<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>R-PDCA &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/r-pdca/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Apr 2024 11:17:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>R-PDCA &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การฝึกคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วย “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)”</title>
		<link>https://www.marumura.com/sora-ame-kasa-japan-quote-for-working/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2024 11:17:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[Horenso]]></category>
		<category><![CDATA[japanese quote]]></category>
		<category><![CDATA[O-PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[R-PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[การวิเคราะห์แบบญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คำคมญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตรรกะญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงานกับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้า-ฝน-ร่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบองค์กรญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคจัดห้อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=69902</guid>

					<description><![CDATA[การฝึกคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วย “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)” บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล www.marumura.com ชาวญี่ปุ่นนั้นมีลักษณะที่เขียนอีเมลหรือเขียนจดหมายได้ยาวมาก อีกทั้งการนำเสนอในวาระต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มจะยาวนานกว่าชาติอื่นเนื่องจากลักษณะภาษาและวัฒนธรรมการสื่อสารที่นิยมถ่ายทอดข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผู้เขียนเคยได้กล่าวถึงเทคนิคการทำงานกับคนญี่ปุ่นไว้หลายประเด็นในอดีตคือ 1) การวางแผนงานโดยใช้ PDCA แบบใหม่ที่เรียกว่า O-PDCA และ R-PDCA 2) การบริหารงานและวิเคราะห์ปัญหาโดยตระหนักถึง “มนได” และ “คะได” 3) วิธีลดปริมาณงานที่ไม่สร้างคุณค่าโดยการวิเคราะห์&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>การฝึกคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วย “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)”</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-69902"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ชาวญี่ปุ่นนั้นมีลักษณะที่เขียนอีเมลหรือเขียนจดหมายได้ยาวมาก อีกทั้งการนำเสนอในวาระต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มจะยาวนานกว่าชาติอื่นเนื่องจากลักษณะภาษาและวัฒนธรรมการสื่อสารที่นิยมถ่ายทอดข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผู้เขียนเคยได้กล่าวถึงเทคนิคการทำงานกับคนญี่ปุ่นไว้หลายประเด็นในอดี</strong>ตคือ</p>
<p>1) <a href="https://www.marumura.com/o-pdca-and-r-pdca/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">การวางแผนงานโดยใช้ PDCA แบบใหม่ที่เรียกว่า O-PDCA และ R-PDCA</span></a></p>
<p>2) <a href="https://www.marumura.com/mondai-and-kadai/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">การบริหารงานและวิเคราะห์ปัญหาโดยตระหนักถึง “มนได” และ “คะได”</span></a></p>
<p>3) <a href="https://www.marumura.com/working-process-and-job-in-japanese/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">วิธีลดปริมาณงานที่ไม่สร้างคุณค่าโดยการวิเคราะห์ “ซะเงียว” และ “ชิโงะโตะ”</span></a></p>
<p>4) <a href="https://www.marumura.com/hourensou-in-digital-era/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ “โฮเร็นโซ” แบบใหม่สำหรับยุคดิจิทัล</span></a></p>
<p>วันนี้จะกล่าวถึงอีกแนวคิดที่องค์กรในประเทศญี่ปุ่นหลายแห่งนิยมใช้ในการฝึกพนักงานให้คิดอย่างเป็นระบบเชิงตรรกะ คือเทคนิคที่เรียกว่า “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)” ที่ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 空雨傘 ตรงตัว</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1">ความหมายของ “ฟ้า-ฝน-ร่ม” ในระบบองค์กรญี่ปุ่น</h3>
<p>เทคนิคที่หลายองค์กรในญี่ปุ่นใช้ฝึกพนักงานให้คิดอย่างเป็นระบบเชิงตรรกะมีดังนี้<br>
<strong>1. ฟ้า (โซระ: 空) หมายถึง:</strong><br>
a. สภาพท้องฟ้าในขณะนั้น<br>
b. ในแบบฝึกหัด “ฟ้า-ฝน-ร่ม” จะหมายถึง “ข้อเท็จจริง” หรือ Facts ของสถานการณ์นั้น ๆ<br>
c. ข้อเท็จจริงในส่วนของโซระ จะต้องเป็น Facts ล้วน ๆ ที่ไม่มีความคิดเห็นเจือปน เช่นตัวเลข หรือ ข้อมูลดิบ</p>
<p><strong>2. ฝน (อะเมะ: 雨) หมายถึง:</strong><br>
a. ฝนน่าจะตก<br>
b. ในแบบฝึกหัด “ฟ้า-ฝน-ร่ม” จะหมายถึง “การตีความ” สถานการณ์นั้น ๆ โดยใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไป<br>
c. ความคิดเห็นส่วนตัวในส่วนของอะเมะ จะเกิดขึ้นเมื่อพิจารณา Facts ในส่วนของโซระ แล้วใช้วิจารณญาณตัวเองตัดสิน</p>
<p><strong>3. ร่ม (คะซะ: 傘) หมายถึง:</strong><br>
a. ควรพกร่มไปด้วย<br>
b. ในแบบฝึกหัด “ฟ้า-ฝน-ร่ม” จะหมายถึง “การตัดสินใจลงมือทำ”<br>
c. การตัดสินใจลงมือทำในส่วนของคะซะ จะเกิดขึ้นเมื่อพิจารณา Facts ในส่วนของโซระ และพิจารณาความคิดเห็นที่กลั่นกรองแล้วในส่วนของอะเมะ แล้วจึงตัดสินใจลงมือทำ</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3-%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88">ตัวอย่างการนำ “ฟ้า-ฝน-ร่ม” มาใช้จริงแบบง่าย ๆ</h3>
<p>เพื่อหลีกเลี่ยงการหลงทางในเชิงการคิด และหลีกเลี่ยงการถ่ายทอดข้อมูลที่ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิดได้ จึงนิยมนำเทคนิคฟ้า-ฝน-ร่มมาใช้</p>
<p>ตัวอย่างการใช้ 1 – แบบอธิบายท้องฟ้าตรง ๆ<br>
1. 【空】 (โซระ): ท้องฟ้า ณ ขณะนั้นเป็นอย่างไร บรรยายตามข้อเท็จจริง (มีเมฆหรือไม่มีเมฆ? เมฆสีอะไร?)<br>
2. 【雨】 (อะเมะ): พิจารณาโซระแล้วว่ามีเมฆ และเป็นเมฆสีดำ จึงตีความได้ว่าอะเมะ (ฝน) น่าจะตก<br>
3. 【傘】 (คะซะ): พิจารณาโซระแล้วว่ามีเมฆ ตีความแล้วว่าอะเมะจะตก จึงตัดสินใจลงมือทำว่าจะพกคะซะ (ร่ม) ไปด้วย</p>
<p>ตัวอย่างการใช้ 2 – แบบใช้ในองค์กรธุรกิจ<br>
1. 【空】 (โซระ): ข้อเท็จจริง คือ ยอดลูกค้าน้อยลงกว่าเป้าที่วางไว้ ใช้ตัวเลขบอก Facts ได้<br>
2. 【雨】 (อะเมะ): ความคิดเห็นส่วนตัว คือ น่าจะเป็นเพราะ 1, 2, 3, 4 ตามที่ทีมวิเคราะห์ เช่น มีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้น, คู่แข่งออกโปรฯ กระหน่ำทำให้ดึงลูกค้าไปหมด, พนักงานฝ่ายบริการลูกค้ามีพฤติกรรมที่แย่ ฯลฯ<br>
3. 【傘】 (คะซะ): ตัดสินใจลงมือดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้ 1, 2, 3, 4 ตามที่พิจารณาโซระ และ อะเมะ ไป</p>
<p>มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เวลาทำงานจริง ๆ พอมีงานหลายงานประดังกันเข้ามา ต้องติดต่อสื่อสารทั้งทางอีเมล ทางไลน์ ทางโทรศัพท์ ทั้งประชุมเจอตัว ประชุมต่าง ๆ นานา ฯลฯ ตามสไตล์ญี่ปุ่น สามารถทำให้พนักงานทุกระดับสติหลุดเอาง่าย ๆ และทำให้วิจารณญาณรวมทั้งความสามารถในการคิดเชิงเหตุและผลลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ การใช้เทคนิค “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)” มากำกับให้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นลำดับขั้น และนำเสนอถ่ายทอดให้ผู้รับสารรับทราบอย่างเป็นลำดับขั้น จะช่วยลดความเข้าใจผิดและช่วยให้วิเคราะห์สถานการณ์ได้ตรงเป้ามากขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้น</p>
<p><strong>ผู้อ่านท่านใดสนใจ สามารถลองนำเทคนิค “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)” ไปใช้ในการนำเสนอของบริษัทตัวเองได้เช่นกัน แล้วจะพบว่าทำงานง่ายขึ้นพอสมควรเลย</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all">
<strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong><br>
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ &gt;&gt; <a href="https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98-Weerayuths-Ideas-110765424910879" title="">https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas</a>
</div>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=69488" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>รีวิว “มหาวิทยาลัยนานาชาติ” ของญี่ปุ่นเทียบกับของไทย</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=69063" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>โฮ-เร็น-โซในยุคดิจิทัล: ตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงแบบง่าย ๆ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=68506" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>เกิดเป็นเอเลี่ยนในญี่ปุ่นนั้นอยู่ยาก: เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยยังคงปฏิเสธไม่ให้ชาวต่างชาติเช่าที่พัก</b></a></span>n&gt;<br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=68131" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>CEFR คืออะไร แล้วทำไม JLPT ต้องใช้ CEFR ตั้งแต่ปี ค. ศ. 2025?</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=67752" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Soft Power และกรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว: มาพิจารณาการพัฒนา Soft Power ของญี่ปุ่นกัน</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพจาก </strong><br>
<a href="https://www.ft.com/content/602d49fa-b486-323b-b320-28d7bbbf631d" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ft.com/content/602d49fa-b486-323b-b320-28d7bbbf631d</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#การฝึกคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วย “ฟ้า-ฝน-ร่ม (โซระ-อะเมะ-คะซะ)”</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/04/Sora-Ame-Kasa-working-quote_cover.png</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/04/Sora-Ame-Kasa-working-quote_cover-320x240.png</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>องค์กรญี่ปุ่นชั้นนำหลายแห่งเริ่มผละออกจาก PDCA แล้วหันไปใช้ O-PDCA และ R-PDCA แทน</title>
		<link>https://www.marumura.com/o-pdca-and-r-pdca/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2022 10:17:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Working]]></category>
		<category><![CDATA[O-PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[R-PDCA]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงานแบบญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดแบบญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=58750</guid>

					<description><![CDATA[องค์กรญี่ปุ่นชั้นนำหลายแห่งเริ่มผละออกจาก PDCA แล้วหันไปใช้ O-PDCA และ R-PDCA แทน บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล www.marumura.com ผู้เชี่ยวชาญด้านญี่ปุ่นศึกษา หรือผู้ที่คุ้นเคยกับการทำงานแบบญี่ปุ่น น่าจะเคยได้ยินคำว่า PDCA กันมาแล้ว บางท่านก็ใช้ PDCA ในการบริหารงานมาโดยตลอด แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ในญี่ปุ่นนั้นปัจจุบันกลับมีหลายองค์กรค่อย ๆ เลิกใช้ PDCA กันแล้ว แต่หันมาใช้ O-PDCA และ/หรือ R-PDCA&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p>องค์กรญี่ปุ่นชั้นนำหลายแห่งเริ่มผละออกจาก PDCA แล้วหันไปใช้ O-PDCA และ R-PDCA แทน</p></blockquote>
<p><span id="more-58750"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านญี่ปุ่นศึกษา หรือผู้ที่คุ้นเคยกับการทำงานแบบญี่ปุ่น น่าจะเคยได้ยินคำว่า PDCA กันมาแล้ว บางท่านก็ใช้ PDCA ในการบริหารงานมาโดยตลอด แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ในญี่ปุ่นนั้นปัจจุบันกลับมีหลายองค์กรค่อย ๆ เลิกใช้ PDCA กันแล้ว แต่หันมาใช้ O-PDCA และ/หรือ R-PDCA แทนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ</strong></p>
<p>ก่อนอื่นมาทบทวนกันว่า PDCA คืออะไร ว่ากันว่าแนวคิด PDCA ต้นตำรับนั้นไม่ใช่ของญี่ปุ่น แต่เป็นของ William Edwards Deming เป็นวิศวกรและเป็นนักวิชาการชาวอเมริกันที่ได้ร่วมงานกับภาคการผลิตและภาคธุรกิจของญี่ปุ่น และได้รับสมญาว่าเป็น “พระบิดาแห่ง Quality Control” ในระบบโรงงาน ทั้ง Deming และทีมงานชาวญี่ปุ่นในหลายอุตสาหกรรมน่าจะมีการถ่ายทอดความรู้ให้กันและกันจนเกิดเป็นแนวคิด PDCA ขึ้นมา อันที่จริง Deming เองตอนหลังพัฒนาแนวคิดของตัวเองเป็น PDSA (Plan, Do, Study, Act) แต่ว่าฝั่งญี่ปุ่นยังนิยมใช้เป็น PDCA กันอยู่ ด้วยเหตุนี้บางท่านก็เลยเรียกวงจร PDCA ว่า “วงจรเดมิ่ง” ก็มี โดย PDCA แบบญี่ปุ่นคือ</p>
<p>P หมายถึง Plan คือการวางแผนก่อนลงมือทำ<br>
D หมายถึง Do คือการลงมือทำ หรือลงมือปฏิบัติตามแผน<br>
C หมายถึง Check คือการทบทวนและตรวจสอบ ว่าทำได้ตามแผนหรือไม่ มีอะไรต้องปรับปรุงหรือไม่ ค้นหาสาเหตุ<br>
A หมายถึง Act คือการปรับปรุงแก้ไข เมื่อพบปัญหาและสาเหตุของปัญหาแล้ว ต้องรีบแก้ไข</p>
<p>แต่เมื่อใช้ PDCA มากเกินไป ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เอากระบวนการขึ้นมาเป็นเป้าหมายแทน” คือแทนที่จะมีเป้าหมายชัดเจนในการทำงาน แล้วใช้ PDCA เป็นเพียงกระบวนการ (Process) แต่เมื่อท่องบ่นคำว่า PDCA PDCA PDCA กันมากครั้งเข้าจนกลายเป็นเหมือนคำสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้กระบวนการ PDCA กลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของหลายองค์กรไปแทน จึงสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้หลายองค์กรที่พลาดตรงนี้ไป จะทำ PDCA กี่ครั้งก็ล้มเหลวอยู่ดีเพราะ “หลุด” ออกจากเส้นทางที่ควรจะเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้ว</p>
<p>ในที่สุดหลายองค์กรจึงเริ่มตระหนักว่า PDCA นั้นเป็นเพียงกระบวนการ ไม่ใช่เป้าหมายของการทำธุรกิจแต่อย่างใด จึงต้องไม่ลืมจุดตั้งต้นคือ “เป้าหมาย (Objects)” ขององค์กรตัวเอง จึงเกิดแนวคิดให้ท่องเป็นคำว่า O-PDCA แทน โดย O หมายถึง เป้าหมาย (Objects) เพื่อไม่ให้ลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเป้าหมายนะ ไม่ใช่กระบวนการ PDCA ทุกคนกรุณาอย่าลืม ยังไง O ต้องสำคัญกว่า PDCA เสมอนะ! เป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมายของการทำงานจริง ๆ นั่นเอง ดังนั้นก่อนจะลงมือทำ PDCA ต้องพิจารณาเป้าหมายให้ถี่ถ้วน แล้วค่อยทำ PDCA ไม่ใช่ว่าเป้าหมายคือ PDCA แล้วต้องทุ่มเทแรงงานคน, เงิน, เวลา เพื่อทำเอกสารหรือสร้างกระบวนการ PDCA ขึ้นมาเหมือนที่หลายองค์กรประสบความล้มเหลวในการใช้ PDCA</p>
<p>อีกด้านหนึ่งคือ R-PDCA นั้นก็เป็นอีกแนวคิดที่มีไว้แก้เกม PDCA แบบเก่า เนื่องจาก PDCA แบบเก่านั้นฮิตมากในช่วงทศวรรษที่ 60s-80s และญี่ปุ่นเป็นเจ้าตลาดโลกชนิดแทบจะไร้คู่แข่ง จึงไม่ต้องพิจารณาสถานการณ์โลกหรือสถานการณ์ของคู่แข่งชาติอื่นเหมือนอย่างในยุคปัจจุบัน (ปี ค. ศ. 2022) ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นมากในระดับเอเชียจากจีนและเกาหลีใต้ แต่เมื่อญี่ปุ่นทำ PDCA แบบเดิม ๆ จนชิน ทำให้ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นหลายคนที่ยังยึดติดกับความสำเร็จของญี่ปุ่นในอดีต จึงกลายเป็นว่าทำ PDCA จาก “ประสบการณ์” หรือจาก “การมโนในจินตนาการ” ของตัวเอง ทำให้กระบวนการ PDCA ล้มเหลวเนื่องจากไม่ได้ทำ PDCA โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริงที่ทันเหตุการณ์ จึงเกิดแนวคิดใหม่เพื่อมาแก้ปัญหาตรงนี้คือแนวคิด R-PDCA</p>
<p>R ตัวนี้ย่อมาจาก Research หรือ Recognition ก็ได้ (แต่ละคนใช้คนละ R) แต่ที่เห็นตรงกันคือ R หมายถึง “ต้องตระหนักรู้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร” สายของ Research จะหมายถึง “การเก็บข้อมูลตามจริง, วิเคราะห์สถานการณ์จริง” ส่วนสายของ Recognition คือจะบอกให้ “ยอมรับความจริงตามที่มันเป็น” ให้ได้เสียก่อน ก่อนจะลงมือทำ PDCA เพราะที่เกิดปัญหาบ่อยครั้งมักจะเป็นกรณีว่าไม่ได้ใช้ตัว R เลย แต่ทำ PDCA เลยโดยไม่ได้เก็บข้อมูลตามจริง, ไม่ได้วิเคราะห์สถานการณ์จริงของตลาดหรือของคู่แข่ง, ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนแบ่งเป็นอันดับที่…..ในตลาดเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่พยายาม PDCA จากการมโนหรือยึดติดกับความสำเร็จเก่า ๆ ในอดีตที่ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ผู้บริหารที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมากในอดีตกระหน่ำทำ PDCA แบบเก่า ๆ จนองค์กรญี่ปุ่นจำนวนมากต้องค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป ก็มี</p>
<p><strong>ดังนั้น PDCA ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือการใช้ PDCA โดยไม่ยั้งคิด หรือใช้ PDCA เป็นเป้าหมายสูงสุดขององค์กรไปแทน หรือทำ PDCA แบบใช้จินตนาการไม่ได้ใช้ข้อเท็จจริง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวคิด O-PDCA หรือ R-PDCA เข้ามาฉุดรั้งให้ผู้ใช้ PDCA มีสติยั้งคิดมากขึ้นในการใช้ เพราะ PDCA ไม่ใช่ยาสารพัดโรค บางองค์กรอาจเลือกใช้เพียง O-PDCA หรือ R-PDCA ก็ได้ (แล้วแต่ว่าจะรักษาอาการขององค์กรอย่างไร) แต่บางองค์กรก็ใช้ทั้งคู่ก็มี ก็เลยจัดว่าทั้ง O-PDCA และ R-PDCA เป็นแนวคิดค่อนข้างใหม่อีกแนวที่องค์กรไทยเองก็สามารถนำมาปรับใช้ได้เช่นกัน</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=58274" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ทางสองแพร่ง (Dilemma) ระหว่าง พันธุกรรม VS ความพยายาม ในมังงะและอนิเมของญี่ปุ่น</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=57756" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>อี้โทะโกะโดะริ (好いとこ取り): การเอาสิ่งที่ดีของชาติอื่นมาพัฒนาต่อจนกลายเป็นของญี่ปุ่น</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://www.marumura.com/?p=57160" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>วะคง-โยไซ (和魂洋才): การผสมผสานจิตวิญญาณญี่ปุ่นและวิทยาการแบบตะวันตก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=56672" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ญี่ปุ่นมีมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เรียกว่า “มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศ” ด้วยนะ</b></a></span><br>
– <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ทำไมพระโพธิสัตว์กวนอิมในประเทศญี่ปุ่นถึงมีทั้งปางบุรุษและปางสตรี?</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ: </strong><br>
– <a href="https://deming.org/explore/pdsa/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://deming.org/explore/pdsa/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#องค์กรญี่ปุ่นชั้นนำหลายแห่งเริ่มผละออกจาก PDCA แล้วหันไปใช้ O-PDCA และ R-PDCA แทน</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2022/04/PDCA_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2022/04/PDCA_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
