<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตระกูลขุนนาง &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/tag/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Oct 2026 14:33:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>ตระกูลขุนนาง &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2026 14:33:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Choshu]]></category>
		<category><![CDATA[Sakamoto Ryoma]]></category>
		<category><![CDATA[Satcho Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลชิมะซึ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามโบชิน Boshin War]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=89117</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงเหตุการณ์สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะและการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของแคว้นซัตสึมะจากที่เคยต่อต้านชาวต่างชาติมาเป็นการผูกมิตรและรับวิทยาการไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) และเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มไฟแรง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำคนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสะสางอำนาจกับรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน Shimazu Hisamitsu ในขณะที่แคว้นซัตสึมะกำลังสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านกองทัพและเศรษฐกิจ ทางฝั่งของ แคว้นโจชู (Choshu)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-89117"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงเหตุการณ์สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะและการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของแคว้นซัตสึมะจากที่เคยต่อต้านชาวต่างชาติมาเป็นการผูกมิตรและรับวิทยาการไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) และเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มไฟแรง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำคนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสะสางอำนาจกับรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-89123 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน" width="800" height="1029" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-120x154.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-90x116.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-320x412.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-560x720.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-hisamitsu" style="text-align: center;">Shimazu Hisamitsu</h5>
<p>ในขณะที่แคว้นซัตสึมะกำลังสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านกองทัพและเศรษฐกิจ ทางฝั่งของ แคว้นโจชู (Choshu) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู กลับตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง แคว้นโจชูเป็นหนึ่งในแคว้นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักที่ยึดมั่นในแนวคิดขับไล่ชาวต่างชาติและถวายคืนอำนาจให้กับพระราชสำนักเกียวโตอย่างสุดโต่ง พวกเขาเคยก่อเหตุปะทะและพยายามยึดอำนาจในเมืองหลวง แต่ถูกกองกำลังผสมของแคว้นซัตสึมะและแคว้นไอสึขับไล่ออกไปเสียก่อน รัฐบาลโชกุนจึงใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการส่งกองทัพขนาดมหึมานับหมื่นนายมาบุกโจมตีแคว้นโจชูเพื่อลงโทษในฐานะกบฏ หรือที่เรียกว่า สงครามโจชูครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2</p>
<p>ในสายตาของรัฐบาลโชกุนและแคว้นอื่นๆ ในเวลานั้น แคว้นโจชูเปรียบเสมือนกบฏนอกกฎหมายที่ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก ไม่มีแคว้นไหนกล้าให้ความช่วยเหลือหรือคบค้าด้วยเพราะเกรงกลัวอำนาจของรัฐบาลกลาง แต่ทว่า ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและวิกฤตการณ์ใกล้ล่มสลายของแคว้นโจชูนั่นเอง บุรุษผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมองการณ์ไกลกว่าใครอย่าง <strong>ซากาโมโต เรียวมะ (Sakamoto Ryoma)</strong> ซามุไรพเนจรจากแคว้นโทสะ ได้มองเห็นภาพรวมของประเทศว่า หากแคว้นใหญ่ทั้งสองแคว้นนี้ยังคงรบราฆ่าฟันกันเองตามเกมการเมืองของรัฐบาลโชกุน ญี่ปุ่นก็จะอ่อนแอลงและตกเป็นเหยื่อของชาติตะวันตกอย่างแน่นอน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89124" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-320x214.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-560x374.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="sakamoto-ryoma" style="text-align: center;">Sakamoto Ryoma</h5>
<p>เรียวมะจึงได้ใช้ความพยายามอย่างหนักในการทำหน้าที่เป็นคนกลางผู้ประสานรอยร้าว ระหว่างแคว้นซัตสึมะซึ่งเปรียบเสมือนเสือใต้ และแคว้นโจชูซึ่งเปรียบเสมือนเสือเหนือ ในอดีตทั้งสองแคว้นนี้มีความเกลียดชังและเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาอย่างยาวนาน การจะให้ซัตสึมะและโจชูมาจับมือเป็นพันธมิตรกันได้จึงถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการเจรจาอันชาญฉลาดของเรียวมะ ประกอบกับความต้องการทางธุรกิจและการทหารที่ลงตัว ทำให้ในที่สุด <strong>พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู (Satcho Alliance)</strong> ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างลับๆ ในเมืองเกียวโต ปี ค.ศ. 1866</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89122" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance.jpg" alt="" width="550" height="515" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance.jpg 550w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-120x112.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-90x84.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-320x300.jpg 320w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" title=""></p>
<h5 id="satcho-alliance" style="text-align: center;">Satcho Alliance</h5>
<p>สาระสำคัญของพันธมิตรลับฉบับนี้คือ การที่แคว้นซัตสึมะซึ่งมีฐานะการเงินมั่นคงและมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวอังกฤษ จะแอบทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนสมัยใหม่ เรือรบ และกระสุนจำนวนมหาศาล ส่งมอบให้กับแคว้นโจชูผ่านทางบริษัทการค้า เพื่อนำไปใช้ต่อสู้กับกองทัพของรัฐบาลโชกุน ในขณะที่แคว้นโจชูซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการรบภาคพื้นดินและมีความเด็ดเดี่ยว ก็จะเป็นกำลังรบแนวหน้าในการปะทะกับกองทัพโชกุน เมื่อกองทัพของรัฐบาลโชกุนยกพลมาบุกโจมตีแคว้นโจชูครั้งที่ 2 ในเวลาต่อมา พวกเขาจึงต้องพบกับความประหลาดใจครั้งใหญ่ เพราะกองทัพโจชูไม่ได้ใช้อาวุธดาบและธนูแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลับเพียบพร้อมไปด้วยปืนไรเฟิลทันสมัยที่ส่งตรงมาจากซัตสึมะ ผลลัพธ์คือ กองทัพโชกุนแตกพ่ายยับเยินกลับไปอย่างไม่เป็นท่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลโชกุนจนถึงรากโคน และพิสูจน์ให้เห็นถึงอานุภาพของพันธมิตรซัตสึมะ-โจชู</p>
<p>หลังจากที่รัฐบาลโชกุนสูญเสียอำนาจการควบคุมทางการทหารและความน่าเชื่อถือไปอย่างสิ้นเชิง สถานการณ์การเมืองของญี่ปุ่นก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย องค์จักรพรรดิและขุนนางในราชสำนักเริ่มหันมาฟังเสียงของกลุ่มปฏิรูปมากขึ้น ในช่วงเวลานี้เอง บุคคลสำคัญจากแคว้นซัตสึมะอย่าง ไซโก ทากาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ รวมถึงซอโก โชจิโร่จากแคว้นโทสะ ได้ร่วมกันผลักดันแผนการถ่ายโอนอำนาจบริหารประเทศกลับคืนสู่พระราชสำนัก โดยพยายามหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองขนาดใหญ่ที่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ</p>
<p>ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1867 โชกุนคนสุดท้าย โตกุกาวะ โยชิโนบุ (Tokugawa Yoshinobu) ผู้มองเห็นสถานการณ์ว่าตนเองไม่อาจต้านทานกระแสความเปลี่ยนแปลงและกำลังทหารของพันธมิตรซัตสึมะ-โจชูได้อีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจประกาศ ถวายคืนพระราชอำนาจ (Taisei Hokan) กลับคืนสู่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ การประกาศครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอย่างเป็นทางการของระบอบการปกครองโดยรัฐบาลโชกุนและยุคสมัยแห่งซามุไรที่ยาวนานกว่า 700 ปี แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของตระกูลชิมะซึได้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>ทว่า การสละอำนาจของโชกุนไม่ได้หมายความว่าอำนาจเก่าจะยอมสลายตัวไปโดยง่าย กลุ่มขั้วอำนาจเก่าและกองกำลังที่ยังจงรักภักดีต่อตระกูลโตกุกาวะเริ่มรวมตัวกันเพื่อต่อต้านรัฐบาลใหม่ นำไปสู่การปะทะกันใน <strong>สงครามโบชิน (Boshin War)</strong> สงครามกลางเมืองครั้งสุดท้ายของญี่ปุ่น กองทัพพันธมิตรซัตสึมะและโจชูที่มีกองกำลังทหารสวมชุดเครื่องแบบตะวันตกและถือปืนไรเฟิลทันสมัย ได้ยาตราทัพขึ้นเหนือเพื่อกวาดล้างกองกำลังฝ่ายโชกุนจนราบคาบ ทัพของซัตสึมะภายใต้การนำของไซโก ทากาโมริ สามารถรุกคืบเข้ายึดครองปราสาทเอโดะได้อย่างราบรื่น เปิดทางให้ประเทศญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการปฏิรูปเมจิ และนำพาบุคลากรจากแคว้นซัตสึมะก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำหลักในการบริหารประเทศยุคใหม่</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อครับว่า เมื่อสิ้นสุดสงครามและการปฏิรูปประเทศเริ่มต้นขึ้นแล้ว ความขัดแย้งทางความคิดระหว่างเพื่อนรักอย่างไซโก ทากาโมริ และรัฐบาลเมจิจะดำเนินไปอย่างไร จุดจบของเหล่านักรบซัตสึมะในเหตุการณ์กบฏซัตสึมะจะมีความดุเดือดและน่าเศร้าสลดเพียงใด อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เบื้องหลังความสำเร็จในการยึดครองและเจรจาสงบศึกเพื่อรักษาเมืองเอโดะไม่ให้ถูกเพลิงไหม้ทำลายล้างในช่วงสงครามโบชินนั้น เกิดจากการพบกันอย่างลับๆ ระหว่าง ไซโก ทากาโมริ แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นซัตสึมะ กับ คัตสึ ไคชู ตัวแทนผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลโชกุน ทั้งสองคนเคยเป็นคู่ศัตรูกันในสนามรบ แต่ด้วยความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะลูกผู้ชายและการมองเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ไซโกจึงยอมรับข้อเสนอในการส่งมอบปราสาทเอโดะโดยสันติ ทำให้เมืองหลวงและชีวิตของผู้คนนับล้านรอดพ้นจากภัยสงครามและการนองเลือดครั้งใหญ่ได้อย่างน่าอัศจรรย์</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88821" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Satchu Alliance – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/satchu-alliance.856/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/satchu-alliance.856/</span></a>)<br>
• Boshin War – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Boshin_War" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Boshin_War</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• <a href="https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/106" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/106</span></a><br>
• <a href="https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html</span></a><br>
• <a href="https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2026 12:37:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Anglo-Satsuma War]]></category>
		<category><![CDATA[Kirisute Gomen]]></category>
		<category><![CDATA[Kobu Gattai]]></category>
		<category><![CDATA[Namamugi]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Hisamitsu]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Tadayoshi]]></category>
		<category><![CDATA[Sonno Joi]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซัตสึมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88821</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงการจากไปอย่างกะทันหันของชิมะซึ นาริอากิระ ไดเมียวผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ผู้ริเริ่มโครงการอุตสาหกรรมชูเซคังไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่ออำนาจการบริหารแคว้นทั้งหมดได้ตกไปอยู่ในมือของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของนาริอากิระ ซึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน ชิมะซึ ทาดาโยชิ (Shimazu Tadayoshi) บุตรชายของตนที่ยังอายุน้อย&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88821"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงการจากไปอย่างกะทันหันของชิมะซึ นาริอากิระ ไดเมียวผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ผู้ริเริ่มโครงการอุตสาหกรรมชูเซคังไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่ออำนาจการบริหารแคว้นทั้งหมดได้ตกไปอยู่ในมือของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของนาริอากิระ ซึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน ชิมะซึ ทาดาโยชิ (Shimazu Tadayoshi) บุตรชายของตนที่ยังอายุน้อย</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88827 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ" width="585" height="800" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1.jpg 585w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-120x164.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-90x123.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-320x438.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-560x766.jpg 560w" sizes="(max-width: 585px) 100vw, 585px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-hisamitsu-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-harada-naojiro" style="text-align: center;">Shimazu Hisamitsu (โดย Harada Naojirō)</h5>
<p>ฮิซามิตสึมีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างจากนาริอากิระอยู่บ้าง ในขณะที่นาริอากิระมุ่งเน้นการปฏิรูปเทคโนโลยีและการเปิดรับวิทยาการตะวันตกอย่างเต็มที่ ฮิซามิตสึกลับเป็นนักการเมืองที่มุ่งเน้นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก เขาสนับสนุนแนวคิด <strong>โคบุ กัตไต (Kobu Gattai)</strong> หรือการประสานรอยร้าวและรวมอำนาจระหว่างราชสำนักเกียวโตและรัฐบาลโชกุนเอโดะเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการรับมือกับมหาอำนาจตะวันตกที่กำลังคุกคามญี่ปุ่น</p>
<h5 id=""><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88826" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2.jpg" alt="" width="600" height="901" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2.jpg 600w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-120x180.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-90x135.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-320x481.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-560x841.jpg 560w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" title=""></h5>
<h5 id="shimazu-tadayoshi" style="text-align: center;">Shimazu Tadayoshi</h5>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลักดันแนวคิดนี้ ในปี ค.ศ. 1862 ฮิซามิตสึได้นำกองทัพซามุไรชาวซัตสึมะนับพันนายเดินทางไปยังเมืองหลวงเกียวโตเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิ และเดินทางต่อไปยังเมืองเอโดะเพื่อกดดันให้รัฐบาลโชกุนยอมรับข้อเสนอการปฏิรูป การแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของฮิซามิตสึในครั้งนั้นสร้างความเกรงขามให้กับรัฐบาลโชกุนเป็นอย่างมาก แต่ทว่า เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นกลับไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุมเจรจาทางการเมือง แต่กลับเกิดขึ้นบนถนนสายเล็กๆ ในหมู่บ้านนามะมุงิระหว่างการเดินทางกลับ</p>
<p>ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1862 ขบวนเดินทางอันยิ่งใหญ่ของฮิซามิตสึและเหล่าซามุไรผู้คุ้มกันกำลังเดินทางกลับจากเอโดะมุ่งหน้าสู่เกียวโต เมื่อขบวนเดินทางมาถึง<strong>หมู่บ้านนามะมุงิ (Namamugi)</strong> ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองท่าโยโกฮาม่า พวกเขาได้เผชิญหน้ากับกลุ่มชาวอังกฤษสี่คนที่กำลังขี่ม้าสวนทางมา หนึ่งในนั้นคือ <strong>ชาร์ลส์ เลนน็อกซ์ ริชาร์ดสัน (Charles Lennox Richardson)</strong> พ่อค้าชาวอังกฤษที่มาจากเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับเพื่อนชายสองคนและหญิงอีกหนึ่งคน</p>
<p>ตามธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัดของญี่ปุ่นในยุคเอโดะ เมื่อขบวนของไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลเดินทางผ่าน สามัญชนทุกคนจะต้องคุกเข่าก้มหัวลงกับพื้นเพื่อแสดงความเคารพ และห้ามผู้ใดตัดหน้าขบวนเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืน ซามุไรมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะลงดาบสังหารได้ทันทีโดยไม่มีความผิด ซึ่งเรียกว่า<strong>กฎ คิริซุเตะ โกเม็ง (Kirisute Gomen)</strong> แต่ทว่ากลุ่มชาวอังกฤษซึ่งไม่คุ้นเคยและอาจไม่ใส่ใจกับธรรมเนียมของญี่ปุ่น ไม่ยอมลงจากหลังม้า และยังคงขี่ม้าฝ่าเข้าไปในขบวนของซัตสึมะด้วยความประมาทและขาดความระมัดระวัง</p>
<p>การกระทำดังกล่าวถือเป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรงในสายตาของเหล่านักรบซัตสึมะ ซามุไรผู้ทำหน้าที่คุ้มกันขบวนนำโดย นาริฮาระ คิโยซากิ จึงชักดาบคาตานะออกมาระดมฟันเข้าใส่กลุ่มชาวอังกฤษทันที ริชาร์ดสันได้รับบาดเจ็บสาหัสและตกจากหลังม้า ก่อนที่จะถูกซามุไรซัตสึมะปลิดชีพในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนชายอีกสองคนได้รับบาดเจ็บแต่สามารถหลบหนีไปพร้อมกับสตรีในกลุ่มได้ เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า <strong>เหตุการณ์นามะมุงิ (Namamugi Incident)</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88825 size-medium" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-800x397.jpg" alt="" width="800" height="397" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-800x397.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-120x60.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-90x45.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-320x159.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-560x278.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-1160x576.jpg 1160w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover.jpg 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="the-namamugi-incidentukiyo-e-open-source" style="text-align: center;">The Namamugi Incident<br>
(ukiyo-e, open source)</h5>
<p>ข่าวการสังหารชาวอังกฤษแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วและสร้างความโกรธแค้นให้กับรัฐบาลอังกฤษเป็นอย่างมาก อุปทูตอังกฤษประจำญี่ปุ่นได้ยื่นคำขาดเรียกร้องให้รัฐบาลโชกุนกล่าวคำขอโทษและจ่ายเงินค่าทำขวัญจำนวน 100,000 ปอนด์ ซึ่งรัฐบาลโชกุนที่กำลังอ่อนแอก็ยอมจ่ายแต่โดยดี นอกจากนี้ อังกฤษยังเรียกร้องให้แคว้นซัตสึมะจ่ายเงินค่าทำขวัญอีก 25,000 ปอนด์ พร้อมทั้งให้ส่งตัวผู้ลงดาบสังหารริชาร์ดสันมาลงโทษประหารชีวิต แต่ทว่าแคว้นซัตสึมะที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีนักรบ ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>การปฏิเสธของซัตสึมะนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1863 กองเรือรบของราชนาวีอังกฤษจำนวน 7 ลำ ภายใต้การบังคับบัญชาของ<strong>พลเรือโท เอากุสตุส คูเปอร์ (Augustus Kuper)</strong> ได้แล่นเข้ามาปิดล้อมอ่าวคาโงชิมะ เมืองหลวงของแคว้นซัตสึมะ เพื่อใช้กำลังบีบบังคับให้ซัตสึมะยอมจำนน กองเรืออังกฤษได้ทำการยึดเรือกลไฟของซัตสึมะจำนวน 3 ลำที่จอดอยู่ในอ่าวเป็นตัวประกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการจุดชนวนสงครามอย่างเป็นทางการ</p>
<p>เมื่อเห็นเรือของตนถูกยึด ปืนใหญ่รักษาชายฝั่งของซัตสึมะที่ถูกผลิตขึ้นจากโรงงานชูเซคังตามดำริของอดีตไดเมียวนาริอากิระ ก็เปิดฉากระดมยิงเข้าใส่กองเรืออังกฤษทันที <strong>สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะ (Anglo-Satsuma War)</strong> จึงอุบัติขึ้น การดวลปืนใหญ่ระหว่างป้อมปราการบนฝั่งและกองเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในโลกดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้ว่ากองเรืออังกฤษจะมีเทคโนโลยีและอำนาจการยิงที่เหนือกว่ามาก แต่สภาพอากาศที่มีพายุไต้ฝุ่นพัดกระหน่ำ ประกอบกับความแม่นยำของปืนใหญ่ซัตสึมะ ทำให้เรือรบอังกฤษได้รับความเสียหายอย่างหนัก เรือธงของอังกฤษถูกยิงจนกัปตันและรองกัปตันเสียชีวิต</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เมืองคาโงชิมะก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงจากการระดมยิงปืนใหญ่ของอังกฤษ บ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือนถูกเพลิงไหม้ทำลายล้าง รวมถึงส่วนหนึ่งของโรงงานชูเซคังก็ได้รับความเสียหายด้วย แต่เมื่อกระสุนปืนใหญ่เริ่มร่อยหรอและสภาพอากาศเลวร้ายลง กองเรืออังกฤษจึงตัดสินใจถอนกำลังออกจากอ่าวคาโงชิมะและล่าถอยกลับไปยังโยโกฮาม่า ทิ้งให้แคว้นซัตสึมะอ้างชัยชนะในการขับไล่ผู้รุกรานได้สำเร็จ</p>
<p>แม้ซัตสึมะจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ผู้นำแคว้นและเหล่าซามุไรระดับสูงต่างตระหนักดีถึงความเป็นจริงที่โหดร้าย สงครามครั้งนี้ทำให้ชาวซัตสึมะตระหนักรู้แจ้งว่า ลำพังความกล้าหาญและกำลังทหารของแคว้นเดียว ไม่อาจต้านทานแสนยานุภาพทางทหารที่แท้จริงของชาติตะวันตกได้เลย <strong>แนวคิด ซนโน โจออย (Sonno Joi)</strong> หรือ เทิดทูนจักรพรรดิ ขับไล่คนเถื่อน ที่เคยเป็นกระแสหลักนั้น เป็นเพียงความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง</p>
<p>บทเรียนจากเลือดและเปลวเพลิงในสงครามครั้งนี้ นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญที่สุดของแคว้นซัตสึมะ แทนที่จะจมปลักอยู่กับความโกรธแค้นและเกลียดชังชาวต่างชาติ ผู้นำซัตสึมะกลับเลือกที่จะเดินหน้าเจรจาสันติภาพกับอังกฤษอย่างลับๆ พวกเขายอมจ่ายเงินค่าทำขวัญจำนวน 25,000 ปอนด์ตามที่อังกฤษเรียกร้อง และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ซัตสึมะได้เปลี่ยนศัตรูให้กลายมาเป็นพันธมิตร พวกเขาเริ่มติดต่อขอซื้ออาวุธปืนและเรือรบที่ทันสมัยจากอังกฤษโดยตรง เพื่อนำมาพัฒนากองทัพของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจากไฟสงครามระหว่างซัตสึมะและอังกฤษนี้เอง ที่จะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการเมืองญี่ปุ่นยุคบาคุมัตสึ การหันมารับวิทยาการและผูกมิตรกับมหาอำนาจตะวันตก ทำให้ซัตสึมะมีความมั่นใจและมีแสนยานุภาพมากพอที่จะท้าทายอำนาจของรัฐบาลโชกุนได้อย่างเต็มตัว และในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า การเติบโตทางความคิดของซัตสึมะนี้ จะนำไปสู่การจับมือกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างแคว้นโจชูได้อย่างไร และอะไรคือฟันเฟืองที่ทำให้รัฐบาลโชกุนโตกุกาวะที่ปกครองญี่ปุ่นมานานกว่า 250 ปีต้องล่มสลายลงในที่สุด</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เงินค่าทำขวัญจำนวน 25,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินญี่ปุ่นในสมัยนั้นประมาณ 100,000 เรียว ที่แคว้นซัตสึมะต้องจ่ายให้กับรัฐบาลอังกฤษนั้น เป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมาก ซัตสึมะใช้ชั้นเชิงทางการทูตโดยอ้างว่าตนเองไม่มีเงินสดมากพอ จึงไปขอกู้ยืมเงินก้อนนี้มาจากคลังของรัฐบาลโชกุนเอโดะเพื่อนำไปจ่ายให้อังกฤษ แต่หลังจากที่ซัตสึมะนำเงินไปจ่ายเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยชำระหนี้ก้อนนี้คืนให้กับรัฐบาลโชกุนเลยจนกระทั่งรัฐบาลโชกุนล่มสลาย ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เตะถ่วงที่ชาญฉลาดและแสบสันต์ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Namamugi Incident – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Namamugi_Incident" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Namamugi_Incident</span></a>)<br>
• Bombardment of Kagoshima (Anglo-Satsuma War) – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Bombardment_of_Kagoshima" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Bombardment_of_Kagoshima</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-hisamitsu-1817-1887.858/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-hisamitsu-1817-1887.858/</span></a><br>
• <a href="https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html</span></a><br>
• <a href="https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 14:26:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Oyura Sodo]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma Kiriko]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shohei Maru]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88629</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้เห็นภาพการดิ้นรนเอาตัวรอดและการสร้างความมั่งคั่งอย่างแยบยลของตระกูลชิมะซึ ด้วยการใช้ระบบประเทศราชสองฝ่ายเพื่อผูกขาดการค้ากับต่างชาติและน้ำตาลทรายดำในตอนที่แล้ว บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายยุคเอโดะ หรือที่หน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่ายุค บาคุมัตสึ ความสงบสุขที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่าสองร้อยปีภายใต้การปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะกำลังจะสิ้นสุดลง สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากโลกตะวันตกได้เริ่มพัดเข้ามาปะทะชายฝั่งอาทิตย์อุทัย และแคว้นซัตสึมะแห่งตระกูลชิมะซึก็คือแคว้นแรกๆ ที่สัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่นี้ ในช่วงเวลานั้น ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการพ่ายแพ้ของจักรวรรดิต้าชิงหรือประเทศจีนในสงครามฝิ่นต่อจักรวรรดิอังกฤษ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชนชั้นปกครองของญี่ปุ่นบางส่วนเป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือ ชิมะซึ นาริอากิระ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88629"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้เห็นภาพการดิ้นรนเอาตัวรอดและการสร้างความมั่งคั่งอย่างแยบยลของตระกูลชิมะซึ ด้วยการใช้ระบบประเทศราชสองฝ่ายเพื่อผูกขาดการค้ากับต่างชาติและน้ำตาลทรายดำในตอนที่แล้ว บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายยุคเอโดะ หรือที่หน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่ายุค บาคุมัตสึ ความสงบสุขที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่าสองร้อยปีภายใต้การปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะกำลังจะสิ้นสุดลง สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากโลกตะวันตกได้เริ่มพัดเข้ามาปะทะชายฝั่งอาทิตย์อุทัย และแคว้นซัตสึมะแห่งตระกูลชิมะซึก็คือแคว้นแรกๆ ที่สัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่นี้</strong></p>
<p>ในช่วงเวลานั้น ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการพ่ายแพ้ของจักรวรรดิต้าชิงหรือประเทศจีนในสงครามฝิ่นต่อจักรวรรดิอังกฤษ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชนชั้นปกครองของญี่ปุ่นบางส่วนเป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือ<strong> ชิมะซึ นาริอากิระ</strong> ไดเมียวคนที่ 11 แห่งแคว้นซัตสึมะ และผู้นำตระกูลชิมะซึรุ่นที่ 28 นาริอากิระผู้นี้ได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในไดเมียวที่ปราดเปรื่องและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่สุดในยุคบาคุมัตสึ เขาคือผู้ที่พลิกโฉมแคว้นซัตสึมะจากแคว้นนักรบแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสมัยใหม่แห่งแรกของญี่ปุ่น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88632" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3.jpg" alt="" width="550" height="775" data-wp-editing="1" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3.jpg 550w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-120x169.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-90x127.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-320x451.jpg 320w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-nariakira" style="text-align: center;">Shimazu Nariakira</h5>
<p>เส้นทางสู่การเป็นผู้นำแคว้นของนาริอากิระนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้เขาจะเป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก แต่บิดาของเขาคือ ชิมะซึ นาริโอกิ กลับโปรดปรานบุตรชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อ ฮิซามิตสึ ซึ่งเกิดจากภรรยาน้อยที่ชื่อโอยุระ มากกว่า ความลำเอียงนี้ลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในแคว้นที่รุนแรงและยืดเยื้อยาวนานหลายปี ซึ่งเรียกกันว่า <strong>กบฏโอยุระ (Oyura Sodo)</strong> กลุ่มขุนนางแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนนาริอากิระผู้ฝักใฝ่วิทยาการตะวันตก ส่วนอีกฝ่ายสนับสนุนฮิซามิตสึและแนวทางอนุรักษ์นิยม ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ผู้สนับสนุนของนาริอากิระหลายคนถูกบังคับให้คว้านท้องฆ่าตัวตาย กว่าที่นาริอากิระจะได้ขึ้นเป็นไดเมียวอย่างเป็นทางการก็ต้องรอจนถึงปี ค.ศ. 1851 เมื่อเขาอายุได้ 42 ปีแล้ว โดยต้องอาศัยการแทรกแซงจากรัฐบาลโชกุนที่เอโดะเพื่อให้บิดาของเขายอมสละตำแหน่ง</p>
<p>เมื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจ นาริอากิระก็ไม่รอช้าที่จะสานต่ออุดมการณ์ที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม นั่นคือการศึกษา รังกากุ หรือวิทยาการตะวันตกผ่านตำราภาษาดัตช์ นาริอากิระเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ลำพังจิตวิญญาณซามุไรและดาบคาตานะไม่อาจปกป้องญี่ปุ่นจากปืนใหญ่และเรือรบกลไฟของชาติตะวันตกได้ นโยบายปิดประเทศคือความล้าหลังที่จะนำพาชาติไปสู่หายนะ แนวทางเดียวที่จะทำให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคม คือการเปิดรับเทคโนโลยีตะวันตก สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างกำลังทหารให้แข็งแกร่ง หรือที่เรียกกันด้วยสโลแกนว่า ฟุโคคุ เคียวเฮ (ประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง) ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานนโยบายระดับชาติของรัฐบาลเมจิ</p>
<p>เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง นาริอากิระได้ริเริ่มโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ของยุคนั้นที่มีชื่อว่า <strong>ชูเซคัง (Shuseikan)</strong> ขึ้นที่เขตอิโซะ ในเมืองคาโงชิมะ โครงการชูเซคังไม่ใช่แค่โรงงานธรรมดา แต่เป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมสมัยใหม่แบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ไม่ได้พึ่งพาวิศวกรชาวตะวันตกเลยแม้แต่คนเดียว นาริอากิระอาศัยเพียงเงินทุนมหาศาลที่สะสมมาจากการผูกขาดการค้าของแคว้น ผนวกกับความสามารถของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นที่ต้องลองผิดลองถูกจากการอ่านและถอดรหัสแบบแปลนในตำราภาษาดัตช์เท่านั้น</p>
<p>ผลงานชิ้นโบแดงที่สำคัญที่สุดของโครงการชูเซคัง คือการก่อสร้างเตาหลอมเหล็กแบบสะท้อนความร้อน หรือ ฮันชาโระ (Reverberatory furnace) การสร้างเตาหลอมชนิดนี้มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้อิฐทนไฟที่สามารถทนความร้อนได้สูงนับพันองศาเซลเซียส ช่างชาวซัตสึมะต้องใช้เวลาวิจัยและทดลองอยู่นานกว่าจะสามารถผลิตอิฐทนไฟได้สำเร็จ เมื่อเตาหลอมเสร็จสมบูรณ์ แคว้นซัตสึมะก็สามารถหลอมเหล็กคุณภาพสูงเพื่อนำมาหล่อเป็นปืนใหญ่แบบตะวันตกได้สำเร็จ ทำให้ซัตสึมะกลายเป็นแคว้นที่มีอำนาจการยิงทางทหารที่ทรงพลังที่สุดแคว้นหนึ่งในญี่ปุ่น แซงหน้ากองทัพของรัฐบาลโชกุนไปอย่างไม่เห็นฝุ่น</p>
<p>นอกจากการผลิตอาวุธแล้ว นาริอากิระยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือ เขาตระหนักดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ หากไม่มีกองทัพเรือที่เข้มแข็งก็ไม่อาจป้องกันภัยจากทางทะเลได้ โครงการชูเซคังจึงได้เริ่มทำการต่อเรือรบแบบตะวันตก โดยผลงานชิ้นสำคัญคือการสร้างเรือ <strong>โชเฮมารุ (Shohei Maru)</strong> ซึ่งเป็นเรือใบแบบตะวันตกที่ต่อขึ้นด้วยฝีมือช่างชาวญี่ปุ่นทั้งหมด เรือลำนี้มีความสง่างามและมีประสิทธิภาพสูงมาก จนในเวลาต่อมา รัฐบาลโชกุนที่เอโดะต้องขอร้องให้แคว้นซัตสึมะต่อเรือแบบเดียวกันนี้เพื่อใช้เป็นเรือรบของรัฐบาลกลางเลยทีเดียว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88635" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1.jpg" alt="" width="800" height="378" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-120x57.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-90x43.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-320x151.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-560x265.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88633" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-120x68.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-90x51.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-320x180.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-560x315.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="shohei-maru" style="text-align: center;">Shohei Maru</h5>
<p>อุตสาหกรรมในชูเซคังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยุทโธปกรณ์ทางทหารเท่านั้น นาริอากิระยังมีวิสัยทัศน์ในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกและนำเงินตราเข้าประเทศ เขาได้สนับสนุนให้มีการทดลองผลิตเครื่องแก้วคริสตัลที่เรียกว่า <strong>ซัตสึมะ คิริโกะ (Satsuma Kiriko)</strong> ซึ่งเป็นการนำเทคนิคการเป่าแก้วและการเจียระไนแบบตะวันตกมาผสมผสานกับศิลปะญี่ปุ่น ทำให้ได้เครื่องแก้วที่มีสีสันสดใสโดยเฉพาะสีแดงทับทิมและการไล่ระดับสีที่งดงามเกินกว่าที่ชาติตะวันตกจะทำได้ในยุคนั้น นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว เทคนิคการทำแก้วนี้ยังถูกนำไปใช้ผลิตขวดแก้วสำหรับใส่สารเคมีในการทดลอง และผลิตเลนส์สำหรับกล้องโทรทรรศน์และกล้องถ่ายรูปอีกด้วย</p>
<p>ความหลงใหลในเทคโนโลยีของนาริอากิระครอบคลุมไปถึงวิทยาการล้ำสมัยอื่นๆ เขาเป็นไดเมียวชาวญี่ปุ่นคนแรกที่สั่งให้นำเข้ากล้องถ่ายรูปและทำการทดลองถ่ายภาพแบบดาแกโรไทป์ (Daguerreotype) จนประสบความสำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นคนญี่ปุ่นคนแรกที่ถูกถ่ายภาพไว้ได้ นอกจากนี้ เขายังริเริ่มการทดลองสร้างระบบโทรเลขขึ้นใช้ภายในบริเวณปราสาท การผลิตไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และการใช้ก๊าซเพื่อเป็นแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าซัตสึมะในยุคนั้นก้าวล้ำหน้ากว่ายุคสมัยไปมากเพียงใด</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชิมะซึ นาริอากิระ เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในเครื่องจักร แต่คือสายตาอันเฉียบแหลมในการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ เขาเป็นคนที่เปิดกว้างและไม่ยึดติดกับชนชั้นวรรณะที่เคร่งครัดของสังคมซามุไร หากใครมีความสามารถ เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนและดึงตัวมาใช้งาน นาริอากิระได้เลื่อนขั้นให้กับซามุไรระดับล่างที่ยากจนแต่มีสติปัญญาเฉียบแหลมหลายคน บุคคลที่โดดเด่นที่สุดที่ได้รับการอุปถัมภ์จากเขาคือ ซาอิโก ทากาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ นาริอากิระได้ดึงตัวซาอิโกจากเสมียนบ้านนอกให้เข้ามารับใช้ใกล้ชิด และมอบหมายให้ทำงานสำคัญทางการเมืองที่นครเอโดะและเกียวโต ซามุไรหนุ่มเหล่านี้ได้ซึมซับอุดมการณ์และความรักชาติจากนาริอากิระ และต่อมาพวกเขาคือกำลังสำคัญในการโค่นล้มระบอบโชกุนและร่วมก่อตั้งรัฐบาลเมจินั่นเอง</p>
<p>น่าเสียดายที่วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนาริอากิระต้องมาสะดุดลงอย่างกะทันหัน ในปี ค.ศ. 1858 ขณะที่เขากำลังเตรียมนำกองทัพซัตสึมะหลายพันนายเดินทางขึ้นไปยังเมืองเอโดะเพื่อกดดันให้รัฐบาลโชกุนปฏิรูปประเทศ นาริอากิระกลับล้มป่วยลงอย่างกะทันหันและเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา ด้วยวัยเพียง 49 ปี สาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุว่าเป็นโรคอหิวาตกโรค แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าเขาอาจถูกวางยาพิษโดยกลุ่มขั้วอำนาจเก่า การจากไปของเขาทำให้โครงการชูเซคังต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว และอำนาจการบริหารแคว้นก็ตกกลับไปอยู่ในมือของฮิซามิตสึ น้องชายต่างมารดาของเขาในฐานะผู้สำเร็จราชการ</p>
<p>แม้ว่าชิมะซึ นาริอากิระ จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันแห่งการปฏิวัติประเทศสำเร็จตามที่เขาตั้งใจไว้ แต่โรงงานชูเซคัง ปืนใหญ่ เรือรบ และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มที่เขาฟูมฟักมากับมือ ได้กลายเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ทำให้แคว้นซัตสึมะมีรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน มรดกเหล่านี้คือฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนให้ซัตสึมะผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในการล้มล้างระบอบบาคุฝุ สร้างประเทศญี่ปุ่นยุคใหม่ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อครับว่า หลังจากสิ้นยุคของนาริอากิระ แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของฮิซามิตสึจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ความขัดแย้งกับชาวต่างชาติอย่างไร เหตุการณ์นองเลือดที่นำไปสู่สงครามระหว่างแคว้นซัตสึมะและจักรวรรดิอังกฤษจะดุเดือดแค่ไหน และบทเรียนจากสงครามครั้งนั้นจะเปลี่ยนความคิดของชาวซัตสึมะไปในทิศทางใด อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>รู้หรือไม่ว่า ธงชาติญี่ปุ่น หรือธงฮิโนมารุ (Hinomaru) ที่เป็นรูปวงกลมสีแดงบนพื้นสีขาวนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดของ ชิมะซึ นาริอากิระ ในช่วงที่แคว้นซัตสึมะและแคว้นอื่นๆ เริ่มมีการต่อเรือรบแบบตะวันตก นาริอากิระได้เสนอต่อรัฐบาลโชกุนว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีสัญลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อใช้ชูทับบนเสากระโดงเรือ เพื่อให้สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเรือของญี่ปุ่นและเรือของชาติตะวันตกได้อย่างชัดเจน รัฐบาลโชกุนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ จึงได้ประกาศใช้ธงฮิโนมารุเป็นธงประจำเรือของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1854 ซึ่งต่อมาธงนี้ก็ได้กลายมาเป็นธงชาติของประเทศญี่ปุ่นจวบจนถึงปัจจุบัน</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Sengan-en and Shoko Shuseikan Museum Official Website (<a href="https://www.senganen.jp/en/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.senganen.jp/en/</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• Shimazu Nariakira and the Modernization of Japan – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/shimazu-nariakira.856/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-nariakira.856/</span></a>)<br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-nariakira-1809-1858.857/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-nariakira-1809-1858.857/</span></a><br>
• <a href="https://note.com/msdf_issa/n/n3f6f46d0cfa3" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/msdf_issa/n/n3f6f46d0cfa3</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2026 15:58:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซัตสึมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88393</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงวีรกรรมอันห้าวหาญและการสละชีพเพื่อฝ่าวงล้อมที่ทุ่งเซกิงาฮาระของตระกูลชิมะซึไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ยุคเอโดะ อย่างเป็นทางการ ภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะ สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น แม้พวกเขาจะรอดพ้นจากการถูกยึดดินแดนมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยชั้นเชิงทางการทูตและความเกรงขามที่สร้างไว้ในสมรภูมิ แต่สถานะทางการเมืองของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความที่ตระกูลชิมะซึเคยยืนอยู่คนละฝั่งกับโทกุงาวะ อิเอยาสึ ในศึกเซกิงาฮาระ รัฐบาลเอโดะจึงจัดให้พวกเขาอยู่ในกลุ่ม โทซามะ ไดเมียว หรือ ไดเมียวฝายนอก&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88393"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงวีรกรรมอันห้าวหาญและการสละชีพเพื่อฝ่าวงล้อมที่ทุ่งเซกิงาฮาระของตระกูลชิมะซึไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ยุคเอโดะ อย่างเป็นทางการ ภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะ สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น แม้พวกเขาจะรอดพ้นจากการถูกยึดดินแดนมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยชั้นเชิงทางการทูตและความเกรงขามที่สร้างไว้ในสมรภูมิ แต่สถานะทางการเมืองของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</strong></p>
<p>ด้วยความที่ตระกูลชิมะซึเคยยืนอยู่คนละฝั่งกับโทกุงาวะ อิเอยาสึ ในศึกเซกิงาฮาระ รัฐบาลเอโดะจึงจัดให้พวกเขาอยู่ในกลุ่ม โทซามะ ไดเมียว หรือ ไดเมียวฝายนอก ซึ่งเป็นกลุ่มไดเมียวที่เพิ่งมาสวามิภักดิ์หลังสงครามจบลง สถานะนี้ทำให้ตระกูลชิมะซึถูกรัฐบาลกลางจับตามองด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาถูกกีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลางที่เอโดะอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ รัฐบาลโชกุนยังมีนโยบายบั่นทอนกำลังทรัพย์ของไดเมียวฝายนอกด้วยการสั่งให้ไปช่วยสร้างปราสาท หรือระบบ ซังคิงโคไต ที่บังคับให้ไดเมียวต้องเดินทางไปกลับและพำนักอยู่ที่เอโดะสลับกับแคว้นของตน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่มหาศาลมาก</p>
<p>การถูกโดดเดี่ยวทางการเมืองและภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วงเช่นนี้ บีบบังคับให้แคว้นซัตสึมะต้องหาวิธีเอาตัวรอด สร้างความมั่งคั่ง และสะสมกำลังด้วยวิถีทางของตนเอง ณ ดินแดนใต้สุดของประเทศที่ห่างไกลจากสายตาของโชกุน แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศของซัตสึมะที่เป็นเถ้าภูเขาไฟ ไม่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ทำให้การเก็บภาษีข้าวไม่ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้นำตระกูลชิมะซึจึงต้องมองหาแหล่งรายได้ใหม่ และสายตาของพวกเขาก็มองข้ามน้ำข้ามทะเลลงไปทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อาณาจักรริวกิว หรือหมู่เกาะโอกินาว่าในปัจจุบัน</p>
<p>อาณาจักรริวกิวในเวลานั้น เป็นอาณาจักรอิสระที่มีความเจริญรุ่งเรืองจากการเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเล เป็นจุดแวะพักและจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญระหว่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ริวกิวมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นรัฐบรรณาการของราชวงศ์หมิง (และต่อมาคือราชวงศ์ชิง) ของจีน ซึ่งทำให้ริวกิวได้รับสิทธิพิเศษในการค้าขายกับจีนอย่างเสรี จุดนี้เองที่ดึงดูดความสนใจของแคว้นซัตสึมะเป็นอย่างมาก</p>
<p>จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่งคั่งในยุคเอโดะ เกิดขึ้นในสมัยของ ชิมะซึ ทาดาสึเนะ ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 18 เขาได้วางแผนที่จะดึงเอาความมั่งคั่งของการค้าในทะเลจีนตะวันออกเข้ามาสู่กระเป๋าของแคว้นซัตสึมะ ในปี ค.ศ. 1609 ซัตสึมะได้อ้างเหตุผลว่ากษัตริย์ริวกิวแสดงความกระด้างกระเดื่อง ไม่ยอมส่งทูตไปแสดงความยินดีกับการขึ้นรับตำแหน่งของโชกุนโทกุงาวะ และละเลยต่อข้อเรียกร้องของซัตสึมะ ทาดาสึเนะจึงขออนุญาตจากโชกุนอิเอยาสึในการส่งกองทัพไปปราบปรามอาณาจักรริวกิว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88396 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย" width="460" height="538" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1.jpg 460w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-120x140.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-90x105.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-320x374.jpg 320w" sizes="(max-width: 460px) 100vw, 460px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-tadatsune" style="text-align: center;">Shimazu Tadatsune</h5>
<p>กองทัพซัตสึมะพร้อมทหารประมาณ 3,000 นายและอาวุธปืนไฟที่ทันสมัยกว่า ได้ยกพลขึ้นบกและบุกโจมตีริวกิวอย่างรวดเร็ว กองกำลังป้องกันของริวกิวที่คุ้นเคยกับการค้ามากกว่าการทำสงคราม ไม่สามารถต้านทานความดุดันของซามุไรซัตสึมะได้เลย เพียงไม่กี่สัปดาห์ ปราสาทชูริซึ่งเป็นศูนย์กลางของริวกิวก็ถูกยึดครอง กษัตริย์โชเนอิแห่งริวกิวถูกจับเป็นเชลยและถูกส่งตัวไปยังแคว้นซัตสึมะและเมืองเอโดะ</p>
<p>แต่ความชาญฉลาดและวิสัยทัศน์ที่ล้ำลึกของตระกูลชิมะซึอยู่ที่การจัดการหลังการยึดครองครับ แทนที่จะทำลายอาณาจักรริวกิวทิ้ง หรือผนวกรวมดินแดนทั้งหมดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซัตสึมะอย่างเปิดเผยแบบที่ผู้ชนะสงครามมักจะทำกัน ซัตสึมะกลับเลือกที่จะปล่อยให้กษัตริย์ริวกิวปกครองประเทศของตนต่อไปในฐานะกษัตริย์เช่นเดิม แต่เบื้องหลังคือต้องยอมตกเป็นประเทศราชและส่งส่วยให้กับแคว้นซัตสึมะ</p>
<p>เหตุผลที่ซัตสึมะทำเช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าความมั่งคั่งของริวกิวมาจากการที่ริวกิวเป็นรัฐบรรณาการของจีน หากซัตสึมะล้มล้างกษัตริย์ริวกิวและกลืนชาติ ราชสำนักจีนซึ่งมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดว่าจะค้าขายกับรัฐที่มาสวามิภักดิ์และส่งบรรณาการเท่านั้น ย่อมจะตัดขาดการค้ากับริวกิวทันที ซัตสึมะจึงต้องเล่นละครฉากใหญ่ โดยปล่อยให้ริวกิวแสดงตนต่อชาวโลกและต่อประเทศจีนว่าเป็นอาณาจักรอิสระ เพื่อให้การส่งเครื่องราชบรรณาการและการค้าขายกับจีนดำเนินต่อไปได้</p>
<p>กลยุทธ์ทางรัฐศาสตร์นี้ นักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่า <strong>“นิตจู รียวโซคุ” (Nitchu Ryozoku)</strong> หรือที่แปลว่า <strong>“การเป็นประเทศราชสองฝ่าย” (Dual Subordination)</strong> อาณาจักรริวกิวจึงตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องสวามิภักดิ์และส่งบรรณาการให้กับทั้งราชสำนักจีน และส่งส่วยรายได้ให้กับแคว้นซัตสึมะของญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน นโยบายที่ดูเหมือนจะประนีประนอมนี้ แท้จริงแล้วมีนัยยะแอบแฝงทางการค้าที่แยบยลที่สุดในยุคนั้น</p>
<p>ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อรัฐบาลโชกุนที่เอโดะประกาศนโยบาย <strong>“ซาโกคุ”</strong> หรือนโยบายปิดประเทศ ห้ามชาวญี่ปุ่นออกนอกประเทศและห้ามค้าขายกับชาวต่างชาติอย่างเด็ดขาด (ยกเว้นดัตช์และจีนที่เกาะเดจิมะ จังหวัดนางาซากิ) อาณาจักรริวกิวกลับกลายเป็นช่องโหว่และประตูหลังบ้านที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ตระกูลชิมะซึอาศัยความได้เปรียบนี้ ใช้ริวกิวเป็น “นกต่อ” ในการลักลอบค้าขายกับต่างชาติ สินค้าฟุ่มเฟือย ยารักษาโรค ผ้าไหมชั้นดี และเทคโนโลยีต่างๆ จากจีนและโลกภายนอก ถูกลักลอบนำเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางริวกิว</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เมื่อมีทูตจากจีนเดินทางมายังริวกิวเพื่อประกอบพิธีแต่งตั้งกษัตริย์หรือรับเครื่องบรรณาการ ซามุไรและข้าราชการจากซัตสึมะที่ประจำการอยู่ในริวกิวจะต้องหลบซ่อนตัว ห้ามแสดงตน ห้ามใส่ชุดซามุไร หรือแม้แต่ห้ามร้องเพลงด้วยภาษาญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ทูตจีนรู้ว่าแท้จริงแล้วริวกิวถูกควบคุมโดยญี่ปุ่นอยู่ การเล่นละครตบตาข้ามศตวรรษนี้ สร้างเม็ดเงินและผลกำไรมหาศาลให้กับคลังของตระกูลชิมะซึ ทำให้แคว้นซัตสึมะกลายเป็นหนึ่งในแคว้นที่ร่ำรวยและมีสายป่านทางการเงินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นอย่างเงียบๆ ภายใต้จมูกของรัฐบาลโชกุน</p>
<p>นอกเหนือจากรายได้มหาศาลจากการค้าลับผ่านริวกิวแล้ว การยึดครองในปี ค.ศ. 1609 ยังทำให้ซัตสึมะได้ริบเอาดินแดนส่วนบนของริวกิว นั่นคือ <strong>หมู่เกาะอามามิ (Amami Islands)</strong> มาไว้ใต้การปกครองของตนโดยตรง หมู่เกาะอามามิมีสภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนซึ่งเหมาะแก่การปลูกอ้อยเป็นอย่างมาก ซัตสึมะมองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจข้อนี้ จึงได้นำพันธุ์อ้อยมาปลูกและบังคับให้ชาวเกาะอามามิผลิตน้ำตาลทรายดำ (Brown Sugar) เพื่อส่งส่วยให้กับแคว้นในรูปแบบของการผูกขาดอย่างเบ็ดเสร็จ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88397" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2.jpg" alt="" width="800" height="566" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-120x85.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-90x64.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-320x226.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-560x396.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="amami-islands" style="text-align: center;">Amami Islands</h5>
<p>ในยุคเอโดะนั้น น้ำตาลถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาแพงและมีความต้องการในตลาดสูงมาก เปรียบเสมือนทองคำสีน้ำตาล ซัตสึมะเป็นเพียงไม่กี่แคว้นที่สามารถผลิตน้ำตาลได้ในปริมาณมหาศาล พวกเขานำน้ำตาลทรายดำเหล่านี้ใส่เรือไปขายต่อที่นครโอซาก้าซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการกระจายสินค้าของประเทศ กอบโกยกำไรส่วนต่างกลับเข้าสู่คลังของตระกูลได้เป็นจำนวนมหาศาล</p>
<p>ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่หลั่งไหลเข้ามาจากการผูกขาดการค้าผ่านประเทศราชและการผูกขาดน้ำตาลนี้เองครับ ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญและเป็น “ทุนสำรอง” ก้อนโตที่แคว้นซัตสึมะนำไปใช้ในการปฏิรูปแคว้น ชำระหนี้สินที่เคยพอกพูน และเมื่อถึงเวลาอันควร เงินทุนจากน้ำตาลและริวกิวเหล่านี้นี่เอง ที่จะกลายเป็นงบประมาณหลักในการซื้ออาวุธปืนกล เรือรบกลไฟ และส่งซามุไรหนุ่มไปเรียนต่อยังโลกตะวันตก ทำให้ตระกูลชิมะซึมีความพร้อมด้านทุนทรัพย์มากกว่าแคว้นใดๆ เมื่อเวลาแห่งการพลิกแผ่นดินในยุคบาคุมัตสึเดินทางมาถึง</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะขยับเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายเมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากตะวันตกพัดมาถึงชายฝั่งญี่ปุ่น ตระกูลชิมะซึจะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์มาเป็นผู้นำทัพ และเขาผู้นี้จะเป็นผู้สร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่แห่งแรกของญี่ปุ่นขึ้นที่แคว้นซัตสึมะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เบื้องหลังความมั่งคั่งจากการผูกขาดน้ำตาลของแคว้นซัตสึมะนั้น แลกมาด้วยความยากลำบากอย่างแสนสาหัสของชาวหมู่เกาะอามามิ รายได้หลักเกือบครึ่งหนึ่งของแคว้นซัตสึมะในช่วงหลังของยุคเอโดะ มาจากการขายน้ำตาลทรายดำเหล่านี้ แต่การกดขี่ขูดรีดชาวเกาะนั้นรุนแรงมาก ซัตสึมะได้ออกกฎหมายที่เข้มงวดถึงขนาดว่า ห้ามชาวเกาะกินน้ำตาลที่ตนเองผลิต หากใครแอบเลียหรือขโมยน้ำตาลเพียงเล็กน้อยอาจมีโทษถึงตาย น้ำตาลทุกเกล็ดต้องถูกรีดเร้นและส่งเข้าคลังของแคว้นชิมะซึเพื่อแปลงเป็นเงินทุนเท่านั้น เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์การสร้างความมั่งคั่งในยุคที่ไร้ซึ่งสิทธิมนุษยชนครับ</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Shimazu Clan – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/</span></a>)<br>
• Island Societies and Maritime Networks between Ryukyu and Japan – University of Michigan (<a href="https://events.umich.edu/event/138158" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://events.umich.edu/event/138158</span></a>)<br>
• History of the Ryukyu Kingdom – Okinawa Prefectural Government (<a href="https://www.pref.okinawa.jp/site/chijiko/kohokoryu/foreign/english/okinawa/history.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.okinawa.jp/site/chijiko/kohokoryu/foreign/english/okinawa/history.html</span></a>)<br>
• <a href="https://www.facebook.com/SamuraiHistoryCultureJapan/photos/shimazu-tadatsune-daimyo-of-satsuma-died-on-this-day-april-7-1638-with-a-stipend/1301844263227429/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.facebook.com/SamuraiHistoryCultureJapan/</span></a><br>
• <a href="https://www.researchgate.net/figure/Map-of-the-Ryukyu-Archipelago-Five-languages-dialects-are-spoken-in-five-regions_fig1_361536773" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.researchgate.net/figure/Map-of-the-Ryukyu/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP1_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP1_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 14:18:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Battle of Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara no Tatakai]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu no Nokiguchi]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Toyohisa]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Yoshihiro]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกเซกิงาฮาระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88145</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราวความขัดแย้ง และจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การยอมจำนนของตระกูลชิมะซึต่อขั้วอำนาจส่วนกลางไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะสงบสุขและอยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ทว่าสัจธรรมของการเมืองและอำนาจนั้นไม่เคยมีอะไรที่จีรังยั่งยืน เมื่อบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวอย่าง โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงในปี ค.ศ. 1598 อำนาจการปกครองที่เคยรวมศูนย์อย่างเด็ดขาดก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในเวลานั้น ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลและมีประสบการณ์การเมืองมากที่สุดอย่าง โทกุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88145"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราวความขัดแย้ง และจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การยอมจำนนของตระกูลชิมะซึต่อขั้วอำนาจส่วนกลางไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะสงบสุขและอยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ทว่าสัจธรรมของการเมืองและอำนาจนั้นไม่เคยมีอะไรที่จีรังยั่งยืน เมื่อบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวอย่าง โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงในปี ค.ศ. 1598 อำนาจการปกครองที่เคยรวมศูนย์อย่างเด็ดขาดก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง</strong></p>
<p>ในเวลานั้น ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลและมีประสบการณ์การเมืองมากที่สุดอย่าง <strong>โทกุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu)</strong> ได้เริ่มเคลื่อนไหวและดำเนินกลยุทธ์เพื่อรวบรวมอำนาจทั้งหมดเข้าสู่ตนเองอย่างช้าๆ แต่อย่างมั่นคง การกระทำอันทะเยอทะยานนี้สร้างความไม่พอใจให้กับขุนนางสายบุ๋นผู้ภักดีต่อตระกูลโทโยโตมิเป็นอย่างมาก ในขณะนั้น <strong>อิชิดะ มิตสึนาริ (Ishida Mitsunari)</strong> ซึ่งเป็นขุนนางคนสำคัญที่ต้องการปกป้องเจตนารมณ์ของฮิเดโยชิ ก็ได้รวบรวมกำลังพลและพันธมิตรไดเมียวต่างๆ เพื่อลุกขึ้นต่อต้านอิเอยาสึอย่างเปิดเผย ความขัดแย้งทางผลประโยชน์นี้ลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะควบคุม จนนำไปสู่สงครามครั้งประวัติศาสตร์ที่ชี้ชะตาแผ่นดินญี่ปุ่น นั่นคือ<strong> ศึกเซกิงาฮาระ (Battle of Sekigahara)</strong> ซึ่งอุบัติขึ้นในปี ค.ศ. 1600 ครับ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88152 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ" width="800" height="585" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-120x88.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-90x66.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-320x234.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-560x410.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="battle-of-sekigahara" style="text-align: center;"><strong>Battle of Sekigahara</strong></h5>
<p>สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนของพายุสงครามครั้งนี้ได้ ในศึกชี้ชะตาครั้งนี้ ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำทัพของขุนพลผู้ห้าวหาญอย่าง <strong>ชิมะซึ โยชิฮิโระ (Shimazu Yoshihiro)</strong> ซึ่งเป็นน้องชายของโยชิฮิสะ ได้ตัดสินใจนำกองกำลังเข้าร่วมกับกองทัพฝั่งตะวันตกของอิชิดะ มิตสึนาริ อันที่จริงแล้ว โยชิฮิโระเป็นนักรบที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน แต่ทว่า ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่สลับซับซ้อนและความขัดแย้งภายในแคว้นซัตสึมะเอง ทำให้โยชิฮิโระไม่สามารถโน้มน้าวให้ทางแคว้นส่งกองทัพใหญ่มาช่วยรบได้ เขาจึงสามารถระดมกำลังพลมาร่วมรบได้เพียง 1,500 นายเท่านั้น จำนวนทหารเพียง 1,500 นายนี้ ถือว่าเป็นกองกำลังที่น้อยมากอย่างน่าใจหาย เมื่อเทียบกับกองทัพหลักของทั้งสองฝ่ายที่มีกำลังพลรวมกันหลักแสนนาย การนำทัพขนาดเล็กเข้าสู่มหาสงครามเช่นนี้ย่อมสร้างความกดดันให้กับโยชิฮิโระไม่น้อยเลยทีเดียว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88151" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro.jpg" alt="" width="654" height="643" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro.jpg 654w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-120x118.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-90x88.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-320x315.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-560x551.jpg 560w" sizes="(max-width: 654px) 100vw, 654px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-yoshihiro" style="text-align: center;">Shimazu Yoshihiro</h5>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในค่ายทัพตะวันตกก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อแม่ทัพใหญ่อย่างมิตสึนาริกลับแสดงท่าทีเพิกเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อคำแนะนำทางยุทธวิธีของโยชิฮิโระ โยชิฮิโระซึ่งเป็นขุนศึกผู้มากประสบการณ์พยายามเสนอแผนการรบ แต่กลับถูกปฏิเสธและไม่ได้รับความไว้วางใจ การถูกเมินเฉยเช่นนี้ทำให้กองกำลังของชิมะซึถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งแนวหลังของสนามรบ และแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการปะทะในช่วงต้นของสงครามเลย กองกำลังชิมะซึได้แต่นั่งดูสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียดเบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดกำลังรอคอยพวกเขาอยู่</p>
<p>เมื่อการสู้รบที่ทุ่งเซกิงาฮาระดำเนินไปจนถึงจุดแตกหัก กองทัพฝั่งตะวันตกต้องเผชิญกับตัวแปรที่คาดไม่ถึงและนำมาซึ่งความพินาศ นั่นคือการทรยศหักหลังของ <strong>โคบายาคาวะ ฮิเดอากิ (Kobayakawa Hideaki)</strong> ไดเมียวหนุ่มผู้ซึ่งคุมกำลังพลมหาศาลอยู่บนภูเขา ได้ตัดสินใจหันอาวุธไปเข้าข้างฝ่ายตะวันออกของอิเอยาสึ การแปรพักตร์อย่างกะทันหันนี้สร้างความตื่นตระหนกและทำให้แนวรบของฝั่งตะวันตกพังทลายลงอย่างรวดเร็วราวกับโดมิโน กองทัพของมิตสึนาริแตกพ่ายยับเยิน ทหารต่างพากันทิ้งอาวุธและหนีตายกันอย่างอลหม่าน ทิ้งให้สนามรบกลายเป็นทะเลเลือดแห่งความพ่ายแพ้</p>
<p>ท่ามกลางความโกลาหลนั้น กองกำลังชิมะซึจำนวน 1,500 นายกลับถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่กลางสมรภูมิ ล้อมรอบไปด้วยกองทัพศัตรูฝ่ายตะวันออกนับหมื่นนายที่กำลังฮึกเหิมไล่ล่าผู้พ่ายแพ้ ทางเลือกของโยชิฮิโระในวินาทีนั้นมีไม่มากนัก หากเลือกที่จะถอยหลังกลับไปทางเดิม ก็จะต้องเจอกับกองทัพฝ่ายเดียวกันที่กำลังแตกพ่ายและเหยียบย่ำกันเอง หากเลือกที่จะวางอาวุธและยอมแพ้ ก็ถือเป็นการเสียเกียรติยศของซามุไรอย่างร้ายแรง ในวินาทีความเป็นความตายที่ชี้ชะตาทั้งชีวิตและชื่อเสียงของตระกูล โยชิฮิโระได้ตัดสินใจสั่งการด้วยยุทธวิธีที่บ้าบิ่นที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามญี่ปุ่น นั่นคือการบุกทะลวงไปข้างหน้า ผ่ากลางวงล้อมของทัพหลักอิเอยาสึโดยตรงเพื่อเปิดทางหนี</p>
<p>ยุทธวิธีอันห้าวหาญและบ้าคลั่งนี้ถูกขนานนามและจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ภายหลังว่า <strong>ชิมะซึ โนะ โนคิงุจิ (Shimazu no Nokiguchi)</strong> หรือ การถอยทัพแบบชิมะซึ ทหารซัตสึมะที่เหลืออยู่จัดทัพเป็นรูปสี่เหลี่ยมอย่างแน่นหนา และมุ่งหน้าเข้าปะทะกับทัพหลวงของโทกุงาวะอย่างไม่คิดชีวิต ในการฝ่าวงล้อมอันสิ้นหวังนี้ พวกเขาได้นำยุทธวิธีที่เรียกว่า <strong>สุเตงามาริ (Sutegamari)</strong> หรือ ยุทธวิธีทิ้งตัวตาย มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p>กลยุทธ์สุเตงามารินี้ เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ โดยจะให้พลปืนไฟกลุ่มเล็กๆ รั้งท้ายขบวน คอยซุ่มยิงขุนพลฝ่ายศัตรูที่ไล่ตามมาเพื่อสร้างความปั่นป่วน เมื่อลั่นไกยิงเสร็จและไม่มีเวลาบรรจุกระสุนใหม่ พวกเขาก็จะชักดาบออกสู้จนตัวตายโดยไม่ถอยหนี เพื่อถ่วงเวลาให้ขุนพลหลักและกองทัพส่วนใหญ่สามารถหนีรอดตีฝ่าวงล้อมไปได้ การถอยทัพผ่าดงศัตรูครั้งนี้นองเลือดและโหดร้ายอย่างยิ่ง ทหารชิมะซึล้มตายราวใบไม้ร่วงไปตลอดเส้นทาง รวมถึงบุคคลสำคัญอย่าง <strong>ชิมะซึ โทโยฮิสะ (Shimazu Toyohisa)</strong> ผู้เป็นหลานชายสุดที่รัก ก็ได้ตัดสินใจสละชีพตนเองเป็นทัพหลังเพื่อปกป้องผู้เป็นลุงให้หนีรอดไปได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88150" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa.jpg" alt="" width="640" height="377" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa.jpg 640w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-120x71.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-90x53.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-320x189.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-560x330.jpg 560w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-toyohisa" style="text-align: center;">Shimazu Toyohisa</h5>
<p>ด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และการเสียสละของเหล่าซามุไรซัตสึมะนี้เอง ทำให้โยชิฮิโระสามารถรอดชีวิตกลับไปยังแคว้นซัตสึมะทางตอนใต้ได้สำเร็จพร้อมกับทหารคู่ใจเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น แม้ว่าตระกูลชิมะซึจะพ่ายแพ้ในมหาสงครามครั้งนี้ แต่ทว่าความกล้าหาญและความดุดันของพวกเขาก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวญี่ปุ่นทั้งปวง จนแม้แต่ผู้ชนะอย่างอิเอยาสึยังต้องรู้สึกขยาดและหวาดหวั่นต่อกำลังใจของคนตระกูลนี้ และนี่เองที่เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้อิเอยาสึไม่กล้าสั่งยุบแคว้นซัตสึมะในเวลาต่อมา เพราะเกรงว่าจะเกิดการลุกฮือสู้ตายที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลนั่นเอง</p>
<p><strong>วีรกรรมที่ทุ่งเซกิงาฮาระได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาถึงความจงรักภักดีและความไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาของตระกูลชิมะซึ และในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคเอโดะภายใต้การปกครองของรัฐบาลโทกุงาวะอย่างเต็มตัวแล้ว แคว้นซัตสึมะที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มไดเมียวนอกสายตา จะหาทางเอาตัวรอดและสร้างความมั่งคั่งเพื่อรอวันผงาดขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างไร อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ความน่ากลัวของยุทธวิธี สุเตงามาริ (Sutegamari) หรือ การทิ้งหมาก ที่ตระกูลชิมะซึนำมาใช้นั้น เป็นยุทธวิธีที่โหดร้ายแต่ทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการถอยทัพ พลปืนไฟที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจะนั่งขัดสมาธิเล็งปืนอย่างใจเย็นท่ามกลางสนามรบที่สับสนวุ่นวาย รอจนศัตรูระดับแม่ทัพเข้ามาใกล้ในระยะเผาขนแล้วจึงลั่นไกสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ จากนั้นพวกเขาจะชักดาบออกสู้จนตัวตายโดยไม่คิดหนีเอาชีวิตรอด ว่ากันว่าด้วยความเด็ดขาดของยุทธวิธีสละชีพนี้เอง ส่งผลให้ขุนพลคนสำคัญของอิเอยาสึอย่าง อี นาโอมาสะ (Ii Naomasa) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกระสุนปืนของพลรั้งท้ายชิมะซึยิงเข้าใส่ จนเป็นเหตุให้เขาต้องเสียชีวิตลงในอีกสองปีต่อมา</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Reinterpreting Sekigahara – Samurai Archives (<a href="https://www.tapatalk.com/groups/japanese_history/reinterpreting-sekigahara-t349.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.tapatalk.com/groups/japanese_history/reinterpreting-sekigahara-t349.html</span></a>)<br>
• <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Yoshihiro" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Yoshihiro</span></a><br>
• <a href="https://samuraiswords.store/shimazu-toyohisa/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://samuraiswords.store/shimazu-toyohisa/</span></a><br>
• <a href="https://www.ospreypublishing.com/uk/osprey-blog/2019/the-battle-of-sekigahara-what-went-right/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ospreypublishing.com/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 13:06:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Kyushu]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[Sengoku Jidai]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Takahisa]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Yoshihisa]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลชิมะซึ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87878</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com หลังจากที่เราได้ทราบถึงรากฐานอันมั่นคงของตระกูลชิมะซึในตอนที่ 1 กันไปแล้ว บัดนี้เข็มนาฬิกาแห่งประวัติศาสตร์ได้เดินหน้าเข้าสู่ยุคที่แผ่นดินญี่ปุ่นลุกเป็นไฟ ยุคที่กฎเกณฑ์เก่าถูกทำลายและผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้เข้มแข็ง นั่นคือช่วงเวลาที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ยุคเซ็งโงกุ (Sengoku Jidai) หรือยุคสงครามกลางเมืองที่ยาวนานนับร้อยปี ในช่วงเวลานี้ อำนาจของโชกุนแห่งรัฐบาลมุโรมาจิเสื่อมถอยลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี บรรดาไดเมียวหรือเจ้าแคว้นทั่วประเทศต่างลุกขึ้นมาจับอาวุธเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ แผ่นดินถูกแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า และแน่นอนว่า พยัคฆ์แดนใต้อย่างตระกูลชิมะซึที่สั่งสมกำลังพลและความมั่งคั่งมาอย่างยาวนาน ย่อมไม่ยอมอยู่เฉยๆ เป็นแน่&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87878"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>หลังจากที่เราได้ทราบถึงรากฐานอันมั่นคงของตระกูลชิมะซึในตอนที่ 1 กันไปแล้ว บัดนี้เข็มนาฬิกาแห่งประวัติศาสตร์ได้เดินหน้าเข้าสู่ยุคที่แผ่นดินญี่ปุ่นลุกเป็นไฟ ยุคที่กฎเกณฑ์เก่าถูกทำลายและผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้เข้มแข็ง นั่นคือช่วงเวลาที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ยุคเซ็งโงกุ (Sengoku Jidai) หรือยุคสงครามกลางเมืองที่ยาวนานนับร้อยปี ในช่วงเวลานี้ อำนาจของโชกุนแห่งรัฐบาลมุโรมาจิเสื่อมถอยลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี บรรดาไดเมียวหรือเจ้าแคว้นทั่วประเทศต่างลุกขึ้นมาจับอาวุธเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ แผ่นดินถูกแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า และแน่นอนว่า พยัคฆ์แดนใต้อย่างตระกูลชิมะซึที่สั่งสมกำลังพลและความมั่งคั่งมาอย่างยาวนาน ย่อมไม่ยอมอยู่เฉยๆ เป็นแน่</strong></p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตระกูลชิมะซึผงาดขึ้นมาเหนือไดเมียวคนอื่นๆ ในภูมิภาคคิวชู เกิดขึ้นในสมัยของผู้นำตระกูลรุ่นที่ 15 นามว่า <strong>ชิมะซึ ทาคาฮิสะ (Shimazu Takahisa)</strong> ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานความยิ่งใหญ่ในยุคเซ็งโงกุ ทาคาฮิสะเป็นขุนศึกที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เขาตระหนักดีว่าการจะเอาชนะศัตรูที่มีกำลังพลสูสีกันได้นั้น อาศัยเพียงความกล้าหาญของซามุไรอย่างเดียวย่อมไม่พอ แต่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและยุทธวิธีใหม่ๆ และโอกาสทองนั้นก็มาถึงในปี ค.ศ. 1543 เมื่อมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นไปตลอดกาล นั่นคือการที่เรือสำเภาของชาวโปรตุเกสมาเกยตื้นที่เกาะทาเนกะชิมะ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแคว้นซัตสึมะ ชาวต่างชาติเหล่านั้นได้นำสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นไม่เคยเห็นมาก่อนมาด้วย นั่นก็คือปืนไฟ หรืออาวุธที่สามารถพ่นไฟและลูกตะกั่วสังหารคนได้ในพริบตา ทาคาฮิสะไม่รอช้า เมื่อได้เห็นอานุภาพของมัน เขาสั่งให้ช่างตีดาบฝีมือดีในแคว้นทำการศึกษากลไก ถอดชิ้นส่วน และพยายามลอกเลียนแบบปืนไฟจนสำเร็จ ทำให้ตระกูลชิมะซึกลายเป็นตระกูลแรกๆ ในญี่ปุ่นที่มีกองทหารปืนไฟเป็นของตนเอง ถือเป็นการติดปีกให้กับพยัคฆ์ร้ายแห่งซัตสึมะอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87882 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก" width="770" height="1064" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa.jpg 770w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa-120x166.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa-90x124.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa-320x442.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Takahisa-560x774.jpg 560w" sizes="(max-width: 770px) 100vw, 770px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-takahisa" style="text-align: center;">Shimazu Takahisa</h5>
<p>การเข้ามาของปืนไฟไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการรบของตระกูลชิมะซึเท่านั้น แต่มันได้พลิกโฉมหน้ายุทธวิธีการทำสงครามของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า ประกอบกับความห้าวหาญของทหารซัตสึมะที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและไม่กลัวตาย ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำของผู้นำรุ่นที่ 16<strong> ชิมะซึ โยชิฮิสะ (Shimazu Yoshihisa)</strong> ซึ่งเป็นลูกชายของทาคาฮิสะ จึงเริ่มแผนการรุกรานแคว้นรอบข้างอย่างเต็มรูปแบบ โยชิฮิสะผู้นี้ไม่ได้เก่งกาจแค่ตัวเขาเองเพียงคนเดียว แต่เขายังมีน้องชายที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทางการทหารอีก 3 คน ได้แก่ <strong>โยชิฮิโระ (Yoshihiro) โทชิฮิสะ (Toshihisa)</strong> และ <strong>อิเอฮิสะ (Iehisa)</strong> พี่น้องทั้งสี่คนนี้เป็นที่รู้จักในนามสี่พี่น้องชิมะซึ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน พวกเขาร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบและนำทัพบุกตะลุยไปทั่วเกาะคิวชู โยชิฮิสะเป็นมันสมองในการวางแผน โยชิฮิโระเป็นขุนพลแนวหน้าที่ดุดัน โทชิฮิสะเชี่ยวชาญกลยุทธ์ และอิเอฮิสะคือนักรบพรสวรรค์ที่หาตัวจับยาก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87884" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa.jpg" alt="" width="700" height="661" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa.jpg 700w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa-120x113.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa-90x85.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa-320x302.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_Yoshihisa-560x529.jpg 560w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-yoshihisa" style="text-align: center;">Shimazu Yoshihisa</h5>
<p>การขยายอำนาจของตระกูลชิมะซึดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง พวกเขาสามารถเอาชนะและปราบปรามตระกูลคู่แข่งที่ทรงอิทธิพลในคิวชูอย่าง<strong>ตระกูลอิโต (Ito) ตระกูลโอโตโมะ (Otomo)</strong> และ<strong>ตระกูลริวโซจิ (Ryuzoji)</strong> จนราบคาบ ยุทธวิธีการรบของตระกูลชิมะซึนั้นจัดว่าแยบยลและสร้างความหวาดหวั่นให้กับศัตรู พวกเขามักใช้กลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ หรือที่เรียกกันในตำราพิชัยสงครามว่ากลยุทธ์นกต่อ โดยจะส่งกองกำลังขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงไปทำทีเป็นปะทะแล้วแกล้งพ่ายแพ้และถอยร่น เพื่อล่อให้กองทัพข้าศึกตายใจและเร่งรีบไล่ตามเข้ามาในภูมิประเทศที่เป็นช่องเขาแคบๆ หรือป่าทึบ จากนั้นกองกำลังหลักของชิมะซึที่แอบซุ่มอยู่ทั้งสองข้างทางก็จะระดมยิงปืนไฟและระดมยิงธนูเข้าใส่ทัพศัตรูที่เสียขบวนจนแตกพ่ายยับเยิน กลยุทธ์นี้สร้างความครั่นคร้ามให้กับเหล่าไดเมียวเป็นอย่างมาก จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษที่ 1580 ตระกูลชิมะซึก็สามารถกวาดล้างศัตรูและยึดครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะคิวชูได้สำเร็จ ความฝันที่จะรวมเกาะคิวชูให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ธงกากบาทในวงกลมของชิมะซึอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น</p>
<p>เรื่องราวดูเหมือนจะไปได้สวยและไร้ซึ่งอุปสรรคสำหรับตระกูลชิมะซึ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บนหน้าประวัติศาสตร์มักมีตัวแปรที่คาดไม่ถึงโผล่มาเสมอ ในขณะที่ตระกูลชิมะซึเกือบจะรวมเกาะคิวชูเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จนั้นเอง ทางฝั่งเกาะฮอนชูหรือเกาะหลักของญี่ปุ่น ก็ได้มีบุรุษผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาเรืองอำนาจสูงสุดแทน<strong>โอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga)</strong> ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กบฏที่วัดฮอนโนจิ บุรุษผู้นั้นคือ <strong>โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi)</strong> ขุนพลผู้มีฉายาว่าพญาวานร ผู้ไต่เต้าจากชาวนาจนกลายมาเป็นผู้สำเร็จราชการ ฮิเดโยชิกำลังดำเนินนโยบายรวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของตน และแน่นอนว่า แว่นแคว้นที่แข็งข้อและทรงอิทธิพลทางตอนใต้อย่างคิวชูภายใต้การนำของชิมะซึ ย่อมเป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตที่ฮิเดโยชิไม่อาจปล่อยผ่านหรือทำเป็นมองไม่เห็นได้</p>
<p>จุดพลิกผันแห่งชะตากรรมเกิดขึ้นเมื่อไดเมียวตระกูลโอโตโมะที่กำลังเพลี่ยงพล้ำและถูกชิมะซึต้อนให้จนมุม ได้ตัดสินใจส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากฮิเดโยชิถึงเมืองโอซาก้า นี่เป็นข้ออ้างและโอกาสทองชั้นดีที่ทำให้ฮิเดโยชิสามารถส่งกองทัพลงใต้มาแทรกแซงกิจการของคิวชูได้อย่างชอบธรรม ในปี ค.ศ. 1587 ฮิเดโยชิได้สั่งระดมพลครั้งมโหฬาร ว่ากันว่ากองทัพผสมของฮิเดโยชิมีจำนวนมากถึงระดับนับแสนนาย เคลื่อนพลข้ามช่องแคบมายังเกาะคิวชูราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งขวางหน้า กองทัพของตระกูลชิมะซึแม้จะขึ้นชื่อเรื่องความห้าวหาญและมีชัยชนะเหนือคู่แข่งมาโดยตลอด แต่เมื่อต้องเผชิญกับกองทัพที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว แถมยังมีเสบียงและยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลางอย่างมหาศาล ความพ่ายแพ้ก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>แม้ว่าน้องชายคนเล็กของผู้นำตระกูลอย่าง <strong>ชิมะซึ อิเอฮิสะ (Shimazu Iehisa)</strong> จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์เอาชนะกองทัพล่วงหน้าของฮิเดโยชิได้ในศึกที่แม่น้ำเฮตสึกิ แต่นั่นก็เป็นเพียงชัยชนะทางยุทธวิธีเล็กๆ ที่ไม่อาจเปลี่ยนภาพรวมและหยุดยั้งทัพหลวงของฮิเดโยชิได้ กองทัพของชิมะซึถูกกองทัพหลักของรัฐบาลส่วนกลางตีถอยร่นกลับมาเรื่อยๆ เสียทั้งดินแดนและปราสาทที่ยึดมาได้อย่างยากลำบาก จนในที่สุดก็ต้องถอยกลับมาตั้งรับที่ปราสาทหลักในดินแดนซัตสึมะ ชิมะซึ โยชิฮิสะ ในฐานะผู้นำตระกูล ตระหนักดีว่าหากขืนดึงดันทำสงครามต่อไป ตระกูลชิมะซึที่บรรพบุรุษสร้างมานับร้อยปีอาจจะต้องล่มสลายและถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแผ่นดิน ด้วยความรับผิดชอบต่อสายเลือดและชีวิตของประชาชนในแคว้น โยชิฮิสะจึงกลืนความหยิ่งทะนงและตัดสินใจทำในสิ่งที่ยากลำบากที่สุดสำหรับซามุไรผู้คว้าชัยชนะมาตลอด นั่นคือการยอมจำนน</p>
<p>เพื่อแสดงออกถึงการสละอำนาจและยอมจำนนโดยดุษฎีต่อฮิเดโยชิ โยชิฮิสะได้ปลงผมบวชเป็นพระ เขาเดินทางไปพบฮิเดโยชิที่ค่ายทหารด้วยตนเองเพื่อขอขมาและขอให้ละเว้นชีวิตผู้คนในตระกูล ฮิเดโยชิซึ่งเป็นนักการเมืองที่ชาญฉลาดและมองการณ์ไกล มองเห็นว่าการไว้ชีวิตและรักษาตระกูลชิมะซึเอาไว้ จะเป็นประโยชน์ในการควบคุมภูมิภาคทางใต้ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าการใช้กำลังทหารทำลายล้าง ฮิเดโยชิจึงสั่งลงโทษเพียงแค่การริบดินแดนส่วนใหญ่ในคิวชูที่ชิมะซึอุตส่าห์ยึดครองมาได้ทั้งหมด คืนให้กับไดเมียวเจ้าของเดิม แต่ทว่า ฮิเดโยชิยังคงปรานีและอนุญาตให้ตระกูลชิมะซึปกครองแคว้นซัตสึมะและโอซุมิซึ่งเป็นดินแดนของบรรพบุรุษต่อไปได้ การรอดพ้นจากการสูญสิ้นตระกูลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชิมะซึต้องกลับมาทบทวนท่าทีของตนเอง ลดความทะเยอทะยานลง และเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ทางการเมืองที่กำลังจะมาถึงในหน้าประวัติศาสตร์อีกไม่ช้า</p>
<p><strong>ในตอนหน้า จะเป็นช่วงการเล่าถึงวีรกรรมอันบ้าบิ่นที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกของตระกูลชิมะซึ เมื่อแผ่นดินญี่ปุ่นเข้าสู่ศึกชี้ชะตาที่ทุ่งเซกิงาฮาระ กองทัพของชิมะซึที่ตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูนับหมื่นจะหาทางเอาชีวิตรอดกลับมายังแคว้นซัตสึมะได้อย่างไร แล้วจิตวิญญาณแห่งนักรบของพวกเขาจะถูกทดสอบหนักหนาแค่ไหน รอติดตามอ่านกันได้เลยครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>การนำเข้าปืนไฟครั้งแรกที่เกาะทาเนกะชิมะนั้น ชิมะซึ ทาคาฮิสะ ได้ยอมทุ่มเทและจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อปืนไฟเพียง 2 กระบอกจากชาวโปรตุเกส แต่การลงทุนในเทคโนโลยีครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามหาศาล เพราะมันเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์การสงครามของญี่ปุ่นไปตลอดกาล จนคนญี่ปุ่นในยุคนั้นพากันเรียกปืนไฟติดปากว่า ทาเนกะชิมะ ตามชื่อเกาะที่มันถูกค้นพบครั้งแรกนั่นเอง นอกจากนี้ มีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสะเทือนใจอีกเรื่องคือ แม้ชิมะซึ โยชิฮิสะจะยอมจำนนและปลงผมบวชเพื่อรักษาตระกูลไว้ แต่ชิมะซึ โทชิฮิสะ น้องชายคนที่สามของเขากลับปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อฮิเดโยชิอย่างเด็ดขาด โทชิฮิสะเลือกที่จะขัดขืนและทำการต่อต้านรัฐบาลของฮิเดโยชิต่อไป จนท้ายที่สุดเขาถูกบีบคั้นทางการเมืองอย่างหนักจนต้องกระทำการเซ็ปปุกุหรือคว้านท้องฆ่าตัวตาย เพื่อรักษาเกียรติของตนเองและเพื่อไม่ให้ตระกูลหลักต้องเดือดร้อนรับโทษทัณฑ์จากความดื้อรั้นของเขา</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86851" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Shimazu Clan – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/</span></a>)<br>
• Introduction of firearms to Japan – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Firearms_of_Japan#Introduction_of_firearms_to_Japan" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Firearms_of_Japan#Introduction_of_firearms_to_Japan</span></a>)<br>
• <a href="https://samuraihistoryculture.substack.com/p/shimazu-takahisa" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://samuraihistoryculture.substack.com/p/shimazu-takahisa</span></a><br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-yoshihisa-1533-1611.1006/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-yoshihisa-1533-1611.1006/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP2_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2026 15:20:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[NHK]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[taiga]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ละครไทกะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87625</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว ในคราวนี้ก็อยากจะขอพาทุกท่านเดินทางลงใต้ไปยังเกาะคิวชู เพื่อทำความรู้จักกับตระกูลซามุไรที่ทรงอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญที่สุดตระกูลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตระกูลที่เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนใต้ และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ นั่นก็คือ ตระกูลชิมะซึ (Shimazu) หากท่านใดที่เคยติดตามชมละครอิงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า ไทกะดราม่า ของสถานีโทรทัศน์ NHK อย่างเรื่อง อะทสึฮิเมะ ก็คงจะคุ้นหูกับชื่อของแคว้นซัตสึมะ และเหล่านักรบผู้ห้าวหาญจากแดนใต้กันมาเป็นอย่างดี แต่แท้จริงแล้ว&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87625"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว ในคราวนี้ก็อยากจะขอพาทุกท่านเดินทางลงใต้ไปยังเกาะคิวชู เพื่อทำความรู้จักกับตระกูลซามุไรที่ทรงอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญที่สุดตระกูลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตระกูลที่เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนใต้ และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ นั่นก็คือ ตระกูลชิมะซึ (Shimazu)</strong></p>
<p>หากท่านใดที่เคยติดตามชมละครอิงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า ไทกะดราม่า ของสถานีโทรทัศน์ NHK อย่างเรื่อง อะทสึฮิเมะ ก็คงจะคุ้นหูกับชื่อของแคว้นซัตสึมะ และเหล่านักรบผู้ห้าวหาญจากแดนใต้กันมาเป็นอย่างดี แต่แท้จริงแล้ว ตระกูลชิมะซึมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมพวกเขาถึงยืนหยัดผ่านยุคสมัยแห่งความวุ่นวายมาได้อย่างยาวนานกว่า 700 ปี ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิด ผมจะเล่าให้ฟัง</p>
<p>ช่วงเวลาที่จุดเริ่มต้นของตระกูลชิมะซึถือกำเนิดขึ้นนั้น ย้อนกลับไปในยุคปลายศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังผลัดแผ่นดินเข้าสู่ยุคการปกครองโดยรัฐบาลทหาร หรือที่เรารู้จักกันในนาม ยุคคามาคุระ ภายใต้การนำของโชกุนคนแรก <strong>มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ (Minamoto no Yoritomo)</strong> ผู้สถาปนารัฐบาลม่านบาคุฝุขึ้น บุคคลที่เป็นดั่งปฐมบทของตระกูลคือ <strong>ชิมะซึ ทาดาฮิสะ (Shimazu Tadahisa)</strong> ขุนศึกผู้มีความใกล้ชิดและเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านโชกุนโยริโทโมะ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87631 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้" width="700" height="1004" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa.jpg 700w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa-120x172.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa-90x129.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa-320x459.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_tadahisa-560x803.jpg 560w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-tadahisa" style="text-align: center;">Shimazu Tadahisa</h5>
<p>ทาดาฮิสะ (Tadahisa) เดิมทีมีชื่อว่า โคเรมุเนะ โนะ ทาดาฮิสะ ถือกำเนิดขึ้นในตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เกียวโต มีบันทึกและตำนานที่เล่าขานกันในยุคหลังว่า ทาดาฮิสะอาจเป็นบุตรนอกสมรสของโยริโทโมะที่เกิดกับหญิงรับใช้ในศาลเจ้า ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากโยริโทโมะ ในปี ค.ศ. 1185 โยริโทโมะได้แต่งตั้งให้ทาดาฮิสะไปรับตำแหน่ง จิโต หรือผู้จัดการที่ดินและจัดเก็บภาษี ของดินแดนชูเอ็งที่มีชื่อว่า ชิมะซึโช ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ในแคว้นฮิวงะ ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู จากนั้นเขาจึงได้เปลี่ยนนามสกุลจากโคเรมุเนะ มาเป็น ชิมะซึ ตามชื่อดินแดนที่ได้รับมอบหมาย</p>
<p>ต่อมาในปี ค.ศ. 1197 โยริโทโมะ (Yoritomo) ได้เลื่อนขั้นให้ทาดาฮิสะขึ้นเป็น ชูโงะ หรือผู้พิทักษ์มณฑล ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ว่าราชการทหาร ให้มีอำนาจปกครองดินแดนทางตอนใต้สุดของเกาะคิวชูถึง 3 มณฑล ได้แก่ มณฑลซัตสึมะ มณฑลโอซุมิ และมณฑลฮิวงะ ซึ่งในปัจจุบันก็คือพื้นที่ของจังหวัดคาโงชิมะและมิยาซากินั่นเอง การได้รับแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการตอกเสาเข็มทางอำนาจอย่างเป็นทางการของตระกูลชิมะซึในดินแดนภาคใต้</p>
<p>ด้วยความที่ดินแดนแถบนี้อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจอย่างเมืองคามาคุระและเมืองหลวงอย่างเกียวโตเป็นอย่างมาก ทำให้การปกครองในระยะแรกเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน มีภูเขาไฟซากุระจิมะที่ยังคุกรุ่น อีกทั้งยังมีกลุ่มขุนศึกและชนพื้นเมืองท้องถิ่นที่แข็งกร้าว ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจของรัฐบาลกลางโดยง่าย แต่ทาดาฮิสะและลูกหลานของเขาก็ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ ทั้งการใช้กำลังทหารปราบปรามกลุ่มต่อต้านอย่างเด็ดขาด และการผูกมิตรด้วยการแต่งงานทางการเมืองกับขุนศึกท้องถิ่น จนสามารถตั้งรากฐานได้อย่างมั่นคง</p>
<p>แคว้นซัตสึมะมีสภาพดินเป็นเถ้าภูเขาไฟที่เรียกว่า ชิราสุ ซึ่งกักเก็บน้ำได้ไม่ดีและไม่ค่อยเหมาะกับการปลูกข้าวมากนัก เมื่อเทียบกับแคว้นอื่นๆ ในที่ราบตอนกลางของญี่ปุ่น ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์นี้บังคับให้ตระกูลชิมะซึต้องพัฒนาระบบการปกครองที่เน้นความเข้มแข็งของกำลังคนเป็นหลัก พวกเขามองว่าแคว้นซัตสึมะไม่ใช่เพียงแค่ที่ดินพระราชทานชั่วคราว แต่มองว่านี่คือบ้านและอาณาจักรที่พวกเขาต้องปกป้องรักษาไว้ด้วยชีวิต ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลชิมะซึจึงเริ่มสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง และหล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งนักรบที่ดุดัน มีความจงรักภักดีต่อตระกูลอย่างสูงสุด และไม่เกรงกลัวความตาย</p>
<p>วิถีแห่งนักรบของชาวซัตสึมะนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตระกูลที่สืบทอดและเป็นที่เกรงขามไปทั่วแผ่นดิน มีคำกล่าวในยุคหลังว่า ทหารซัตสึมะเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับศัตรูได้นับสิบคน ความห้าวหาญนี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลายยุคคามาคุระ รัฐบาลโชกุนต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ นั่นคือการรุกรานของจักรวรรดิมองโกล ทั้งในสงครามบุนเอ ปี ค.ศ. 1274 และสงครามโคอัน ปี ค.ศ. 1281</p>
<p>กองทัพมองโกลและโครยอได้ยกพลขึ้นบกที่เกาะคิวชู สร้างความแตกตื่นและสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังป้องกันชายฝั่งของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำของ <strong>ชิมะซึ ฮิซาสึเนะ (Shimazu Hisatsune)</strong> ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 3 ในฐานะขุนศึกผู้ปกครองดินแดนตอนใต้ ได้รวบรวมกำลังทหารซามุไรในอาณัติเข้าร่วมสมทบกับกองทัพของรัฐบาลบาคุฝุเพื่อป้องกันชายฝั่งฮากาตะอย่างแข็งขัน ประสบการณ์จากสงครามครั้งนี้ยิ่งทำให้ตระกูลชิมะซึตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างแนวป้องกันทางทะเลและการพัฒนากองกำลังทหารให้แข็งแกร่งและคล่องตัวยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87630" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_hisatsune-troop.jpg" alt="" width="450" height="255" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_hisatsune-troop.jpg 450w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_hisatsune-troop-120x68.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_hisatsune-troop-90x51.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_hisatsune-troop-320x181.jpg 320w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-hisatsune-troop" style="text-align: center;">Shimazu Hisatsune Troop</h5>
<p>หลังจากที่ความตึงเครียดจากการรุกรานของต่างชาติผ่านพ้นไป ความวุ่นวายภายในประเทศก็ปะทุขึ้น รัฐบาลคามาคุระที่อ่อนแอลงได้ล่มสลายในที่สุด ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคราชวงศ์เหนือใต้ หรือ ยุคนัมโบกุโจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ คือราชสำนักเกียวโตในสายเหนือ และราชสำนักโยชิโนะในสายใต้ แว่นแคว้นต่างๆ ทั่วประเทศต่างต้องเลือกข้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง</p>
<p>ตระกูลชิมะซึเองก็หนีไม่พ้นผลกระทบจากคลื่นความวุ่นวายนี้ เกิดความแตกแยกขึ้นภายในแคว้นขนานใหญ่ ไดเมียวท้องถิ่นหลายตระกูลในคิวชูตอนใต้เลือกที่จะสนับสนุนราชสำนักใต้ ในขณะที่ <strong>ชิมะซึ ซาดาฮิสะ (Shimazu Sadahisa)</strong> ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 5 เลือกที่จะสนับสนุนโชกุน อาชิคางะ ทาคาอุจิ (Ashikaga Takauji) และราชสำนักเหนือ ซาดาฮิสะต้องทำสงครามปราบปรามกลุ่มกบฏและแคว้นพันธมิตรที่แปรพักตร์อย่างเหน็ดเหนื่อยยาวนานหลายสิบปี สงครามที่ยืดเยื้อนี้แม้จะบั่นทอนกำลังของตระกูลไปไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการคัดกรองความภักดีและฝึกฝนยุทธวิธีทางทหารของกองทัพชิมะซึให้แหลมคมยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้วยกุศโลบายทางการเมืองที่ชาญฉลาด ผนวกกับการใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด ในที่สุดตระกูลชิมะซึก็สามารถรวบรวมอำนาจให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้งในช่วงยุคมุโรมาจิ แม้จะต้องเผชิญกับการแทรกแซงจากรัฐบาลกลางที่ส่งตระกูลอิมางาวะมาเป็นผู้ตรวจการเกาะคิวชู แต่ตระกูลชิมะซึก็สามารถใช้ชั้นเชิงทางการทูตและการทหารผลักดันอำนาจของรัฐบาลกลางออกไป และสถาปนาตนเองเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในสามมณฑลภาคใต้อีกครั้ง รากฐานที่ซัตสึมะ โอซุมิ และฮิวงะ กลับมาแข็งแกร่งจนไม่อาจมีใครมาสั่นคลอนได้</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตระกูลชิมะซึมีความโดดเด่นและแตกต่างจากตระกูลไดเมียวอื่นๆ ในยุคเดียวกัน คือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอันเกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย การตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศและมีอาณาเขตติดกับทะเลเปิด ทำให้พวกเขาไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การทำเกษตรกรรมบนผืนดินที่แห้งแล้ง แต่ยังเปิดรับการค้าขายกับดินแดนภายนอกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงเวลาที่การค้ากับต่างชาติยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตระกูลชิมะซึได้สร้างเครือข่ายการค้าทางทะเลกับทั้งประเทศจีนและอาณาจักรริวกิว</p>
<p>การค้าเส้นทางสายใต้เหล่านี้นำมาซึ่งความมั่งคั่งมหาศาลให้กับคลังของตระกูล ทั้งยังทำให้ชาวซัตสึมะมีโอกาสได้สัมผัสกับวัฒนธรรม สินค้า และวิทยาการใหม่ๆ จากโลกภายนอกอยู่เสมอ ความเปิดกว้างทางความคิดและการไม่อยู่ในกรอบประเพณีเดิมๆ อย่างเคร่งครัดเหมือนซามุไรในเมืองหลวง ได้หล่อหลอมให้คนของตระกูลชิมะซึมีลักษณะนิสัยแบบชาวใต้ หรือที่เรียกกันว่า ฮายาโตะ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กล้าคิด กล้าทำ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ลักษณะนิสัยนี้เองที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชิมะซึสามารถปรับตัวและนำพาแคว้นให้ผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้ จากรากฐานที่ก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ยุคคามาคุระ ผ่านร้อนผ่านหนาวและมรสุมทางการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน ตระกูลชิมะซึได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล เสบียงกรัง และความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ เพื่อรอคอยเวลาที่จะสยายปีกพยัคฆ์แดนใต้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-87632" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest-120x120.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest-90x90.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest-320x320.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_crest-560x560.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-clans-crest" style="text-align: center;">Shimazu Clan’s Crest</h5>
<p><strong>ในตอนหน้า จะเป็นช่วงการก้าวเข้าสู่ยุคเซ็งโงกุ ยุคสงครามกลางเมืองที่ทุกแว่นแคว้นต่างตั้งตนเป็นใหญ่ ตระกูลชิมะซึจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากตระกูลคู่แข่งรอบด้าน และการมาเยือนของสิ่งประดิษฐ์จากดินแดนโพ้นทะเลที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การทำสงครามของญี่ปุ่นไปตลอดกาล</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล หรือ คามง ของตระกูลชิมะซึ มีชื่อเรียกว่า มารุ นิ จูมงจิ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปกากบาทอยู่ภายในวงกลม มีความเชื่อและตำนานหลายกระแสเกี่ยวกับที่มาของตราสัญลักษณ์นี้ บ้างก็ว่าเป็นเครื่องรางทางพุทธศาสนาที่มาจากจีน บ้างก็ว่าเป็นสัญลักษณ์ของมังกรสองตัวที่พันเกี่ยวกัน และอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคืออาจสื่อถึงอักษรจีนคำว่า สิบ ซึ่งแสดงถึงความสมบูรณ์แบบและการบรรลุเป้าหมาย ตราสัญลักษณ์นี้ได้กลายเป็นภาพจำที่น่าเกรงขามในหมู่ซามุไรทั่วแผ่นดินเมื่อตระกูลชิมะซึยาตราทัพเข้าสู่สมรภูมิรบในเวลาต่อมา</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86851" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86686" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Shimazu Clan – Samurai Archives (https://samurai-archives.com/wiki/Shimazu_clan)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html)<br>
• Japan Travel – Official Tourism Guide (ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองยานากาวะ): <a href="https://www.japan.travel/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japan.travel/</span></a><br>
• The Mongol Invasions of Japan – World History Encyclopedia (https://www.worldhistory.org/Mongol_Invasions_of_Japan/)<br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/gallery" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/gallery</span></a><br>
• <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Hisatsune" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Hisatsune</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้ #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Shimazu-Clan-EP1_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</title>
		<link>https://www.marumura.com/tachibana-clan-ep8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2026 09:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Battle of Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Meiji Restoration]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara no Tatakai]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Clan]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปเมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลทาจิบานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรนิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87398</guid>

					<description><![CDATA[Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวของพยัคฆ์สาวกิงจิโยและการสืบทอดอำนาจผ่านระบบมูโกะโยชิของตระกูลทาจิบานะสายนักรบแห่งคิวชูไปในตอนที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นภาพของการประคับประคององค์กรให้รอดพ้นจากภัยสงครามรอบด้านด้วยการเลือกคนนอกที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะอย่าง ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ เข้ามานำทัพ Tachibana Muneshige แต่ทว่า กงล้อแห่งประวัติศาสตร์และโลกของสงครามนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนครับ เมื่อการรวบรวมแผ่นดินของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สิ้นสุดลงด้วยการถึงแก่อสัญกรรม แผ่นดินญี่ปุ่นก็พลันเข้าสู่รอยต่อของความระส่ำระสายครั้งใหญ่เพื่อหาผู้นำคนใหม่ที่จะมากุมบังเหียนประเทศ และในจุดนี้เองที่ตระกูลทาจิบานะต้องเผชิญกับมรสุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มรสุมที่เปลี่ยนยอดนักรบผู้ครองปราสาทให้กลายเป็น “โรนิน”&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87398"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เล่าเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวของพยัคฆ์สาวกิงจิโยและการสืบทอดอำนาจผ่านระบบมูโกะโยชิของตระกูลทาจิบานะสายนักรบแห่งคิวชูไปในตอนที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นภาพของการประคับประคององค์กรให้รอดพ้นจากภัยสงครามรอบด้านด้วยการเลือกคนนอกที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะอย่าง ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ เข้ามานำทัพ</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-87400 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige.jpg" alt="Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน" width="400" height="500" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige.jpg 400w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-120x150.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-90x113.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-EP8_Muneshige-320x400.jpg 320w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" title=""></p>
<h5 id="tachibana-muneshige" style="text-align: center;">Tachibana Muneshige</h5>
<p>แต่ทว่า กงล้อแห่งประวัติศาสตร์และโลกของสงครามนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนครับ เมื่อการรวบรวมแผ่นดินของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สิ้นสุดลงด้วยการถึงแก่อสัญกรรม แผ่นดินญี่ปุ่นก็พลันเข้าสู่รอยต่อของความระส่ำระสายครั้งใหญ่เพื่อหาผู้นำคนใหม่ที่จะมากุมบังเหียนประเทศ และในจุดนี้เองที่ตระกูลทาจิบานะต้องเผชิญกับมรสุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มรสุมที่เปลี่ยนยอดนักรบผู้ครองปราสาทให้กลายเป็น “โรนิน” หรือคนจรหมอนหมิ่นไร้แผ่นดินพเนจรอยู่หลายปี ก่อนที่จะเกิดปาฏิหาริย์หนึ่งเดียวในพงศาวดาร และนำไปสู่การปรับตัวของทายาทรุ่นหลังในการแปรสภาพมรดกซามุไรให้กลายเป็นธุรกิจบริการระดับพรีเมียมในโลกยุคปัจจุบัน แท้จริงแล้ว มุเนะชิเงะและเหล่านักรบผู้ซื่อสัตย์ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมนนั้นมาได้อย่างไร และแบรนด์ของทาจิบานะในปัจจุบันหน้าตาเป็นแบบไหน ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง</p>
<p>ประวัติศาสตร์ได้บันทึกจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในเดือน 9 ปี ค.ศ. 1600 เมื่อเกิด<strong> “มหาศึกสงครามเซกิกาฮาระ” (Battle of Sekigahara)</strong> สงครามครั้งใหญ่ที่แบ่งแยกแผ่นดินญี่ปุ่นออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายตะวันตกที่ภักดีต่อตระกูลโทโยโทมิ นำโดย อิชิดะ มิตซุนาริ กับฝ่ายตะวันออกที่มุ่งหมายจะตั้งระบอบปกครองใหม่ นำโดย <strong>โทกุกาวะ อิเอยาสึ</strong></p>
<p>ในศึกครั้งนี้ <strong>ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ</strong> ในฐานะไดเมียวแห่งแคว้นยานากาวะ ได้ถูกทดสอบหัวใจอย่างรุนแรง มีขุนพลหลายคนมาเตือนและชักชวนให้เขาเข้าร่วมกับฝ่ายตะวันออกของโทกุกาวะเพราะมองเห็นทิศทางลมว่ามีโอกาสชนะสูงกว่า แต่สำหรับมุเนะชิเงะ ชายผู้รักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของวิถีนักรบอย่างเคร่งครัด เขากลับปฏิเสธโอกาสที่จะเสวยสุขบนความทรยศ มุเนะชิเงะเลือกที่จะประกาศตนอยู่เคียงข้างฝ่ายตะวันตก เพื่อตอบแทน “ทุนทางความกตัญญู” ที่เขามีต่อ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและยกย่องเขาว่าเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานแห่งภาคตะวันตก</p>
<p>ทว่า ผลลัพธ์ของสงครามในวันนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับของฝ่ายตะวันตก โทกุกาวะ อิเอยาสึ ก้าวขึ้นเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในแผ่นดิน และได้ออกคำสั่งลงทัณฑ์ไดเมียวฝ่ายตรงข้ามอย่างโหดเหี้ยม ทรัพย์สินและดินแดนศักดินากว่า 130,000 โคคุของตระกูลทาจิบานะในมณฑลยานากาวะถูกริบเข้าหลวงจนหมดสิ้น มุเนะชิเงะและเหล่านักรบข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์หลายร้อยชีวิตต้องกลายสภาพเป็น “โรนิน” (浪人) หรือคนซัดเซพเนจร ไร้ราก ไร้บ้าน และไร้ซึ่งเบี้ยหวัดเงินเดือนทันที<br>
หากเราแปลความหมายตามรากศัพท์อักษรคันจิ คำว่าโรนินหมายถึง “คนคลื่น” หรือคนจรหมอนหมิ่น ชีวิตของมุเนะชิเงะและพรรคพวกในช่วงนี้ต้องตกจมอยู่ในอนาคตอันมืดมนและแร้นแค้นอย่างที่สุด พวกเขาต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในกระท่อมซอมซ่อในแถบชานเมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ในโลกที่ศักดิ์ศรีของซามุไรไม่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นข้าวกินได้ ข้อจำกัดของระเบียบสังคมทำให้พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพไปทำงานอื่นได้อย่างเปิดเผย</p>
<p>แต่ตรงนี้เองครับที่โครงสร้างทางวัฒนธรรมและความผูกพันภายในองค์กรของทาจิบานะได้แสดงพลังออกมา ในยามที่นายเหนือหัวตกอับ เหล่านักรบซามุไรผู้ซื่อสัตย์กลับปฏิเสธที่จะทอดทิ้งมุเนะชิเงะ พวกเขายอมสละเกียรติยศส่วนตัว ออกไปรับจ้างทำงานใช้แรงงานหามเสลี่ยง ล้างส้วม หรือแม้กระทั่งทำขนมพื้นบ้านออกเดินขายตามท้องถนนในเมืองเอโดะ เพื่อรวบรวมเศษเงินประทังชีวิตและนำมาเลี้ยงดูนายเหนือหัวของตนไม่ให้อดอยาก ความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้นนี้เองที่เป็นพลังขับเคลื่อนซ่อนเร้นที่ทำให้แบรนด์ของทาจิบานะยังคงรอดชีวิตอยู่ได้ในตลาดยามวิกฤต</p>
<p>จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานถึง 20 ปี ปาฏิหาริย์หนึ่งเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก็บังเกิดขึ้น ด้วยความที่มุเนะชิเงะเป็นคนรักษาเกียรติยศ มีสัจจะวาจา และมีความปรีชาสามารถในการทหารที่โดดเด่นจนชื่อเสียงเลื่องลือ แม้แต่ในหมู่ขุนนางของรัฐบาลโชกุนโทกุกาวะก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธฝีมือของเขา โชกุนรุ่นที่ 2 คือ โทกุกาวะ ฮิเดทาดะ และอดีตโชกุนอิเอยาสึ ต่างก็รู้สึกเสียดายในความสามารถและนับถือในความซื่อสัตย์ที่ไม่ยอมแปรพักตร์ในอดีต</p>
<p>ในที่สุดปี ค.ศ. 1620 รัฐบาลโชกุนโทกุกาวะจึงได้ประกาศอภัยโทษครั้งประวัติศาสตร์ และมีคำสั่งแต่งตั้งให้ ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ กลับไปดำรงตำแหน่งไดเมียวปกครองปราสาทและที่ดินตำแหน่งเดิมที่เมืองยานากาวะ อย่างสง่างาม ในพงศาวดารญี่ปุ่นอันยาวนาน มุเนะชิเงะคือไดเมียวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สู้รบแพ้ในศึกเซกิกาฮาระ ถูกริบดินแดนกลายเป็นโรนินพเนจรยาวนานนับสิบปี แต่สามารถใช้ความดีความชอบ คุณธรรม และฝีมือส่วนตัวซื้อมัดใจโชกุนจนได้รับการฟื้นฟูล้างมลทินและได้กลับมาปกครองแคว้นเดิมของตนเองได้สำเร็จ นับเป็นการหวนคืนสู่อำนาจ (Market Comeback) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง</p>
<p>กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอีกหลายร้อยปี จนกระทั่งประวัติศาสตร์เดินทางมาถึง<strong>ยุคการปฏิฏิวัติพัฒนาสังคมและการปฏิรูปเมจิ (Meiji Restoration)</strong> ในปี ค.ศ. 1871 รัฐบาลใหม่ได้ประกาศยกเลิกระบบแว่นแคว้นและชนชั้นซามุไรลงอย่างสิ้นเชิง ตระกูลทาจิบานะต้องสละอำนาจการปกครองและปราสาทในฐานะไดเมียว ทว่าสิ่งที่ทำให้ตระกูลนี้แตกต่างจากซามุไรตระกูลอื่นที่มักจะล่มสลายหายไปตามยุคสมัย คือการที่ทายาทรุ่นหลังรู้จักดำเนินกลยุทธ์ “การปรับตัวเข้าสู่โลกธุรกิจสมัยใหม่” (Business Pivot)</p>
<p>ในยุคเมจิ ทายาทสายหลักของตระกูลทาจิบานะได้รับฐานันดรศักดิ์ใหม่เป็นขุนนางชั้นสูง (Kazoku) นามว่า<strong> ท่านเคานต์ ทาจิบานะ โทโมฮารุ</strong> แทนที่จะนั่งกินนอนกินบนทรัพย์สินเก่า โทโมฮารุกลับนำความรู้ด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เขาเล่าเรียนมาจากโตเกียว มาจัดตั้งสถานีทดลองการเกษตรส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่น และต่อมาในยุคหลังสงครามโลก ตระกูลทาจิบานะได้ตัดสินใจทำเรื่องที่น่าชื่นชมที่สุด ด้วยการนำคฤหาสน์ประจำตระกูลเก่าแก่ที่เรียกว่า <strong>“โอฮานะ” (Ohana)</strong> ในเมืองยานากาวะ มาแปรสภาพภายใต้กลไกธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</p>
<p>ในปัจจุบัน <strong>คฤหาสน์โอฮานะ</strong> หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า <strong>Yanagawa Hanshu Tachibana-tei Ohana</strong> ได้รับการดูแลสืบทอดมาจนถึงทายาทสายตรงรุ่นที่ 18 คือ <strong>คุณชิซุกะ ทาจิบานะ (Chizuka Tachibana)</strong> โดยแปรสภาพเป็นโรงแรมสไตล์เรียวกังหรูหรา พิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุ (รวมถึงดาบไรคิริและชุดเกราะของมุเนะชิเงะ) และร้านอาหารระดับพรีเมียมที่ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก</p>
<p><strong>จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกิ่งส้มป่าศักดิ์สิทธิ์ในราชสำนักนาราโบราณ ผ่านรอยแผลจากคมดาบและความยากลำบากในฐานะโรนิน สู่การเป็นแบรนด์ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มั่นคงในศตวรรษที่ 21 เรื่องราวทั้งหมดของตระกูลทาจิบานะที่ผมเล่ามาจนถึงตอนสุดท้ายนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีครับว่า สิ่งที่จะทำให้มหาตระกูลหรือองค์กรหนึ่งสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนข้ามพันปี ไม่ใช่อาวุธที่ทรงพลังหรืออำนาจที่ล้นพ้น หากแต่เป็น “ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ และการรักษาความซื่อตรงต่อเกียรติยศของตนเอง” ในทุกยุคสมัยนั่นเองครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>สวนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ภายในคฤหาสน์โอฮานะ (Ohana) มีชื่อเรียกว่า “โชโตเอน” (Shōtōen: 松濤園) ซึ่งแปลว่า สวนคลื่นเสียงสน สวนแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทางภูมิทัศน์ที่มีความสำคัญแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น</em></p>
<p><em>ความน่าทึ่งในเชิงสถาปัตยกรรมและการออกแบบคือ สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบทัศนียภาพของอ่าวมาツชิมะ (Matsushima) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ภายในสวนประกอบไปด้วยต้นสนสีดำโบราณอายุนับร้อยปีจำนวนกว่า 280 ต้น และมีการนำหินภูเขาไฟขนาดใหญ่ประดับประดาอยู่รอบๆ สระน้ำหลัก ซึ่งสระน้ำนี้ถูกออกแบบให้เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกเป็ดน้ำป่าที่จะอพยพมาพำนักในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี ในอดีต สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ที่จำกัดเฉพาะไดเมียวและแขกผู้มีเกียรติระดับสูงเท่านั้น แต่ปัจจุบันทายาทตระกูลทาจิบานะได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปนั่งจิบชาเขียวมัทฉะพร้อมชมความงามของสวนแห่งนี้ได้ เพื่อส่งต่อมรดกทางสุนทรียศาสตร์ของซามุไรให้คงอยู่คู่กับสังคมยุคปัจจุบันครับ</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86851" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86686" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86575" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3: โศกนาฏกรรมกบฏนารามาริ และกงล้ออำนาจที่ล่มสลาย</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Yanagawa Hanshu Tachibana-tei Ohana Official Website (ประวัติศาสตร์ตระกูลทาจิบานะและการบริหารคฤหาสน์โอฮานะ): <a href="https://ohana.co.jp/en/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://ohana.co.jp/en/</span></a><br>
• National Archives of Japan (บันทึกพระบรมราชโองการฟื้นฟูดินแดนให้แก่ ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ): <a href="https://www.archives.go.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.archives.go.jp/</span></a><br>
• Japan Travel – Official Tourism Guide (ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองยานากาวะ): <a href="https://www.japan.travel/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japan.travel/</span></a><br>
• Japanese Wiki Corpus (Biography of Tachibana Muneshige and Post-Sekigahara Exile): <a href="https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20Muneshige.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20Muneshige.html</span></a><br>
• <a href="https://www.guidoor.jp/media/musou-muneshigetachibana/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.guidoor.jp/media/musou-muneshigetachibana/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน #Tachibana Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-cover-8.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-cover-8-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</title>
		<link>https://www.marumura.com/tachibana-clan-ep7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Aug 2026 14:15:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Kato Kiyomasa]]></category>
		<category><![CDATA[Mukoyoshi]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Dosetsu (Bekki Akitsura)]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Ginchiyo]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Muneshige]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลทาจิบานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=87264</guid>

					<description><![CDATA[Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ในตอนก่อนหน้านี้ ผมได้พาทุกท่านไปสัมผัสกับความเกรียงไกรของ ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ ยอดขุนพลอัมพาตผู้ใช้เสลี่ยงวิ่งนำหน้าทหารฝ่าดงกระสุนเข้าสู้รบจนได้รับฉายาว่าเทพอสูรแห่งคิวชู ชายผู้สร้างแบรนด์เนม “立花” ให้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าแห่งความไร้พ่ายและสัจจะวาจาอันกตัญญูจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดินเซนโกคุ แต่ทว่า ในโลกของการบริหารธุรกิจและมหาศึกสงครามอันยาวนาน มีวิกฤตการณ์สากลอยู่ประการหนึ่งที่ผู้นำองค์กรทุกยุคทุกสมัยต่างต้องหวาดกลัว นั่นคือวิกฤตการณ์ที่เรียกกันว่า “การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง” (Succession Planning)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-87264"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ในตอนก่อนหน้านี้ ผมได้พาทุกท่านไปสัมผัสกับความเกรียงไกรของ ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ ยอดขุนพลอัมพาตผู้ใช้เสลี่ยงวิ่งนำหน้าทหารฝ่าดงกระสุนเข้าสู้รบจนได้รับฉายาว่าเทพอสูรแห่งคิวชู ชายผู้สร้างแบรนด์เนม “立花” ให้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าแห่งความไร้พ่ายและสัจจะวาจาอันกตัญญูจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดินเซนโกคุ</strong></p>
<p>แต่ทว่า ในโลกของการบริหารธุรกิจและมหาศึกสงครามอันยาวนาน มีวิกฤตการณ์สากลอยู่ประการหนึ่งที่ผู้นำองค์กรทุกยุคทุกสมัยต่างต้องหวาดกลัว นั่นคือวิกฤตการณ์ที่เรียกกันว่า “การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง” (Succession Planning) ต่อให้องค์กรของคุณจะยิ่งใหญ่ มีส่วนแบ่งทางการตลาดมหาศาล หรือมีผู้บริหารระดับซีอีโอที่เก่งกาจปานเทพอสูรขนาดไหน แต่ถ้าหากวันหนึ่งเมื่อผู้นำสูงสุดต้องหมดอำนาจหรือล่วงลับไป โดยที่ไม่มีการส่งไม้ต่อให้แก่ทายาทที่มีความสามารถอย่างเหมาะสม องค์กรนั้นก็เปรียบเสมือนเรือใหญ่ที่ขาดหางเสือ และพร้อมที่จะถูกคู่แข่งทางธุรกิจรุมทึ้งจนล่มสลายลงในเวลาอันรวดเร็ว</p>
<p>ตระกูลทาจิบานะสายนักรบเองก็หนีไม่พ้นกฎเกณฑ์ข้อนี้ครับ เมื่อโโดเซ็ตสึย่างเข้าสู่วัยชรา เขากลับต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพบว่าตนเองไม่มีบุตรชายสืบทอดสายเลือดแม้แต่คนเดียว มีเพียงธิดาตัวน้อยนามว่า<strong> ทาจิบานะ กิงจิโย (Tachibana Ginchiyo)</strong> ที่ลืมตาดูโลกในปี ค.ศ. 1569 เท่านั้น ในสังคมซามุไรยุคโบราณที่ผู้ชายเป็นใหญ่และผูกขาดอำนาจทางการทหาร การไร้ทายาทบุรุษเปรียบเสมือนการประกาศล้มละลายทางการเมืองล่วงหน้า แท้จริงแล้ว เทพอสูรโดเซ็ตสึจะดำเนินกลยุทธ์อย่างไรเพื่อรักษาแบรนด์เนมของตระกูลเอาไว้ และพยัคฆ์สาวกิงจิโยจะก้าวขึ้นมาท่ามกลางคมหอกคมดาบได้อย่างไร อย่าปล่อยให้ความสงสัยมากัดกินความสว่างรู้ ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง</p>
<p>หากเราแกะรอยบันทึกพงศาวดารเก่าแก่ของเกาะคิวชู เราจะพบการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่แหวกทุกขนบธรรมเนียมจารึกปฏิบัติของสังคมญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง ในปี ค.ศ. 1575 ขณะที่เด็กหญิงกิงจิโยมีอายุได้เพียง 6 ขวบ โดเซ็ตสึผู้เป็นบิดาได้มองเห็นสัญญาณเตือนภัยว่าชะตากรรมของบ้านเมืองเริ่มระส่ำระสาย และตัวเขาเองก็มีอายุมากแล้ว หากปล่อยให้ตำแหน่งผู้นำตระกูลว่างลงหรือรอไปรับบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้ชายจากตระกูลอื่นเข้ามาบริหารทันที อาจเกิดการเลื่อยขาเก้าอี้และแย่งชิงปราสาทในหมู่ข้ารับใช้ท้องถิ่นได้ โมโรเอะจึงดำเนินกลยุทธ์ที่ในโลกธุรกิจเรียกว่า “การตั้งผู้บริหารชั่วคราวเพื่อปกป้องสินทรัพย์” (Interim CEO &amp; Asset Protection)</p>
<p>โดเซ็ตสึได้ยื่นฎีกาขอนุมัติพิเศษต่อ โอโตเมะ โซริน เจ้าแคว้นใหญ่ เพื่อทำการสถาปนาเด็กหญิงกิงจิโยในวัย 6 ขวบ ให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง<strong> ผู้นำตระกูลทาจิบานะและเจ้าปราสาททาจิบานะอย่างเป็นทางการ</strong> การสถาปนาเด็กหญิงขึ้นเป็นผู้กุมชะตากรรมของป้อมปราการยุทธศาสตร์เหนือน่านน้ำอ่าวฮากาตะนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ซามุไร แต่นี่คือความฉลาดของโดเซ็ตสึครับ เพราะตามกฎหมายดั้งเดิม หากสตรีเป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องตามสายเลือด ตระกูลอื่นจะไม่มีสิทธิ์สัจจะอ้างในการเข้ามายึดครองที่ดินหรือควบรวมกิจการ (Hostile Takeover) ได้โดยง่าย กิงจิโยจึงกลายเป็น “ออนนะ-มูฉะ” (Onna-musha) หรือผู้นำหญิงแห่งสมรภูมิรบตั้งแต่ยังไม่เดียงสา</p>
<p>แต่ถ้าท่านคิดว่า กิงจิโยเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดทางการเมืองที่นั่งประดับบารมีอยู่ในห้องโถงปราสาทอันหรูหราแล้วล่ะก็ ผมต้องบอกว่าท่านกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ครับ เพราะสายเลือดของเทพอสูรผู้ฟันสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอนั้นเข้มข้นนัก กิงจิโยเติบโตมาภายใต้การเคี่ยวกรำฝึกฝนวิชาทหารอย่างหนักหน่วงจากผู้เป็นบิดา เธอเรียนรู้ศาสตร์การใช้อาวุธทุกรูปแบบ ตั้งแต่การกวัดแกว่งดาบคาตานะ ยาวไปจนถึงการใช้ทวนง้าวแบบโบราณ และที่โดดเด่นที่สุดคือการฝึกกลยุทธ์ปืนคาบศิลา (Tanegashima)</p>
<p>กิงจิโยไม่ได้ฝึกฝนเพียงลำพัง ทว่าเธอได้ทำการรวบรวมเหล่านางสนองพระโอษฐ์ หญิงรับใช้ในปราสาท รวมถึงบุตรสาวของเหล่านักรบซามุไรในแคว้น มาจัดตั้งเป็น <strong>“กองกำลังทหารหญิงพิทักษ์มาตุภูมิ” (Elite Female Defense Force)</strong> ของตนเองอย่างเป็นระบบ กองทัพหญิงภายใต้การนำของกิงจิโยได้รับการฝึกซ้อมการแปรขบวนรบและการระดมยิงปืนไฟอย่างแม่นยำ จนกระทั่งในยามที่เกิดศึกสงคราม ปราสาททาจิบานะถูกล้อมโดยกองทัพของตระกูลชิมะซุ พยัคฆ์สาวกิงจิโยในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทจะนำทัพทหารหญิงของเธอขึ้นประจำการที่ปีกกำแพงเมือง สั่งการยิงปืนไฟสกัดกั้นการบุกของศัตรูด้วยความเด็ดเดี่ยวอาจหาญจนกองทัพชายชาตรีของฝ่ายตรงข้ามต่างต้องล่าถอยและขยาดกลัวในความดุดันของเธอ</p>
<p>จนกระทั่งเมื่อกิงจิโยมีอายุได้ราว 12 ปี ในปี ค.ศ. 1581 โโดเซ็ตสึมองเห็นว่าแบรนด์เนมของทาจิบานะจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งในระยะยาวเพื่อรองรับการขยายตัวของสงคราม เขาจึงได้เล็งหาคู่ค้าทางยุทธศาสตร์และได้พบกับ ทาคาฮาชิ มุเนะโทระ บุตรชายคนโตของ ทาคาฮาชิ โจวุน ยอดขุนพลผู้เป็นเพื่อนสนิทร่วมน้ำสาบาน โโดเซ็ตสึได้เจรจาขอรับตัวมุเนะโทระเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรมควบตำแหน่งบุตรเขย โดยจัดพิธีมงคลสมรสให้แก่เด็กทั้งสอง และตัวมุเนะโทระก็ได้เปลี่ยนนามสกุลเข้าสู่แบรนด์ทาจิบานะอย่างเป็นทางการในชื่อ <strong>ทาจิบานะ มุเนะชิเงะ (Tachibana Muneshige)</strong></p>
<p>กลยุทธ์การแต่งงานและรับบุตรบุญธรรมในครั้งนี้ ในแง่ของกฎหมายและธุรกิจญี่ปุ่นโบราณเรียกว่าระบบ <strong>“มูโกะโยชิ” (Mukoyōshi: 婿養子)</strong> ซึ่งเป็นโมเดลการสืบทอดกิจการตระกูลที่ฉลาดและทรงประสิทธิภาพที่สุดของญี่ปุ่น (และยังคงนิยมใช้ในบริษัทระดับโลกของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน เช่น ซูซูกิ หรือ โตโยต้า) นั่นคือการเลือก “คนนอกที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะ” ให้แต่งงานกับบุตรสาวสายเลือดตรง แล้วยกลำดับการบริหารให้แก่บุตรบุญธรรมผู้นั้น เพื่อให้แบรนด์และองค์กรสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ยึดติดกับศักยภาพทางพันธุกรรมของลูกชายสายตรงที่ไม่เอาถ่าน</p>
<p><strong>หลังจากแต่งงาน มุเนะชิเงะได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่คุมกำลังออกศึกเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อตา ส่วนกิงจิโยก็ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรภายในและความมั่นคงของปราสาท แม้ว่าในเวลาต่อมาความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งสองอาจจะมีชีวิตคู่ที่ไม่ราบรื่นนักเนื่องจากความทิฐิและความเป็นผู้นำสูงของทั้งสองฝ่าย แต่อำนาจและความเป็นเอกราชของตระกูลทาจิบานะกลับแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ จิตวิญญาณความเด็ดเดี่ยวของกิงจิโยและการสืบทอดทางการเมืองที่ผ่านการคำนวณอย่างรอบคอบของโโดเซ็ตสึ ได้กลายเป็นเกราะคุ้มภัยที่ทำให้ตระกูลทาจิบานะสามารถหยัดยืนอย่างทรนงท่ามกลางไฟสงครามเซนโกคุ และได้รับการยอมรับจากผู้มีอำนาจระดับประเทศในยุคต่อมาอย่างไม่มีข้อกังขาครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เรื่องราวความเป็นพยัคฆ์สาวของ ทาจิบานะ กิงจิโย ถูกบันทึกไว้ในหน้าบันทึกประวัติศาสตร์อย่างน่าทึ่งอีกครั้งในช่วงปลายชีวิตหลังมหาศึกสงครามเซกิกาฮาระในปี ค.ศ. 1600 เมื่อฝ่ายตะวันตกที่ตระกูลทาจิบานะสังกัดพ่ายแพ้ และทาจิบานะ มุเนะชิเงะ ถูกริบดินแดนทั้งหมด ตัวกิงจิโยเองต้องสละความเป็นเจ้าปราสาทและย้ายไปบวชเป็นชี พำนักอยู่ในอารามเล็กๆ ในแถบอิจิโนเซะ ใกล้กับเมืองยานากาวะ</em></p>
<p><em>ในช่วงเวลานั้น <strong>คาโต้ คิโยมาซะ (Katō Kiyomasa)</strong> ยอดขุนพลผู้เก่งกล้าจากฝ่ายตะวันออกที่ชนะศึก ได้นำกองทัพนับหมื่นนายเคลื่อนผ่านพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเข้ายึดครองปราสาท คิโยมาซะซึ่งรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของทหารหญิงตระกูลทาจิบานะ ได้เกิดความหวาดระแวงว่ากิงจิโยอาจจะสั่งคนงานบุกซุ่มโจมตีกองทัพของตน เขาจึงได้ส่งทหารม้าเร็วไปแจ้งแก่กิงจิโยที่อารามชีด้วยความนอบน้อมว่า “ขอให้ท่านแม่ชีโปรดสบายใจ กองทัพของข้าพเจ้าเพียงแค่ขอใช้เส้นทางผ่านทางหลวงเท่านั้น จะไม่มีการล่วงเกินใดๆ เด็ดขาด”</em></p>
<p><em>ทว่า สิ่งที่คิโยมาซะได้รับกลับคืนมาคือ ภาพของกิงจิโยที่สลัดผ้าชีออกชั่วคราว นำชุดเกราะเก่าของบิดามาสวมใส่ นำเหล่านางกำนัลและแม่ชีในอารามทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดนักรบ ถือปืนคาบศิลาโบราณบรรจุดินปืนพร้อมยิง ออกมาตั้งขบวนรบขู่ขวัญคอยคุมเชิงอยู่รอบๆ อารามอย่างไม่สะทกสะท้าน วีรกรรมในครั้งนั้นทำให้คาโต้ คิโยมาซะถึงกับต้องสั่งให้กองทัพทั้งหมดของตนเปลี่ยนเส้นทางการเดินทัพ อ้อมหลบอารามชีของกิงจิโยไปอีกทางหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับพยัคฆ์สาวผู้มีจิตวิญญาณแห่งทาจิบานะเต็มเปี่ยมผู้นี้ครับ</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86851" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86686" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86575" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3: โศกนาฏกรรมกบฏนารามาริ และกงล้ออำนาจที่ล่มสลาย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86390" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• <a href="http://www.tachibana-museum.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">http://www.tachibana-museum.jp/</span></a> (พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทาจิบานะ – บันทึกชีวิตและสิ่งของเครื่องใช้ของ ทาจิบานะ กิงจิโย)<br>
• <a href="https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20clan%20(Samurai).html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20clan%20(Samurai).html</span></a> (ฐานข้อมูลพงศาวดารตระกูลทาจิบานะสายนักรบคิวชู)<br>
• <a href="https://samurai-archives.com/wiki/Tachibana_Ginchiyo" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://samurai-archives.com/wiki/Tachibana_Ginchiyo</span></a> (ประวัติการรบและบทบาท Onna-musha ของกิงจิโย)<br>
• <a href="https://www.city.yanagawa.fukuoka.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.city.yanagawa.fukuoka.jp/</span></a> (สมาคมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองยานากาวะ – บันทึกเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับการตั้งรับกองทัพคาโต้ คิโยมาซะ)<br>
• <a href="https://www.wowu.travel/spots/tachibana-museum" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.wowu.travel/spots/tachibana-museum</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง #Tachibana Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-cover-7.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/08/Tachibana-Clan-cover-7-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</title>
		<link>https://www.marumura.com/tachibana-clan-ep5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2026 07:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Fukuoka]]></category>
		<category><![CDATA[Kyushu]]></category>
		<category><![CDATA[Mount Tachibana]]></category>
		<category><![CDATA[Otomo Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Otomo Sadatoshi]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Castle]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Tachibana Sadatoshi]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซามุไรญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลทาจิบานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=86851</guid>

					<description><![CDATA[Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เคยนำเสนอชุดข้อมูลและมุมมองทางประวัติศาสตร์ผ่านบทความคอลัมน์ก่อนหน้านี้อย่าง Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 1, Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 2, Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 3, Sakamoto&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-86851"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ผมได้เคยนำเสนอชุดข้อมูลและมุมมองทางประวัติศาสตร์ผ่านบทความคอลัมน์ก่อนหน้านี้อย่าง <span style="text-decoration: underline;">Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 1, Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 2, Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 3, Sakamoto Ryoma ที่ผมรู้จัก ตอนที่ 4 </span>รวมถึงเรื่องราวของยอดนักรบผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีในประวัติศาสตร์อย่าง <span style="text-decoration: underline;">เรื่องของ 47 โรนิน ตอนที่ 1</span> ไปเมื่อคราวก่อนนู้น ซึ่งหากทุกท่านยังจำกันได้ ในตอนที่แล้วผมได้ทิ้งท้ายไว้ถึงช่วงเวลาอันมืดมนของตระกูลทาจิบานะสายขุนนางวังหลวงที่ต้องอพยพกระจายตัวออกจากเกียวโตไปสู่หัวเมืองภูมิภาคอย่างมณฑลอิโยะ เพื่อปรับตัวเอาชีวิตรอดในวันที่อำนาจส่วนกลางล่มสลาย</strong></p>
<p>แต่ทว่า กงล้อประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้นครับ เมื่อวันเวลาหมุนผ่านเข้าสู่ยุคคามาคุระและยุคมุโรมาจิ ดุลอำนาจของประเทศได้เปลี่ยนผ่านจากปลายนึกน้ำหมึกของเหล่านักปราชญ์ไปสู่คมดาบอันคมกริบของชนชั้นศักดินาใหม่ที่เรียกว่า “ซามุไร” อย่างสมบูรณ์ และ ณ จุดนี้เอง ดินแดนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ก็ได้กลายเป็นเวทีแห่งการให้กำเนิด “สายเลือดใหม่” ที่จะชุบชีวิตชื่อของทาจิบานะให้กลับมาเกรียงไกรและเป็นที่ครั่นคร้ามในสนามรบอีกครั้ง แท้จริงแล้ว สายเลือดใหม่นี้เป็นใคร มีความเกี่ยวดองกับส้มศักดิ์สิทธิ์ในอดีตอย่างไร และทำไมข้อเท็จจริงเบื้องหลังตัวอักษรคันจิของตระกูลนี้ถึงทำให้นักประวัติศาสตร์ต้องทึ่ง อย่าปล่อยให้ความสงสัยมากัดกินความสว่างรู้ ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดครับ ผมจะเล่าให้ฟัง</p>
<p>หากเรามองในมุมมองของการบริหารธุรกิจสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนเกาะคิวชูในช่วงศตวรรษที่ 14 นั้น เปรียบเสมือนการทำ “กลยุทธ์แตกบริษัทย่อย” (Corporate Spin-off) เพื่อเข้ายึดครองสัมปทานในตลาดใหม่ ในเวลานั้น มหาอำนาจที่ผูกขาดการปกครองดินแดนภาคเหนือของเกาะคิวชูคือ <strong>ตระกูลโอโตโมะ (Ōtomo Clan)</strong> ซึ่งเป็นตระกูลซามุไรยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลและมีกองกำลังทหารในมือนับหมื่นนาย แกนนำของตระกูลโอโตโมะมองเห็นว่า การจะรักษาเสถียรภาพและป้องกันการรุกรานจากศัตรูรอบด้าน จำเป็นต้องมีการสร้างป้อมปราการถาวรบนชัยภูมิที่แข็งแกร่ง จึงได้มีการสร้าง <strong>ปราสาททาจิบานะ (Tachibana Castle)</strong> ขึ้นบนยอดภูเขาทาจิบานะอันสูงชันในมณฑลชิคุเซ็น (ปัจจุบันคือพื้นที่จังหวัดฟุกุโอกะ)</p>
<h5 id=""><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-86852 size-medium" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-800x533.jpg" alt="Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร" width="800" height="533" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-800x533.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-560x373.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-1160x773.jpg 1160w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-272x182.jpg 272w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></h5>
<h5 id="%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81mount-tachibana" style="text-align: center;">วิวจากMount Tachibana</h5>
<p>ปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ป้อมปราการหินธรรมดาๆ แต่ในเชิงภูมิศาสตร์ทหาร มันคือจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวฮากาตะ (Hakata Port) ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งอ่าวฮากาตะในยุคนั้นเปรียบเสมือน “ศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ” (Gateway Logistics Hub) ที่ทำรายได้มหาศาลจากการค้าขายกับราชวงศ์หมิงของจีนและคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้น ผู้ใดที่ได้ครอบครองปราสาททาจิบานะ ผู้นั้นย่อมกุมชะตากรรมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของคิวชูเหนือไว้ในมือทันที</p>
<p>ตรงนี้เองที่เป็นจุดพลิกผันครั้งสำคัญ ราวปี ค.ศ. 1330 ในช่วงความวุ่นวายของยุคราชสำนักเหนือ-ใต้ (Nanboku-chō Period) โอโตโมะ ซาดามูเนะ ผู้นำตระกูลโอโตโมะในขณะนั้น ได้ตัดสินใจส่งบุตรชายของตนเองผู้มีนามว่า <strong>โอโตโมะ ซาดาโทชิ (Ōtomo Sadatoshi) เ</strong>ดินทางลงใต้ไปประจำการเป็นเจ้าปราสาททำหน้าที่เฝ้ารักษาป้อมปราการแห่งนี้อย่างถาวร ซาดาโทชิเป็นขุนพลหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เขาตระหนักดีว่าการจะปกครองกลุ่มนักรบท้องถิ่นและราษฎรโดยรอบให้เกิดความเป็นปึกแผ่นและยอมสวามิภักดิ์อย่างแท้จริง การใช้ชื่อแบรนด์แม่ของตระกูลโอโตโมะเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและอาจสร้างความระแวงให้แก่กลุ่มอำนาจเดิมในพื้นที่ เขาจึงตัดสินใจดำเนินกลยุทธ์ “สร้างแบรนด์ใหม่ให้เหมาะกับท้องถิ่น” (Local Brand Repositioning) ด้วยการประกาศสละนามสกุลโอโตโมะ แล้วหันมาใช้นามสกุลตามชื่อของปราสาทที่ตนเองปกครอง ตั้งตนเป็น <strong>ทาจิบานะ ซาดาโทชิ</strong> และนี่คือจุดกำเนิดอย่างเป็นทางการของตระกูลทาจิบานะสายนักรบซามุไร</p>
<p>ทีนี้ ถ้าเรามาพินิจพิเคราะห์และเจาะลึกข้อเท็จจริงในเชิงนิรุกติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของตอนนี้ เราจะพบความจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับตัวอักษรคันจิครับ ตระกูลทาจิบานะสายราชสำนักโบราณ (Kuge) ที่ผมเล่าไปในตอนแรกๆ นั้น พวกเขาใช้ตัวคันจิเดี่ยวคือ 橘 (Tachibana) ซึ่งแปลว่าต้นส้มป่าโดยตรง สื่อถึงความบริสุทธิ์ของสายเลือดและเกียรติยศดั้งเดิมในวังหลวง แต่ตระกูลทาจิบานะสายซามุไรแห่งคิวชูที่กำเนิดขึ้นใหม่นี้ พวกเขาเลือกที่จะใช้ตัวอักษรคันจิสองตัวประสมกันคือ 立花 (Tachibana) ซึ่งตัวแรก (立) แปลว่า “ตั้งขึ้น, ยืนหยัด” และตัวหลัง (花) แปลว่า “ดอกไม้”</p>
<p>นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า การเปลี่ยนตัวคันจิในครั้งนี้เป็นการจงใจอย่างแยบยล ในแง่ของการออกเสียง คำว่า Tachibana ทั้งสองแบบนั้นออกเสียงเหมือนกันทุกประการเมื่อพูดออกมา ซึ่งทำให้ชาวบ้านและนักรบท้องถิ่นยังคงรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และเกียรติยศอันสูงส่งของชื่อทาจิบานะที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่ยุคนารา แต่ในแง่ของความหมายเชิงสัญลักษณ์และอุดมการณ์ ชนชั้นซามุไรไม่ได้ต้องการภาพลักษณ์ของขุนนางผู้อ่อนแอที่นั่งแต่งบทกวีอยู่ในวังหลวงอีกต่อไป พวกเขาต้องการแบรนด์ที่สะท้อนถึง “วิถีแห่งนักรบ” (Warrior Aesthetic) คำว่า 立花 หรือดอกไม้ที่หยัดยืน จึงสื่อถึงภาพของความสง่างาม ความกล้าหาญที่โดดเด่นสะดุดตาในสนามรบ และพร้อมที่จะเบ่งบานชูคออย่างทรนงท่ามกลางพายุสงครามกลางเมืองโดยไม่ยอมก้มหัวให้แก่ผู้ใด</p>
<p><strong>การกำเนิดของตระกูลทาจิบานะสายซามุไร (立花) จึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีในเชิงประวัติศาสตร์ว่า พวกเขาไม่ใช่สายเลือดที่สืบทอดทางชีววิทยาโดยตรงจากขุนนางเกียวโต แต่เป็นตระกูลนักรบสายเลือดใหม่ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลโอโตโมะ ทว่าสามารถนำชื่อทาจิบานะมาทำการรีแบรนดิ้ง (Rebranding) ได้อย่างประสบความสำเร็จสูงสุด พวกเขาทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และเป็นกำแพงเหล็กให้แก่ตระกูลโอโตโมะมาโดยตลอดหลายชั่วอายุคน ปรับสภาพตนเองจากเหล่านักปราชญ์ในอดีตสู่การเป็นยอดนักรบผู้กุมชะตากรรมของเกาะคิวชู และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคเซนโกคุอันป่าเถื่อน ยุคที่ชื่อของทาจิบานะจะถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยคราบเลือด ประกายไฟ และเสียงปืนคาบศิลาที่จะดังสนั่นไปทั่วแผ่นดินญี่ปุ่นครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ภูเขาทาจิบานะ (Mount Tachibana) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาททาจิบานะนั้น มีตำนานพื้นบ้านเล่าขานกันว่า เหตุที่ภูเขาแห่งนี้ได้ชื่อว่าทาจิบานะมาตั้งแต่ยุคโบราณ เป็นเพราะในอดีตเคยมีกิ่งและผลส้มป่าศักดิ์สิทธิ์ที่สืบเนื่องมาจากตำนานของทาจิมาโมริมาปลูกทิ้งไว้จนกลายเป็นป่าส้มป่าที่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี</em></p>
<p><em>ความน่าสนใจในเชิงสถาปัตยกรรมทหารคือ ปราสาททาจิบานะจัดอยู่ในประเภท “ยามาชิโระ” (Yamashiro) หรือปราสาทภูเขาที่ใช้ความลาดชันของภูมิประเทศเป็นปราการธรรมชาติ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 367 เมตร มีหน้าผาโก่งชันรอบด้าน ทำให้ในยุคอดีตการจะส่งกองกำลังบุกจู่โจมขึ้นไปตรงๆ เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ปราสาทแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ไร้พ่ายและตกเป็นเป้าหมายในการแย่งชิงของเหล่าไดเมียวทั่วทั้งเกาะคิวชูตลอดช่วงยุคสงครามกลางเมือง</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86686" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 4: มรดกพระนางดันริง และการแตกแขนงสู่หัวเมืองภูมิภาค</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86575" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 3: โศกนาฏกรรมกบฏนารามาริ และกงล้ออำนาจที่ล่มสลาย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86390" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 2: ยุคทองของ ทาจิบานะ โนะ โมโรเอะ และเกียรติยศแห่ง ‘เก็มเปโตคิตสึ’</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86265" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 1: กำเนิดส้มศักดิ์สิทธิ์แห่งราชสำนักนารา</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86152" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 3</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• National Archives of Japan (ฐานข้อมูลทำเนียบตระกูลซามุไรและการตั้งรกรากในคิวชู): <a href="https://www.archives.go.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.archives.go.jp/</span></a><br>
• Japanese Wiki Corpus (Tachibana clan – Samurai): <a href="https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20clan%20(Samurai).html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.japanese-wiki-corpus.org/history/Tachibana%20clan%20(Samurai).html</span></a><br>
• Fukuoka Prefecture Official Cultural Portal (ประวัติศาสตร์ปราสาททาจิบานะและอ่าวฮากาตะ): <a href="https://www.pref.fukuoka.lg.jp/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.fukuoka.lg.jp/</span></a><br>
• Samurai Archives (The History of Ōtomo Clan and Branch Families): <a href="https://samurai-archives.com/wiki/Otomo_clan" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://samurai-archives.com/wiki/Otomo_clan</span></a><br>
• <a href="https://www.crossroadfukuoka.jp/en/spot/11611" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.crossroadfukuoka.jp/en/spot/11611</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร #Tachibana Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/07/Tachibana-cover-5-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
