู้รบอยู่ตรงชั้นหนึ่งด้วยความประมาทดันถอดที่คาดหน้าผากออก และโดนฟันหน้าผากจนเลือดไหลเข้าตาจนมองเห็นไม่ชัด จึงต้องหลบหนีออกมาก่อนเช่นกัน</p>
<p>ฝั่งกลุ่มเทิดทูนจักรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติอย่าง มิยะเบะ เทโซ ก็สู้ตอบกลับและพยายามหาทางหลบหนี จึงเจอกลุ่มชินเซนกุมิที่เฝ้าประตูหลังอย่าง อันโด ฮะยะทาโร่, โอะคุซะวะ เอสุเกะ, นิตตะ คะคุซะเอะมอน ไล่ฟัน จึงทำให้โรชิอย่าง โมะจิซึคิ คะเมะยะตะ ผู้ที่ทิ้งแคว้นโตสะ ต้องพยายามใช้ดาบฝ่าฟันออกมา</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ทำให้ โอะคุซะวะ เสียชีวิตในสนามรบ ส่วน อันโด กับ นิตตะ เสียชีวิตในหนึ่งเดือนต่อมา ส่วน โมะจิซึคิ พยายามหนีมาจนเกือบถึงสถานพำนักของแคว้นโจชู แต่ถูกคนไล่ตามมากระชั้นชิดจนหนีไม่ทัน จึงตัดสินใจปลิดชีวิตตนเอง</p>
<p>ในการต่อสู้ครั้งนั้นมีผู้ที่สามารถหนีรอดออกมาได้อย่าง โตะโคะโระยะมะ อะคิจิโร ที่ถูกเขียนในบทบันทึกว่า สูญเสียทั้งดาบ และ ชุดฮะกะมะที่ใส่ แถมไม่รู้ตัวด้วยว่า อิชิคาว่า จุนจิโร่ ตายระหว่างการต่อสู้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นมันโกลาหลอลหม่านขนาดไหน</p>
<p>ระหว่างการต่อสู้ในอิเคะดะยะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฝั่งชินเซนกุมิเหลืออยู่เพียงสองคนคือ คนโด้ กับ นะกะคุระ แต่พอกองกำลังของ ฮิจิคะตะ โตะชิโซ ตามมาสมทบทำให้กลุ่มชินเซนกุมิได้เปรียบ และปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้จาก “การฟันทิ้ง” การเป็น “จับกุม” ผลลัพธ์เป็นการฆ่าทิ้งไป 9 คน และจับกุมทั้งหมด 4 คน ส่วนกองกำลังสมทบของแคว้นไคซึกับคุวะนะมาถึงหลังจบการต่อสู้ ว่ากันว่าฮิจิคะตะไม่ยอมให้กองกำลังสมทบของแคว้นเหล่านี้เข้าใกล้สถานที่เกิดเหตุเพราะกลัวโดนแอบอ้างเอาผลงานความดีความชอบไป</p>
<p>จากการสู้รบครั้งนี้มีฝ่ายเทิดทูนจักรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติหลบหนีรอดไปได้จำนวนหนึ่ง แต่วันรุ่งขึ้นจากการเข้าร่วมกวาดล้างพร้อมกันกับกองกำลังของแคว้นไคซึและคุวะนะ ทำให้สามารถจับกุมตัวได้ราว 20 คน ซึ่งการกวาดล้างครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการรบที่เข้มข้น จนทำให้มีคนของแคว้นไคซึ 5 คน, แคว้นฮิโคะเนะ 4 คน และ แคว้นคุวะนะ 2 คน เสียชีวิต</p>
<p>หลังจากนั้นกลุ่มชินเซนกุมิเกรงว่าจะถูกลอบโจมตีในตอนกลางคืน จึงรอให้ถึงเช้าตรู่ แล้วค่อยกลับไปฐานทัพที่หมู่บ้านมะบุมุระ</p>
<p>ผลกระทบจากเหตุการณ์อิเคะดะยะ ทำให้สามารถป้องกันการวางเพลิงราชวัง และทำให้ชื่อของกลุ่มชินเซนกุมิเป็นที่รู้จักของจักรพรรดิ</p>
<p>ส่วนแคว้นโจชูได้รับอิทธิพลจากกลุ่มหัวรุนแรง มีการยกกำลังทหารเข้ามาเกียวโตะจนก่อให้เกิดเหตุการณ์ คินมงโนะเฮน หรือ “เหตุการณ์ประตูต้องห้าม” ซึ่งไว้จะมากล่าวในโอกาสต่อไป</p>
<p>กลุ่มชินเซนกุมิมีชื่อเสียงมากขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ฮิจิคะตะ และ ไซโต้ ฮะจิเมะ เดินทางเข้าเอะโดะเพื่อไปรับสมัครสมาชิกมาเข้าร่วมกลุ่มเพิ่มขึ้น</p>
<p>ในช่วงหลังๆ มา มีอีกทฤษฎีที่กล่าวว่า แผนการ “วางเพลิงเกียวโตะ” “ลอบสังหาร” “ลักพาตัวจักรพรรดิ” นั้นเป็นสิ่งที่กลุ่มชินเซนกุมิสมคบคิดขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตีกลุ่มเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่ชาวต่างชาติ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-65035 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1.jpg" alt="เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ" width="800" height="734" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1-120x110.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1-90x83.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1-320x294.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_1-560x514.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" style="text-align: center;">ภาพประกอบข้างบนเป็นภาพสถานที่จำลองในอิเคะดะยะ</h5>
<p>+++</p>
<p><strong>กลุ่มชินเซนกุมิ</strong></p>
<p>ยะมะซะกิ สุสุมุ (山崎丞:やまざき　すすむ)</p>
<p>ชิมะดะ ไค (島田魁:しまだ　かい)</p>
<p>คนโด้ อิซะมิ (近藤勇:こんどう　いさみ)</p>
<p>โอะคิตะ โซจิ (沖田総司:おきた　そうじ)</p>
<p>นะกะคุระ ชินปะจิ (永倉新八:ながくら　しんぱち)</p>
<p>โทโด เฮสุเกะ (藤堂平助:とうどう　へいすけ)</p>
<p>อันโด ฮะยะทาโร่ (安藤早太郎:あんどう　はやたろう)</p>
<p>โอะคุซะวะ เอสุเกะ (奥沢栄助:おくざわ　えいすけ)</p>
<p>นิตตะ คะคุซะเอะมอน (新田革左衛門:にった　かくざえもん)</p>
<p>ฮิจิคะตะ โตะชิโซ (土方 歳三:ひじかた としぞう)</p>
<p>ไซโต้ ฮะจิเมะ (斎藤 一:さいとう　はじめ)</p>
<p> </p>
<p><strong>กลุ่มเทิดทูนจักรรพรรดิขับไล่ชาวต่างชาติ</strong></p>
<p>ฟุรุทะขะ ชุนทาโร่ (古高俊太郎:ふるたか　しゅんたろう) หรือชื่อในอีกนามว่า 枡屋喜右衛門(ますやきえもん:มะสุยะคิเอะมง)</p>
<p>มิยะเบะ เทโซ (宮部鼎蔵:みやべ　ていぞう)</p>
<p>โมะจิซึคิ คะเมะยะตะ (望月亀弥太:もちづき　かめやた)</p>
<p>โตะโคะโระยะมะ อะคิจิโร(野老山吾吉郎:ところやま　あきちろう)</p>
<p>อิชิคาว่า จุนจิโร่ (石川潤次郎:いしかわ　じゅんじろう)</p>
<p><strong>บุคคลสำคัญอื่น</strong></p>
<p>นะคะกะวะโนะมิยะ อะซะฮิโคะชินโน(中川宮朝彦親王:なかがわのみや-あさひこしんのう)</p>
<p>ฮิโตะซึบะชิ โยะชิโนะบุ (一橋慶喜:ひとつばし　よしのぶ) หลังจากนั้นได้ขึ้นเป็นโชกุน โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ</p>
<p>มะซึไดระ คะตะโมะริ (松平容保:まつだいら　かたもり) ผู้นำแคว้นไคซึรุ่นที่ 9 เรียกได้ว่าเป็นผู้นำแคว้นไคซึคนสุดท้ายในทางปฏิบัติ</p>
<p>+++</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
<strong>รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64915" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จุดกำเนิดของกลุ่มนักสู้ไร้สังกัดชินเซนกุมิ (Shinsengumi)</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64406" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64768" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สงครามโบะชิน : กลุ่มอำนาจเก่าโชกุน vs กลุ่มรัฐบาลรูปแบบใหม่</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64706" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เรียวมะ และ การจากไป</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64100" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Meiji Restoration (การปฏิรูปเมจิ) กับคำว่า Restore ที่แปลว่า ฟื้นฟู</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง<br>
– <a href="https://ja.wikipedia.org/wiki/%E6%B1%A0%E7%94%B0%E5%B1%8B%E4%BA%8B%E4%BB%B6" title="">https://ja.wikipedia.org/wiki/池田屋事件</a><br>
– <a href="https://rtrp.jp/articles/34321/" title="">https://rtrp.jp/articles/34321/</a><br>
– <a href="https://kanjibunka.com/kanji-faq/old-faq/q0331/#:~:text=%E3%81%95%E3%81%A6%E3%80%81%E4%BA%94%E5%8F%B3%E8%A1%9B%E9%96%80%E3%81%AA%E3%82%89,%E3%81%88%E3%82%82%E3%82%93%E3%80%8D%E3%81%A8%E8%AA%AD%E3%81%BF%E3%81%BE%E3%81%99%E3%80%82" title="">https://kanjibunka.com/kanji-faq/old-faq/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#เหตุการณ์ อิเคะดะยะ ที่สร้างชื่อให้กลุ่มชินเซนกุมิ</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/05/Ikedaya-Incident_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</title>
		<link>https://www.marumura.com/movement-for-emperor-revered-and-expulsion-of-the-outside/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วสุ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 08:54:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[จักรพรรดิญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=64406</guid>

					<description><![CDATA[ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก เขียนโดย วสุ มารุมุระ รูปประกอบโดย WALK on CLOUD เมื่อพลเรือจัตวา Perry พาเรือดำมาเยือนญี่ปุ่น จนส่งผลให้ปีถัดมาในปี 1854 เกิดสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา มีการเปิดท่าเรือชิโมะดะ [下田] (จังหวัดชิสุโอกะ ในปัจจุบัน) และท่าเรือฮะโคะดะเทะ [箱館] (เมืองฮะโคะดะเทะ จังหวัดฮอกไกโด ณ ปัจจุบัน) นี่คือจุดสิ้นสุดของการปิดประเทศที่ยาวนานมากว่า 200 ปี ในปีค.ศ. 1958 (ศักราชอันเซที่&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-64406"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></div>
<p><strong>เมื่อพลเรือจัตวา Perry พาเรือดำมาเยือนญี่ปุ่น จนส่งผลให้ปีถัดมาในปี 1854 เกิดสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา มีการเปิดท่าเรือชิโมะดะ [下田] (จังหวัดชิสุโอกะ ในปัจจุบัน) และท่าเรือฮะโคะดะเทะ [箱館] (เมืองฮะโคะดะเทะ จังหวัดฮอกไกโด ณ ปัจจุบัน) นี่คือจุดสิ้นสุดของการปิดประเทศที่ยาวนานมากว่า 200 ปี</strong></p>
<p>ในปีค.ศ. 1958 (ศักราชอันเซที่ 5) อเมริกากลับมาเยือนญี่ปุ่นอีกครั้ง พร้อมกับข้อเรียกร้องให้ทำสนธิสัญญาการค้า การเปิดท่าเรือหกท่าที่รวมถึงท่าเรือนากาซากิและโยโกฮาม่า การเปิดเสรีการค้า การอนุมัติให้อำนาจศาลฝั่งอเมริกา และการขอให้ญี่ปุ่นยกเลิกภาษีศุลกากร</p>
<p>ผู้อยู่ในตำแหน่งไทโร* ตอนนั้น อีนะโอะสุเขะ [井伊直弼] ที่ก้าวมารับตำแหน่งไทโรเมื่อเดือนเมษายน ตอนแรกตั้งใจที่จะรอคำอนุญาตจากจักรพรรดิต่อข้อเรียกร้องของอเมริกา แต่ถูกกีดขวางจากเหล่าคุเกียว* ในราชสำนัก และเหล่ารัฐมนตรีมีความเกรงกลัวต่อแรงกดดันจากภายนอก จนเดือนมิถุนายนอีนะโอะสุเขะต้องทำสนธิสัญญาการค้ากับอเมริกาทั้งๆที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากจักรพรรดิ ซึ่งสนธิสัญญานี้ทำให้ญี่ปุ่นอยู่ในสถานะเสียเปรียบและยังส่งผลให้ ประเทศอื่นๆอย่างรัสเซีย อังกฤษ และ ฝรั่งเศสเอาอย่าง ขอทำสนธิสัญญาที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันกับญี่ปุ่น</p>
<p>จากสนธิสัญญาการค้าที่ไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด ราคาสินค้าพุ่งสูง ทำให้มีคนญี่ปุ่นที่ไม่พอใจ ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวที่จะขับไล่พวกคนต่างชาติออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มจากเหล่า “บุชิ” ระดับล่าง</p>
<p>ซึ่งการเคลื่อนไหวในการขับไล่คนต่างประเทศ, ไม่ให้คนต่างด้าวเข้าประเทศนี้เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “โจอิ” [攘夷] เป็นคำจากภาษาจีน เขียนด้วยตัวคันจิที่ยากพอสมควร มีความหมายตามตัวอักษรว่า “ขับไล่คนป่าเถื่อน” ซึ่งจากคำศัพท์ทำให้เราเห็นมุมมองของคนญี่ปุ่นต่อคนต่างชาติ อย่าง อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ว่าคนญี่ปุ่นมีความไม่พอใจในชาติเหล่านี้</p>
<p>การที่รัฐบาลโชกุนเปิดประเทศทั้งที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากจักรพรรดิ สร้างความไม่พอใจในเหล่าประชาชน กลุ่มผู้ต้องการขับไล่คนต่างด้าวจึงร่วมมือกับกลุ่มผู้สนับสนุนจักรพรรดิ กลายเป็นการเคลื่อนไหวเทิดทูนกษัตริย์และกำจัดภัยต่างด้าว และจากเหตุการณ์นี้ทำให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลโชกุนถดถอยลง เกิดกระบวนการโค่นล้มรัฐบาลโดยที่จุดศูนย์กลางอยู่ที่แคว้นโจชู*</p>
<p>แต่ทางรัฐบาลโชกุนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ร่วมมือกับแว่นแคว้นที่แข็งแกร่งอย่างแคว้นซะซึมะ* พยายามที่จะสมานความสัมพันธ์ระหว่างฝั่งโชกุนกับฝั่งจักรพรรดิ โดยหนึ่งในการเคลื่อนไหวนี้คือการขอน้องสาวของจักรพรรดิสมรสกับโชกุนรุ่นที่ 14 โตะคุกะวะอิเอะโมะจิ (徳川家茂) ซึ่งจริงๆแล้วแคว้นซะซึมะต้องการสร้างรูปแบบการปกครองใหม่ที่ประกอบด้วยรัฐบาลโชกุนกับแว่นแคว้นที่แข็งแกร่ง โดยยกระดับแคว้นตัวเองมีส่วนในการปกครองมากขึ้น</p>
<p>แต่เมื่อโชกุนโตะคุกะวะอิเอะโมะจิ เดินทางเข้าไปยังเกียวโตะเมื่อวันที่ 3 มีนาคมปีค.ศ.1863 พร้อมคณะผู้ติดตามกว่า 500 ชีวิต นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 230 ปีที่มีโชกุนเดินทางไปยังเกียวโตะนับตั้งแต่โชกุนรุ่นที่สาม, จักรพรรดิโคเมเทนโน (孝明天皇) มอบหมายอำนาจทางการเมืองทั้งหมดให้โชกุน จึงเป็นเหตุให้แคว้นซะซึมะโกรธมาก แคว้นซะซึมะจึงไปจับมือกับแคว้นโจชูที่อดีตเป็นศัตรูกัน โดยการ lobby ของฮันชิ*ของแคว้นโตสะ* ผู้มีนามว่า ซากาโมะโตะ ริวมะ</p>
<p>วันที่ 15-17 สิงหาคมปีค.ศ.1863 แคว้นซะซึมะทำการสู้รบกับอังกฤษ ปีถัดมาแคว้นโจชูทำสงครามกับพันธมิตรสี่นานาชาติที่ประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส ฮอลันดา อเมริกา ผลพวงจากสงครามทำให้กลุ่มผู้ต้องการขับไล่คนต่างด้าว “สำนึกได้ว่า” พวกเขาไม่มีอะไรจะไปต่อสู้กับคนชาติตะวันตกได้ ไม่มีศักยภาพที่จะขับไล่คนต่างชาติออกไปได้ จนทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองจากการขับไล่คนต่างชาติกลายไปเป็นการล้มล้างรัฐบาลโชกุนแทน</p>
<p>ในปีค.ศ.1867 (ศักราชเคโอที่ 3) โชกุนรุ่นที่ 15 โตะคุกะวะ โยะชิโนะบุ (徳川慶喜) ขึ้นครองอำนาจ พยายามที่จะทำให้รัฐบาลโชกุนกลับเข้ารูปเข้ารอย โดยรับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ส่วนแคว้นซะซึมะกับแคว้นโจชูที่เป็นพันธมิตรก็เริ่มกระบวนการโค่นล้มอำนาจรัฐบาลโชกุน</p>
<p><strong>ฮันชิที่เป็นกลางจากแคว้นโตะสะ อย่าง โกะโต้ โชจิโร่ (後藤象二郎) และซะกะโมะโตะ ริวมะ ได้หาทางประนีประนอมให้ทางรัฐบาลโชกุนถวายคืนอำนาจแด่จักรพรรดิ</strong></p>
<p>+++</p>
<p><strong>อภิธานศัพท์*</strong></p>
<p>ไทโร [大老] เป็นตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลโชกุน</p>
<p>คุเกียว[公卿] เจ้าหน้าที่ระดับสูงในราชสำนัก</p>
<p>บุชิ [武士] หมายถึงคนที่มีศิลปะการรบและมีอาชีพเกี่ยวข้องกับการทหาร, บางทีที่เราเคยได้ยินคำว่า “บุชิโด” [武士道] ซึ่งก็คือคำนี้เองที่พอจะแปลได้ว่า “วิถีนักรบ”</p>
<p>長州藩 [โจชูฮัน] แคว้นโจชู ปัจจุบันคือจังหวัดยามากุจิ, ส่วนคำว่า 藩 [ฮัน] เป็นเขตการปกครองแบบหนึ่ง ณ ที่นี้ขอใช้คำแปลว่า “แคว้น”</p>
<p>薩摩藩 [ซะซึมะฮัน] แคว้นซะซึมะ ปัจจุบันคือจังหวัดคะโกะชิม่า</p>
<p>藩士 [ฮันชิ] หมายถึงบุชิที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของแคว้น</p>
<p>土佐藩 [โตะสะฮัน] แคว้นโตสะ ปัจจุบันคือจังหวัดโคจิ</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>เขียนโดย วสุ มารุมุระ<br>
<strong>รูปประกอบโดย WALK on CLOUD</strong></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64310" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ภาวะภัยพิบัติและโรคระบาด ก่อนการปฏิรูปเมจิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64221" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>การเริ่มต้นของการปฏิรูปเมจิ การมาเยือนของเรือดำ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=64100" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Meiji Restoration (การปฏิรูปเมจิ) กับคำว่า Restore ที่แปลว่า ฟื้นฟู</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=63895" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>คารามูโจ้ ที่มามันฝรั่งทอดรสเผ็ดผู้แหวกแนว</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=63820" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ประวัติของชามัจจะ (Matcha)</b></a></span></p>
<p>อ้างอิง<br>
– <a href="https://toyokeizai.net/articles/-/425918?page=4" title="">https://toyokeizai.net/</a><br>
– <a href="https://www.kodomo.go.jp/yareki/theme/theme_03.html" title="">https://www.kodomo.go.jp/</a><br>
– <a href="https://www.touken-world.jp/tips/11127" title="">https://www.touken-world.jp/</a><br>
– <a href="https://japanknowledge.com/introduction/keyword.html?i=1829" title="">https://japanknowledge.com/</a><br>
– <a href="https://www.pref-lib.niigata.niigata.jp/?page_id=903" title="">https://www.pref-lib.niigata.niigata.jp/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ความเคลื่อนไหวการเทิดทูนจักรพรรดิและขับไล่คนนอก</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/03/Movement-for-emperor-revered-and-expulsion-of-the-outside-cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2023/03/Movement-for-emperor-revered-and-expulsion-of-the-outside-cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
