<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Ando Takeshi &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/ando-takeshi/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Sun, 28 Jul 2024 13:20:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>Ando Takeshi &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรื่องหมาๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้มีแค่ฮาจิโกะเท่านั้นนะ!</title>
		<link>https://www.marumura.com/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[yui_zaa]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jul 2024 13:19:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Ando Takeshi]]></category>
		<category><![CDATA[Eight Below]]></category>
		<category><![CDATA[Hachiko]]></category>
		<category><![CDATA[japan dogs]]></category>
		<category><![CDATA[Sakhalin Husky]]></category>
		<category><![CDATA[taro and jiro]]></category>
		<category><![CDATA[The Japan National Institute of Polar Research]]></category>
		<category><![CDATA[สำรวจขั้วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[หมาญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=72187</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องหมาๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้มีแค่ฮาจิโกะเท่านั้นนะ! บทความโดย : yui_zaa www.marumura.com เมื่อพูดถึงเรื่องราวของสุนัขในญี่ปุ่นที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดี เชื่อว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องราวอันแสนจะน่าประทับใจของเจ้า Hachiko สุนัขพันธุ์อาคิตะที่สร้างตำนานในเรื่องความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของจนตัวตาย จนฮอลลีวูดได้นำเอาเรื่องราวของฮาจิโกะไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากคนทั้งโลกมาแล้ว … แต่รู้มั้ยว่าเรื่องราวความอเมซิ่งของสุนัขในแดนอาทิตย์อุทัยที่ถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์นั้นยังมีอีกนะ และนี่ละ…คือเรื่องราวที่เราจะเอามาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อคราวที่สถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติของญี่ปุ่น (The Japan National Institute of Polar Research) ตั้งคณะเพื่อมุ่งหน้าไปสำรวจแอนตาร์กติกบริเวณขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1957 โดยในคณะเดินทางครั้งนี้ประกอบไปด้วยทีมนักวิจัยจำนวน 11 คน และสุนัขสายพันธุ์ Sakhalin&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>เรื่องหมาๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้มีแค่ฮาจิโกะเท่านั้นนะ!</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-72187"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : yui_zaa<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เมื่อพูดถึงเรื่องราวของสุนัขในญี่ปุ่นที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดี เชื่อว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องราวอันแสนจะน่าประทับใจของเจ้า Hachiko สุนัขพันธุ์อาคิตะที่สร้างตำนานในเรื่องความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของจนตัวตาย จนฮอลลีวูดได้นำเอาเรื่องราวของฮาจิโกะไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากคนทั้งโลกมาแล้ว … แต่รู้มั้ยว่าเรื่องราวความอเมซิ่งของสุนัขในแดนอาทิตย์อุทัยที่ถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์นั้นยังมีอีกนะ และนี่ละ…คือเรื่องราวที่เราจะเอามาเล่าสู่กันฟังในวันนี้</strong></p>
<p>เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อคราวที่สถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติของญี่ปุ่น (The Japan National Institute of Polar Research) ตั้งคณะเพื่อมุ่งหน้าไปสำรวจแอนตาร์กติกบริเวณขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1957 โดยในคณะเดินทางครั้งนี้ประกอบไปด้วยทีมนักวิจัยจำนวน 11 คน และสุนัขสายพันธุ์ Sakhalin Husky ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยลากเลื่อนอีก 19 ตัว แม้จะเสียสุนัขไป 3 ตัว ในระหว่างการสำรวจ แต่ทีมวิจัยกลับได้สุนัขเพิ่มมาอีก 8 ตัว เนื่องจากเจ้า Shiroko ซึ่งเป็นหนึ่งในสุนัขที่ร่วมเดินทางไปนั้นได้ตั้งท้องและคลอดลูกออกมา ทำให้ชาวคณะมีสุนัขในฐานวิจัยรวมกันทั้งหมด 24 ตัวในท้ายที่สุด</p>
<p>การสำรวจเดินหน้าไปหนึ่งปีเต็มจนถึงปี ค.ศ.1958 จึงมีการส่งทีมวิจัยทีมที่สองเข้าไปยังฐานเพื่อสลับสับเปลี่ยนให้ทีมงานชุดแรกเดินทางกลับมาพัก แต่ระหว่างนั้นกลับเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันเนื่องจากเรือที่ขนส่งชาวคณะวิจัยผลัดที่สองนั้นกลับติดแหง็กอยู่ในผืนน้ำแข็งจนเดินหน้าต่อไปไม่ได้ และด้วยทรัพยากรที่ร่อยหรอบวกกับสภาพอากาศอันโหดร้ายระดับ -40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทางสถาบันต้องทำการอพยพคณะวิจัยชุดแรกกลับมาอย่างเร่งด่วนด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์ซึ่งสามารถขนส่งได้อย่างจำกัด ทำให้ชาวคณะตัดสินใจที่จะนำสุนัขบางส่วนกลับไปเท่าที่จะทำได้ และจำเป็นต้องทิ้งสุนัขอีก 15 ตัวเอาไว้ที่ฐาน ซึ่งทางคณะวิจัยได้ทำการล่ามโซ่สุนัขทุกตัวเอาไว้ และมีการทิ้งอาหารเอาไว้เพื่อให้พวกมันใช้ชีวิตได้ในระยะสั้นๆ เนื่องจากทุกคนคิดว่าทีมสำรวจชุดที่สองนั้นน่าจะมาถึงฐานได้ในเวลาอีกไม่กี่วันหากสภาพอากาศเริ่มดีขึ้น และจะได้ทำหน้าที่ดูแลเจ้าเพื่อนยากทั้งหลายต่อไป แต่ทีมงานไม่เคยไปถึงสถานีวิจัยนั้นเลยจนกระทั่งอีกหนึ่งปีต่อมา …</p>
<p>หลังการอพยพอย่างเร่งด่วน สภาพอากาศยิ่งทวีความเลวร้ายจนทำให้ทีมงานชุดที่สองไม่สามารถเดินทางไปยังฐานวิจัยได้ตามที่คาดไว้ ทีมงานทุกคนล้วนเสียใจที่ต้องทิ้งเพื่อนยากที่ร่วมงานกับพวกเขามาตลอดทั้ง 15 ชีวิตไว้เบื้องหลัง และไม่มีใครคาดหวังว่าพวกมันจะรอดชีวิตได้เนื่องจากถูกล่ามโซ่เอาไว้แถมยังไม่มีอาหาร – – ดังนั้น เมื่อทีมงานชุดที่สองเดินทางไปยังสถานีวิจัยในอีกหนึ่งปีต่อมา พวกเขาจึงประหลาดใจอย่างที่สุดเมื่อพบว่ามีสุนัขสองตัวยืนเห่าและกระดิกหางรออย่างดีใจเมื่อพวกมันเห็นเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือสถานี!!! – – ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะพวกมันคือ Taro และ Jiro ซึ่งเป็นสุนัข 2 ใน 15 ตัวที่ถูกล่ามโซ่ทิ้งเอาไว้รอความตายนั่นเอง!</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-72190" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_1.jpg" alt="" width="400" height="485" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_1.jpg 400w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_1-120x146.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_1-90x109.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_1-320x388.jpg 320w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" title=""></p>
<p>ทีมงานวิจัยพบซากสุนัข 7 ตัวที่เสียชีวิตโดยยังคงมีโซ่ล่ามไว้ ส่วนสุนัขอีก 8 ตัวที่เหลือนั้นสามารถหาทางหนีออกจากการถูกล่ามไปได้ แต่ 6 ใน 8 ตัว หายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาจึงได้พบแค่ทาโร่และจิโร่เพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่าทั้งคู่คือความมหัศจรรย์ของการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดได้อย่างน่าประหลาดใจ เชื่อกันว่าพวกมันเรียนรู้ที่จะช่วยกันล่าแมวน้ำหรือเพนกวินเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต และยังคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ กับสถานีวิจัย จึงทำให้พวกมันไม่หลงทางสะเปะสะปะไปไกลจนกลับมาไม่ได้ ที่สำคัญและน่าทึ่งอีกอย่างก็คือแม้จะต้องหิวโหยขนาดไหน แต่พวกมันไม่ได้แตะต้องซากของสุนัขที่เสียชีวิตคาโซ่ล่ามทั้ง 7 ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว! และการที่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะอันโหดร้ายถึงหนึ่งปี จึงทำให้เรื่องราวของทาโร่และจิโร่กลายเป็นข่าวที่ดังไปทั่วโลกในช่วงเวลานั้น</p>
<p>ว่ากันว่าสุนัขสายพันธ์ซาคาลิน ฮัสกี้ นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย โดยแรกเริ่มนั้นพวกมันถูกเลี้ยงเพื่อใช้งานโดยชาว Nivkh ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะ Sakhalin ซึ่งอยู่ใกล้กันกับเขตแดนแผ่นดินใหญ่ของประเทศรัสเซีย หน้าที่หลักของพวกมันคือการลากเลื่อนเพื่อขนส่งข้าวของต่างๆ ระหว่างเขตเกาะกับแผ่นดินใหญ่ในช่วงฤดูหนาวที่การเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ ด้วยความที่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเป็นหลัก พวกมันจึงน่ามีความสามารถพิเศษในการล่าปลาหรือแมวน้ำซึ่งมีอยู่มากมายเป็นอาหาร และเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมา</p>
<p>ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสหภาพโซเวียต ชาว Nivkh ถูกกวาดต้อนให้ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมาเป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม พวกเขาถูกจำกัดพื้นที่ในการอยู่อาศัยและหาอาหาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นทำให้สุนัขสายพันธุ์ท้องถิ่นอย่างซาคาลิน ฮัสกี้ แทบจะต้องสูญพันธุ์ไป เนื่องจากทางการโซเวียตคิดว่าการต้องเจียดงบประมาณไปเลี้ยงสุนัขเหล่านี้เพื่อใช้งานนั้นเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ จนกระทั่งเกิดสงครามระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซียในช่วงราวปี ค.ศ.1904 – 1905 ซึ่งทำให้เกิดการแบ่งพื้นที่การปกครองระหว่างสองประเทศกันใหม่ ชาว Nivkh จำนวนมากที่อาศัยอยู่บนเกาะซาคาลินทางตอนใต้จึงต้องมีการย้ายถิ่นฐานและเข้ามาอาศัยในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชาคาลิน ฮัสกี้บางส่วนถูกนำเข้ามาในแดนอาทิตย์อุทัย และได้ย้ายสำมะโนครัวมาชุบตัวกลายเป็นหนึ่งในสุนัขสายพันธ์ุท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา</p>
<p>เมื่อดูจากประวัติของสายพันธุ์แล้วจึงเริ่มเข้าใจได้ว่าทำไมเจ้าทาโร่และจิโร่จึงยังคงสามารถเอาชีวิตรอดมาได้จากสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของแอนตาร์กติกถึงหนึ่งปี หลังจากทีมวิจัยทีมที่สองเข้าไปพบทั้งคู่ เจ้าทาโร่นั้นถูกนำตัวกลับมายังซัปโปโร และได้ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยฮอกไกโดจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายในปี ค.ศ.1970 ซึ่งปัจจุบันร่างของทาโร่ยังคงมีการจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย – – ฝ่ายจิโร่นั้นยังคงได้สานต่อภารกิจเป็นสุนัขลากเลื่อนอยู่คู่กับทีมวิจัยแอนตาร์กติกต่อมาจนกระทั่งมันเสียชีวิตลงในปี 1960 หลังจากนั้น ร่างของมันได้ถูกนำกลับมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และธรรมชาติของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในสวนสาธารณะอุเอโนะกลางกรุงโตเกียว โดยถูกตั้งอยู่เคียงข้างกับร่างของเจ้าฮาจิโกะผู้โด่งดัง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-medium wp-image-72193" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-800x400.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-800x400.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-120x60.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-90x45.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-320x160.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2-560x280.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_2.jpg 960w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ในช่วงราวปี ค.ศ.1959 สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ของญี่ปุ่นได้ทำการสร้างรูปจำลองของสุนัข 15 ตัวซึ่งอยู่ในภารกิจสำรวจแอนตาร์กติกครั้งนี้ขึ้นมา โดยใช้ศิลปินที่ชื่อว่า <strong>Ando Takeshi</strong> ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่สร้างรูปปั้นฮาจิโกะที่เราทุกคนล้วนคุ้นตาบริเวณหน้าสถานีรถไฟชิบุย่า ซึ่งในยุคแรกนั้น รูปปั้นของสุนัขฮีโร่ทั้ง 15 ตัว ได้ถูกจัดแสดงอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโตเกียว ทาวเวอร์ ก่อนจะถูกเคลื่อนย้ายและส่งต่อไปจัดแสดงในพื้นที่ของ NIPR (National Institute of Polar Research) ตั้งแต่ปี ค.ศ.2013 จนถึงปัจจุบัน และยังได้มีการจัดทำรูปปั้นเป็นอนุสาวรีย์เล็กๆ สำหรับทาโร่และจิโร่ขึ้นในบริเวณสวนสาธารณะใกล้กับท่าเรือนาโกย่า โดยไม่ไกลกันนั้นคือเรือตัดน้ำแข็งที่มีชื่อว่า Fuji ซึ่งเป็นเรือที่เคยถูกใช้ในการสำรวจและวิจัยแอนตาร์กติกในช่วงปี ค.ศ.1965 – 1985</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-72189" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3-120x68.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3-90x51.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3-320x180.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_3-560x315.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>เรื่องราวของบรรดาสุนัขฮีโร่ในภารกิจนี้ ได้ถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Antarctica ในปี ค.ศ.1983, Eight Below ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งมีพอล วอล์กเกอร์นำแสดง รวมถึงละครโทรทัศน์เรื่อง Nankyoku Tairiku ของสถานี TBS ซึ่งออกฉายในปี ค.ศ.2011 ที่มี Takuya Kimura ร่วมแสดงด้วย ใครสนใจลองไปหาดูเพิ่มเติมกันได้จ้า – – และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจของบรรดาฮีโร่สี่ขาซึ่งรับหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้ช่วยตามล่าหาความรู้เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย แม้อาจจะแลดูเศร้าหมองและโหดร้ายในบางแง่มุมไปบ้าง แต่เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ว่า ไม่ว่าจะที่ไหนหรือช่วงเวลาใด สุนัขก็ยังคงเป็นเพื่อนคู่ใจที่จะทำหน้าที่ติดตามเราไปอย่างซื่อสัตย์และภักดีเสมอแบบไม่มีเงื่อนไข ใครมีโอกาสอย่าลืมแวะไปทักทายทั้งทาโร่และจิโร่ รวมถึงเพื่อนๆ ทั้ง 15 ตัวของพวกมันด้วยน้า</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : yui_zaa<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=72070" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>หนังสือการ์ตูนยุคแรกเริ่มของญี่ปุ่นเป็นยังไง ไปดูกัน!</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=71943" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>10 ลาย ‘Wagara’ กับความสวยที่ไม่ใช่แค่ลวดลาย แต่มีความหมายดีๆ ซ่อนอยู่</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=71823" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ส่องที่มาเทศกาล ‘Hanabi’ ดอกไม้ไฟแห่งปีที่คนญี่ปุ่นนับล้านรอคอย!</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=71659" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ก่อนจะเป็น หนึ่ง สอง สาม สี่ เดือนญี่ปุ่นเคยมีชื่อเรียกมาก่อนนะ!</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=71504" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ต้อนรับ Pride Month กับตำนาน LGBTQ+ แดนอาทิตย์อุทัย!</b></a></span></p>
<p><strong>อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก:</strong><br>
<a href="https://en.japantravel.com/blog/inu-dogs/67538#:~:text=Inu%2C%20as%20dogs%20are%20known,resist%20evil%20spirits%20and%20demons." title="">https://en.japantravel.com/blog/</a><br>
<a href="https://www.japanbyweb.com/taro-and-jiro/" title="">https://www.japanbyweb.com/taro-and-jiro/</a><br>
<a href="https://www.nippon.com/en/japan-topics/g02402/#:~:text=The%20grounds%20of%20the%20National,Research%20Expedition%20of%201957%E2%80%9358." title="">https://www.nippon.com/en/japan-topics/</a><br>
<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Taro_and_Jiro#:~:text=Taro%20(%E3%82%BF%E3%83%AD%3B%201955%E2%80%931970,1958%20Japanese%20Antarctic%20Research%20Expedition." title="">https://en.wikipedia.org/wiki/Taro_and_Jiro#</a><br>
<a href="https://www.linkedin.com/pulse/eight-below-real-story-gunzltd/" title="">https://www.linkedin.com/pulse/eight-below-real-story-gunzltd/</a><br>
<a href="https://www.japanhouselondon.uk/read-and-watch/dogs-and-japanese-cultures/#:~:text=The%20relationship%20between%20dogs%20and,to%20the%20J%C5%8Dmon%20period%20" title="">https://www.japanhouselondon.uk/read-and-watch/dogs-and-japanese-cultures/#</a><br>
<a href="https://play.google.com/store/movies/details/Eight_Below?id=_pViJXk380s&amp;hl=sr_Latn&amp;pli=1" title="">https://play.google.com/store/movies/details/</a><br>
<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Japanese_Antarctic_Research_Expedition" title="">https://en.wikipedia.org/wiki/Japanese_Antarctic_Research_Expedition</a><br>
<a href="https://dogs-in-history.blogspot.com/2017/06/taro-and-jiro-antarcticas-survivors.html" title="">https://dogs-in-history.blogspot.com/2017/06/taro-and-jiro-antarcticas-survivors.html</a><br>
<a href="https://www.japanbyweb.com/taro-and-jiro/" title="">https://www.japanbyweb.com/taro-and-jiro/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#เรื่องหมาๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้มีแค่ฮาจิโกะเท่านั้นนะ!</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2024/07/taro-jiro-dogs-of-japan-polar-research_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
