|
พวกรักเมืองไทย ผู้เขียน : ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ![]() วันที่ผ่านมา ผมก็เก็บข้อมูลญี่ปุ่นได้พอสมควร ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของโลก แต่ถ้าล้วงมาเขียนทุกวัน ท่านผู้อ่านก็คงเบื่อแย่ เอาเป็นว่า วันนี้เป็นตอนสุดท้ายในช่วง ต่อไปจะมีเรื่องญี่ปุ่นและการท่องเที่ยวมาแทรกในเปิดฟ้าส่องโลกของเราเป็นระยะนะครับ นั่งชินกันเซนเข้าจังหวัดโอกายามามาจอดที่ฮิโรชิมา ไม่นานก็มุดอุโมงค์ใต้น้ำข้ามเกาะฮอนชิวขึ้นบกอีกทีที่เกาะกิวชิว ซึ่งมีฟูกูโอกะเป็นเมืองหลัก เดิมชื่อฮาคาตะ คนญี่ปุ่นพูดกันทุกวันนี้ก็ยังใช้คำว่า ฮาคาตะ ส่วนฟูกูโอกะเป็นชื่อทางการ แม้จะบ้านนอกชนบทแต่ก็เป็นจังหวัดเศรษฐีใหม่ดาวรุ่งพุ่งแรงคล้ายกับระยองของไทย ที่มีทั้งการเกษตร ประมง และอุตสาหกรรม ดูเหมือนญี่ปุ่นใช้แผนป่าล้อมเมืองในการพัฒนาประเทศครับ เอาเทคโนโลยีที่คิดได้ใหม่ๆ ไปใส่ไปสร้างในต่างจังหวัด ส่วนแต่ละเมืองก็มีนโยบายแข่งขันพัฒนากันเอง เกาะกิวชิวที่ผมกำลังนั่งเขียนหนังสือตั้งอยู่ทิศใต้ใกล้กับประเทศต่างๆ ทางเอเชีย ผู้คนที่นี่อยากจะพัฒนาให้เป็นประตูไปสู่ทวีปเอเชีย พวกจึงถมทะเลเป็นพันไร่สร้างเมืองใหม่เป็นไฮเทคทั้งหมดชื่อโมโมชิ เข้าไปดูตามตึกรามบ้านช่องห้องหอต้องขอยอมรับว่า แม้แต่เมืองฝรั่งมังค่าที่เจริญที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะคลานตามโมโมชิเมืองไฮเทคของญี่ปุ่นที่ฟูกูโอกะทัน แต่ละเมืองของญี่ปุ่นแข่งกันเองในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โอซากาสร้างสนามบินคันไซใหญ่โต ผู้คนเมืองฟูกูโอกะเห็นแล้วก็ไม่ยอมน้อยหน้า ประกาศว่าจะถมทะเลเพื่อสร้างสนามบินให้ใหญ่กว่าคันไซให้ได้ ภายในอีก 20 ปีข้างหน้า สนามบินแห่งนี้จะใหญ่และไฮเทคที่สุดในญี่ปุ่น เรื่องเงินทองที่จะนำมาสร้างไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเพียงกิวชิวเกาะเดียวขนาดของเศรษฐกิจก็ใหญ่เท่ากับของเนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศ ท่านผู้อ่านคิดดูเอาเองก็แล้วกันครับว่า เศรษฐกิจของเกาะนี้น่ะดีขนาดไหน คุณจารุบุณณ์ ปาณานนท์ เป็น ผอ.สำนักงาน ททท.สาขาฟูกูโอกะคนแรก สมัยนั้นตลาดท่องเที่ยวเมืองไทยในเกาะกิวชิว เกาะชิโกกุและแถบเกาะ (จังหวัด) โอกินาวา ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ก็ต้องมาทุ่มแรงประชาสัมพันธ์กันสุดฤทธิ์ เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 ปี ที่นั่งบนเครื่องบินจากฟูกูโอกะเข้าเมืองไทยเต็มเกือบทุกเที่ยวครับ มาญี่ปุ่นได้ดูรำไทยหลายครั้ง คนที่รำอ่อนช้อยน่ะเป็นญี่ปุ่นครับ สาวพวกนี้รักเมืองไทย คลั่งไคล้เมืองไทย เรียนรำไทย ที่ฟูกูโอกะยิ่งไปกว่านั้น มีชมรมไทย–ฟูกูโอกะสัมพันธ์ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 200 คน ส่วนใหญ่มีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีญี่ปุ่น ที่จำได้ก็มีทายาทห้างสรรพสินค้าใหญ่อิวาตายา ผู้บริหารท่านหนึ่งของ นสพ.นิชินิปปอนชิมบุน ซึ่งใหญ่ที่สุดในเกาะกิวชิว ฯลฯ ชั่วโมงแรกที่คณะไทยไปถึงฟูกูโอกะ สมาชิกจัดงานต้อนรับที่อบอุ่นมาก เท่าที่เคยทราบสมาชิกชมรมนี้เป็นปากเสียงแทนประเทศไทยคนไทยไปแทบทุกเรื่อง ครั้งหนึ่งทั่วญี่ปุ่นต่อต้านการซื้อข้าวไทยท่านก็ออกมาประท้วง แถมแจกข้าวไทยให้ลองเอาไปหุงกินดู (ซิวะ) ว่าไม่อร่อยตรงไหน เอาเป็นว่า ใครมาแตะต้องประเทศไทยในญี่ปุ่นต้องเจอสมาชิกชมรม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้สวนกลับไปทุกทีก็แล้วกัน ธรรมชาติของคนที่นี่แตกต่างจากคนเกาะอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างจากเกาะฮอนชิวอันเป็นที่ตั้งของโตเกียวกับโอซากา แม้แต่สำเนียงเสียงภาษาก็ไม่เหมือนกัน ธรรมชาติคนเกาะอื่นเน้นเฉพาะความสัมพันธ์กับทางธุรกิจอย่างเดียว แต่คนฟูกูโอกะแผ่มาทางเรื่องส่วนตัว ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนกัน นอกจากนั้นผู้คนทั่วไปยังมีน้ำใจและยิ้มง่าย อากิโกะ ฟูจิโอกะ สาวสวยผู้เกิด...เติบโต...แตกเนื้อสาว...เข้ามหาวิทยาลัย...ในฟูกูโอกะ แถมยังทำงานใน สนง.ททท. สาขาฟูกูโอกะซะอีก เข้ามากระซิบเหมือนจะบอกท่านผู้อ่านผ่านสื่อนิติภูมิ “คุณนิติภูมิรู้ไหมคะว่า ผู้หญิงบนเกาะนี้มีชื่อเสียงดีทางร่างกายสรีระแข็งแรง มีศิลปะสูง และเป็นสตรีที่ได้ชื่อว่าดูแลเทกแคร์สามีได้ดีกว่าผู้หญิงญี่ปุ่นจากเกาะอื่น” ผมกัดเธอเล่น (ด้วยคำพูด) เบาๆ “...เหรอครับ...” “ถ้าคุณไม่บอกใครจะไปเดาออกละจ๊ะ” เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>> Tobita ยังอยู่ที่ญี่ปุ่น สุขใจกับการขายชาติ ไหมช่วยญี่ปุ่น 2 บุคลิกภาพของคนญี่ปุ่น ญี่ปุ่นยุ่นปี่ เปิดปูมญี่ปุ่น ความลักชาติ เกอิชา ใต้สมองคนญี่ปุ่น สังคมเครียด ที่มาจาก : 1.หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2542 2.www.nitipoom.com 18/08/2012 View 1627 |
|
||||
|
|
||||



