<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สูตรลับความงาม &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Oct 2025 12:03:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>สูตรลับความงาม &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘Beni’ จากดอกไม้สู่ใบหน้า สูตรลับความงามร้อยปีฉบับญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.marumura.com/beni-japanese-traditional-cosmetic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[yui_zaa]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 12:03:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[beni]]></category>
		<category><![CDATA[beni-choko]]></category>
		<category><![CDATA[beni-ita]]></category>
		<category><![CDATA[benimochi]]></category>
		<category><![CDATA[Isehan-Honten]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[ohaguro]]></category>
		<category><![CDATA[Shichi-go-san]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉบับญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลับความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับความงาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=80541</guid>

					<description><![CDATA[‘Beni’ จากดอกไม้สู่ใบหน้า สูตรลับความงามร้อยปีฉบับญี่ปุ่น บทความโดย : yui_zaa www.marumura.com เป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นคือหนึ่งในมหาอำนาจทางด้านความงามของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ดูแลผิวพรรณทั้งหลาย ก็บอกได้เลยว่าแบรนด์จากแดนอาทิตย์อุทัยนั้นได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของคุณภาพ และหากย้อนกลับไปในอดีต เจ้า ‘Beni’ ที่เรากำลังจะพูดถึง นับเป็นหนึ่งในเครื่องประทินโฉมยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องใช้กัน จะเรียกว่าเป็นเครื่องสำอางในตำนานอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ แล้วเจ้าเบนินี่มันคืออะไรกันนะ? พร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับมันเลยดีกว่า! สำหรับชาวอาทิตย์อุทัยในยุคเฮอัน (ค.ศ.794 – 1185) การแต่งหน้าอาจไม่ใช่แค่การประทินความงามให้ดูดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังเป็นการบ่งบอกถึงชนชั้น ฐานะทางสังคม หรืออายุของคนคนนั้นได้เป็นอย่างดี โดยชาวญี่ปุ่นในยุคก่อนจะนิยมแต่งหน้าทั้งหญิงและชาย ซึ่งชนชั้นสูงส่วนใหญ่จะแต่งหน้าเพื่อแสดงฐานะของตนเองต่อหน้าองค์จักรพรรดิ์ ว่ากันว่าการแต่งหน้าของชนชั้นสูงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของการแต่งหน้าแบบเกอิชาในยุคเอโดะ (ช่วงราวปี&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>‘Beni’ จากดอกไม้สู่ใบหน้า สูตรลับความงามร้อยปีฉบับญี่ปุ่น</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-80541"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : yui_zaa<a href="https://travel.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นคือหนึ่งในมหาอำนาจทางด้านความงามของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ดูแลผิวพรรณทั้งหลาย ก็บอกได้เลยว่าแบรนด์จากแดนอาทิตย์อุทัยนั้นได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของคุณภาพ และหากย้อนกลับไปในอดีต เจ้า ‘Beni’ ที่เรากำลังจะพูดถึง นับเป็นหนึ่งในเครื่องประทินโฉมยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องใช้กัน จะเรียกว่าเป็นเครื่องสำอางในตำนานอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ แล้วเจ้าเบนินี่มันคืออะไรกันนะ? พร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับมันเลยดีกว่า!</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-80549 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1.jpg" alt="‘Beni’ จากดอกไม้สู่ใบหน้า สูตรลับความงามร้อยปีฉบับญี่ปุ่น" width="800" height="534" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1-320x214.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1-560x374.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>สำหรับชาวอาทิตย์อุทัยในยุคเฮอัน (ค.ศ.794 – 1185) การแต่งหน้าอาจไม่ใช่แค่การประทินความงามให้ดูดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังเป็นการบ่งบอกถึงชนชั้น ฐานะทางสังคม หรืออายุของคนคนนั้นได้เป็นอย่างดี โดยชาวญี่ปุ่นในยุคก่อนจะนิยมแต่งหน้าทั้งหญิงและชาย ซึ่งชนชั้นสูงส่วนใหญ่จะแต่งหน้าเพื่อแสดงฐานะของตนเองต่อหน้าองค์จักรพรรดิ์ ว่ากันว่าการแต่งหน้าของชนชั้นสูงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของการแต่งหน้าแบบเกอิชาในยุคเอโดะ (ช่วงราวปี ค.ศ.1603 – 1867) อีกด้วย</p>
<p>ในยุคโบราณ การแต่งหน้าของชาวญี่ปุ่นถูกจำกัดให้ใช้เพียงแค่ 3 สี คือ ดำ ขาว และแดงเท่านั้น สำหรับการแต่งหน้าสไตล์เกอิชาที่เราๆ คุ้นตากันดี พวกเธอจะใช้แป้งสีขาวที่เรียกว่า oshiroi ทาบนใบหน้า ก่อนจะเติมสีให้ดวงตา คิ้ว และปากดูโดดเด่นขึ้นมาด้วยสีดำและสีแดง ซึ่งจะช่วยให้พวกเธอดูดึงดูดมากขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้แสงเทียนในเวลาให้บริการแก่ลูกค้า</p>
<p> </p>
<p>สีแดงสดที่ฉาบเคลือบให้การแต่งหน้าสไตล์ญี่ปุ่นดูสะดุดตานั้น เกิดจากสีแดงของดอกคำฝอยหรือ benihana ซึ่งนับเป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างมีราคาในยุคเอโดะ</p>
<p>ว่ากันว่าเจ้าดอกคำฝอยนั้นมีถิ่นกำเนิดในตะวันออกกลาง และได้เดินทางตามเส้นทางสายไหมผ่านประเทศจีนเข้ามาสู่ญี่ปุ่นในช่วงราวศตวรรษที่ 3 โดยชาวญี่ปุ่นโบราณจะสกัดสีแดงจากดอกคำฝอยออกมา จากนั้นจึงนำไปแปรรูปให้กลายเป็นเครื่องสำอางที่ใช้ได้ทั้งกับปาก แก้ม และดวงตา ซึ่งสีสันจากดอกเบนิฮานะนั้นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างมากทั้งในเหล่าเกอิชาและนักแสดงคาบูกิทั้งหลาย จนถึงในช่วงราวศตวรรษที่ 19 ซึ่งเครื่องสำอางจากตะวันตกเริ่มเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นและกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้คนนิยมกันอย่างแพร่หลายรวดเร็ว ทำให้ความนิยมในการใช้สีจากเบนิในการแต่งหน้านั้นค่อยๆ ซาลงไป</p>
<p> </p>
<p>จากข้อมูลของ <strong>Isehan-Honten</strong> ร้านสุดท้ายของญี่ปุ่นที่ผลิตเบนิด้วยเทคนิคดั้งเดิมนั้นระบุไว้ว่า กว่าจะได้เบนิหนึ่งตลับมาใช้ในการแต่งหน้า อาจจะต้องใช้ดอกคำฝอยเพื่อสกัดเม็ดสีออกมาถึงประมาณ 1,000 ดอก เนื่องจากเม็ดสีแดงในดอกคำฝอยแต่ละดอกนั้นมีปริมาณน้อยกว่า 1% ของดอกทั้งหมด และขั้นตอนในการสกัดออกมาต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวที่ค่อนข้างยุ่งยาก รวมถึงใช้เวลาค่อนข้างนานในการผลิต</p>
<p>ในอดีต ชาวญี่ปุ่นจะเริ่มปลูกดอกเบนิฮานะกันในช่วงราวเดือนมีนาคม เมื่อดอกเบนิบาน เกษตรกรจะเก็บดอกไม้ในช่วงเดือนกรกฎาคม และนำมันมาผ่านกระบวนการแปรรูปจนได้ benimochi ซึ่งเป็นแผ่นแป้งอัดแข็งที่เกิดจากการหมักกลีบดอกไม้แห้งเก็บไว้ จากนั้นจึงจะถูกนำส่งมายังเมืองเกียวโตซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตเบนิแหล่งใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-80548" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2-120x60.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2-90x45.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2-320x160.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_2-560x280.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ขั้นตอนการผลิตเบนิจะมีการเทส่วนผสมของน้ำด่าง น้ำส้มสายชูข้าว และน้ำส้มสายชูพลัม ลงบนแผ่นเบนิโมจิเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี จากนั้นจึงมีการนำเข้าเครื่องบีบอัดเพื่อบีบสกัดน้ำจากกลีบดอกไม้ออกมาจนได้น้ำสีแดงเข้ม แล้วจึงมีการนำเส้นใยกัญชงจุ่มลงไปเพื่อให้ดูดซับน้ำสีแดงเข้มเอาไว้จนเต็มที่ ก่อนจะนำกัญชงที่ดูดซับสีแล้วไปผสมในน้ำด่างตามขั้นต้นอีกครั้ง แล้วจึงห่อพวกมันด้วยผ้า ก่อนจะนำไปเข้าเครื่องบีบอัดเพื่อรีดน้ำสีแดงออกมาใหม่ โดยจะมีการทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายครั้ง จนกว่าจะได้สีแดงเบนิที่มีเม็ดสีเข้มข้นตามที่ผู้ผลิตต้องการ ก่อนจะนำไปกรองด้วยผ้าเนื้อละเอียดในขั้นตอนสุดท้าย จากนั้น เบนิจะถูกนำไปใส่ในตลับกระเบื้องเคลือบที่เรียกว่า <strong>beni-choko</strong> หรือพาเล็ทเล็กๆ ที่เรียกว่า <strong>beni-ita</strong> ซึ่งถ้าไม่บอกว่านี่คือตลับเบนิ เชื่อว่าหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นตลับเปล่า! เพราะเจ้าสีจากเบนินั้นจะถูกทาเคลือบพื้นผิวด้านในตลับเอาไว้ ซึ่งว่ากันว่าหากเป็นสีเบนิที่มีคุณภาพดี เมื่อเบนิแห้งสนิทติดพื้นผิวเมื่อไหร่ เม็ดสีแดงของพวกมันจะกลายเป็นสีเขียวอมทองเมทัลลิกที่ดูหรูหรา คล้ายกับการเคลือบเงาตลับด้านในให้มีความแวววาวอย่างน่าอัศจรรย์ และเมื่อต้องการใช้ ให้นำเอาพู่กันจุ่มน้ำแตะลงไปบนผิวด้านในตลับนิดหน่อย สีเขียวทองที่โดนน้ำจะกลับกลายเป็นสีแดงเพื่อให้คุณนำไปแต่งแต้มริมฝีปาก แก้ม หรือเปลือกตาได้อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งว่ากันว่าเบนิที่มีคุณภาพสูงเท่านั้นถึงจะสร้างมายากลเหล่านี้ได้!</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-80546" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4.jpg" alt="" width="450" height="300" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4.jpg 450w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" title=""></p>
<p>ชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณจะเชื่อมโยงสีแดงเข้ากับดวงอาทิตย์ ไฟ เลือด และชีวิต พวกเขาจึงเชื่อกันว่าสีแดงของเบนินั้นจะเป็นคล้ายเครื่องรางที่จะช่วยปกป้องทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามา ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนออกมาผ่านพิธีการต่างๆ เช่น เมื่อเด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งถูกพาไปศาลเจ้าครั้งแรก จะมีการแต้มเครื่องหมายด้วยเบนิหรือหมึกสีแดงเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย หรือเมื่อเด็กๆ มีอายุ 3, 5 หรือ 7 ปี ก็จะมีการมอบถุงเครื่องรางและเบนิโชโกะเป็นของขวัญให้เด็กๆ ในงานฉลอง shichi-go-san เป็นต้น</p>
<p> </p>
<p>นอกจากการแต่งหน้าแล้ว ในสมัยเอโดะนั้นยังมีธรรมเนียมการบ่งบอกสถานะตัวตนของแต่ละคนอีกหลายรูปแบบ เช่น เจ้าสาวมักนิยมทำฟันให้เป็นสีดำก่อนแต่งงาน ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่เรียกว่า <strong>ohaguro</strong> หรือคุณแม่มือใหม่จะนิยมโกนคิ้วออกหลังการคลอดผ่านพ้นไป หรือสตรีชั้นสูงในตระกูลซามูไรก็จะนิยมโกนคิ้วออกและเขียนคิ้วใหม่ที่ค่อนข้างบางเฉียบมาแทนที่</p>
<p> </p>
<p>สำหรับลำดับชั้นของเหล่าเกอิชา จะถูกบ่งชี้ด้วยการใช้เบนิเขียนที่ขอบตาและริมฝีปาก โดยเหล่าไมโกะหรือเกอิชาฝึกหัดในปีแรก จะได้รับอนุญาตให้ทาเบนิได้เฉพาะบริเวณริมฝีปากล่างเท่านั้น ในขณะที่ไมโกะรุ่นพี่หรือเกอิชาเต็มตัวจะทาริมฝีปากด้วยเบนิทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยจะนิยมทาสีให้บางกว่าริมฝีปากจริงเนื่องจากเชื่อกันว่าการทาปากแบบนี้จะช่วยให้แลดูอ่อนวัยกว่าที่เป็นนั่นเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-80547" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_3.jpg" alt="" width="300" height="300" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_3.jpg 300w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_3-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_3-120x120.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_3-90x90.jpg 90w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" title=""></p>
<p>เมคอัพสร้างความงามในแบบฉบับญี่ปุ่นนั้นเริ่มค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความงามตามอุดมคติจากชาติตะวันตกในช่วงราวยุคเมจิ (ค.ศ.1868 – 1912) เนื่องจากญี่ปุ่นเริ่มมีการเปิดประเทศต้อนรับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามา และชาวตะวันตกต่างลงความเห็นว่าความงามแบบญี่ปุ่นเช่นการทาฟันดำหรือโกนคิ้วนั้นล้วนเป็นเรื่องป่าเถื่อนสำหรับพวกเขา จนรัฐบาลญี่ปุ่นต้องออกกฎห้ามการทาสีฟันในราว ค.ศ.1870 ทำให้ความนิยมในการทาฟันสีดำในหมู่หญิงสาวค่อยๆ จางหายไป แป้งโอชิโรอิสีขาวเจิดจ้า ถูกแทนที่ด้วยการใช้แป้งฝุ่นและสกินแคร์จากต่างชาติ เบนิถูกตีตลาดด้วยบลัชออนและลิปสติกหลากสีสัน เพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าฉันเป็นสาวสมัยใหม่ที่ทันเทรนด์ทันกระแส ความสวยงามและแฟชั่นของสาวญี่ปุ่นเริ่มได้รับอิทธิพลจากนักแสดงภาพยนตร์ที่พวกเธอได้ชมกันตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมรอบด้าน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเสื่อมสลายความสวยจากเมคอัพในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-80545" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5.jpg" alt="" width="800" height="511" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5-120x77.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5-90x57.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5-320x204.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_5-560x358.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>สำหรับใครที่สนใจ สามารถแวะไปชมเรื่องราวของเบนิได้ในพิพิธภัณฑ์เบนิซึ่งอยู่ในโตเกียวนี่เองน้า นอกจากจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมา ได้เห็นถึงความละเมียดละไมในการผลิตเบนิรวมถึงแพ็คเกจจิ้งสุดประณีตหลากหลายรูปแบบแล้ว คุณยังสามารถช้อปเบนิติดไม้ติดมือกลับบ้านมาได้ด้วยน้า สนนราคาของเจ้าเบนิก็จะอยู่ที่ราวๆ 10,000 – 80,000 เยนเท่านั้น!! </strong></p>
<p><strong>ว่ากันว่าความเด็ดของเบนินั้นยังอยู่ที่การเป็นสีสันซึ่งติดอยู่บนริมฝีปากแต่ไม่ทิ้งรอยคราบไว้บนภาชนะต่างๆ เนื่องจากมันไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเหมือนกับลิปสติกสมัยใหม่ จะจริงเท็จแค่ไหน ใครใจถึง งบถึง ต้องไปลอง!</strong></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : yui_zaa<a href="https://travel.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=80385" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>รู้จักกับ 3 ซามูไรที่ไร้เลือดญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=78747" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>13 เรื่องจริงของฟูจิ ที่คุณอาจไม่เคยรู้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=78583" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>12 ราศีสไตล์ Nintendo – คุณเป็นใครในจักรวาลเกมสุดคลาสสิก ‘Super Smash Bros’?</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=78079" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>12 สวนสวยญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ชอบดอกไม้ก็ฟิน ชอบถ่ายรูปเช็คอินก็ฉ่ำใจ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=67642" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>สยองผีญี่ปุ่น : อินุกามิ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=77324" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>จากอดีตถึงปัจจุบัน กับวัฒนธรรมการนอกใจในญี่ปุ่น</b></a></span></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ:<br>
– <a href="https://www.tokyoweekender.com/health-and-beauty/beni-japans-timeless-cosmetic-secret/" title="">https://www.tokyoweekender.com/</a><br>
– <a href="https://artsandculture.google.com/story/japanese-traditional-craft-beni-for-cosmetics-museum-of-beni/CAUB-_31O6pLJA?hl=en" title="">https://artsandculture.google.com/</a><br>
– <a href="https://www.isehan-beni.co.jp/en/museum/" title="">https://www.isehan-beni.co.jp/en/museum/</a><br>
– <a href="https://www.isehan-beni.co.jp/en/about/" title="">https://www.isehan-beni.co.jp/en/about/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#‘Beni’ จากดอกไม้สู่ใบหน้า สูตรลับความงามร้อยปีฉบับญี่ปุ่น</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2025/10/Beni-Japanese-Traditional-Cosmetic_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
