<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tachibana no Moroe &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/tachibana-no-moroe/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Jul 2026 15:27:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>Tachibana no Moroe &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง &#8216;เก็มเปโตคิตสึ&#8217;</title>
		<link>https://www.marumura.com/tachibana-clan-ep-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 14:03:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana no Moroe]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลทาจิบานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=86390</guid>

					<description><![CDATA[Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวปฐมบทของต้นส้มป่าศักดิ์สิทธิ์และการวางรากฐานเครือข่ายอำนาจอันแยบยลของมาดามอากาตะ โนะ อินุไค โนะ มิชิโยะ ไปในตอนที่แล้ว ก็คิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่า ตระกูลทาจิบานะสายราชสำนักนั้นไม่ได้ก้าวขึ้นมาด้วยการนองเลือด แต่เติบโตด้วยกลยุทธ์พันธมิตรและการสร้างความน่าเชื่อถือในใจกลางวังหลวงนารา คราวนี้ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ดเพื่อพาทุกท่านเดินทางเข้าสู่ยุคที่เรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ที่ชื่อของทาจิบานะเปล่งประกายสูงสุดในฐานะผู้บริหารสูงสุดของแผ่นดินญี่ปุ่น และเป็นยุคที่สร้างบทเรียนการบริหารวิกฤตที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แท้จริงแล้วกงล้อการเมืองจะพลิกผันไปอย่างไร และตระกูลนี้ก้าวขึ้นสู่กลุ่ม&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-86390"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวปฐมบทของต้นส้มป่าศักดิ์สิทธิ์และการวางรากฐานเครือข่ายอำนาจอันแยบยลของมาดามอากาตะ โนะ อินุไค โนะ มิชิโยะ ไปในตอนที่แล้ว ก็คิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่า ตระกูลทาจิบานะสายราชสำนักนั้นไม่ได้ก้าวขึ้นมาด้วยการนองเลือด แต่เติบโตด้วยกลยุทธ์พันธมิตรและการสร้างความน่าเชื่อถือในใจกลางวังหลวงนารา คราวนี้ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ดเพื่อพาทุกท่านเดินทางเข้าสู่ยุคที่เรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ที่ชื่อของทาจิบานะเปล่งประกายสูงสุดในฐานะผู้บริหารสูงสุดของแผ่นดินญี่ปุ่น และเป็นยุคที่สร้างบทเรียนการบริหารวิกฤตที่ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แท้จริงแล้วกงล้อการเมืองจะพลิกผันไปอย่างไร และตระกูลนี้ก้าวขึ้นสู่กลุ่ม “บิ๊กโฟร์” ของญี่ปุ่นได้อย่างไร ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง</strong></p>
<p>เมื่อประวัติศาสตร์เคลื่อนเข้าสู่ช่วงกลางศตวรรษที่ 8 ทายาทที่มารับไม้ต่อในการสร้างความรุ่งเรืองให้แก่ตระกูลคือ เจ้าชายคัตสึรากิ (Prince Katsuragi) โอรสองค์โตของมิชิโยะที่เกิดกับเจ้าชายมินุ ในเวลานั้นชะตากรรมของเจ้าชายคัตสึรากิเสมือนต้องเดินอยู่บนเส้นลวดหนามทางการเมือง ในฐานะเชื้อพระวงศ์ เขามีความเชิดหน้าชูตาและได้รับความเคารพก็จริง แต่ถ้ามองในแง่ของโครงสร้างการบริหารงานแผ่นดินตามประมวลกฎหมายริตสึเรียว (Ritsuryō) เชื้อพระวงศ์ระดับสูงมักจะถูกจำกัดบทบาท ไม่ให้เข้ามานั่งเก้าอี้บริหารส่วนกลางโดยตรง เพื่อป้องกันการซ่องสุมกำลังหรือการก่อรัฐประหารยึดราชบัลลังก์ ในขณะที่อำนาจการบริหารงานในสภาราชสนาบดีหรือไดโจคัง (Daijō-kan) กลับตกอยู่ในมือของตระกูลขุนนางใหญ่อย่างฟูจิวาระที่กำลังขยายตัวอย่างน่ากลัว</p>
<p>ตรงนี้เองที่เจ้าชายคัตสึรากิได้ทำการตัดสินใจครั้งสำคัญที่นักวิเคราะห์ธุรกิจสมัยใหม่ยกย่องว่าเป็น “การปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์” (Strategic Restructuring) ที่กล้าหาญมาก ในปี ค.ศ. 736 เจ้าชายคัตสึรากิพร้อมด้วยเจ้าชายไซผู้เป็นอนุชา ได้ยื่นฎีกาต่อองค์จักรพรรดิเพื่อขอทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการขอสละฐานันดรศักดิ์แห่งเชื้อพระวงศ์ลงมาเป็นสามัญชน และขอใช้นามสกุล “ทาจิบานะ” ที่มารดาได้รับพระราชทานมา โดยเจ้าชายคัตสึรากิได้รับนามสกุลและชื่อใหม่ในฐานะขุนนางว่า <strong>ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ (Tachibana no Moroe)</strong></p>
<p>การยอมลดตัวลงมาเป็นขุนนางสามัญชนในครั้งนี้ หากมองอย่างผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นการสูญเสียสถานะอันสูงส่ง แต่ในเนื้อแท้ทางการเมือง มันคือการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย ทำให้โมโรเอะสามารถก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในสภาราชเสนาบดีได้อย่างเต็มตัว เขาสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารสูงสุดได้โดยไม่มีข้อครหาเรื่องความเป็นเชื้อพระวงศ์ และการตัดสินใจครั้งนี้ก็ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศญี่ปุ่นไปตลอดกาล</p>
<p>ในช่วงปี ค.ศ. 735-737 ได้เกิดวิกฤตการณ์ที่เรียกกันว่า “โรคฝีดาษระบาดครั้งใหญ่แห่งยุคเทนเปียว” (Great Smallpox Epidemic of Tempyō) โรคร้ายนี้แพร่กระจายมาจากแถบเกาะคิวชูและลุกลามเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงเฮโจเคียวอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นยากดีมีจนหรือชนชั้นสูง ประชากรญี่ปุ่นในยุคนั้นต้องสังเวยชีวิตให้กับโรคร้ายนี้ไปเกือบหนึ่งในสามของประเทศ และที่สร้างความสั่นสะเทือนในเชิงอำนาจมากที่สุดคือ โรคฝีดาษได้คร่าชีวิตพี่น้องขุนนางสี่คนที่เป็นผู้นำระดับสูงของตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara Four Brothers) ได้แก่ มูจิมาโร่, ฟูซาซากิ, อูมาไค และมาโร่ ไปจนหมดสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน</p>
<p>เหตุการณ์ในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเกิด “ภาวะตลาดชะงักงันเนื่องจากคู่แข่งรายใหญ่ล่มสลาย” (Market Disruption) ศูนย์กลางอำนาจบริหารของตระกูลฟูจิวาระที่เป็นขั้วอำนาจเดิมเกิดภาวะสูญญากาศทันที ในท่ามกลางความตื่นตระหนกและซากปรักหักพังของระบบราชการ จักรพรรดิโชมุ (Emperor Shōmu) ทรงมองหาขุนนางที่ไว้ใจได้ มีสายเลือดบริสุทธิ์ และมีความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบ้านเมือง และบุรุษที่ตอบโจทย์นั้นที่สุดก็คือ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ</p>
<p>ในปี ค.ศ. 738 โมโรเอะได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง อุไดจิน (Udaijin – เสนาบดีฝ่ายขวา) นำคณะรัฐบาลชุดใหม่ และต่อมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เขาก็ได้ควบตำแหน่ง ซาไดจิน (Sadaijin – เสนาบดีฝ่ายซ้าย) ซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางขั้นสูงสุดในการปกครองแผ่นดินยุคนั้น กลยุทธ์การบริหารแผ่นดินของโมโรเอะในช่วงนี้น่าสนใจมากครับ แทนที่เขาจะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการแต่งตั้งคนของตระกูลทาจิบานะเข้าไปเสวยสุขในตำแหน่งต่างๆ เขากลับเลือกใช้กลยุทธ์ “การสรรหาบุคลากรระดับโลก” (Global Talent Acquisition) ด้วยการดึงตัวเหล่านักปราชญ์และพระภิกษุที่เคยเดินทางไปศึกษาศึกษาวิชาการและระบบราชการที่ราชวงศ์ถังของประเทศจีนให้กลับมาช่วยงาน หนึ่งในนั้นคือ คิบิ โนะ มาคิบิ (Kibi no Makibi) ปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์สารพัดแขนง และ เกนโบ (Genbō) พระภิกษุผู้มีความรู้ลึกซึ้งในระบบกฎหมายและพุทธศาสตร์</p>
<p>การปฏิรูประบบบริหารโดยนำวิทยาการที่ทันสมัยจากจีนเข้ามาใช้ ทำให้รัฐบาลของโมโรเอะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจ จัดระเบียบการจัดเก็บภาษี และสร้างความมั่นคงให้แก่ราชสำนักได้อย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์โรคระบาด ทว่าการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของทาจิบานะในครั้งนี้ ย่อมสร้างความอิจฉาริษยาและไม่พอใจให้แก่ทายาทรุ่นหลังของตระกูลฟูจิวาระที่หลงเหลืออยู่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 740 ฟูจิวาระ โนะ ฮิโรสึงุ (Fujiwara no Hirotsugu) ขุนนางสายรองที่ถูกส่งไปประจำการที่คิวชู ได้เกิดความคับแค้นใจและทำฎีกากล่าวหารัฐบาลของโมโรเอะว่า นำพวกนอกรีตอย่างมาคิบิและเกนโบเข้ามาชี้นำราชสำนัก ก่อนที่ฮิโรสึงุจะตัดสินใจรวบรวมกำลังทหารก่อการกบฏขึ้นที่แคว้นดาไซฟุ</p>
<p>ต่อหน้าวิกฤตความมั่นคงในครั้งนี้ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ ได้แสดงความเด็ดขาดในฐานะผู้นำรัฐบาล เขาสั่งการระดมกองทัพหลวงจำนวนนับหมื่นนายภายใต้การนำของขุนพลโอโน โนะ อาซุมาริ เดินทางลงใต้ไปปราบปรามกลุ่มกบฏอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด การรบจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายฟูจิวาระ ฮิโรสึงุถูกจับกุมและประหารชีวิต ชัยชนะในศึกครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของตระกูลทาจิบานะนั้นไม่ได้มีดีแค่ตระกูลปราชญ์ในวังหลวง แต่มีความสามารถในการควบคุมอำนาจทางการทหารและการรักษาความสงบเรียบร้อยของแผ่นดินได้อย่างเบ็ดเสร็จ</p>
<p>จากผลงานการบริหารแผ่นดินอันโดดเด่น ความซื่อสัตย์ และสายเลือดที่เชื่อมโยงกับจักรพรรดิ ทำให้ในยุคนี้เองที่ชื่อของตระกูลทาจิบานะได้รับการจารึกสถาปนาเข้าสู่กลุ่ม “เก็มเปโตคิตสึ” (Gempeitōkitsu: 源平藤橘) หรือสี่มหาตระกูลชั้นสูงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโบราณ อันประกอบไปด้วย ตระกูลมินาโมโตะ ตระกูลไทระ ตระกูลฟูจิวาระ และตระกูลทาจิบานะ นับเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ชื่อของต้นส้มป่าศักดิ์สิทธิ์ได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับตระกูลขุนนางและการทหารยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่างสมภาคภูมิ</p>
<p><strong>นอกจากมิติทางการเมืองแล้ว โมโรเอะยังสร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่วัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ ตัวเขาเองเป็นปราชญ์และกวีที่มีฝีมือละเมียดละไม และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนและรวบรวมบทกวีขนานใหญ่ใน บันทึกมันโยชู (Manyoshu) ซึ่งเป็นวรรณกรรมรวมบทกวีที่เก่าแก่และทรงคุณค่าที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยมีบทกวีของโมโรเอะและสมาชิกในครอบครัวทาจิบานะได้รับการบันทึกไว้ในนั้นเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ของทาจิบานะในยุคทองนั้น คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างอำนาจทางการเมือง ความสามารถในการบริหารวิกฤต และความลุ่มลึกทางศิลปวัฒนธรรมอย่างแท้จริงครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>คำว่า “เก็มเปโตคิตสึ” (源平藤橘) นั้น ถือเป็นมรดกทางภาษาและวัฒนธรรมที่สำคัญของชนชั้นสูงญี่ปุ่น โดยเป็นการนำตัวอักษรคันจิของทั้งสี่ตระกูลมาออกเสียงตามระบบจีน (On’yomi) เพื่อความคล่องปากในการเรียกขาน โดยคำว่า “เก็น” (源) สื่อถึงมินาโมโตะ, “เป” หรือ “เฮ” (平) สื่อถึงไทระ, “โต” (藤) สื่อถึงฟูจิวาระ และตัวสุดท้ายคือ “คิตสึ” (橘) ซึ่งก็คือเสียงเรียกของคำว่า ทาจิบานะ นั่นเอง</em></p>
<p><em>ความน่าสนใจในเชิงสังคมวิทยาประวัติศาสตร์คือ ในขณะที่ตระกูลมินาโมโตะและไทระก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงจากการเป็นยอดนักรบซามุไรที่คุมกำลังทหารหัวเมือง และฟูจิวาระเรืองอำนาจจากการส่งบุตรสาวเข้าอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิ แต่ตระกูลทาจิบานะกลับยืนหยัดอยู่ในกลุ่มบิ๊กโฟร์นี้ได้ด้วยภาพลักษณ์ของ “ปราชญ์ผู้พิทักษ์ธรรมและความบริสุทธิ์ของสายเลือดดั้งเดิม” การได้นามสกุลทาจิบานะในยุคนั้นจึงเปรียบเสมือนการได้รับใบรับรองสถานะทางสังคมระดับซูเปอร์พรีเมียมที่เงินก็ไม่สามารถซื้อได้</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86265" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 1: กำเนิดส้มศักดิ์สิทธิ์แห่งราชสำนักนารา</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86152" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 3</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=85888" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 2</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=85729" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 1</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=85419" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดิน ตอนที่ 8 มรดกของไทระ และบทเรียนจากประวัติศาสตร์</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• National Diet Library of Japan (บันทึกประวัติศาสตร์การเมืองยุคนาราและพงศาวดารตระกูล): <a href="https://www.ndl.go.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ndl.go.jp/</span></a><br>
• Japanese Wiki Corpus (Biography of Tachibana no Moroe): <a href="https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20no%20Moroe.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20no%20Moroe.html</span></a><br>
• World History Encyclopedia (The Temkyo Smallpox Epidemic and its Political Aftermath): <a href="https://www.worldhistory.org/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.worldhistory.org/</span></a><br>
• Manyoshu Database – International Research Center for Japanese Studies (รวบรวมบทกวีของทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ): <a href="https://www.nichibun.ac.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.nichibun.ac.jp/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’ #Tachibana Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-2.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-2-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
