จากสี่แยกฮาราจูกุ เดินตามถนนโอโมเทะซันโดขึ้นไปเล็กน้อย จะเจอป้อมตำรวจอยู่ก่อนถึงโอโมเทะซันโดฮิลล์ เดินเข้าซอยข้างป้อมตำรวจไปไม่ไกลก็จะเห็นร้าน
marimekko Concept Store แบรนด์ดังดีไซน์เด่นสัญชาติฟินแลนด์ ตั้งอยู่ในส่วนที่เงียบสงบท่ามกลางความพลุกพล่านของถนนโอโมเทะซันโด รอให้แฟนตัวจริงมาเยี่ยมเยียน โดยไม่ต้องไปแก่งแย่งกับใครๆ
ใครที่เป็นแฟนของ
marimekko คงรู้จักชื่อเสียงของเค้าดี โดยเฉพาะคอลเลคชั่นคลาสสิคของผ้าพิมพ์ลายทาง ขาวสลับแดง และขาวสลับน้ำเงิน และลายอื่นๆ ที่ออกแบบได้ถูกใจคุณสุภาพสตรีซะเหลือเกิน แต่สำหรับท่านที่ไม่ใช่แฟนตัวแม่ ผมคงต้องขอแนะนำให้ลองแวะเข้าไปดูให้ได้ ยิ่งช่วงนี้ใกล้คริสต์มาสและปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญให้เพื่อนหรือให้ผู้ใหญ่ ไปที่ร้าน
marimekko ไม่เป็นที่ผิดหวังแน่นอนครับ ที่นี่เค้าเน้นสินค้าที่ผลิตจากผ้าพิมพ์ลายซึ่งเป็นจุดเด่นของเค้า ลวดลายต่างๆ ที่เค้าออกแบบมาในแต่ละปีล้วนแล้วแต่ได้รับการยกย่องและเป็นที่นิยม ด้วยการออกแบบและควบคุมการผลิตที่จะผลิตในประเทศฟินแลนด์เท่านั้น จึงทำให้สินค้าของ
marimekko เป็นสินค้าที่ดูดีมีชาติตระกูล ยิ่งได้คุณแจคเกอรีน เคเนดี้มาสอยไปทีเดียว 8 ชุด ก็เลยยิ่งดังข้ามทวีปกันเลยทีเดียว
marimekko ก่อตั้งโดยสองสามีภรรยา Armi และ Viljo Ratia ในปี 1949 โดยเริ่มดำเนินธุรกิจจากผ้าผืน ที่เสนอการผสมผสานของการออกแบบและการพิมพ์ลายบนผืนผ้าที่มีคุณภาพในนามบริษัท Printex แต่ด้วยคนสมัยโน้นยังไม่รู้ว่าจะเอาผ้าสวยคุณภาพดีไปทำอะไร เพราะเพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 มาหมาดๆ เศรษฐกิจยุโรปก็ยังย่ำแย่อยู่ สองสามีภรรยาจึงต้องลองเอาผ้าของตัวเองไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นโดยการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชื่อดังของยุคนั้น คุณ Ritta Immonen และใช้แบรนด์
marimekko โปรโมท ด้วยการจัดเดินแฟชั่นโชว์ในภัตตาคารหรูจนเป็นที่ฮือฮา และก้าวเข้าสู่ ความเป็นที่นิยมจนต้องขยายไลน์สินค้าออกไป แต่ด้วยความเป็นศิลปินมากกว่าเป็นนักการตลาด marimekko ก็ประสบกับปัญหาด้านการเงินจนต้องโดนซื้อกิจการไปในปี 1991 แต่ก็เพราะความเป็นบริษัทที่ขายดีไซน์บรรเจิดมาโดยตลอดประกอบกับได้ผู้บริหารมือดีจากบริษัท Workidea คุณ Kirsti Paakkanen เข้ามาปรับปรุงและนำแผนธุรกิจสมัยใหม่มาใช้ เลยสามารถปรับตัวและยังคงความเป็นผู้เล่นแถวหน้าที่นำกระแสดีไซน์ใหม่ๆ ส่งมอบให้กับวงการอยู่เสมอ จนสามารถนำพาธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของฟินแลนด์ในปี 1999 และขยับขยายกิจการออกไปถึง 40 ประเทศทั่วโลก
สินค้าของ
marimekko จะจำกัดอยู่เพียง 3 กลุ่มธุรกิจเท่านั้นคือ กลุ่มเสื้อผ้า (Clothing) กลุ่มสินค้าตกแต่งภายใน (Interior Decoration) และกระเป๋า (Bags) โดยสินค้าทั้ง 3 กลุ่มใช้วัตถุดิบเหมือนกันก็คือผ้าพิมพ์ลาย เพราะผ้าพิมพ์ลายถือเป็นหัวใจของ
marimekko มาโดยตลอดกว่า 60 ปีที่เปิดดำเนินธุรกิจมา
marimekko รับดีไซน์เนอร์มือดีมาเสริมทีมออกแบบอยู่ตลอดเวลา พิถีพิถันกับการเลือกใช้ผ้าที่ผลิตจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย ผ้าลินินหรือผ้าขนสัตว์ และไม่เคยหยุดพัฒนาเทคนิคการพิมพ์ลายบนผืนผ้าให้คมชัด มีสีสันสดใสคงทน เป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม จนสามารถยืนอยู่บนแถวหน้าของธุรกิจออกแบบลายผ้าและจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากผ้าพิมพ์ลายแบรนด์หนึ่งของโลกเลยทีเดียว สินค้ากลุ่มเสื้อผ้าจะเน้นที่เสื้อผ้าของคุณสุภาพสตรีมากหน่อย แต่ของคุณผู้ชายและเด็กก็มี รวมทั้งเสื้อยือลายขวาง สีขาวแดงและขาวน้ำเงินซึ่งเป็นลายคลาสสิคของแบรนด์นี้ (เหมือนกับ Paul Smith ถ้าเป็นลายคลาสสิคก็ต้องลาย Multi Strips) แต่ถ้าเป็นกระเป๋าก็จะมีให้เลือกตั้งแต่กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง ไปจนถึงซองใส่โทรศัพท์มือถือ แต่กลุ่มสินค้าที่ผมคิดว่าน่าซื้อเป็นของฝากเพื่อนหรือผู้ใหญ่มากที่สุดก็คือสินค้าตกแต่งภายใน
สินค้าตกแต่งภายใน จะเน้นไปที่เครื่องใช้ไม้สอยที่เป็นผ้าสำหรับส่วนต่างๆ ในบ้านโดยเน้นหนักไปที่ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และ ห้องเด็ก เช่นผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น อะไรที่พอจะนึกออกว่าควรมีในห้องเหล่านี้แล้วทำจากผ้า
marimekko เค้าเตรียมไว้ให้ท่านหมด และโดยเฉพาะเครื่องนอนของเค้ายังได้ใบรับรองว่าปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายอีกด้วย นอกจากผ้าแล้ว ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่นำลายไปเป็นองค์ประกอบก็มีด้วยไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม ถ้วย ฯลฯ หรือของกระจุกกระจิก จำพวกแผ่นรองเม้าส์ สมุด กระดาษเขียนจดหมาย พวงกุญแจ ก็เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากเหมือนกัน ถ้ากำลังคุณมองหา ของดีมีดีไซน์เด่นวัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แวบเข้าร้านนี้มีของติดมือออกมาแน่นอนครับ
ยังมีเมล์มาถามเรื่องอยากติดตามอ่านคอลัมน์ที่เคยลงไปแล้วทั้ง 2 ซีรี่ย์คือ “เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น” ที่เน้นเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างย่อ และ “ถ้าไปก็จะได้เห็น” ซึ่งแนะนำสถานที่เที่ยวยอดนิยม สามารถตามอ่านได้แล้วครับที่
http://www.marumura.com/webboard/ร่วมแสดงความคิดเห็น แนะนำติชม คอลัมน์ได้ที่นี่ คลิ๊กที่นี่อ่านตอนอื่นๆ ย้อนหลัง คลิ๊กที่นี่เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น รู้เขา รู้เรา เที่ยวร้อยครั้ง สนุกร้อยครั้ง คลิ๊กที่นี่จากโพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 20 ธ.ค.52หมวด : ญี่ปุ่น : แฟชั่นญี่ปุ่น : ช้อปปิ้งญี่ปุ่น : Omotesando : โอโมเทะซันโด : marimekko