<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>History &#8211; Marumura</title>
	<atom:link href="https://www.marumura.com/category/history/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<description>www.marumura.com 日本が大好き วาไรตี้เว็บไซต์สำหรับคนรักญี่ปุ่น</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Oct 2026 14:33:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-marumura-logo-2016-32x32.png</url>
	<title>History &#8211; Marumura</title>
	<link>https://www.marumura.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2026 14:33:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Choshu]]></category>
		<category><![CDATA[Sakamoto Ryoma]]></category>
		<category><![CDATA[Satcho Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลชิมะซึ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามโบชิน Boshin War]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=89117</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงเหตุการณ์สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะและการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของแคว้นซัตสึมะจากที่เคยต่อต้านชาวต่างชาติมาเป็นการผูกมิตรและรับวิทยาการไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) และเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มไฟแรง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำคนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสะสางอำนาจกับรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน Shimazu Hisamitsu ในขณะที่แคว้นซัตสึมะกำลังสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านกองทัพและเศรษฐกิจ ทางฝั่งของ แคว้นโจชู (Choshu)&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-89117"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงเหตุการณ์สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะและการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของแคว้นซัตสึมะจากที่เคยต่อต้านชาวต่างชาติมาเป็นการผูกมิตรและรับวิทยาการไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) และเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มไฟแรง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำคนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมสะสางอำนาจกับรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-89123 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน" width="800" height="1029" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-120x154.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-90x116.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-320x412.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Hitsamitsu-560x720.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-hisamitsu" style="text-align: center;">Shimazu Hisamitsu</h5>
<p>ในขณะที่แคว้นซัตสึมะกำลังสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านกองทัพและเศรษฐกิจ ทางฝั่งของ แคว้นโจชู (Choshu) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู กลับตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง แคว้นโจชูเป็นหนึ่งในแคว้นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักที่ยึดมั่นในแนวคิดขับไล่ชาวต่างชาติและถวายคืนอำนาจให้กับพระราชสำนักเกียวโตอย่างสุดโต่ง พวกเขาเคยก่อเหตุปะทะและพยายามยึดอำนาจในเมืองหลวง แต่ถูกกองกำลังผสมของแคว้นซัตสึมะและแคว้นไอสึขับไล่ออกไปเสียก่อน รัฐบาลโชกุนจึงใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการส่งกองทัพขนาดมหึมานับหมื่นนายมาบุกโจมตีแคว้นโจชูเพื่อลงโทษในฐานะกบฏ หรือที่เรียกว่า สงครามโจชูครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2</p>
<p>ในสายตาของรัฐบาลโชกุนและแคว้นอื่นๆ ในเวลานั้น แคว้นโจชูเปรียบเสมือนกบฏนอกกฎหมายที่ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก ไม่มีแคว้นไหนกล้าให้ความช่วยเหลือหรือคบค้าด้วยเพราะเกรงกลัวอำนาจของรัฐบาลกลาง แต่ทว่า ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและวิกฤตการณ์ใกล้ล่มสลายของแคว้นโจชูนั่นเอง บุรุษผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมองการณ์ไกลกว่าใครอย่าง <strong>ซากาโมโต เรียวมะ (Sakamoto Ryoma)</strong> ซามุไรพเนจรจากแคว้นโทสะ ได้มองเห็นภาพรวมของประเทศว่า หากแคว้นใหญ่ทั้งสองแคว้นนี้ยังคงรบราฆ่าฟันกันเองตามเกมการเมืองของรัฐบาลโชกุน ญี่ปุ่นก็จะอ่อนแอลงและตกเป็นเหยื่อของชาติตะวันตกอย่างแน่นอน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89124" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-320x214.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-560x374.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_ryoma-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="sakamoto-ryoma" style="text-align: center;">Sakamoto Ryoma</h5>
<p>เรียวมะจึงได้ใช้ความพยายามอย่างหนักในการทำหน้าที่เป็นคนกลางผู้ประสานรอยร้าว ระหว่างแคว้นซัตสึมะซึ่งเปรียบเสมือนเสือใต้ และแคว้นโจชูซึ่งเปรียบเสมือนเสือเหนือ ในอดีตทั้งสองแคว้นนี้มีความเกลียดชังและเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาอย่างยาวนาน การจะให้ซัตสึมะและโจชูมาจับมือเป็นพันธมิตรกันได้จึงถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการเจรจาอันชาญฉลาดของเรียวมะ ประกอบกับความต้องการทางธุรกิจและการทหารที่ลงตัว ทำให้ในที่สุด <strong>พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู (Satcho Alliance)</strong> ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างลับๆ ในเมืองเกียวโต ปี ค.ศ. 1866</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89122" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance.jpg" alt="" width="550" height="515" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance.jpg 550w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-120x112.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-90x84.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_Satcho-Alliance-320x300.jpg 320w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" title=""></p>
<h5 id="satcho-alliance" style="text-align: center;">Satcho Alliance</h5>
<p>สาระสำคัญของพันธมิตรลับฉบับนี้คือ การที่แคว้นซัตสึมะซึ่งมีฐานะการเงินมั่นคงและมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวอังกฤษ จะแอบทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนสมัยใหม่ เรือรบ และกระสุนจำนวนมหาศาล ส่งมอบให้กับแคว้นโจชูผ่านทางบริษัทการค้า เพื่อนำไปใช้ต่อสู้กับกองทัพของรัฐบาลโชกุน ในขณะที่แคว้นโจชูซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการรบภาคพื้นดินและมีความเด็ดเดี่ยว ก็จะเป็นกำลังรบแนวหน้าในการปะทะกับกองทัพโชกุน เมื่อกองทัพของรัฐบาลโชกุนยกพลมาบุกโจมตีแคว้นโจชูครั้งที่ 2 ในเวลาต่อมา พวกเขาจึงต้องพบกับความประหลาดใจครั้งใหญ่ เพราะกองทัพโจชูไม่ได้ใช้อาวุธดาบและธนูแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลับเพียบพร้อมไปด้วยปืนไรเฟิลทันสมัยที่ส่งตรงมาจากซัตสึมะ ผลลัพธ์คือ กองทัพโชกุนแตกพ่ายยับเยินกลับไปอย่างไม่เป็นท่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลโชกุนจนถึงรากโคน และพิสูจน์ให้เห็นถึงอานุภาพของพันธมิตรซัตสึมะ-โจชู</p>
<p>หลังจากที่รัฐบาลโชกุนสูญเสียอำนาจการควบคุมทางการทหารและความน่าเชื่อถือไปอย่างสิ้นเชิง สถานการณ์การเมืองของญี่ปุ่นก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย องค์จักรพรรดิและขุนนางในราชสำนักเริ่มหันมาฟังเสียงของกลุ่มปฏิรูปมากขึ้น ในช่วงเวลานี้เอง บุคคลสำคัญจากแคว้นซัตสึมะอย่าง ไซโก ทากาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ รวมถึงซอโก โชจิโร่จากแคว้นโทสะ ได้ร่วมกันผลักดันแผนการถ่ายโอนอำนาจบริหารประเทศกลับคืนสู่พระราชสำนัก โดยพยายามหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองขนาดใหญ่ที่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ</p>
<p>ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1867 โชกุนคนสุดท้าย โตกุกาวะ โยชิโนบุ (Tokugawa Yoshinobu) ผู้มองเห็นสถานการณ์ว่าตนเองไม่อาจต้านทานกระแสความเปลี่ยนแปลงและกำลังทหารของพันธมิตรซัตสึมะ-โจชูได้อีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจประกาศ ถวายคืนพระราชอำนาจ (Taisei Hokan) กลับคืนสู่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ การประกาศครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอย่างเป็นทางการของระบอบการปกครองโดยรัฐบาลโชกุนและยุคสมัยแห่งซามุไรที่ยาวนานกว่า 700 ปี แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของตระกูลชิมะซึได้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>ทว่า การสละอำนาจของโชกุนไม่ได้หมายความว่าอำนาจเก่าจะยอมสลายตัวไปโดยง่าย กลุ่มขั้วอำนาจเก่าและกองกำลังที่ยังจงรักภักดีต่อตระกูลโตกุกาวะเริ่มรวมตัวกันเพื่อต่อต้านรัฐบาลใหม่ นำไปสู่การปะทะกันใน <strong>สงครามโบชิน (Boshin War)</strong> สงครามกลางเมืองครั้งสุดท้ายของญี่ปุ่น กองทัพพันธมิตรซัตสึมะและโจชูที่มีกองกำลังทหารสวมชุดเครื่องแบบตะวันตกและถือปืนไรเฟิลทันสมัย ได้ยาตราทัพขึ้นเหนือเพื่อกวาดล้างกองกำลังฝ่ายโชกุนจนราบคาบ ทัพของซัตสึมะภายใต้การนำของไซโก ทากาโมริ สามารถรุกคืบเข้ายึดครองปราสาทเอโดะได้อย่างราบรื่น เปิดทางให้ประเทศญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการปฏิรูปเมจิ และนำพาบุคลากรจากแคว้นซัตสึมะก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำหลักในการบริหารประเทศยุคใหม่</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อครับว่า เมื่อสิ้นสุดสงครามและการปฏิรูปประเทศเริ่มต้นขึ้นแล้ว ความขัดแย้งทางความคิดระหว่างเพื่อนรักอย่างไซโก ทากาโมริ และรัฐบาลเมจิจะดำเนินไปอย่างไร จุดจบของเหล่านักรบซัตสึมะในเหตุการณ์กบฏซัตสึมะจะมีความดุเดือดและน่าเศร้าสลดเพียงใด อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เบื้องหลังความสำเร็จในการยึดครองและเจรจาสงบศึกเพื่อรักษาเมืองเอโดะไม่ให้ถูกเพลิงไหม้ทำลายล้างในช่วงสงครามโบชินนั้น เกิดจากการพบกันอย่างลับๆ ระหว่าง ไซโก ทากาโมริ แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นซัตสึมะ กับ คัตสึ ไคชู ตัวแทนผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลโชกุน ทั้งสองคนเคยเป็นคู่ศัตรูกันในสนามรบ แต่ด้วยความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะลูกผู้ชายและการมองเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ไซโกจึงยอมรับข้อเสนอในการส่งมอบปราสาทเอโดะโดยสันติ ทำให้เมืองหลวงและชีวิตของผู้คนนับล้านรอดพ้นจากภัยสงครามและการนองเลือดครั้งใหญ่ได้อย่างน่าอัศจรรย์</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88821" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Satchu Alliance – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/satchu-alliance.856/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/satchu-alliance.856/</span></a>)<br>
• Boshin War – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Boshin_War" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Boshin_War</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• <a href="https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/106" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/106</span></a><br>
• <a href="https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html</span></a><br>
• <a href="https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 7 พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู และจุดจบของระบอบโชกุน #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Shimazu-EP7-Clan_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 2 อเมริกันดรีม และการควบรวมเพื่อเปลี่ยนโลก</title>
		<link>https://www.marumura.com/aeon-group-japanese-department-store-ep-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2026 13:32:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Aeon Department Store]]></category>
		<category><![CDATA[Aeon Group]]></category>
		<category><![CDATA[JUSCO]]></category>
		<category><![CDATA[Takuya Okada]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าปลีกญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=89042</guid>

					<description><![CDATA[ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 2 อเมริกันดรีม และการควบรวมเพื่อเปลี่ยนโลก บทความโดย : Morika www.marumura.com ถ้าเราพูดถึงช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านั่นคือช่วงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1945 ญี่ปุ่นในเวลานั้นเปรียบเสมือนประเทศที่ถูกกดปุ่มรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด เมืองสำคัญหลายแห่งถูกระเบิดจนราบเป็นหน้ากลอง เศรษฐกิจพังทลาย และผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางความขาดแคลนอย่างแสนสาหัส เมืองยกไกจิ จังหวัดมิเอะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน โอคาดายะ อาณาจักรค้าปลีกท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมนี้พ้น ร้านค้าที่เคยรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยลูกค้า ถูกไฟสงครามเผาผลาญจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน Okadaya, Yokkaichi, Mie&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 2 อเมริกันดรีม และการควบรวมเพื่อเปลี่ยนโลก</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-89042"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ถ้าเราพูดถึงช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านั่นคือช่วงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1945</strong></p>
<p>ญี่ปุ่นในเวลานั้นเปรียบเสมือนประเทศที่ถูกกดปุ่มรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด เมืองสำคัญหลายแห่งถูกระเบิดจนราบเป็นหน้ากลอง เศรษฐกิจพังทลาย และผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางความขาดแคลนอย่างแสนสาหัส</p>
<p>เมืองยกไกจิ จังหวัดมิเอะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน โอคาดายะ อาณาจักรค้าปลีกท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมนี้พ้น ร้านค้าที่เคยรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยลูกค้า ถูกไฟสงครามเผาผลาญจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-89048 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2.jpg" alt="ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 2 อเมริกันดรีม และการควบรวมเพื่อเปลี่ยนโลก" width="800" height="560" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2-120x84.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2-90x63.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2-320x224.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_2-560x392.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="okadaya-yokkaichi-mie-prefecture" style="text-align: center;">Okadaya, Yokkaichi, Mie Prefecture</h5>
<p>ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น ทายาทรุ่นที่ 7 ของตระกูลโอคาดะ ผู้มีนามว่า ทาคุยะ โอคาดะ ในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ ต้องก้าวขึ้นมารับช่วงต่อกิจการที่แทบจะไม่เหลืออะไรเลย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89050" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_1.jpg" alt="" width="280" height="280" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_1.jpg 280w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_1-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_1-120x120.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_1-90x90.jpg 90w" sizes="(max-width: 280px) 100vw, 280px" title=""></p>
<h5 id="takuya-okada" style="text-align: center;">Takuya Okada</h5>
<p>สำหรับชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยวาเซดะ การต้องมากอบกู้ธุรกิจครอบครัวจากศูนย์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยวิญญาณของพ่อค้าที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด เขาไม่ได้จมปลักอยู่กับความสูญเสีย ทาคุยะเริ่มต้นใหม่ด้วยการสร้างเพิงไม้เล็กๆ บนพื้นที่เดิม และเริ่มนำเสื้อผ้าเท่าที่หาได้มาวางขาย</p>
<p>ในยุคที่ผู้คนไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าดีๆ จะสวมใส่ โอคาดายะกลับมาเป็นที่พึ่งของชาวเมืองอีกครั้ง และด้วยความยึดมั่นในปรัชญา ลูกค้าคือที่หนึ่งเสมอ ธุรกิจที่เริ่มต้นจากเพิงไม้ก็ค่อยๆ ฟื้นตัวและเติบโตกลับมาเป็นร้านค้าที่แข็งแกร่งได้อีกครั้งในยุคที่ญี่ปุ่นกำลังเร่งฟื้นฟูประเทศ</p>
<p>เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1950 โอคาดายะเริ่มขยายสาขาในระดับท้องถิ่น และนำระบบการขายแบบ บริการตนเอง หรือ Self-service ซึ่งเป็นของใหม่ในยุคนั้นมาใช้ ทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด</p>
<p>ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย และถ้าทาคุยะเป็นแค่ผู้บริหารที่พอใจกับความสำเร็จในพื้นที่ของตัวเอง เรื่องราวของ Aeon ก็คงจะจบลงแค่การเป็นร้านค้าที่ประสบความสำเร็จในระดับจังหวัดเท่านั้น</p>
<p>แต่ความยิ่งใหญ่ของผู้นำ มักจะถูกวัดกันที่วิสัยทัศน์ในการมองเห็นพายุที่ยังมาไม่ถึง</p>
<p>ในช่วงทศวรรษ 1960 ทาคุยะ โอคาดะ ได้ตัดสินใจเดินทางไปดูงานด้านธุรกิจค้าปลีกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และการเดินทางครั้งนั้นเอง ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา</p>
<p>เมื่อเท้าของเขาแตะแผ่นดินอเมริกา ทาคุยะต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาได้เห็นห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมา ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เต็มไปด้วยสินค้าละลานตา และศูนย์การค้าที่กว้างใหญ่ไพศาล</p>
<p>แต่สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจที่สุด ไม่ใช่ขนาดของร้านค้า แต่คือโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า Chain Store หรือเครือข่ายร้านค้าปลีกที่มีสาขาจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ</p>
<p>เขาได้ศึกษาการทำงานของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sears และ J.C. Penney จนค้นพบความลับที่ว่า เมื่อธุรกิจมีขนาดใหญ่และมีสาขามากพอ พวกเขาจะเกิดการประหยัดต่อขนาด หรือ Economies of Scale ซึ่งทำให้สามารถกดต้นทุนการซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้ต่ำลงมหาศาล นำไปสู่การตั้งราคาขายที่ถูกกว่าคู่แข่ง และกวาดต้อนลูกค้ามาได้ทั้งหมด</p>
<p>ทาคุยะตระหนักได้ทันทีว่า ภาพที่เขาเห็นในอเมริกา คือภาพอนาคตที่จะเกิดขึ้นในญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>เมื่อเขากลับมาที่ญี่ปุ่น ความกังวลของเขาก็กลายเป็นความจริง บริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศอย่าง Daiei และ Ito-Yokado เริ่มขยายสาขาอย่างดุดันข้ามภูมิภาค พวกเขามีทุนหนา มีอำนาจต่อรองสูง และพร้อมที่จะบดขยี้ร้านค้าปลีกท้องถิ่นให้ราบคาบ</p>
<p>ทาคุยะรู้ดีว่า หากโอคาดายะยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวในฐานะร้านค้าท้องถิ่น วันหนึ่งพวกเขาก็จะต้องถูกยักษ์ใหญ่เหล่านี้กลืนกินไปในที่สุด</p>
<p>คำถามสำคัญคือ แล้วร้านค้าท้องถิ่นจะเอาตัวรอดจากสึนามิลูกนี้ได้อย่างไร</p>
<p>ในโลกธุรกิจ เมื่อเราไม่สามารถเอาชนะศัตรูที่ตัวใหญ่กว่าด้วยตัวคนเดียวได้ ทางออกเดียวที่มีคือการหาพันธมิตร และนั่นคือที่มาของแนวคิดที่ทาคุยะเรียกว่า การบริหารแบบสหพันธรัฐ หรือ Renpo Keiei</p>
<p>ทาคุยะไม่ได้คิดจะไปขอรวมกิจการกับยักษ์ใหญ่เพื่อยอมเป็นเบี้ยล่าง แต่เขาเลือกที่จะเดินไปหาผู้ประกอบการร้านค้าปลีกท้องถิ่นในภูมิภาคอื่น ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน มีความกังวลเหมือนกัน และมีอุดมการณ์เดียวกัน</p>
<p>เขาได้พบกับ คาซูอิจิ ฟูทากิ เจ้าของร้าน ฟูทากิ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่แข็งแกร่งในจังหวัดเฮียวโกะ และ จิโร อินุเอะ เจ้าของร้าน ชิโระ จากเมืองโอซาก้า</p>
<p>ผู้นำทั้งสามคนนั่งจับเข่าคุยกัน และต่างก็มองเห็นอนาคตที่ตรงกันว่า หากพวกเขายังต่างคนต่างอยู่ ความตายคือสิ่งเดียวที่รออยู่เบื้องหน้า แต่ถ้าพวกเขานำทรัพยากร ความรู้ และสาขามารวมกัน พวกเขาจะกลายเป็นผู้เล่นระดับประเทศที่มีขนาดใหญ่พอจะต่อกรกับใครก็ได้</p>
<p>แต่ปัญหาคลาสสิกของการควบรวมกิจการก็คือ อัตตา หรือ Ego ของผู้ก่อตั้ง ไม่มีใครอยากสูญเสียชื่อบริษัทที่ตัวเองสร้างมากับมือ และไม่มีใครอยากเป็นลูกน้องของใคร</p>
<p>ทาคุยะ โอคาดะ เข้าใจจุดอ่อนนี้ดี เขาจึงเสนอหลักการที่ยิ่งใหญ่และแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างอย่างที่สุด นั่นคือการควบรวมครั้งนี้ จะเป็นการควบรวมของผู้ที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง</p>
<p>พวกเขาตกลงกันว่าจะลบชื่อบริษัทเดิมของแต่ละคนทิ้งไปทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีความรู้สึกว่าใครถูกใครกลืนกิน และร่วมกันสร้างบริษัทใหม่ขึ้นมาด้วยกัน</p>
<p>ลองจินตนาการดูนะครับว่า การยอมทิ้งชื่อ โอคาดายะ ที่บรรพบุรุษสร้างและรักษามานานกว่า 200 ปีนั้น ต้องใช้ความกล้าหาญและความเสียสละมากขนาดไหน แต่นี่คือการทำตามปรัชญา จงติดล้อให้เสาหลัก อย่างแท้จริง เมื่อโลกเปลี่ยนไป ธรรมเนียมเดิมๆ ก็ต้องพร้อมที่จะถูกสลัดทิ้งเพื่อความอยู่รอด</p>
<p>และในที่สุด ปี 1969 การเจรจาประวัติศาสตร์ก็เป็นผลสำเร็จ โอคาดายะ, ฟูทากิ และ ชิโระ ได้ประกาศควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน และตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า JUSCO ซึ่งย่อมาจาก <strong>Japan United Stores Company</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-89049" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3.jpg" alt="" width="800" height="404" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3-120x61.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3-90x45.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3-320x162.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_3-560x283.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="jusco" style="text-align: center;">JUSCO</h5>
<p>การก่อตั้ง JUSCO ไม่ใช่แค่การรอดพ้นจากวิกฤต แต่มันคือการสร้างขุมพลังใหม่แห่งวงการค้าปลีกญี่ปุ่น จากร้านค้าท้องถิ่นสามแห่ง พวกเขากลายเป็นเครือข่ายที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วภูมิภาคคันไซและชูบุในชั่วข้ามคืน</p>
<p>มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจและกลายเป็นตำนานเกี่ยวกับการเลือกตำแหน่งประธานบริษัท JUSCO ในยุคก่อตั้ง เมื่อทั้งสามบริษัทรวมกันเป็นหนึ่งด้วยความเท่าเทียม พวกเขาจึงต้องใช้วิธีที่ยุติธรรมที่สุดในการหาตัวผู้นำ</p>
<p>เชื่อไหมครับว่า ผู้บริหารทั้งสามคนตกลงใช้วิธี จับฉลาก เพื่อเลือกประธานบริษัท และผลก็คือ ทาคุยะ โอคาดะ เป็นผู้จับฉลากได้ตำแหน่งนั้น</p>
<p>แต่เหนือสิ่งอื่นใด การใช้วิธีจับฉลากนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทุกคนให้ความสำคัญกับ ความอยู่รอดและอนาคตของบริษัท มากกว่า ตำแหน่งและอำนาจส่วนตัว</p>
<p>นี่คือบทเรียนทางธุรกิจที่ล้ำค่าที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ มันสอนเราว่า ในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยคู่แข่งที่แข็งแกร่ง การยึดติดกับอัตตาและชื่อเสียงในอดีต อาจเป็นหนทางที่นำไปสู่ความพินาศ</p>
<p>การก่อตั้ง JUSCO พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อผู้ประกอบการยอมสละชื่อของตัวเอง ยอมทลายกำแพงแห่งอีโก้ แล้วร่วมมือกันด้วยวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า พวกเขาก็สามารถสร้างสิ่งที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถโค่นล้มได้</p>
<p><strong>และนี่คือจุดเริ่มต้นของการติดปีกให้กับองค์กร ที่กำลังจะสยายปีกออกไปสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการค้าปลีก ซึ่งเราจะได้เห็นความแพรวพราวในการขยายอาณาจักรของพวกเขา ด้วยการบุกเบิกกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองในตอนต่อไปครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ในตอนแรกที่ทั้งสามบริษัทตัดสินใจร่วมทุนกัน พวกเขาตั้งชื่อบริษัทเฉพาะกิจขึ้นมาว่า สหพันธ์ร้านค้าปลีกญี่ปุ่น หรือ Japan United Stores Company ก่อนที่ต่อมาพนักงานในบริษัทจะช่วยกันโหวตและเสนอให้นำตัวอักษรย่อของชื่อนี้มาผสมกัน จนกลายมาเป็นชื่อ JUSCO (จัสโก้) ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยในยุค 90 คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเคยเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยหลายแห่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น MaxValu ในปัจจุบัน</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88750" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88308" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88054" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 6 ชิปเปลี่ยนโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87823" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 5: พายุหมุนในหุบเขาซิลิคอน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87531" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 4: จากบริษัทโทรคมนาคม สู่ “กงสีนักลงทุนระดับโลก”</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87337" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 3: สงครามล้มยักษ์</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
– Corporate History, aeon.info<br>
– The Birth of JUSCO and Federal Management, the-shashi.com<br>
– <a href="https://www.aeon.info/en/" title="">https://www.aeon.info/en/</a><br>
– <a href="https://tfwiki.net/wiki/File:Jusco_logo.png" title="">https://tfwiki.net/wiki/File:Jusco_logo.png</a><br>
– <a href="https://www.aeonkankyozaidan.or.jp/midoripress/prize/message/index.html" title="">https://www.aeonkankyozaidan.or.jp/midoripress/prize/message/index.html</a><br>
– <a href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Okadaya_Yokkaichi.JPG" title="">https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Okadaya_Yokkaichi.JPG</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 2 อเมริกันดรีม และการควบรวมเพื่อเปลี่ยนโลก #AEON Group</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/10/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP2_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2026 12:37:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Anglo-Satsuma War]]></category>
		<category><![CDATA[Kirisute Gomen]]></category>
		<category><![CDATA[Kobu Gattai]]></category>
		<category><![CDATA[Namamugi]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Hisamitsu]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Tadayoshi]]></category>
		<category><![CDATA[Sonno Joi]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซัตสึมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88821</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงการจากไปอย่างกะทันหันของชิมะซึ นาริอากิระ ไดเมียวผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ผู้ริเริ่มโครงการอุตสาหกรรมชูเซคังไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่ออำนาจการบริหารแคว้นทั้งหมดได้ตกไปอยู่ในมือของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของนาริอากิระ ซึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน ชิมะซึ ทาดาโยชิ (Shimazu Tadayoshi) บุตรชายของตนที่ยังอายุน้อย&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88821"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้พูดถึงการจากไปอย่างกะทันหันของชิมะซึ นาริอากิระ ไดเมียวผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ผู้ริเริ่มโครงการอุตสาหกรรมชูเซคังไปในตอนที่แล้ว บัดนี้แคว้นซัตสึมะต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่ออำนาจการบริหารแคว้นทั้งหมดได้ตกไปอยู่ในมือของ ชิมะซึ ฮิซามิตสึ (Shimazu Hisamitsu) ผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของนาริอากิระ ซึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน ชิมะซึ ทาดาโยชิ (Shimazu Tadayoshi) บุตรชายของตนที่ยังอายุน้อย</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88827 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ" width="585" height="800" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1.jpg 585w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-120x164.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-90x123.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-320x438.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_1-560x766.jpg 560w" sizes="(max-width: 585px) 100vw, 585px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-hisamitsu-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-harada-naojiro" style="text-align: center;">Shimazu Hisamitsu (โดย Harada Naojirō)</h5>
<p>ฮิซามิตสึมีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างจากนาริอากิระอยู่บ้าง ในขณะที่นาริอากิระมุ่งเน้นการปฏิรูปเทคโนโลยีและการเปิดรับวิทยาการตะวันตกอย่างเต็มที่ ฮิซามิตสึกลับเป็นนักการเมืองที่มุ่งเน้นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก เขาสนับสนุนแนวคิด <strong>โคบุ กัตไต (Kobu Gattai)</strong> หรือการประสานรอยร้าวและรวมอำนาจระหว่างราชสำนักเกียวโตและรัฐบาลโชกุนเอโดะเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการรับมือกับมหาอำนาจตะวันตกที่กำลังคุกคามญี่ปุ่น</p>
<h5 id=""><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88826" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2.jpg" alt="" width="600" height="901" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2.jpg 600w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-120x180.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-90x135.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-320x481.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_2-560x841.jpg 560w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" title=""></h5>
<h5 id="shimazu-tadayoshi" style="text-align: center;">Shimazu Tadayoshi</h5>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลักดันแนวคิดนี้ ในปี ค.ศ. 1862 ฮิซามิตสึได้นำกองทัพซามุไรชาวซัตสึมะนับพันนายเดินทางไปยังเมืองหลวงเกียวโตเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิ และเดินทางต่อไปยังเมืองเอโดะเพื่อกดดันให้รัฐบาลโชกุนยอมรับข้อเสนอการปฏิรูป การแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของฮิซามิตสึในครั้งนั้นสร้างความเกรงขามให้กับรัฐบาลโชกุนเป็นอย่างมาก แต่ทว่า เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นกลับไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุมเจรจาทางการเมือง แต่กลับเกิดขึ้นบนถนนสายเล็กๆ ในหมู่บ้านนามะมุงิระหว่างการเดินทางกลับ</p>
<p>ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1862 ขบวนเดินทางอันยิ่งใหญ่ของฮิซามิตสึและเหล่าซามุไรผู้คุ้มกันกำลังเดินทางกลับจากเอโดะมุ่งหน้าสู่เกียวโต เมื่อขบวนเดินทางมาถึง<strong>หมู่บ้านนามะมุงิ (Namamugi)</strong> ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองท่าโยโกฮาม่า พวกเขาได้เผชิญหน้ากับกลุ่มชาวอังกฤษสี่คนที่กำลังขี่ม้าสวนทางมา หนึ่งในนั้นคือ <strong>ชาร์ลส์ เลนน็อกซ์ ริชาร์ดสัน (Charles Lennox Richardson)</strong> พ่อค้าชาวอังกฤษที่มาจากเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับเพื่อนชายสองคนและหญิงอีกหนึ่งคน</p>
<p>ตามธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัดของญี่ปุ่นในยุคเอโดะ เมื่อขบวนของไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลเดินทางผ่าน สามัญชนทุกคนจะต้องคุกเข่าก้มหัวลงกับพื้นเพื่อแสดงความเคารพ และห้ามผู้ใดตัดหน้าขบวนเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืน ซามุไรมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะลงดาบสังหารได้ทันทีโดยไม่มีความผิด ซึ่งเรียกว่า<strong>กฎ คิริซุเตะ โกเม็ง (Kirisute Gomen)</strong> แต่ทว่ากลุ่มชาวอังกฤษซึ่งไม่คุ้นเคยและอาจไม่ใส่ใจกับธรรมเนียมของญี่ปุ่น ไม่ยอมลงจากหลังม้า และยังคงขี่ม้าฝ่าเข้าไปในขบวนของซัตสึมะด้วยความประมาทและขาดความระมัดระวัง</p>
<p>การกระทำดังกล่าวถือเป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรงในสายตาของเหล่านักรบซัตสึมะ ซามุไรผู้ทำหน้าที่คุ้มกันขบวนนำโดย นาริฮาระ คิโยซากิ จึงชักดาบคาตานะออกมาระดมฟันเข้าใส่กลุ่มชาวอังกฤษทันที ริชาร์ดสันได้รับบาดเจ็บสาหัสและตกจากหลังม้า ก่อนที่จะถูกซามุไรซัตสึมะปลิดชีพในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนชายอีกสองคนได้รับบาดเจ็บแต่สามารถหลบหนีไปพร้อมกับสตรีในกลุ่มได้ เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า <strong>เหตุการณ์นามะมุงิ (Namamugi Incident)</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88825 size-medium" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-800x397.jpg" alt="" width="800" height="397" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-800x397.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-120x60.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-90x45.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-320x159.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-560x278.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover-1160x576.jpg 1160w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_FB-cover.jpg 1200w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="the-namamugi-incidentukiyo-e-open-source" style="text-align: center;">The Namamugi Incident<br>
(ukiyo-e, open source)</h5>
<p>ข่าวการสังหารชาวอังกฤษแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วและสร้างความโกรธแค้นให้กับรัฐบาลอังกฤษเป็นอย่างมาก อุปทูตอังกฤษประจำญี่ปุ่นได้ยื่นคำขาดเรียกร้องให้รัฐบาลโชกุนกล่าวคำขอโทษและจ่ายเงินค่าทำขวัญจำนวน 100,000 ปอนด์ ซึ่งรัฐบาลโชกุนที่กำลังอ่อนแอก็ยอมจ่ายแต่โดยดี นอกจากนี้ อังกฤษยังเรียกร้องให้แคว้นซัตสึมะจ่ายเงินค่าทำขวัญอีก 25,000 ปอนด์ พร้อมทั้งให้ส่งตัวผู้ลงดาบสังหารริชาร์ดสันมาลงโทษประหารชีวิต แต่ทว่าแคว้นซัตสึมะที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีนักรบ ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>การปฏิเสธของซัตสึมะนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1863 กองเรือรบของราชนาวีอังกฤษจำนวน 7 ลำ ภายใต้การบังคับบัญชาของ<strong>พลเรือโท เอากุสตุส คูเปอร์ (Augustus Kuper)</strong> ได้แล่นเข้ามาปิดล้อมอ่าวคาโงชิมะ เมืองหลวงของแคว้นซัตสึมะ เพื่อใช้กำลังบีบบังคับให้ซัตสึมะยอมจำนน กองเรืออังกฤษได้ทำการยึดเรือกลไฟของซัตสึมะจำนวน 3 ลำที่จอดอยู่ในอ่าวเป็นตัวประกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการจุดชนวนสงครามอย่างเป็นทางการ</p>
<p>เมื่อเห็นเรือของตนถูกยึด ปืนใหญ่รักษาชายฝั่งของซัตสึมะที่ถูกผลิตขึ้นจากโรงงานชูเซคังตามดำริของอดีตไดเมียวนาริอากิระ ก็เปิดฉากระดมยิงเข้าใส่กองเรืออังกฤษทันที <strong>สงครามอังกฤษ-ซัตสึมะ (Anglo-Satsuma War)</strong> จึงอุบัติขึ้น การดวลปืนใหญ่ระหว่างป้อมปราการบนฝั่งและกองเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในโลกดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้ว่ากองเรืออังกฤษจะมีเทคโนโลยีและอำนาจการยิงที่เหนือกว่ามาก แต่สภาพอากาศที่มีพายุไต้ฝุ่นพัดกระหน่ำ ประกอบกับความแม่นยำของปืนใหญ่ซัตสึมะ ทำให้เรือรบอังกฤษได้รับความเสียหายอย่างหนัก เรือธงของอังกฤษถูกยิงจนกัปตันและรองกัปตันเสียชีวิต</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เมืองคาโงชิมะก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงจากการระดมยิงปืนใหญ่ของอังกฤษ บ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือนถูกเพลิงไหม้ทำลายล้าง รวมถึงส่วนหนึ่งของโรงงานชูเซคังก็ได้รับความเสียหายด้วย แต่เมื่อกระสุนปืนใหญ่เริ่มร่อยหรอและสภาพอากาศเลวร้ายลง กองเรืออังกฤษจึงตัดสินใจถอนกำลังออกจากอ่าวคาโงชิมะและล่าถอยกลับไปยังโยโกฮาม่า ทิ้งให้แคว้นซัตสึมะอ้างชัยชนะในการขับไล่ผู้รุกรานได้สำเร็จ</p>
<p>แม้ซัตสึมะจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ผู้นำแคว้นและเหล่าซามุไรระดับสูงต่างตระหนักดีถึงความเป็นจริงที่โหดร้าย สงครามครั้งนี้ทำให้ชาวซัตสึมะตระหนักรู้แจ้งว่า ลำพังความกล้าหาญและกำลังทหารของแคว้นเดียว ไม่อาจต้านทานแสนยานุภาพทางทหารที่แท้จริงของชาติตะวันตกได้เลย <strong>แนวคิด ซนโน โจออย (Sonno Joi)</strong> หรือ เทิดทูนจักรพรรดิ ขับไล่คนเถื่อน ที่เคยเป็นกระแสหลักนั้น เป็นเพียงความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง</p>
<p>บทเรียนจากเลือดและเปลวเพลิงในสงครามครั้งนี้ นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญที่สุดของแคว้นซัตสึมะ แทนที่จะจมปลักอยู่กับความโกรธแค้นและเกลียดชังชาวต่างชาติ ผู้นำซัตสึมะกลับเลือกที่จะเดินหน้าเจรจาสันติภาพกับอังกฤษอย่างลับๆ พวกเขายอมจ่ายเงินค่าทำขวัญจำนวน 25,000 ปอนด์ตามที่อังกฤษเรียกร้อง และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ซัตสึมะได้เปลี่ยนศัตรูให้กลายมาเป็นพันธมิตร พวกเขาเริ่มติดต่อขอซื้ออาวุธปืนและเรือรบที่ทันสมัยจากอังกฤษโดยตรง เพื่อนำมาพัฒนากองทัพของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจากไฟสงครามระหว่างซัตสึมะและอังกฤษนี้เอง ที่จะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการเมืองญี่ปุ่นยุคบาคุมัตสึ การหันมารับวิทยาการและผูกมิตรกับมหาอำนาจตะวันตก ทำให้ซัตสึมะมีความมั่นใจและมีแสนยานุภาพมากพอที่จะท้าทายอำนาจของรัฐบาลโชกุนได้อย่างเต็มตัว และในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า การเติบโตทางความคิดของซัตสึมะนี้ จะนำไปสู่การจับมือกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างแคว้นโจชูได้อย่างไร และอะไรคือฟันเฟืองที่ทำให้รัฐบาลโชกุนโตกุกาวะที่ปกครองญี่ปุ่นมานานกว่า 250 ปีต้องล่มสลายลงในที่สุด</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เงินค่าทำขวัญจำนวน 25,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินญี่ปุ่นในสมัยนั้นประมาณ 100,000 เรียว ที่แคว้นซัตสึมะต้องจ่ายให้กับรัฐบาลอังกฤษนั้น เป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมาก ซัตสึมะใช้ชั้นเชิงทางการทูตโดยอ้างว่าตนเองไม่มีเงินสดมากพอ จึงไปขอกู้ยืมเงินก้อนนี้มาจากคลังของรัฐบาลโชกุนเอโดะเพื่อนำไปจ่ายให้อังกฤษ แต่หลังจากที่ซัตสึมะนำเงินไปจ่ายเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยชำระหนี้ก้อนนี้คืนให้กับรัฐบาลโชกุนเลยจนกระทั่งรัฐบาลโชกุนล่มสลาย ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เตะถ่วงที่ชาญฉลาดและแสบสันต์ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Namamugi Incident – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Namamugi_Incident" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Namamugi_Incident</span></a>)<br>
• Bombardment of Kagoshima (Anglo-Satsuma War) – Wikipedia (<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Bombardment_of_Kagoshima" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Bombardment_of_Kagoshima</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-hisamitsu-1817-1887.858/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-hisamitsu-1817-1887.858/</span></a><br>
• <a href="https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://yokaguide.com/en/sightseeing/9473.html</span></a><br>
• <a href="https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://japan-forward.com/the-british-in-bakumatsu-japan-the-namamugi-incident/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu : จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 6 เหตุการณ์นามะมุงิและสงครามเปลี่ยนทัศนคติ #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP6_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย</title>
		<link>https://www.marumura.com/aeon-group-japanese-department-store-ep-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2026 15:04:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Aeon Department Store]]></category>
		<category><![CDATA[Aeon Group]]></category>
		<category><![CDATA[Mie]]></category>
		<category><![CDATA[Sozaemon Okada]]></category>
		<category><![CDATA[Yokkaichi]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจในญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88750</guid>

					<description><![CDATA[ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย บทความโดย : Morika www.marumura.com ถ้าเราลองถามคนที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นว่า สถานที่ไหนที่มักจะแวะไปฝากท้อง ซื้อของใช้ หรือหาซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ เชื่อว่าชื่อของซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าที่มีป้ายสีชมพูอมม่วงอย่าง Aeon คงจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง อาณาจักรค้าปลีกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และบริการทางการเงิน จนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งมีรายได้ต่อปีระดับมหาศาลและมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร หลายคนอาจจะคิดว่าพวกเขาคงเริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มทุนผูกขาดระดับประเทศ หรือได้รับการสนับสนุนเม็ดเงินมหาศาลจากรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88750"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ถ้าเราลองถามคนที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นว่า สถานที่ไหนที่มักจะแวะไปฝากท้อง ซื้อของใช้ หรือหาซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ เชื่อว่าชื่อของซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าที่มีป้ายสีชมพูอมม่วงอย่าง Aeon คงจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง</strong></p>
<p>อาณาจักรค้าปลีกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และบริการทางการเงิน จนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งมีรายได้ต่อปีระดับมหาศาลและมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก</p>
<p>แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร หลายคนอาจจะคิดว่าพวกเขาคงเริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มทุนผูกขาดระดับประเทศ หรือได้รับการสนับสนุนเม็ดเงินมหาศาลจากรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88754 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2.jpg" alt="ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย" width="800" height="533" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2-560x373.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>แต่เรื่องราวของ Aeon กลับไม่ได้เริ่มต้นจากนายทุนกระเป๋าหนัก หรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่อย่างใด มันเริ่มต้นจากสิ่งของที่เรียบง่ายที่สุดอย่าง ไม้คานหาบเร่ ของผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น</p>
<p>เรื่องราวทั้งหมดนี้ ต้องย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะ ปี 1758 หรือกว่าสองศตวรรษครึ่งที่แล้ว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88753" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3-560x373.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p>ณ เมืองยกไกจิ จังหวัดมิเอะ ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญและเป็นหนึ่งในสถานีจุดพักบนเส้นทางสัญจรหลักที่เรียกว่าเส้นทางโทไคโด ท่ามกลางความคึกคักของผู้คนและพ่อค้าวาณิชที่เดินทางไปมา ชายหนุ่มชื่อ <strong>โซซาเอมอน โอคาดะ (Sozaemon Okada)</strong> ได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของเขา ด้วยเงินทุนที่ไม่ได้มากมายอะไร</p>
<p>เขาเลือกที่จะนำผ้ากิโมโน เครื่องประดับ และเครื่องสำอาง ใส่ตะกร้าแขวนไว้ที่ปลายไม้คาน แล้วแบกขึ้นบ่าเดินเร่ขายไปตามบ้านเรือนต่างๆ</p>
<p>ลองจินตนาการถึงสภาพการค้าขายในยุคสมัยที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีป้ายโฆษณา สิ่งเดียวที่จะทำให้พ่อค้าหาบเร่คนหนึ่งอยู่รอดและเติบโตได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากมาย คือคำว่า ความไว้วางใจ</p>
<p>โซซาเอมอนไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่คนขายของที่หวังเพียงกำไรฉาบฉวย แต่เขามองว่าตัวเองคือผู้ที่เข้าไปแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของลูกค้า เขาเดินเท้าเป็นระยะทางไกลหลายสิบกิโลเมตรในแต่ละวัน เพื่อนำสินค้าที่ลูกค้ากำลังมองหาไปส่งมอบให้ถึงมือถึงหน้าประตูบ้าน</p>
<p>ความใส่ใจและวิริยะอุตสาหะนี้เอง ที่ก่อให้เกิดปรัชญาที่ฝังรากลึกลงไปในสายเลือดของตระกูลโอคาดะ นั่นคือคำว่า ลูกค้าคือที่หนึ่งเสมอ</p>
<p>เมื่อธุรกิจหาบเร่เริ่มเติบโตและได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองอย่างล้นหลาม โซซาเอมอนจึงตัดสินใจลงหลักปักฐาน เปิดร้านค้าจำหน่ายผ้ากิโมโนและเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเป็นทางการในชื่อ ชิโนฮาระยะ ก่อนที่ทายาทรุ่นต่อมาจะเปลี่ยนชื่อร้านเป็น โอคาดายะ ในเวลาต่อมา</p>
<p>การมีหน้าร้านทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้น สามารถสต็อกสินค้าได้มากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาก็ไม่เคยทิ้งไปเลย คือจิตวิญญาณของการเป็นพ่อค้าหาบเร่ ที่พร้อมจะก้าวเดินไปหาลูกค้าและปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดอยู่เสมอ</p>
<p>กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนับร้อยปี ธุรกิจของโอคาดายะถูกส่งไม้ต่อจากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้มาเยือน เมื่อประเทศก้าวเข้าสู่ยุคการปฏิรูปเมจิ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19</p>
<p>นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยธรรมดา แต่มันคือการพลิกแผ่นดิน ระบบชนชั้นซามูไรที่เคยเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักของร้านถูกยกเลิก ผู้คนเริ่มหันไปสวมใส่เสื้อผ้าแบบตะวันตกแทนผ้ากิโมโนแบบดั้งเดิม</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างฉับพลันนี้ เปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดทำลายธุรกิจดั้งเดิม ร้านค้าเก่าแก่จำนวนมากที่ปรับตัวไม่ทัน หรือดื้อรั้นที่จะขาย</p>
<p>แต่กิโมโนแบบเดิม ต้องทยอยปิดกิจการลงไปทีละราย<br>
แต่โอคาดายะกลับรอดพ้นจากกระแสธารแห่งการทำลายล้างนี้มาได้ เพราะพวกเขามีปรัชญาประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศในการทำธุรกิจ</p>
<p>คำสอนนั้นคือประโยคที่ว่า จงติดล้อให้เสาหลัก</p>
<p>ในสถาปัตยกรรมบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิม เสาหลัก หรือ ไดโคคุบาชิระ คือเสาไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน ทำหน้าที่ค้ำจุนโครงสร้างทั้งหมด เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมจิตใจที่ห้ามเคลื่อนย้ายอย่างเด็ดขาด</p>
<p>แต่คำสอนของตระกูลโอคาดะกลับสอนให้ลูกหลานติดล้อเข้ากับเสาหลักนั้น</p>
<p>ความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ก็คือ ในโลกของการทำธุรกิจ ไม่มีความสำเร็จใดหรือธรรมเนียมปฏิบัติใดที่ศักดิ์สิทธิ์จนแตะต้องไม่ได้ หากสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ตลาดเปลี่ยนไป หรือพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป ธุรกิจก็ต้องพร้อมที่จะเคลื่อนย้าย ปรับโครงสร้าง และเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ</p>
<p>คำสอนนี้เองที่ทำให้โอคาดายะกล้าที่จะลดสัดส่วนการขายกิโมโนแบบดั้งเดิมทิ้งไปอย่างไม่เสียดาย แล้วเริ่มนำเข้าสินค้าตะวันตกและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามาขาย เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ของชาวเมืองญี่ปุ่นที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ความทันสมัย</p>
<p>ปรัชญาแห่งการปรับตัวนี้ ได้ถูกนำมาใช้อย่างทรงพลังอีกครั้งและกลายเป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง</p>
<p>ในช่วงทศวรรษที่ 1920 ประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง หรือที่รู้จักกันในชื่อวิกฤตการณ์การเงินโชวะ ตลาดหุ้นพังทลาย ธนาคารหลายแห่งต้องปิดตัวลง ผู้คนตกงานและไม่มีกำลังซื้อ</p>
<p>โซซาเอมอน โอคาดะ รุ่นที่หก ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลในเวลานั้น ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่สินค้าในร้านขายไม่ออก และมีสต็อกคงค้างอยู่มหาศาล ซึ่งเป็นฝันร้ายของคนทำธุรกิจค้าปลีกทุกคน</p>
<p>ในสถานการณ์เช่นนี้ ร้านค้าส่วนใหญ่มักจะเลือกเก็บสินค้าไว้เพื่อรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะไม่อยากขายขาดทุน แต่นั่นกลับทำให้ร้านค้าเหล่านั้นขาดกระแสเงินสดหมุนเวียนจนต้องล้มละลายไปในที่สุด</p>
<p>แต่ผู้นำตระกูลโอคาดะเลือกที่จะทำในสิ่งที่สวนกระแส ด้วยคติประจำตระกูลอีกข้อที่ว่า จงตักตวงเมื่อตลาดเป็นขาลง</p>
<p>เขาตัดสินใจจัดงานลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ เขายอมหั่นราคาสินค้าลงจนยอมขาดทุน เพื่อเปลี่ยนสินค้าที่กองฝุ่นจับอยู่ให้กลายเป็นเงินสดให้เร็วที่สุด</p>
<p>การตัดสินใจที่เด็ดขาดและกล้าหาญนี้ ทำให้โอคาดายะมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในมือ รอดพ้นจากภาวะล้มละลาย และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขายังมีเงินทุนเหลือพอที่จะไปเหมาซื้อสินค้าล็อตใหม่ในราคาที่ถูกแสนถูกจากตลาดที่กำลังซบเซา มาเตรียมไว้ขายต่อเพื่อทำกำไรก้อนใหญ่ได้อีก</p>
<p>นี่คือบทเรียนทางธุรกิจที่ล้ำค่า ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าในยามวิกฤต สภาพคล่องคือพระเจ้า และการยึดติดกับต้นทุนในอดีตคือกับดักที่อันตรายที่สุด</p>
<p>การฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนั้น ทำให้รากฐานของโอคาดายะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม พวกเขาได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทอย่างเป็นทางการในปี 1926</p>
<p>แต่นั่นเป็นเพียงแค่บททดสอบเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมา ประเทศญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับไฟสงครามที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างสงครามโลกครั้งที่สอง</p>
<p>ภัยสงครามได้เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงร้านค้าที่สั่งสมมาหลายร้อยปีของพวกเขาจนราบเป็นหน้ากลอง ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ทรัพย์สินสูญหาย และประเทศชาติอยู่ในภาวะพ่ายแพ้</p>
<p>และท่ามกลางเถ้าถ่านของไฟสงครามนั้นเอง ทายาทรุ่นที่เจ็ดของตระกูล ผู้มีนามว่า ทาคุยะ โอคาดะ กำลังจะก้าวขึ้นมารับช่วงต่อในปี 1946 พร้อมกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือการฟื้นฟูกิจการจากศูนย์</p>
<p>ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เขาไม่ได้ต้องการแค่สร้างร้านโอคาดายะให้กลับมาเหมือนเดิม แต่เขามีความฝันที่จะเปลี่ยนร้านค้าท้องถิ่นของครอบครัว ให้กลายเป็นเครือข่ายค้าปลีกระดับชาติ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง JUSCO และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอาณาจักรแห่งนี้ในยุคต่อมา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88755" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1.jpg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1-320x214.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1-560x374.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>การเดินทางจากไม้คานหาบเร่ในยุคเอโดะ สู่การลุกขึ้นจากเถ้าถ่านของไฟสงคราม ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความลับของความยั่งยืน ไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่ต้านทานกระแสลม แต่คือความยืดหยุ่นที่พร้อมจะลู่ไปตามลม และปรับตัวให้เข้ากับทุกความเปลี่ยนแปลงของโลก</strong></p>
<p><strong>และนี่เป็นเพียงปฐมบทของมหากาพย์แห่งจักรวรรดิ Aeon เท่านั้น</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ชื่อเมืองยกไกจิ (Yokkaichi) ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของตระกูลโอคาดะนั้น มีความหมายตามตัวอักษรว่า ตลาดวันที่สี่ เนื่องจากในสมัยก่อน เมืองนี้จะมีการจัดตลาดนัดใหญ่ในทุกๆ วันที่ลงท้ายด้วยเลข 4 ของเดือน การเติบโตในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายเช่นนี้ จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการหล่อหลอมสัญชาตญาณพ่อค้าของตระกูลโอคาดะมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88308" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88054" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 6 ชิปเปลี่ยนโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87823" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 5: พายุหมุนในหุบเขาซิลิคอน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87531" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 4: จากบริษัทโทรคมนาคม สู่ “กงสีนักลงทุนระดับโลก”</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87337" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 3: สงครามล้มยักษ์</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86943" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
– About AEON History, aeon.info History<br>
– AEON, aeon.com<br>
– <a href="https://www.aeon.info/en/" title="">https://www.aeon.info/en/</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ถอดรหัส Aeon: อาณาจักรอมตะจากร้านกิโมโนสู่เบอร์หนึ่งค้าปลีกญี่ปุ่น ตอนที่ 1 จุดกำเนิดจากไม้คานหาบเร่ สู่ปรัชญาที่ไม่มีวันตาย #AEON Group</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Aeon-Group-Japanese-Department-Store-EP-1_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 14:26:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Oyura Sodo]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma]]></category>
		<category><![CDATA[Satsuma Kiriko]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shohei Maru]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88629</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้เห็นภาพการดิ้นรนเอาตัวรอดและการสร้างความมั่งคั่งอย่างแยบยลของตระกูลชิมะซึ ด้วยการใช้ระบบประเทศราชสองฝ่ายเพื่อผูกขาดการค้ากับต่างชาติและน้ำตาลทรายดำในตอนที่แล้ว บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายยุคเอโดะ หรือที่หน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่ายุค บาคุมัตสึ ความสงบสุขที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่าสองร้อยปีภายใต้การปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะกำลังจะสิ้นสุดลง สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากโลกตะวันตกได้เริ่มพัดเข้ามาปะทะชายฝั่งอาทิตย์อุทัย และแคว้นซัตสึมะแห่งตระกูลชิมะซึก็คือแคว้นแรกๆ ที่สัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่นี้ ในช่วงเวลานั้น ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการพ่ายแพ้ของจักรวรรดิต้าชิงหรือประเทศจีนในสงครามฝิ่นต่อจักรวรรดิอังกฤษ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชนชั้นปกครองของญี่ปุ่นบางส่วนเป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือ ชิมะซึ นาริอากิระ&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88629"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้เห็นภาพการดิ้นรนเอาตัวรอดและการสร้างความมั่งคั่งอย่างแยบยลของตระกูลชิมะซึ ด้วยการใช้ระบบประเทศราชสองฝ่ายเพื่อผูกขาดการค้ากับต่างชาติและน้ำตาลทรายดำในตอนที่แล้ว บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายยุคเอโดะ หรือที่หน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่ายุค บาคุมัตสึ ความสงบสุขที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่าสองร้อยปีภายใต้การปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะกำลังจะสิ้นสุดลง สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากโลกตะวันตกได้เริ่มพัดเข้ามาปะทะชายฝั่งอาทิตย์อุทัย และแคว้นซัตสึมะแห่งตระกูลชิมะซึก็คือแคว้นแรกๆ ที่สัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่นี้</strong></p>
<p>ในช่วงเวลานั้น ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการพ่ายแพ้ของจักรวรรดิต้าชิงหรือประเทศจีนในสงครามฝิ่นต่อจักรวรรดิอังกฤษ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชนชั้นปกครองของญี่ปุ่นบางส่วนเป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ที่ตระหนักถึงภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือ<strong> ชิมะซึ นาริอากิระ</strong> ไดเมียวคนที่ 11 แห่งแคว้นซัตสึมะ และผู้นำตระกูลชิมะซึรุ่นที่ 28 นาริอากิระผู้นี้ได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในไดเมียวที่ปราดเปรื่องและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่สุดในยุคบาคุมัตสึ เขาคือผู้ที่พลิกโฉมแคว้นซัตสึมะจากแคว้นนักรบแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสมัยใหม่แห่งแรกของญี่ปุ่น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88632" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3.jpg" alt="" width="550" height="775" data-wp-editing="1" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3.jpg 550w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-120x169.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-90x127.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_3-320x451.jpg 320w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-nariakira" style="text-align: center;">Shimazu Nariakira</h5>
<p>เส้นทางสู่การเป็นผู้นำแคว้นของนาริอากิระนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้เขาจะเป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก แต่บิดาของเขาคือ ชิมะซึ นาริโอกิ กลับโปรดปรานบุตรชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อ ฮิซามิตสึ ซึ่งเกิดจากภรรยาน้อยที่ชื่อโอยุระ มากกว่า ความลำเอียงนี้ลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในแคว้นที่รุนแรงและยืดเยื้อยาวนานหลายปี ซึ่งเรียกกันว่า <strong>กบฏโอยุระ (Oyura Sodo)</strong> กลุ่มขุนนางแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนนาริอากิระผู้ฝักใฝ่วิทยาการตะวันตก ส่วนอีกฝ่ายสนับสนุนฮิซามิตสึและแนวทางอนุรักษ์นิยม ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ผู้สนับสนุนของนาริอากิระหลายคนถูกบังคับให้คว้านท้องฆ่าตัวตาย กว่าที่นาริอากิระจะได้ขึ้นเป็นไดเมียวอย่างเป็นทางการก็ต้องรอจนถึงปี ค.ศ. 1851 เมื่อเขาอายุได้ 42 ปีแล้ว โดยต้องอาศัยการแทรกแซงจากรัฐบาลโชกุนที่เอโดะเพื่อให้บิดาของเขายอมสละตำแหน่ง</p>
<p>เมื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจ นาริอากิระก็ไม่รอช้าที่จะสานต่ออุดมการณ์ที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม นั่นคือการศึกษา รังกากุ หรือวิทยาการตะวันตกผ่านตำราภาษาดัตช์ นาริอากิระเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ลำพังจิตวิญญาณซามุไรและดาบคาตานะไม่อาจปกป้องญี่ปุ่นจากปืนใหญ่และเรือรบกลไฟของชาติตะวันตกได้ นโยบายปิดประเทศคือความล้าหลังที่จะนำพาชาติไปสู่หายนะ แนวทางเดียวที่จะทำให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคม คือการเปิดรับเทคโนโลยีตะวันตก สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างกำลังทหารให้แข็งแกร่ง หรือที่เรียกกันด้วยสโลแกนว่า ฟุโคคุ เคียวเฮ (ประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง) ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานนโยบายระดับชาติของรัฐบาลเมจิ</p>
<p>เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง นาริอากิระได้ริเริ่มโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ของยุคนั้นที่มีชื่อว่า <strong>ชูเซคัง (Shuseikan)</strong> ขึ้นที่เขตอิโซะ ในเมืองคาโงชิมะ โครงการชูเซคังไม่ใช่แค่โรงงานธรรมดา แต่เป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมสมัยใหม่แบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ไม่ได้พึ่งพาวิศวกรชาวตะวันตกเลยแม้แต่คนเดียว นาริอากิระอาศัยเพียงเงินทุนมหาศาลที่สะสมมาจากการผูกขาดการค้าของแคว้น ผนวกกับความสามารถของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นที่ต้องลองผิดลองถูกจากการอ่านและถอดรหัสแบบแปลนในตำราภาษาดัตช์เท่านั้น</p>
<p>ผลงานชิ้นโบแดงที่สำคัญที่สุดของโครงการชูเซคัง คือการก่อสร้างเตาหลอมเหล็กแบบสะท้อนความร้อน หรือ ฮันชาโระ (Reverberatory furnace) การสร้างเตาหลอมชนิดนี้มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้อิฐทนไฟที่สามารถทนความร้อนได้สูงนับพันองศาเซลเซียส ช่างชาวซัตสึมะต้องใช้เวลาวิจัยและทดลองอยู่นานกว่าจะสามารถผลิตอิฐทนไฟได้สำเร็จ เมื่อเตาหลอมเสร็จสมบูรณ์ แคว้นซัตสึมะก็สามารถหลอมเหล็กคุณภาพสูงเพื่อนำมาหล่อเป็นปืนใหญ่แบบตะวันตกได้สำเร็จ ทำให้ซัตสึมะกลายเป็นแคว้นที่มีอำนาจการยิงทางทหารที่ทรงพลังที่สุดแคว้นหนึ่งในญี่ปุ่น แซงหน้ากองทัพของรัฐบาลโชกุนไปอย่างไม่เห็นฝุ่น</p>
<p>นอกจากการผลิตอาวุธแล้ว นาริอากิระยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือ เขาตระหนักดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ หากไม่มีกองทัพเรือที่เข้มแข็งก็ไม่อาจป้องกันภัยจากทางทะเลได้ โครงการชูเซคังจึงได้เริ่มทำการต่อเรือรบแบบตะวันตก โดยผลงานชิ้นสำคัญคือการสร้างเรือ <strong>โชเฮมารุ (Shohei Maru)</strong> ซึ่งเป็นเรือใบแบบตะวันตกที่ต่อขึ้นด้วยฝีมือช่างชาวญี่ปุ่นทั้งหมด เรือลำนี้มีความสง่างามและมีประสิทธิภาพสูงมาก จนในเวลาต่อมา รัฐบาลโชกุนที่เอโดะต้องขอร้องให้แคว้นซัตสึมะต่อเรือแบบเดียวกันนี้เพื่อใช้เป็นเรือรบของรัฐบาลกลางเลยทีเดียว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88635" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1.jpg" alt="" width="800" height="378" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-120x57.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-90x43.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-320x151.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_1-560x265.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88633" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2.jpg" alt="" width="800" height="450" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-120x68.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-90x51.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-320x180.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_2-560x315.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="shohei-maru" style="text-align: center;">Shohei Maru</h5>
<p>อุตสาหกรรมในชูเซคังไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยุทโธปกรณ์ทางทหารเท่านั้น นาริอากิระยังมีวิสัยทัศน์ในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกและนำเงินตราเข้าประเทศ เขาได้สนับสนุนให้มีการทดลองผลิตเครื่องแก้วคริสตัลที่เรียกว่า <strong>ซัตสึมะ คิริโกะ (Satsuma Kiriko)</strong> ซึ่งเป็นการนำเทคนิคการเป่าแก้วและการเจียระไนแบบตะวันตกมาผสมผสานกับศิลปะญี่ปุ่น ทำให้ได้เครื่องแก้วที่มีสีสันสดใสโดยเฉพาะสีแดงทับทิมและการไล่ระดับสีที่งดงามเกินกว่าที่ชาติตะวันตกจะทำได้ในยุคนั้น นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว เทคนิคการทำแก้วนี้ยังถูกนำไปใช้ผลิตขวดแก้วสำหรับใส่สารเคมีในการทดลอง และผลิตเลนส์สำหรับกล้องโทรทรรศน์และกล้องถ่ายรูปอีกด้วย</p>
<p>ความหลงใหลในเทคโนโลยีของนาริอากิระครอบคลุมไปถึงวิทยาการล้ำสมัยอื่นๆ เขาเป็นไดเมียวชาวญี่ปุ่นคนแรกที่สั่งให้นำเข้ากล้องถ่ายรูปและทำการทดลองถ่ายภาพแบบดาแกโรไทป์ (Daguerreotype) จนประสบความสำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นคนญี่ปุ่นคนแรกที่ถูกถ่ายภาพไว้ได้ นอกจากนี้ เขายังริเริ่มการทดลองสร้างระบบโทรเลขขึ้นใช้ภายในบริเวณปราสาท การผลิตไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และการใช้ก๊าซเพื่อเป็นแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าซัตสึมะในยุคนั้นก้าวล้ำหน้ากว่ายุคสมัยไปมากเพียงใด</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชิมะซึ นาริอากิระ เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในเครื่องจักร แต่คือสายตาอันเฉียบแหลมในการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ เขาเป็นคนที่เปิดกว้างและไม่ยึดติดกับชนชั้นวรรณะที่เคร่งครัดของสังคมซามุไร หากใครมีความสามารถ เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนและดึงตัวมาใช้งาน นาริอากิระได้เลื่อนขั้นให้กับซามุไรระดับล่างที่ยากจนแต่มีสติปัญญาเฉียบแหลมหลายคน บุคคลที่โดดเด่นที่สุดที่ได้รับการอุปถัมภ์จากเขาคือ ซาอิโก ทากาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ นาริอากิระได้ดึงตัวซาอิโกจากเสมียนบ้านนอกให้เข้ามารับใช้ใกล้ชิด และมอบหมายให้ทำงานสำคัญทางการเมืองที่นครเอโดะและเกียวโต ซามุไรหนุ่มเหล่านี้ได้ซึมซับอุดมการณ์และความรักชาติจากนาริอากิระ และต่อมาพวกเขาคือกำลังสำคัญในการโค่นล้มระบอบโชกุนและร่วมก่อตั้งรัฐบาลเมจินั่นเอง</p>
<p>น่าเสียดายที่วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนาริอากิระต้องมาสะดุดลงอย่างกะทันหัน ในปี ค.ศ. 1858 ขณะที่เขากำลังเตรียมนำกองทัพซัตสึมะหลายพันนายเดินทางขึ้นไปยังเมืองเอโดะเพื่อกดดันให้รัฐบาลโชกุนปฏิรูปประเทศ นาริอากิระกลับล้มป่วยลงอย่างกะทันหันและเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา ด้วยวัยเพียง 49 ปี สาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุว่าเป็นโรคอหิวาตกโรค แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าเขาอาจถูกวางยาพิษโดยกลุ่มขั้วอำนาจเก่า การจากไปของเขาทำให้โครงการชูเซคังต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว และอำนาจการบริหารแคว้นก็ตกกลับไปอยู่ในมือของฮิซามิตสึ น้องชายต่างมารดาของเขาในฐานะผู้สำเร็จราชการ</p>
<p>แม้ว่าชิมะซึ นาริอากิระ จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันแห่งการปฏิวัติประเทศสำเร็จตามที่เขาตั้งใจไว้ แต่โรงงานชูเซคัง ปืนใหญ่ เรือรบ และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าขุนพลซามุไรหนุ่มที่เขาฟูมฟักมากับมือ ได้กลายเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ทำให้แคว้นซัตสึมะมีรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน มรดกเหล่านี้คือฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนให้ซัตสึมะผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในการล้มล้างระบอบบาคุฝุ สร้างประเทศญี่ปุ่นยุคใหม่ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อครับว่า หลังจากสิ้นยุคของนาริอากิระ แคว้นซัตสึมะภายใต้การนำของฮิซามิตสึจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ความขัดแย้งกับชาวต่างชาติอย่างไร เหตุการณ์นองเลือดที่นำไปสู่สงครามระหว่างแคว้นซัตสึมะและจักรวรรดิอังกฤษจะดุเดือดแค่ไหน และบทเรียนจากสงครามครั้งนั้นจะเปลี่ยนความคิดของชาวซัตสึมะไปในทิศทางใด อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>รู้หรือไม่ว่า ธงชาติญี่ปุ่น หรือธงฮิโนมารุ (Hinomaru) ที่เป็นรูปวงกลมสีแดงบนพื้นสีขาวนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดของ ชิมะซึ นาริอากิระ ในช่วงที่แคว้นซัตสึมะและแคว้นอื่นๆ เริ่มมีการต่อเรือรบแบบตะวันตก นาริอากิระได้เสนอต่อรัฐบาลโชกุนว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีสัญลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อใช้ชูทับบนเสากระโดงเรือ เพื่อให้สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเรือของญี่ปุ่นและเรือของชาติตะวันตกได้อย่างชัดเจน รัฐบาลโชกุนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ จึงได้ประกาศใช้ธงฮิโนมารุเป็นธงประจำเรือของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1854 ซึ่งต่อมาธงนี้ก็ได้กลายมาเป็นธงชาติของประเทศญี่ปุ่นจวบจนถึงปัจจุบัน</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88393" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Sengan-en and Shoko Shuseikan Museum Official Website (<a href="https://www.senganen.jp/en/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.senganen.jp/en/</span></a>)<br>
• History of Kagoshima – Kagoshima Prefectural Government (<a href="https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.kagoshima.jp/ab10/pr/gaiyou/rekishi/index.html</span></a>)<br>
• Shimazu Nariakira and the Modernization of Japan – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/shimazu-nariakira.856/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-nariakira.856/</span></a>)<br>
• <a href="https://jref.com/articles/shimazu-nariakira-1809-1858.857/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-nariakira-1809-1858.857/</span></a><br>
• <a href="https://note.com/msdf_issa/n/n3f6f46d0cfa3" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://note.com/msdf_issa/n/n3f6f46d0cfa3</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 5 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และอุตสาหกรรมชูเซคัง #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP5_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 8 ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลก</title>
		<link>https://www.marumura.com/softbank-group-ep-8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 16:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[SoftBank]]></category>
		<category><![CDATA[SoftBank Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88556</guid>

					<description><![CDATA[มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 8 ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลก… บทสรุปของอาณาจักร SoftBank และอนาคตที่รอวันพิสูจน์ บทความโดย : Morika www.marumura.com การเดินทางของหลายบริษัทบนโลกใบนี้ มักจะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่คาดเดาได้ แต่สำหรับอาณาจักรที่ชื่อว่า SoftBank Group เรื่องราวของพวกเขากลับเป็นเหมือนรถไฟเหาะที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน ตลอดการเดินทางใน 7 ตอนที่ผ่านมา เราได้เห็นความทะเยอทะยานของเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นธุรกิจจากลังผลไม้เก่าๆ ก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งวงการโทรคมนาคมญี่ปุ่น และผันตัวมาเป็นนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในหุบเขาซิลิคอนแวลลีย์ เขาผ่านวิกฤตดอตคอมที่ทำให้สูญเสียความมั่งคั่งไปถึง 99 เปอร์เซ็นต์ เขาผ่านบาดแผลฉกรรจ์จากดีลสตาร์ทอัปอสังหาริมทรัพย์ที่เกือบจะลากบริษัทลงเหว และเขาก็กลับมายืนผงาดได้อีกครั้งด้วยการเดิมพันกับสถาปัตยกรรมชิปเปลี่ยนโลกอย่าง&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 8 ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลก… บทสรุปของอาณาจักร SoftBank และอนาคตที่รอวันพิสูจน์</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88556"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>การเดินทางของหลายบริษัทบนโลกใบนี้ มักจะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่คาดเดาได้ แต่สำหรับอาณาจักรที่ชื่อว่า SoftBank Group เรื่องราวของพวกเขากลับเป็นเหมือนรถไฟเหาะที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน</strong></p>
<p>ตลอดการเดินทางใน 7 ตอนที่ผ่านมา เราได้เห็นความทะเยอทะยานของเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นธุรกิจจากลังผลไม้เก่าๆ ก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งวงการโทรคมนาคมญี่ปุ่น และผันตัวมาเป็นนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในหุบเขาซิลิคอนแวลลีย์</p>
<p>เขาผ่านวิกฤตดอตคอมที่ทำให้สูญเสียความมั่งคั่งไปถึง 99 เปอร์เซ็นต์ เขาผ่านบาดแผลฉกรรจ์จากดีลสตาร์ทอัปอสังหาริมทรัพย์ที่เกือบจะลากบริษัทลงเหว และเขาก็กลับมายืนผงาดได้อีกครั้งด้วยการเดิมพันกับสถาปัตยกรรมชิปเปลี่ยนโลกอย่าง <strong>ARM Holdings</strong></p>
<p>แต่คำถามที่หลายคนในวงการการเงินยังคงสงสัยก็คือ อะไรคือจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของ ซัน มาซาโยชิ เมื่อไหร่ที่ชายคนนี้จะรู้สึกพอ และหยุดพักเพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรเหมือนกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ</p>
<p>คำตอบของเรื่องนี้ อาจจะซ่อนอยู่ในสิ่งที่วงการเทคโนโลยีกำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>ถ้าถามว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร หลายคนอาจจะนึกถึงน้ำมัน ทองคำ หรือข้อมูล แต่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล คำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากกว่านั้น นั่นคือพลังการประมวลผล</p>
<p>สงครามในยุคตื่นปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ทุกบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องกระโจนเข้ามาเป็นนักขุดทองกันอย่างบ้าคลั่ง และการจะสร้างสมองกลที่ฉลาดที่สุดในโลกได้นั้น มันจำเป็นต้องอาศัยชิปประมวลผลจำนวนมหาศาล</p>
<p>เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของ Elon Musk และ xAI ที่วางแผนระดมทุนก้อนมหึมาสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปซื้อชิป GPU จาก Nvidia</p>
<p>เป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งอนาคตเพื่อเป็นโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือ AGI</p>
<p>ปัจจุบัน xAI มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชื่อ Colossus ซึ่งใช้ชิปรุ่นท็อปไปแล้วหลายหมื่นตัว และมีเป้าหมายที่จะสร้าง Colossus 2 ซึ่งอาจต้องใช้ชิปมากถึงหนึ่งล้านตัวเลยทีเดียว</p>
<p>การทุ่มเงินมหาศาลไปกับฮาร์ดแวร์ที่ราคาแพงนี้ ถือเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สูงลิ่ว โดยมีการประเมินกันว่าแค่ในปี 2025 ปีเดียว xAI อาจจะต้องใช้จ่ายเงินไปกับการดำเนินงานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์</p>
<p>และในดีลระดับโลกนี้ Nvidia เองก็จะเข้ามาร่วมลงทุนใน xAI ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศเทคโนโลยีทั้งหมด</p>
<p>นี่คือภาพสะท้อนความดุเดือดของสมรภูมิที่ ซัน มาซาโยชิ และ SoftBank กำลังเผชิญหน้าอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้วิสัยทัศน์ของซันแตกต่างออกไป ก็คือเขาไม่ได้มองเป้าหมายแค่ระดับ AGI แบบที่คู่แข่งคนอื่นๆ มอง</p>
<p>ซันมองข้ามช็อตไปถึงระดับ ASI หรือ Artificial Super Intelligence ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความฉลาดเหนือกว่ามนุษย์ทั้งหมดรวมกันถึง 10,000 เท่า</p>
<p>สำหรับเขา AGI เป็นเพียงแค่สถานีทางผ่าน แต่ ASI คือปลายทางที่จะเข้ามาปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษยชาติใหม่ทั้งหมด</p>
<p>ในยุคของ ASI ที่ซันวาดภาพไว้ ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ใช่แค่ตัวช่วยค้นหาข้อมูล แต่มันจะเป็นศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดของจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคร้ายที่มนุษย์หมดทางเยียวยา การจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ หรือแม้กระทั่งการออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่</p>
<p>เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดนั้น SoftBank ไม่สามารถเล่นเกมลงทุนแบบหว่านแหได้อีกต่อไป พวกเขาถึงต้องดึงเอา ARM Holdings ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสถาปัตยกรรมชิปที่ประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์ที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก</p>
<p>หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า ทำไมบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และมีกระแสเงินสดมั่นคงจากธุรกิจโทรคมนาคมในญี่ปุ่น ถึงต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงกับสงครามที่ต้องเผาเงินลงทุนมหาศาลขนาดนี้</p>
<p>คำตอบของเรื่องนี้คือ ซัน มาซาโยชิ เข้าใจประวัติศาสตร์ของโลกเทคโนโลยีดีกว่าใคร และเขารู้ว่าถ้าองค์กรหยุดวิ่งเมื่อไหร่ ความตายก็จะมาเยือนเมื่อนั้น</p>
<p>บริษัทเทคโนโลยีที่เคยยิ่งใหญ่และเป็นเหมือนพระเจ้าในยุคหนึ่ง มักจะมีรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลก จนกลายเป็นผู้เล่นที่ผูกขาดตลาด</p>
<p>แต่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นเอง กลับกลายเป็นเหมือนยาพิษที่ค่อยๆ ทำลายบริษัทจากภายใน</p>
<p>ในวันที่บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดไปเกือบทั้งหมดแล้ว การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นอีกเล็กน้อย แทบจะไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขายหรือกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป</p>
<p>ฝ่ายขายและการตลาดจึงกลายเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจมากที่สุดในองค์กร ในขณะที่วิศวกรและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เริ่มถูกผลักออกจากกระบวนการตัดสินใจที่สำคัญ</p>
<p>ตัวอย่างที่เจ็บปวดที่สุดคือเรื่องราวของ Xerox ที่ศูนย์วิจัย PARC ซึ่งวิศวกรได้คิดค้นเทคโนโลยีที่จะกลายมาเป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่ผู้บริหารกลับมองไม่เห็นคุณค่า เพราะมัวแต่ให้ความสำคัญกับการขายเครื่องถ่ายเอกสารซึ่งเป็นธุรกิจหลัก</p>
<p>นวัตกรรมนำไปสู่การผูกขาด การผูกขาดนำไปสู่การยกย่องฝ่ายการตลาด ซึ่งนำไปสู่การละเลยนวัตกรรม และท้ายที่สุดคือการเสื่อมถอย</p>
<p>กรณีของยักษ์ใหญ่อย่าง IBM ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ในวันที่พวกเขาคือเจ้าโลกคอมพิวเตอร์ พวกเขาลืมคุณค่าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปล่อยให้การตลาดนำทาง จนสุดท้ายก็พลาดคลื่นลูกใหญ่อย่างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>ซัน มาซาโยชิ หวาดกลัววงจรความเสื่อมถอยนี้มากที่สุด เขาปฏิเสธที่จะให้ SoftBank กลายเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยฝ่ายการตลาดเพียงอย่างเดียว เขาจึงเลือกที่จะทุบทำลายความสำเร็จเดิมของตัวเองทิ้ง และโยนบริษัทเข้าสู่ความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>
<p>วิสัยทัศน์ที่แท้จริงของ SoftBank จึงไม่ใช่แผนธุรกิจ 3 ปี หรือ 5 ปีแบบที่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทั่วไปทำกัน แต่มันคือการมองไปถึงวิสัยทัศน์ 300 ปี</p>
<p>การมองอนาคตล่วงหน้าถึงสามศตวรรษ ทำให้การตัดสินใจในวันนี้ของ SoftBank ดูเป็นเรื่องบ้าคลั่งในสายตาของนักลงทุนระยะสั้น แต่สำหรับซัน มันคือการเตรียมพร้อมเพื่อให้บริษัทสามารถปรับตัวและเอาชีวิตรอดได้ในทุกกระแสการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>บาดแผลจากดีลที่ผิดพลาด หรือความผันผวนของผลประกอบการ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในสายตาของนักวิเคราะห์ทางการเงิน แต่มันเป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ เมื่อเทียบกับเป้าหมายระยะยาวของบริษัท</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทุกอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องเผชิญกับบททดสอบที่สำคัญที่สุด นั่นคือเรื่องของการสืบทอดอำนาจ</p>
<p>ปัจจุบัน ซัน มาซาโยชิ มีอายุเข้าใกล้ 70 ปีแล้ว ในอดีตเขาเคยประกาศอย่างชัดเจนกับผู้ถือหุ้นว่าตั้งใจจะเกษียณตัวเองในวัย 60 ปี และจะส่งมอบไม้ต่อให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่</p>
<p>เขาเคยพยายามดึงตัวผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทระดับโลก ให้เข้ามาเป็นมือขวาและเตรียมตัวรับตำแหน่งทายาท แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครที่สามารถทำงานร่วมกับกรอบความคิดที่ทะเยอทะยานและรวดเร็วแบบก้าวกระโดดของเขาได้นาน</p>
<p>จนกระทั่งเมื่อกระแสของปัญญาประดิษฐ์เริ่มจุดประกายขึ้นมาอย่างชัดเจนในโลก ซันก็ค้นพบว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดในรอบประวัติศาสตร์</p>
<p>เทคโนโลยีมันพัฒนาเร็วและน่าสนุกเกินกว่าที่เขาจะยอมนั่งจิบชาอยู่บ้าน เขาจึงตัดสินใจฉีกแผนการเกษียณของตัวเองทิ้ง และประกาศว่าจะขออยู่เป็นผู้นำทัพ SoftBank ต่อไป เพื่อพามนุษยชาติก้าวข้ามเส้นแบ่งของยุค ASI ให้สำเร็จ</p>
<p>แต่นี่ก็คือจุดอ่อนที่น่ากลัวที่สุดของอาณาจักร SoftBank เช่นกัน เพราะบริษัทแห่งนี้พึ่งพาวิสัยทัศน์ สัญชาตญาณ และความกล้าบ้าบิ่นของชายเพียงคนเดียวมากเกินไป</p>
<p>หากวันหนึ่งไม่มี ซัน มาซาโยชิ นั่งอยู่บนหอคอยบัญชาการแล้ว SoftBank จะยังคงเป็นกงสีนักลงทุนที่กล้าได้กล้าเสีย หรือจะกลายสภาพเป็นเพียงแค่บริษัทโฮลดิ้งธรรมดาที่รอรับเงินปันผลจากหุ้นเทคโนโลยีเก่าๆ แล้วค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา</p>
<p>ตลอดกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลกที่ SoftBank ต้องจ่ายไปนั้น มหาศาลกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ มันเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความกดดัน การขาดทุนย่อยยับ และการถูกคนทั้งโลกตั้งคำถามหรือแม้แต่หัวเราะเยาะ</p>
<p>แต่ทุกครั้งที่ชายคนนี้ล้มลง เขาก็จะลุกขึ้นมาพร้อมกับไพ่ใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และมีเดิมพันที่สูงขึ้นกว่าเดิมเสมอ</p>
<p>บทสรุปของอาณาจักร SoftBank ยังคงเป็นปลายเปิดที่รอวันพิสูจน์ เราไม่มีทางรู้เลยว่าการเดิมพันกับอนาคตด้วยความเชื่อมั่นในปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงสุด จะจบลงด้วยชัยชนะที่ทำให้พวกเขาเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของมนุษยชาติ หรือจะพังทลายลงมาเป็นเพียงประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการลงทุน</p>
<p>แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ โลกเทคโนโลยีในวันนี้ จะไม่มีหน้าตาเป็นแบบที่เราคุ้นเคยเลย หากไม่มีการกล้าได้กล้าเสียของชายที่ชื่อ ซัน มาซาโยชิ</p>
<p><strong>และไม่ว่าตอนจบของมหากาพย์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งที่ SoftBank ได้สร้างและผลักดันมาตลอด ย่อมถือเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ได้ฝากเอาไว้ให้กับวิวัฒนาการของมนุษยชาติแล้วอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88563 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1.jpg" alt="มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 8 ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลก" width="800" height="533" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1-560x373.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>วิสัยทัศน์ 300 ปีของ SoftBank ไม่ได้เป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการตลาดสวยๆ แต่ ซัน มาซาโยชิ ได้จัดทำคู่มือและพิมพ์เขียวสำหรับการเติบโตของบริษัทในอีกสามศตวรรษข้างหน้าเอาไว้จริงๆ โดยระบุถึงการขยายตัวของกลุ่มบริษัทให้มีจำนวนถึง 5,000 บริษัทในระบบนิเวศเดียวกัน และเน้นย้ำแก่นแท้ว่า SoftBank จะต้องไม่มีวันยึดติดกับเทคโนโลยี หรือแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอย่างตายตัว แต่จะต้องพร้อมที่จะลอกคราบตัวเองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดของแต่ละยุคสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้องค์กรสามารถอยู่รอดได้แม้โลกจะหมุนไปอีกกี่ร้อยปีก็ตาม</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88308" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88054" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 6 ชิปเปลี่ยนโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87823" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 5: พายุหมุนในหุบเขาซิลิคอน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87531" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 4: จากบริษัทโทรคมนาคม สู่ “กงสีนักลงทุนระดับโลก”</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87337" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 3: สงครามล้มยักษ์</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86943" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
– <a href="https://group.softbank/en/philosophy/vision" title="">https://group.softbank/en/philosophy/vision</a><br>
– <a href="https://asia.nikkei.com/Business/SoftBank-Group/SoftBank-s-Masayoshi-Son-maps-out-AI-300-year-vision" title="">https://asia.nikkei.com/Business/SoftBank-Group/</a><br>
– <a href="https://www.wsj.com/articles/masayoshi-son-delays-retirement-to-guide-softbank-through-tech-upheaval-11624446419" title="">https://www.wsj.com/articles/</a><br>
– <a href="https://newsroom.arm.com/blog/arm-cristal-intelligence" title="">https://newsroom.arm.com/blog/arm-cristal-intelligence</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 8 ราคาของจิ๊กซอว์เปลี่ยนโลก… บทสรุปของอาณาจักร SoftBank และอนาคตที่รอวันพิสูจน์ #Softbank Group</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP8_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2026 15:58:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซัตสึมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88393</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงวีรกรรมอันห้าวหาญและการสละชีพเพื่อฝ่าวงล้อมที่ทุ่งเซกิงาฮาระของตระกูลชิมะซึไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ยุคเอโดะ อย่างเป็นทางการ ภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะ สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น แม้พวกเขาจะรอดพ้นจากการถูกยึดดินแดนมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยชั้นเชิงทางการทูตและความเกรงขามที่สร้างไว้ในสมรภูมิ แต่สถานะทางการเมืองของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความที่ตระกูลชิมะซึเคยยืนอยู่คนละฝั่งกับโทกุงาวะ อิเอยาสึ ในศึกเซกิงาฮาระ รัฐบาลเอโดะจึงจัดให้พวกเขาอยู่ในกลุ่ม โทซามะ ไดเมียว หรือ ไดเมียวฝายนอก&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88393"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงวีรกรรมอันห้าวหาญและการสละชีพเพื่อฝ่าวงล้อมที่ทุ่งเซกิงาฮาระของตระกูลชิมะซึไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ยุคเอโดะ อย่างเป็นทางการ ภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดของรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะ สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น แม้พวกเขาจะรอดพ้นจากการถูกยึดดินแดนมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยชั้นเชิงทางการทูตและความเกรงขามที่สร้างไว้ในสมรภูมิ แต่สถานะทางการเมืองของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</strong></p>
<p>ด้วยความที่ตระกูลชิมะซึเคยยืนอยู่คนละฝั่งกับโทกุงาวะ อิเอยาสึ ในศึกเซกิงาฮาระ รัฐบาลเอโดะจึงจัดให้พวกเขาอยู่ในกลุ่ม โทซามะ ไดเมียว หรือ ไดเมียวฝายนอก ซึ่งเป็นกลุ่มไดเมียวที่เพิ่งมาสวามิภักดิ์หลังสงครามจบลง สถานะนี้ทำให้ตระกูลชิมะซึถูกรัฐบาลกลางจับตามองด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาถูกกีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลางที่เอโดะอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ รัฐบาลโชกุนยังมีนโยบายบั่นทอนกำลังทรัพย์ของไดเมียวฝายนอกด้วยการสั่งให้ไปช่วยสร้างปราสาท หรือระบบ ซังคิงโคไต ที่บังคับให้ไดเมียวต้องเดินทางไปกลับและพำนักอยู่ที่เอโดะสลับกับแคว้นของตน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่มหาศาลมาก</p>
<p>การถูกโดดเดี่ยวทางการเมืองและภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วงเช่นนี้ บีบบังคับให้แคว้นซัตสึมะต้องหาวิธีเอาตัวรอด สร้างความมั่งคั่ง และสะสมกำลังด้วยวิถีทางของตนเอง ณ ดินแดนใต้สุดของประเทศที่ห่างไกลจากสายตาของโชกุน แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศของซัตสึมะที่เป็นเถ้าภูเขาไฟ ไม่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ทำให้การเก็บภาษีข้าวไม่ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้นำตระกูลชิมะซึจึงต้องมองหาแหล่งรายได้ใหม่ และสายตาของพวกเขาก็มองข้ามน้ำข้ามทะเลลงไปทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อาณาจักรริวกิว หรือหมู่เกาะโอกินาว่าในปัจจุบัน</p>
<p>อาณาจักรริวกิวในเวลานั้น เป็นอาณาจักรอิสระที่มีความเจริญรุ่งเรืองจากการเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเล เป็นจุดแวะพักและจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญระหว่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ริวกิวมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นรัฐบรรณาการของราชวงศ์หมิง (และต่อมาคือราชวงศ์ชิง) ของจีน ซึ่งทำให้ริวกิวได้รับสิทธิพิเศษในการค้าขายกับจีนอย่างเสรี จุดนี้เองที่ดึงดูดความสนใจของแคว้นซัตสึมะเป็นอย่างมาก</p>
<p>จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่งคั่งในยุคเอโดะ เกิดขึ้นในสมัยของ ชิมะซึ ทาดาสึเนะ ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 18 เขาได้วางแผนที่จะดึงเอาความมั่งคั่งของการค้าในทะเลจีนตะวันออกเข้ามาสู่กระเป๋าของแคว้นซัตสึมะ ในปี ค.ศ. 1609 ซัตสึมะได้อ้างเหตุผลว่ากษัตริย์ริวกิวแสดงความกระด้างกระเดื่อง ไม่ยอมส่งทูตไปแสดงความยินดีกับการขึ้นรับตำแหน่งของโชกุนโทกุงาวะ และละเลยต่อข้อเรียกร้องของซัตสึมะ ทาดาสึเนะจึงขออนุญาตจากโชกุนอิเอยาสึในการส่งกองทัพไปปราบปรามอาณาจักรริวกิว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88396 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย" width="460" height="538" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1.jpg 460w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-120x140.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-90x105.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_1-320x374.jpg 320w" sizes="(max-width: 460px) 100vw, 460px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-tadatsune" style="text-align: center;">Shimazu Tadatsune</h5>
<p>กองทัพซัตสึมะพร้อมทหารประมาณ 3,000 นายและอาวุธปืนไฟที่ทันสมัยกว่า ได้ยกพลขึ้นบกและบุกโจมตีริวกิวอย่างรวดเร็ว กองกำลังป้องกันของริวกิวที่คุ้นเคยกับการค้ามากกว่าการทำสงคราม ไม่สามารถต้านทานความดุดันของซามุไรซัตสึมะได้เลย เพียงไม่กี่สัปดาห์ ปราสาทชูริซึ่งเป็นศูนย์กลางของริวกิวก็ถูกยึดครอง กษัตริย์โชเนอิแห่งริวกิวถูกจับเป็นเชลยและถูกส่งตัวไปยังแคว้นซัตสึมะและเมืองเอโดะ</p>
<p>แต่ความชาญฉลาดและวิสัยทัศน์ที่ล้ำลึกของตระกูลชิมะซึอยู่ที่การจัดการหลังการยึดครองครับ แทนที่จะทำลายอาณาจักรริวกิวทิ้ง หรือผนวกรวมดินแดนทั้งหมดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซัตสึมะอย่างเปิดเผยแบบที่ผู้ชนะสงครามมักจะทำกัน ซัตสึมะกลับเลือกที่จะปล่อยให้กษัตริย์ริวกิวปกครองประเทศของตนต่อไปในฐานะกษัตริย์เช่นเดิม แต่เบื้องหลังคือต้องยอมตกเป็นประเทศราชและส่งส่วยให้กับแคว้นซัตสึมะ</p>
<p>เหตุผลที่ซัตสึมะทำเช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าความมั่งคั่งของริวกิวมาจากการที่ริวกิวเป็นรัฐบรรณาการของจีน หากซัตสึมะล้มล้างกษัตริย์ริวกิวและกลืนชาติ ราชสำนักจีนซึ่งมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดว่าจะค้าขายกับรัฐที่มาสวามิภักดิ์และส่งบรรณาการเท่านั้น ย่อมจะตัดขาดการค้ากับริวกิวทันที ซัตสึมะจึงต้องเล่นละครฉากใหญ่ โดยปล่อยให้ริวกิวแสดงตนต่อชาวโลกและต่อประเทศจีนว่าเป็นอาณาจักรอิสระ เพื่อให้การส่งเครื่องราชบรรณาการและการค้าขายกับจีนดำเนินต่อไปได้</p>
<p>กลยุทธ์ทางรัฐศาสตร์นี้ นักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกว่า <strong>“นิตจู รียวโซคุ” (Nitchu Ryozoku)</strong> หรือที่แปลว่า <strong>“การเป็นประเทศราชสองฝ่าย” (Dual Subordination)</strong> อาณาจักรริวกิวจึงตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องสวามิภักดิ์และส่งบรรณาการให้กับทั้งราชสำนักจีน และส่งส่วยรายได้ให้กับแคว้นซัตสึมะของญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน นโยบายที่ดูเหมือนจะประนีประนอมนี้ แท้จริงแล้วมีนัยยะแอบแฝงทางการค้าที่แยบยลที่สุดในยุคนั้น</p>
<p>ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อรัฐบาลโชกุนที่เอโดะประกาศนโยบาย <strong>“ซาโกคุ”</strong> หรือนโยบายปิดประเทศ ห้ามชาวญี่ปุ่นออกนอกประเทศและห้ามค้าขายกับชาวต่างชาติอย่างเด็ดขาด (ยกเว้นดัตช์และจีนที่เกาะเดจิมะ จังหวัดนางาซากิ) อาณาจักรริวกิวกลับกลายเป็นช่องโหว่และประตูหลังบ้านที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ตระกูลชิมะซึอาศัยความได้เปรียบนี้ ใช้ริวกิวเป็น “นกต่อ” ในการลักลอบค้าขายกับต่างชาติ สินค้าฟุ่มเฟือย ยารักษาโรค ผ้าไหมชั้นดี และเทคโนโลยีต่างๆ จากจีนและโลกภายนอก ถูกลักลอบนำเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางริวกิว</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เมื่อมีทูตจากจีนเดินทางมายังริวกิวเพื่อประกอบพิธีแต่งตั้งกษัตริย์หรือรับเครื่องบรรณาการ ซามุไรและข้าราชการจากซัตสึมะที่ประจำการอยู่ในริวกิวจะต้องหลบซ่อนตัว ห้ามแสดงตน ห้ามใส่ชุดซามุไร หรือแม้แต่ห้ามร้องเพลงด้วยภาษาญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ทูตจีนรู้ว่าแท้จริงแล้วริวกิวถูกควบคุมโดยญี่ปุ่นอยู่ การเล่นละครตบตาข้ามศตวรรษนี้ สร้างเม็ดเงินและผลกำไรมหาศาลให้กับคลังของตระกูลชิมะซึ ทำให้แคว้นซัตสึมะกลายเป็นหนึ่งในแคว้นที่ร่ำรวยและมีสายป่านทางการเงินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นอย่างเงียบๆ ภายใต้จมูกของรัฐบาลโชกุน</p>
<p>นอกเหนือจากรายได้มหาศาลจากการค้าลับผ่านริวกิวแล้ว การยึดครองในปี ค.ศ. 1609 ยังทำให้ซัตสึมะได้ริบเอาดินแดนส่วนบนของริวกิว นั่นคือ <strong>หมู่เกาะอามามิ (Amami Islands)</strong> มาไว้ใต้การปกครองของตนโดยตรง หมู่เกาะอามามิมีสภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนซึ่งเหมาะแก่การปลูกอ้อยเป็นอย่างมาก ซัตสึมะมองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจข้อนี้ จึงได้นำพันธุ์อ้อยมาปลูกและบังคับให้ชาวเกาะอามามิผลิตน้ำตาลทรายดำ (Brown Sugar) เพื่อส่งส่วยให้กับแคว้นในรูปแบบของการผูกขาดอย่างเบ็ดเสร็จ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88397" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2.jpg" alt="" width="800" height="566" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-120x85.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-90x64.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-320x226.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP4_2-560x396.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="amami-islands" style="text-align: center;">Amami Islands</h5>
<p>ในยุคเอโดะนั้น น้ำตาลถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาแพงและมีความต้องการในตลาดสูงมาก เปรียบเสมือนทองคำสีน้ำตาล ซัตสึมะเป็นเพียงไม่กี่แคว้นที่สามารถผลิตน้ำตาลได้ในปริมาณมหาศาล พวกเขานำน้ำตาลทรายดำเหล่านี้ใส่เรือไปขายต่อที่นครโอซาก้าซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการกระจายสินค้าของประเทศ กอบโกยกำไรส่วนต่างกลับเข้าสู่คลังของตระกูลได้เป็นจำนวนมหาศาล</p>
<p>ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่หลั่งไหลเข้ามาจากการผูกขาดการค้าผ่านประเทศราชและการผูกขาดน้ำตาลนี้เองครับ ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญและเป็น “ทุนสำรอง” ก้อนโตที่แคว้นซัตสึมะนำไปใช้ในการปฏิรูปแคว้น ชำระหนี้สินที่เคยพอกพูน และเมื่อถึงเวลาอันควร เงินทุนจากน้ำตาลและริวกิวเหล่านี้นี่เอง ที่จะกลายเป็นงบประมาณหลักในการซื้ออาวุธปืนกล เรือรบกลไฟ และส่งซามุไรหนุ่มไปเรียนต่อยังโลกตะวันตก ทำให้ตระกูลชิมะซึมีความพร้อมด้านทุนทรัพย์มากกว่าแคว้นใดๆ เมื่อเวลาแห่งการพลิกแผ่นดินในยุคบาคุมัตสึเดินทางมาถึง</p>
<p><strong>ในตอนหน้า เราจะขยับเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายเมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจากตะวันตกพัดมาถึงชายฝั่งญี่ปุ่น ตระกูลชิมะซึจะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์มาเป็นผู้นำทัพ และเขาผู้นี้จะเป็นผู้สร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่แห่งแรกของญี่ปุ่นขึ้นที่แคว้นซัตสึมะ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เบื้องหลังความมั่งคั่งจากการผูกขาดน้ำตาลของแคว้นซัตสึมะนั้น แลกมาด้วยความยากลำบากอย่างแสนสาหัสของชาวหมู่เกาะอามามิ รายได้หลักเกือบครึ่งหนึ่งของแคว้นซัตสึมะในช่วงหลังของยุคเอโดะ มาจากการขายน้ำตาลทรายดำเหล่านี้ แต่การกดขี่ขูดรีดชาวเกาะนั้นรุนแรงมาก ซัตสึมะได้ออกกฎหมายที่เข้มงวดถึงขนาดว่า ห้ามชาวเกาะกินน้ำตาลที่ตนเองผลิต หากใครแอบเลียหรือขโมยน้ำตาลเพียงเล็กน้อยอาจมีโทษถึงตาย น้ำตาลทุกเกล็ดต้องถูกรีดเร้นและส่งเข้าคลังของแคว้นชิมะซึเพื่อแปลงเป็นเงินทุนเท่านั้น เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์การสร้างความมั่งคั่งในยุคที่ไร้ซึ่งสิทธิมนุษยชนครับ</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88145" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Shimazu Clan – Japan Reference (<a href="https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/</span></a>)<br>
• Island Societies and Maritime Networks between Ryukyu and Japan – University of Michigan (<a href="https://events.umich.edu/event/138158" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://events.umich.edu/event/138158</span></a>)<br>
• History of the Ryukyu Kingdom – Okinawa Prefectural Government (<a href="https://www.pref.okinawa.jp/site/chijiko/kohokoryu/foreign/english/okinawa/history.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.pref.okinawa.jp/site/chijiko/kohokoryu/foreign/english/okinawa/history.html</span></a>)<br>
• <a href="https://www.facebook.com/SamuraiHistoryCultureJapan/photos/shimazu-tadatsune-daimyo-of-satsuma-died-on-this-day-april-7-1638-with-a-stipend/1301844263227429/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.facebook.com/SamuraiHistoryCultureJapan/</span></a><br>
• <a href="https://www.researchgate.net/figure/Map-of-the-Ryukyu-Archipelago-Five-languages-dialects-are-spoken-in-five-regions_fig1_361536773" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.researchgate.net/figure/Map-of-the-Ryukyu/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 4 อาณาจักรซัตสึมะ และการเป็นประเทศราชสองฝ่าย #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP1_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP1_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>รำลึก 9/11 ในญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่?</title>
		<link>https://www.marumura.com/9-11-in-japan-memory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[marumura]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 14:01:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[9/11]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ในญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88330</guid>

					<description><![CDATA[รำลึก 9/11 ในญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่? บทความโดย : ทีมงาน www.marumura.com คำเตือน: บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนความรู้สึกผู้อ่าน ทั้งนี้ผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเศร้าเสียใจ หากแต่เป็นข้อเขียนเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น และเพื่อเป็นการเตือนสติ เตือนใจให้ใส่ใจสมาชิกในครอบครัว คนรอบข้างและสังคมมากขึ้น ผู้เขียนขออภัยหากข้อเขียนนี้กระทบกระเทือนความรู้สึกของท่านผู้อ่าน เหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 (9/11) ส่งผลให้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 24 ราย และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงจากการเน้นสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปสู่การยกระดับการป้องกันประเทศร่วมกับพันธมิตร ปฏิกิริยาทันทีของญี่ปุ่น (พ.ศ.&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>รำลึก 9/11 ในญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่?</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88330"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : ทีมงาน<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><em>คำเตือน: บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนความรู้สึกผู้อ่าน ทั้งนี้ผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเศร้าเสียใจ หากแต่เป็นข้อเขียนเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น และเพื่อเป็นการเตือนสติ เตือนใจให้ใส่ใจสมาชิกในครอบครัว คนรอบข้างและสังคมมากขึ้น</em></p>
<p><em>ผู้เขียนขออภัยหากข้อเขียนนี้กระทบกระเทือนความรู้สึกของท่านผู้อ่าน</em></p>
<p><strong>เหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 (9/11) ส่งผลให้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 24 ราย และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงจากการเน้นสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปสู่การยกระดับการป้องกันประเทศร่วมกับพันธมิตร</strong></p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8">ปฏิกิริยาทันทีของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2544)</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88337 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0.jpeg" alt="รำลึก 9/11 ในญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่?" width="800" height="594" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0.jpeg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0-120x90.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0-90x68.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0-320x238.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_0-560x416.jpeg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>ยกระดับความปลอดภัย:</strong> นายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ ในขณะนั้น ได้สั่งการให้กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรอบฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นและสถานที่สำคัญทั่วประเทศ</p>
<p><strong>คุมเข้มสนามบิน:</strong> กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ได้สั่งการให้สายการบินในประเทศทั้งหมดเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสัมภาระและผู้โดยสารสูงสุด</p>
<p><strong>ความวิตกของประชาชน:</strong> ผลสำรวจของสำนักข่าว Yomiuri Shimbun ในเดือนกันยายน 2544 พบว่า ประชาชนญี่ปุ่นถึง 98% รู้สึกกังวลกับเหตุการณ์นี้ และ 86% กลัวว่าอาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นในญี่ปุ่น</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99">ผู้เสียชีวิตชาวญี่ปุ่น</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88338" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3.jpeg" alt="" width="600" height="480" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3.jpeg 600w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3-120x96.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3-90x72.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3-320x256.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_3-560x448.jpeg 560w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" title=""></p>
<p><strong>เหยื่อในเหตุการณ์:</strong> มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตทั้งหมด 24 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทการเงิน และธนาคารของญี่ปุ่นที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เที่ยวบินที่ 93 (Flight 93): หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ โทชิยะ คุเกะ (Toshiya Kuge) นักศึกษาวัย 20 ปีจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ ซึ่งอยู่บนเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ที่ถูกจี้และตกในรัฐเพนซิลเวเนีย</p>
<hr>
<h3 id="%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7">การเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นคงในระยะยาว</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88336" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1.jpeg" alt="" width="800" height="320" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1.jpeg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1-120x48.jpeg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1-90x36.jpeg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1-320x128.jpeg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_1-560x224.jpeg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88335" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2.jpg" alt="" width="800" height="1208" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2-120x181.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2-90x136.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2-320x483.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_2-560x846.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>กฎหมายพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย:</strong> รัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่านกฎหมายพิเศษ (Anti-Terrorism Special Measures Law) เพื่ออนุญาตให้กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) สามารถส่งกำลังพลไปสนับสนุนภารกิจที่ไม่ใช่การรบ เช่น การส่งกำลังบำรุงและการเติมน้ำมันให้แก่กองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรในอัฟกานิสถาน</p>
<p><strong>การตีความรัฐธรรมนูญ:</strong> เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มทบทวนและผ่อนปรนข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญสันติภาพ (มาตรา 9) เพื่อให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในเวทีความมั่นคงโลกมากขึ้น</p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : ทีมงาน<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เรื่องแนะนำ :</strong><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88291" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานทำบุญประจำปี ‘Apple Event 2026’ ก้าวสู่ยุค Intelligent Personal Hub</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88248" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ฝ่าวิกฤต “Rain Bomb”: เจาะลึกเทคโนโลยี 3 ประสาน และอุโมงค์ยักษ์ใต้ดิน ผู้อยู่เบื้องหลังการเซฟเมืองนาโกย่า</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88234" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– สัมผัสเสน่ห์ศิลปะคันธาระ: จากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียวสู่ความงดงามแห่งเส้นทางสายไหม</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88219" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– Toyota’s Factory Upgrade: ปฏิวัติอีโคซิสเต็มยานยนต์ ชุบชีวิตรถเก่าให้ล้ำสมัยด้วยจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น</b></a></span><br>
<span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88167" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>– ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงกับคอลเล็คชั่นสุดเท่ ได้ก่อนใครที่ UNIQLO JAPAN</b></a></span></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#รำลึก 9/11 ในญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่?</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/9-11-in-Japan-Memory_cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ</title>
		<link>https://www.marumura.com/softbank-group-ep-7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Morika]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 13:51:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Tech & Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[ARM Holdings]]></category>
		<category><![CDATA[Artificial General Intelligence (AGI)]]></category>
		<category><![CDATA[Artificial Super Intelligence (ASI)]]></category>
		<category><![CDATA[Elon Musk]]></category>
		<category><![CDATA[OpenAI]]></category>
		<category><![CDATA[SoftBank]]></category>
		<category><![CDATA[SoftBank Group]]></category>
		<category><![CDATA[Son Masayoshi]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ธุรกิจญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88308</guid>

					<description><![CDATA[มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ… ยุคแห่งความฉลาดขั้นสุดยอด (ASI) และมหากาพย์การร่วมมือกับ OpenAI บทความโดย : Morika www.marumura.com เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบริษัทเทคโนโลยีที่เคยยิ่งใหญ่และเป็นเหมือนพระเจ้าในยุคหนึ่ง ถึงกลับค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน เรื่องราวแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่มันเป็นเหมือนรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ เราเคยเห็นภาพนี้มาแล้วกับบริษัทอย่าง IBM หรือ Xerox ที่ในยุคหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถโค่นล้มบัลลังก์ของพวกเขาลงได้ บริษัทเหล่านี้ต่างมีจุดเริ่มต้นที่คล้ายกัน นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลก จนทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เล่นที่ผูกขาดตลาดไปโดยปริยาย แต่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นเอง&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ… ยุคแห่งความฉลาดขั้นสุดยอด (ASI) และมหากาพย์การร่วมมือกับ OpenAI</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88308"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบริษัทเทคโนโลยีที่เคยยิ่งใหญ่และเป็นเหมือนพระเจ้าในยุคหนึ่ง ถึงกลับค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน เรื่องราวแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่มันเป็นเหมือนรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ เราเคยเห็นภาพนี้มาแล้วกับบริษัทอย่าง IBM หรือ Xerox ที่ในยุคหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถโค่นล้มบัลลังก์ของพวกเขาลงได้ บริษัทเหล่านี้ต่างมีจุดเริ่มต้นที่คล้ายกัน นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลก จนทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เล่นที่ผูกขาดตลาดไปโดยปริยาย</strong></p>
<p>แต่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็คือ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นเอง กลับกลายเป็นเหมือนยาพิษที่ค่อยๆ ทำลายบริษัทจากภายใน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมถอย เมื่อผลิตภัณฑ์แทบไม่เคยเปลี่ยน คนกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จขององค์กรมากที่สุดจึงกลายเป็นฝ่ายขายและการตลาด ในวันที่บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดไปเกือบทั้งหมดแล้ว การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นอีกเล็กน้อย แทบจะไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขายหรือกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป ฝ่ายการตลาดจึงกลายเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจมากที่สุดในองค์กร ในขณะที่วิศวกรและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เริ่มถูกผลักออกจากกระบวนการตัดสินใจที่สำคัญ นวัตกรรมนำไปสู่การผูกขาด การผูกขาดนำไปสู่การยกย่องฝ่ายการตลาด และการที่ฝ่ายการตลาดขึ้นมามีอำนาจ ก็นำไปสู่การละเลยนวัตกรรม ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ก็คือการเสื่อมถอยนั่นเอง แม้แต่ในยุคปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็ยังถูกตั้งคำถามว่ากำลังเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์นี้หรือไม่ เมื่อกลยุทธ์การตลาดที่เชี่ยวชาญในการสร้างความตื่นเต้นและภาพลักษณ์ ดูเหมือนจะเข้ามามีบทบาทนำหน้านวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>ซัน มาซาโยชิ ผู้นำแห่งอาณาจักร SoftBank</strong> ตระหนักถึงวงจรแห่งความเสื่อมถอยนี้ดีกว่าใคร เขาเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ว่า ในโลกของเทคโนโลยี การหยุดนิ่งอยู่กับที่ คือการกระทำที่อันตรายที่สุด ด้วยเหตุนี้ ปรัชญาในการบริหารของเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การทำลายล้างความสำเร็จเดิมของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อก้าวไปสู่กระแสคลื่นลูกใหม่ที่ใหญ่กว่า</p>
<p>ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้ามา บริษัทที่จะอยู่รอดได้คือบริษัทที่กล้าหาญพอที่จะผ่าตัดตัวเอง เหมือนกับเรื่องราวของ Philips บริษัทที่มีอายุกว่า 130 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตหลอดไฟระดับโลก แต่เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคดิจิทัล และต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากเอเชีย บัลลังก์ของ Philips ก็เริ่มสั่นคลอน ปัญหาใหญ่คือการขาดโฟกัสและมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเกินไปจนทำให้อุ้ยอ้าย ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 บริษัทต้องเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักจนเกือบล้มละลาย แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงในปี 2011 เมื่อผู้บริหารตัดสินใจเลือกที่จะทิ้งความสำเร็จเดิม แล้วแยกธุรกิจออกเพื่อมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (HealthTech) เป็นหลัก การผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่นี้ทำให้ Philips ต้องทุ่มเงินลงทุนมหาศาลไปกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ ผลลัพธ์คือการพลิกโฉมจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า กลายเป็นหนึ่งใน 3 บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำของโลกที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>อาณาจักร SoftBank ก็กำลังดำเนินการผ่าตัดองค์กรครั้งประวัติศาสตร์ในสเกลที่ใหญ่กว่านั้นหลายร้อยเท่า ซัน มาซาโยชิ มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งว่า ยุคทองของอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เคยสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับ SoftBank ผ่านการครอบครองคลื่นความถี่และการถือหุ้นใหญ่ในบริษัทโทรคมนาคมนั้น กำลังจะสิ้นสุดลง โลกกำลังก้าวเข้าสู่กระบวนทัศน์ใหม่ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยพานพบ นั่นคือยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์</p>
<p>ถ้าถามว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร คำตอบอาจจะไม่ใช่น้ำมันหรือข้อมูลอีกต่อไป แต่มันคือ พลังการประมวลผล เรากำลังอยู่ในยุคตื่นทองครั้งใหม่ นั่นคือยุคตื่น AI ที่ทุกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างกระโจนเข้ามาเป็นนักขุดทองกันอย่างบ้าคลั่ง และในสมรภูมินี้ บริษัทที่รับบทเป็นคนขายพลั่วที่ดีที่สุดก็คือ Nvidia ซึ่งชิป GPU ของพวกเขากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้าง AI ที่ทรงพลัง</p>
<p>ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของสงครามครั้งนี้ คือความเคลื่อนไหวของ Elon Musk และ xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์น้องใหม่ที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป้าหมายในการสร้าง AI ที่มีความสามารถทัดเทียมมนุษย์ มีรายงานว่า xAI กำลังวางแผนระดมทุนก้อนมหึมาที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อชิปประมวลผลกราฟิกจาก Nvidia เป้าหมายของเม็ดเงินมหาศาลนี้คือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งอนาคตเพื่อเป็นโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือที่เรียกกันว่า AGI (Artificial General Intelligence) AGI ไม่ใช่ AI ทั่วไป แต่เป็น AI ที่มีความเข้าใจ มีเหตุผล และเรียนรู้ได้หลากหลายเหมือนมนุษย์ ปัจจุบัน xAI มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชื่อ Colossus ซึ่งใช้ชิป GPU รุ่นท็อปอย่าง Nvidia H100 ไปแล้วหลายหมื่นตัว และมีเป้าหมายที่จะขยายให้มีชิปมากถึง 200,000 ตัว ไปจนถึงการสร้าง Colossus 2 ที่อาจต้องใช้ชิปมากถึงหนึ่งล้านตัว</p>
<p>การเดิมพันของ Musk ถือว่าสูงลิ่ว มีการประเมินว่าแค่ในปี 2025 ปีเดียว xAI อาจจะต้องใช้จ่ายเงินไปกับการดำเนินงานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว เงินทุนส่วนใหญ่มาจากหนี้สิน ซึ่งหากโมเดล AI ไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้า ก็อาจนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินได้ แต่วิสัยทัศน์ของ Musk คือการสร้าง AGI เพื่อให้กลายเป็นสมองกลางที่เชื่อมต่ออาณาจักรทั้งหมดของเขา ทั้งระบบขับขี่อัตโนมัติของ Tesla ภารกิจอวกาศของ SpaceX หรือชิปฝังสมองของ Neuralink ดีลระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ เป็นเพียงเสียงปืนที่บอกว่าการแข่งขันเพื่อสร้างสติปัญญารูปแบบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ</p>
<p>แต่ในขณะที่อัจฉริยะอย่าง Elon Musk และเหล่ายักษ์ใหญ่ในซิลิคอนแวลลีย์กำลังทุ่มทรัพยากรเพื่อไปให้ถึงจุดที่เป็น AGI ซัน มาซาโยชิ กลับมองข้ามช็อตนั้นไปไกลกว่ามาก ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญของ SoftBank ซันได้ขึ้นเวทีและประกาศวิสัยทัศน์ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องขนลุก เขาบอกว่า AGI หรือ AI ที่ฉลาดเท่ามนุษย์นั้น เป็นเพียงแค่ป้ายหยุดรถชั่วคราวที่จะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ปีต่อจากนี้ แต่สถานีปลายทางที่แท้จริงที่ SoftBank กำลังจะเดิมพันด้วยชีวิตและจิตวิญญาณทั้งหมดของบริษัท คือสิ่งที่เรียกว่า <strong>ASI หรือ Artificial Super Intelligence</strong></p>
<p>ASI ในนิยามของซัน มาซาโยชิ คือปัญญาประดิษฐ์ขั้นสุดยอดที่มีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกรวมกันถึง 10,000 เท่า มันไม่ใช่แค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ตอบคำถามได้เหมือน ChatGPT แต่มันคือเครือข่ายของสมองกลอัจฉริยะที่สามารถสื่อสารกันเอง คิดค้นนวัตกรรม รักษาโรคร้ายที่มนุษย์หมดทางเยียวยา และแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซันเชื่อว่ายุคของ ASI จะมาถึงภายในสิบปีข้างหน้า และเมื่อวันนั้นมาถึง โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษยชาติจะถูกปฏิวัติใหม่ทั้งหมด</p>
<p>เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น ซันรู้ดีว่า SoftBank ไม่สามารถเป็นเพียงแค่นักลงทุนที่นั่งรอรับเงินปันผลได้อีกต่อไป พวกเขาต้องเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รองรับการเกิดของ ASI และจิ๊กซอว์ชิ้นที่สำคัญที่สุดบนกระดานนี้ก็คือ สมองกลที่เป็นผู้พัฒนา AI ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก ซึ่งก็คือ OpenAI</p>
<p>ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ข่าวหน้าหนึ่งของสื่อธุรกิจทั่วโลกต่างพาดหัวถึงการขยับตัวครั้งใหญ่ของ SoftBank เมื่อซัน มาซาโยชิ ตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนก้อนมโหฬารเข้าสู่ OpenAI การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ซันและ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นและวิสัยทัศน์ที่ตรงกันอย่างน่าประหลาด ทั้งคู่มองเห็นภาพเดียวกันว่า ข้อจำกัดเดียวที่จะขัดขวางไม่ให้โลกก้าวไปสู่ ASI ได้ ไม่ใช่เรื่องของซอฟต์แวร์หรืออัลกอริทึม แต่มันคือเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (Physical Infrastructure)</p>
<p>พลังการประมวลผลมหาศาลที่ต้องใช้เพื่อฝึกฝนและรันโมเดล AI ขั้นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์นั้น ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์และพลังงานในระดับที่โลกไม่เคยสร้างมาก่อน การระดมทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ของ xAI เพื่อซื้อชิป Nvidia เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่ซันและ Altman กำลังวางแผน พวกเขากำลังพูดถึงโปรเจกต์ระดับล้านล้านดอลลาร์ที่ชื่อว่า “Stargate” ซึ่งเป็นความร่วมมือที่อาจดึงยักษ์ใหญ่ด้านระบบฐานข้อมูลและคลาวด์คอมพิวติ้งมาร่วมสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกเครื่องที่มีอยู่บนโลกรวมกัน</p>
<p>แต่ซัน มาซาโยชิ เป็นนักยุทธศาสตร์ที่มองเกมขาดเสมอ เขาเรียนรู้จากกรณีของ ARM Holdings ว่า ผู้ที่กุมอำนาจที่แท้จริงคือผู้ที่ควบคุมสถาปัตยกรรมพื้นฐาน แม้ Nvidia จะเป็นราชาในโลกของ GPU แต่ชิปเหล่านั้นกินพลังงานมหาศาลมโหฬาร หากโลกจะสร้าง Data Center สำหรับ ASI ที่ต้องใช้ชิปนับล้านตัว ปัญหาใหญ่ที่สุดที่จะตามมาคือ โลกใบนี้จะผลิตกระแสไฟฟ้าไม่พอให้มันใช้งาน</p>
<p>นี่คือเหตุผลที่โครงสร้างธุรกิจของ SoftBank ในยุคใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ซันไม่ได้ลงทุนแค่ในบริษัทซอฟต์แวร์ AI อย่าง OpenAI เท่านั้น แต่เขายังมี ARM ที่กำลังพัฒนาสถาปัตยกรรมชิป AI ที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก และยังเข้าลงทุนในบริษัทพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชั่น ทุกอย่างถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นวิสัยทัศน์เดียว นั่นคือการเตรียมความพร้อมทั้งด้านสมองกลและพลังงานขับเคลื่อน เพื่อต้อนรับการจุติของ Artificial Super Intelligence</p>
<p>แน่นอนว่าการเดิมพันครั้งนี้ของ SoftBank มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท เม็ดเงินลงทุนที่ต้องใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ASI นั้นมหาศาลจนอาจทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระหนี้สินระดับประเทศ นักวิเคราะห์ใน Wall Street หลายคนยังคงตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า และบาดแผลจากวิกฤตการณ์ WeWork ก็ยังคงเป็นภาพจำที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนรู้สึกหวาดผวา</p>
<p>แต่สำหรับผู้ชายที่ชื่อ ซัน มาซาโยชิ ความกลัวที่จะล้มเหลว ไม่เคยยิ่งใหญ่ไปกว่าความกลัวที่จะสูญเสียโอกาสในการเปลี่ยนโลก เขาเคยกล่าวไว้ว่า เส้นทางของ SoftBank ตลอดกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา คือการกระโดดข้ามจากหุบเหวหนึ่งไปยังอีกหุบเหวหนึ่งเสมอ จากยุคซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ สู่ยุคอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ สู่ยุคโทรศัพท์มือถือ และบัดนี้คือยุคของ ASI หาก SoftBank เลือกที่จะอยู่อย่างปลอดภัยและปกป้องผลกำไรในธุรกิจเดิม พวกเขาก็คงมีจุดจบไม่ต่างจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในอดีตที่ค่อยๆ เสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88311 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1.jpg" alt="มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ... ยุคแห่งความฉลาดขั้นสุดยอด (ASI) และมหากาพย์การร่วมมือกับ OpenAI" width="800" height="532" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1-120x80.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1-90x60.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1-320x213.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1-560x372.jpg 560w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<p><strong>การประกาศร่วมมือกับ OpenAI และการทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อมุ่งสู่ยุค ASI จึงไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่มันคือบทพิสูจน์ครั้งสุดท้ายของชายผู้มีความฝันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเทคโนโลยี มันคือมหากาพย์การเดินทางที่กำลังจะให้คำตอบกับมนุษยชาติว่า อนาคตที่ปัญญาประดิษฐ์ฉลาดกว่ามนุษย์นับหมื่นเท่า จะเป็นรุ่งอรุณแห่งความรุ่งโรจน์ หรือจะเป็นหายนะที่ไม่อาจควบคุมได้ อนาคตเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้ชะตา</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>เบื้องหลังวิสัยทัศน์ที่ดุดันในการมุ่งสู่ยุค ASI ของซัน มาซาโยชิ มีจุดเปลี่ยนทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ ในช่วงที่ SoftBank เผชิญวิกฤตการเงินอย่างหนักจนต้องเข้าสู่ “โหมดตั้งรับ” ซันเคยเล่าให้ผู้ถือหุ้นฟังด้วยน้ำตาว่า เขารู้สึกเสียใจที่ชีวิตของเขากำลังจะร่วงโรยไปโดยที่ยังไม่ได้สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่พอให้กับมนุษยชาติ แต่เมื่อเขาได้เห็นความสามารถของ ChatGPT รุ่นแรกๆ เขาก็เหมือนตื่นจากฝันร้าย เขากลับมารู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ และตระหนักได้ทันทีว่า ภารกิจที่แท้จริงในชีวิตของเขา ไม่ใช่การเป็นแค่นักลงทุนที่รวยที่สุด แต่คือการเป็น “นายทุนผู้ให้กำเนิดวิวัฒนาการขั้นต่อไปของมนุษยชาติ” และนั่นคือแรงผลักดันที่ทำให้เขากลับมาลงสนามรบอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งในวัยเกือบ 70 ปี</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Morika<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=88054" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 6 ชิปเปลี่ยนโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87823" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 5: พายุหมุนในหุบเขาซิลิคอน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87531" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 4: จากบริษัทโทรคมนาคม สู่ “กงสีนักลงทุนระดับโลก”</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87337" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 3: สงครามล้มยักษ์</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86943" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 2: หมากกระดานแรกบนเวทีโลก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=86783" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :</strong><br>
– <a href="https://gigazine.net/gsc_news/en/20241001-softbank-openai-invest/#gsc.tab=0" title="">https://gigazine.net/gsc_news/</a><br>
– <a href="https://group.softbank/en/philosophy/vision" title="">https://group.softbank/en/philosophy/vision</a><br>
– <a href="https://www.reuters.com/technology/artificial-intelligence/softbanks-son-predicts-artificial-super-intelligence-10000x-human-ability-2024-06-21/" title="">https://www.reuters.com/technology/</a><br>
– <a href="https://www.ft.com/content/0a283b7b-272e-4b71-80a6-9ab860a4e768" title="">https://www.ft.com/content/0a283b7b-272e-4b71-80a6-9ab860a4e768</a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>มหากาพย์ SoftBank: จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 7 ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมนุษยชาติ… ยุคแห่งความฉลาดขั้นสุดยอด (ASI) และมหากาพย์การร่วมมือกับ OpenAI #Softbank Group</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-cover.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/SoftBank-Group-EP7_ASI-cover-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
		<item>
		<title>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</title>
		<link>https://www.marumura.com/shimazu-clan-ep3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Histo Dawn]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 14:18:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[Battle of Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara]]></category>
		<category><![CDATA[Sekigahara no Tatakai]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Clan]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu no Nokiguchi]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Toyohisa]]></category>
		<category><![CDATA[Shimazu Yoshihiro]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนนางญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลขุนนาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลซามูไร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระกูลญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกเซกิงาฮาระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.marumura.com/?p=88145</guid>

					<description><![CDATA[ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราวความขัดแย้ง และจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การยอมจำนนของตระกูลชิมะซึต่อขั้วอำนาจส่วนกลางไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะสงบสุขและอยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ทว่าสัจธรรมของการเมืองและอำนาจนั้นไม่เคยมีอะไรที่จีรังยั่งยืน เมื่อบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวอย่าง โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงในปี ค.ศ. 1598 อำนาจการปกครองที่เคยรวมศูนย์อย่างเด็ดขาดก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ในเวลานั้น ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลและมีประสบการณ์การเมืองมากที่สุดอย่าง โทกุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa&#8230;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote><p><strong>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ</strong></p></blockquote>
<p><span id="more-88145"></span></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><strong>ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราวความขัดแย้ง และจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การยอมจำนนของตระกูลชิมะซึต่อขั้วอำนาจส่วนกลางไปแล้วในตอนก่อนหน้านี้ บัดนี้แผ่นดินญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะสงบสุขและอยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ทว่าสัจธรรมของการเมืองและอำนาจนั้นไม่เคยมีอะไรที่จีรังยั่งยืน เมื่อบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวอย่าง โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงในปี ค.ศ. 1598 อำนาจการปกครองที่เคยรวมศูนย์อย่างเด็ดขาดก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้ง</strong></p>
<p>ในเวลานั้น ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลและมีประสบการณ์การเมืองมากที่สุดอย่าง <strong>โทกุงาวะ อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu)</strong> ได้เริ่มเคลื่อนไหวและดำเนินกลยุทธ์เพื่อรวบรวมอำนาจทั้งหมดเข้าสู่ตนเองอย่างช้าๆ แต่อย่างมั่นคง การกระทำอันทะเยอทะยานนี้สร้างความไม่พอใจให้กับขุนนางสายบุ๋นผู้ภักดีต่อตระกูลโทโยโตมิเป็นอย่างมาก ในขณะนั้น <strong>อิชิดะ มิตสึนาริ (Ishida Mitsunari)</strong> ซึ่งเป็นขุนนางคนสำคัญที่ต้องการปกป้องเจตนารมณ์ของฮิเดโยชิ ก็ได้รวบรวมกำลังพลและพันธมิตรไดเมียวต่างๆ เพื่อลุกขึ้นต่อต้านอิเอยาสึอย่างเปิดเผย ความขัดแย้งทางผลประโยชน์นี้ลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะควบคุม จนนำไปสู่สงครามครั้งประวัติศาสตร์ที่ชี้ชะตาแผ่นดินญี่ปุ่น นั่นคือ<strong> ศึกเซกิงาฮาระ (Battle of Sekigahara)</strong> ซึ่งอุบัติขึ้นในปี ค.ศ. 1600 ครับ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-88152 size-full" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg" alt="ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ" width="800" height="585" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg 800w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-120x88.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-90x66.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-320x234.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-560x410.jpg 560w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" title=""></p>
<h5 id="battle-of-sekigahara" style="text-align: center;"><strong>Battle of Sekigahara</strong></h5>
<p>สำหรับตระกูลชิมะซึแห่งแคว้นซัตสึมะนั้น พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนของพายุสงครามครั้งนี้ได้ ในศึกชี้ชะตาครั้งนี้ ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำทัพของขุนพลผู้ห้าวหาญอย่าง <strong>ชิมะซึ โยชิฮิโระ (Shimazu Yoshihiro)</strong> ซึ่งเป็นน้องชายของโยชิฮิสะ ได้ตัดสินใจนำกองกำลังเข้าร่วมกับกองทัพฝั่งตะวันตกของอิชิดะ มิตสึนาริ อันที่จริงแล้ว โยชิฮิโระเป็นนักรบที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน แต่ทว่า ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่สลับซับซ้อนและความขัดแย้งภายในแคว้นซัตสึมะเอง ทำให้โยชิฮิโระไม่สามารถโน้มน้าวให้ทางแคว้นส่งกองทัพใหญ่มาช่วยรบได้ เขาจึงสามารถระดมกำลังพลมาร่วมรบได้เพียง 1,500 นายเท่านั้น จำนวนทหารเพียง 1,500 นายนี้ ถือว่าเป็นกองกำลังที่น้อยมากอย่างน่าใจหาย เมื่อเทียบกับกองทัพหลักของทั้งสองฝ่ายที่มีกำลังพลรวมกันหลักแสนนาย การนำทัพขนาดเล็กเข้าสู่มหาสงครามเช่นนี้ย่อมสร้างความกดดันให้กับโยชิฮิโระไม่น้อยเลยทีเดียว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88151" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro.jpg" alt="" width="654" height="643" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro.jpg 654w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-80x80.jpg 80w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-120x118.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-90x88.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-320x315.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Yoshihiro-560x551.jpg 560w" sizes="(max-width: 654px) 100vw, 654px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-yoshihiro" style="text-align: center;">Shimazu Yoshihiro</h5>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในค่ายทัพตะวันตกก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อแม่ทัพใหญ่อย่างมิตสึนาริกลับแสดงท่าทีเพิกเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อคำแนะนำทางยุทธวิธีของโยชิฮิโระ โยชิฮิโระซึ่งเป็นขุนศึกผู้มากประสบการณ์พยายามเสนอแผนการรบ แต่กลับถูกปฏิเสธและไม่ได้รับความไว้วางใจ การถูกเมินเฉยเช่นนี้ทำให้กองกำลังของชิมะซึถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งแนวหลังของสนามรบ และแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการปะทะในช่วงต้นของสงครามเลย กองกำลังชิมะซึได้แต่นั่งดูสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียดเบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดกำลังรอคอยพวกเขาอยู่</p>
<p>เมื่อการสู้รบที่ทุ่งเซกิงาฮาระดำเนินไปจนถึงจุดแตกหัก กองทัพฝั่งตะวันตกต้องเผชิญกับตัวแปรที่คาดไม่ถึงและนำมาซึ่งความพินาศ นั่นคือการทรยศหักหลังของ <strong>โคบายาคาวะ ฮิเดอากิ (Kobayakawa Hideaki)</strong> ไดเมียวหนุ่มผู้ซึ่งคุมกำลังพลมหาศาลอยู่บนภูเขา ได้ตัดสินใจหันอาวุธไปเข้าข้างฝ่ายตะวันออกของอิเอยาสึ การแปรพักตร์อย่างกะทันหันนี้สร้างความตื่นตระหนกและทำให้แนวรบของฝั่งตะวันตกพังทลายลงอย่างรวดเร็วราวกับโดมิโน กองทัพของมิตสึนาริแตกพ่ายยับเยิน ทหารต่างพากันทิ้งอาวุธและหนีตายกันอย่างอลหม่าน ทิ้งให้สนามรบกลายเป็นทะเลเลือดแห่งความพ่ายแพ้</p>
<p>ท่ามกลางความโกลาหลนั้น กองกำลังชิมะซึจำนวน 1,500 นายกลับถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่กลางสมรภูมิ ล้อมรอบไปด้วยกองทัพศัตรูฝ่ายตะวันออกนับหมื่นนายที่กำลังฮึกเหิมไล่ล่าผู้พ่ายแพ้ ทางเลือกของโยชิฮิโระในวินาทีนั้นมีไม่มากนัก หากเลือกที่จะถอยหลังกลับไปทางเดิม ก็จะต้องเจอกับกองทัพฝ่ายเดียวกันที่กำลังแตกพ่ายและเหยียบย่ำกันเอง หากเลือกที่จะวางอาวุธและยอมแพ้ ก็ถือเป็นการเสียเกียรติยศของซามุไรอย่างร้ายแรง ในวินาทีความเป็นความตายที่ชี้ชะตาทั้งชีวิตและชื่อเสียงของตระกูล โยชิฮิโระได้ตัดสินใจสั่งการด้วยยุทธวิธีที่บ้าบิ่นที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามญี่ปุ่น นั่นคือการบุกทะลวงไปข้างหน้า ผ่ากลางวงล้อมของทัพหลักอิเอยาสึโดยตรงเพื่อเปิดทางหนี</p>
<p>ยุทธวิธีอันห้าวหาญและบ้าคลั่งนี้ถูกขนานนามและจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ภายหลังว่า <strong>ชิมะซึ โนะ โนคิงุจิ (Shimazu no Nokiguchi)</strong> หรือ การถอยทัพแบบชิมะซึ ทหารซัตสึมะที่เหลืออยู่จัดทัพเป็นรูปสี่เหลี่ยมอย่างแน่นหนา และมุ่งหน้าเข้าปะทะกับทัพหลวงของโทกุงาวะอย่างไม่คิดชีวิต ในการฝ่าวงล้อมอันสิ้นหวังนี้ พวกเขาได้นำยุทธวิธีที่เรียกว่า <strong>สุเตงามาริ (Sutegamari)</strong> หรือ ยุทธวิธีทิ้งตัวตาย มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p>กลยุทธ์สุเตงามารินี้ เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ โดยจะให้พลปืนไฟกลุ่มเล็กๆ รั้งท้ายขบวน คอยซุ่มยิงขุนพลฝ่ายศัตรูที่ไล่ตามมาเพื่อสร้างความปั่นป่วน เมื่อลั่นไกยิงเสร็จและไม่มีเวลาบรรจุกระสุนใหม่ พวกเขาก็จะชักดาบออกสู้จนตัวตายโดยไม่ถอยหนี เพื่อถ่วงเวลาให้ขุนพลหลักและกองทัพส่วนใหญ่สามารถหนีรอดตีฝ่าวงล้อมไปได้ การถอยทัพผ่าดงศัตรูครั้งนี้นองเลือดและโหดร้ายอย่างยิ่ง ทหารชิมะซึล้มตายราวใบไม้ร่วงไปตลอดเส้นทาง รวมถึงบุคคลสำคัญอย่าง <strong>ชิมะซึ โทโยฮิสะ (Shimazu Toyohisa)</strong> ผู้เป็นหลานชายสุดที่รัก ก็ได้ตัดสินใจสละชีพตนเองเป็นทัพหลังเพื่อปกป้องผู้เป็นลุงให้หนีรอดไปได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-88150" src="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa.jpg" alt="" width="640" height="377" srcset="https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa.jpg 640w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-120x71.jpg 120w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-90x53.jpg 90w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-320x189.jpg 320w, https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Toshihisa-560x330.jpg 560w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" title=""></p>
<h5 id="shimazu-toyohisa" style="text-align: center;">Shimazu Toyohisa</h5>
<p>ด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และการเสียสละของเหล่าซามุไรซัตสึมะนี้เอง ทำให้โยชิฮิโระสามารถรอดชีวิตกลับไปยังแคว้นซัตสึมะทางตอนใต้ได้สำเร็จพร้อมกับทหารคู่ใจเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น แม้ว่าตระกูลชิมะซึจะพ่ายแพ้ในมหาสงครามครั้งนี้ แต่ทว่าความกล้าหาญและความดุดันของพวกเขาก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวญี่ปุ่นทั้งปวง จนแม้แต่ผู้ชนะอย่างอิเอยาสึยังต้องรู้สึกขยาดและหวาดหวั่นต่อกำลังใจของคนตระกูลนี้ และนี่เองที่เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้อิเอยาสึไม่กล้าสั่งยุบแคว้นซัตสึมะในเวลาต่อมา เพราะเกรงว่าจะเกิดการลุกฮือสู้ตายที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลนั่นเอง</p>
<p><strong>วีรกรรมที่ทุ่งเซกิงาฮาระได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาถึงความจงรักภักดีและความไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาของตระกูลชิมะซึ และในตอนหน้า เราจะมาติดตามกันต่อว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคเอโดะภายใต้การปกครองของรัฐบาลโทกุงาวะอย่างเต็มตัวแล้ว แคว้นซัตสึมะที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มไดเมียวนอกสายตา จะหาทางเอาตัวรอดและสร้างความมั่งคั่งเพื่อรอวันผงาดขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างไร อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ</strong></p>
<hr>
<p><strong>เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน</strong></p>
<p><em>ความน่ากลัวของยุทธวิธี สุเตงามาริ (Sutegamari) หรือ การทิ้งหมาก ที่ตระกูลชิมะซึนำมาใช้นั้น เป็นยุทธวิธีที่โหดร้ายแต่ทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการถอยทัพ พลปืนไฟที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจะนั่งขัดสมาธิเล็งปืนอย่างใจเย็นท่ามกลางสนามรบที่สับสนวุ่นวาย รอจนศัตรูระดับแม่ทัพเข้ามาใกล้ในระยะเผาขนแล้วจึงลั่นไกสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ จากนั้นพวกเขาจะชักดาบออกสู้จนตัวตายโดยไม่คิดหนีเอาชีวิตรอด ว่ากันว่าด้วยความเด็ดขาดของยุทธวิธีสละชีพนี้เอง ส่งผลให้ขุนพลคนสำคัญของอิเอยาสึอย่าง อี นาโอมาสะ (Ii Naomasa) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกกระสุนปืนของพลรั้งท้ายชิมะซึยิงเข้าใส่ จนเป็นเหตุให้เขาต้องเสียชีวิตลงในอีกสองปีต่อมา</em></p>
<div class="pk-content-block pk-block-border-all"><strong>บทความโดย : Histo Dawn<a href="https://www.marumura.com" title=""> www.marumura.com</a></strong></div>
<p><b>เรื่องแนะนำ :</b><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87878" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87625" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87398" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87264" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง</b></a></span><br>
– <span style="color: #27408b;"><a style="color: #27408b;" href="https://www.marumura.com/?p=87020" target="_blank" rel="noopener noreferrer" title=""><b>Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ</b></a></span></p>
<p><strong>ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :</strong><br>
• Reinterpreting Sekigahara – Samurai Archives (<a href="https://www.tapatalk.com/groups/japanese_history/reinterpreting-sekigahara-t349.html" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.tapatalk.com/groups/japanese_history/reinterpreting-sekigahara-t349.html</span></a>)<br>
• <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Yoshihiro" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://en.wikipedia.org/wiki/Shimazu_Yoshihiro</span></a><br>
• <a href="https://samuraiswords.store/shimazu-toyohisa/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://samuraiswords.store/shimazu-toyohisa/</span></a><br>
• <a href="https://www.ospreypublishing.com/uk/osprey-blog/2019/the-battle-of-sekigahara-what-went-right/" title=""><span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;">https://www.ospreypublishing.com/</span></a></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;"><strong>#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 3 ฝ่าทะลวงวงล้อมที่เซกิงาฮาระ #Shimazu Clan</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
		<image><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle.jpg</url></image><thumb><url>https://www.marumura.com/wp-content/uploads/2026/09/Shimazu-Clan-EP3_Sekigahara-Battle-320x240.jpg</url></thumb>	</item>
	</channel>
</rss>
