|
ไหมช่วยญี่ปุ่น ผู้เขียน : ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ![]() เมื่อวานถึงตอนที่เมื่อก่อนนั้นญี่ปุ่นปิดประเทศ จนอเมริกาเอาเรือมาจอดและทิ้งจดหมายไว้ ว่าให้เปิดประเทศซะนะเฟ้ย ผลเป็นยังไง ประการใด ปีหน้าฟ้าใหม่อั๊วะจะมาเอาคำตอบ ปีต่อมาอเมริกาก็มาตามคำขู่ ญี่ปุ่นไม่มีทางเลือกจึงต้องทำสนธิสัญญายอมเปิดเมืองท่าให้สหรัฐฯ ประเทศอื่นก็เอาบ้าง ทั้งอังกฤษ รัสเซีย และฮอลันดา อีกฉบับที่กงสุลคนแรกของสหรัฐฯบังคับให้ญี่ปุ่นทำ เป็นสนธิสัญญาที่ไม่เสมอภาคเช่นเดียวกับที่ฝรั่งสั่งยำทำเอากับจีน จนระยะเวลาต่อมาอีกไม่กี่ปี มีเขตเช่าที่อยู่ใต้อำนาจการคุ้มครองของทหารฝรั่งทั้งในเมืองเฮียวโก โยโกฮามา เมื่อถูกย่ำยีหนักเข้าเสียงเพรียกเรียกร้องให้ “ขับไล่ฝรั่งคนบ้าป่าเถื่อนไปให้พ้น” ก็กระหึ่มดังไปทั้งประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นระยะหลังๆ ตั้งใจจะสร้าง “ชาติที่ร่ำรวย ทหารที่เข้มแข็ง” ญี่ปุ่นอยากจะเอาเงินมาพัฒนาชาติกับส่งนักเรียนไปตักตวงความรู้จากต่างประเทศ แต่ก็ไม่กล้ากู้เงินจากตะวันตกเพราะมีแต่พวกจะเรียกดอกเบี้ยแพงๆ ทั้งนั้น ญี่ปุ่นต้องแอบจ้างครูฝรั่งเข้ามาถ่ายทอดวิทยาการสมัยใหม่ให้ด้วยค่าจ้างแพงลิ่ว โชคดีมีอยู่ว่า ต่อมาปีหนึ่ง ฟาร์มเลี้ยงไหมในยุโรปเกิดล่มเพราะโรคระบาด ญี่ปุ่นส่งผ้าและตัวไข่ไหมไปขายได้เงินมาเยอะแยะ ก็เอาเงินไปซื้อเครื่องจักรที่ใช้กรอไหม จนญี่ปุ่นผลิตไหมได้ชนะประเทศในเอเชียทุกชาติ สามารถทำเป็นสินค้าออกที่สำคัญกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 หลายท่านชอบถามว่า ญี่ปุ่นทะลึ่งพรวดขึ้นมาเป็นผู้นำชาติเอเชียในระยะแรกได้ยังไง คำตอบมีหลายอย่างครับ แต่อย่างหนึ่งก็คือ ทั้งรัฐทั้งราษฎร์สู้ไม่ถอย รัฐบาลจะเป็นผู้นำในการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะแรก แต่พอรัฐถอนตัวออกไปแล้ว เอกชนก็ยังดำเนินการต่อไปได้ด้วยระบบที่รัฐบาลได้วางไว้อย่างดี ทั้งระบบเก็บภาษี และการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เทคนิคหนึ่งที่ญี่ปุ่นใช้พัฒนาประเทศก็คือ การขยายการผลิตทางการเกษตรให้เต็มที่ซะก่อน แล้วจึงไปพัฒนาอุตสาหกรรมเบา เช่น พวกทอผ้า เมื่ออุตสาหกรรมเบาได้ดีเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงค่อยรุดไปอุตสาหกรรมหนัก ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก โดย 1.จ้างครูตะวันตกเข้ามาสอนพวกหัวกะทิ 2.ส่งคนหัวดีไปเรียนวิชาที่ดังที่สุดในแต่ละประเทศ เช่น ให้ไปเรียนการทหารเรือกับพาณิชย์นาวีที่อังกฤษ เรียนทหารบกและแพทย์ที่เยอรมนี ไปฝรั่งเศสเพื่อเรียนรัฐและนิติศาสตร์ ไปอเมริกาเพื่อเรียนบริหารธุรกิจ ญี่ปุ่นใช้โลกเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด เที่ยวดักตักตวงความรู้จากประเทศต่างๆ เพื่อเอามาพัฒนาประเทศของตนอย่างมีระบบ และปรับปรุงระบบการศึกษาในประเทศอย่างจริงจัง ใช้การศึกษามาเป็นเครื่องมือจัดความคิดของผู้คน และนำมาพัฒนาประเทศอย่างได้ประสิทธิภาพ คนญี่ปุ่นตักตวงเฉพาะความรู้จากตะวันตก แต่ไม่ได้ขายหรือสลายวิญญาณให้ฝรั่งมังค่านะครับ พวกที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ ก็ยังอยู่บ้านญี่ปุ่น ทานอาหารญี่ปุ่น ยังรักและรักษาวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด จนฝรั่งยังเกรงอกเกรงใจซะด้วยซ้ำไป เล่าเรื่องเก่าๆ ของญี่ปุ่นเพลินจนเข้ามาวันที่ 4 ท่านผู้อ่านคงจะเบื่อแล้วนะครับ พรุ่งนี้ก็คงจะได้สลับกับความเป็นไปของญี่ปุ่นในปัจจุบันกันบ้าง เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>> สุขใจกับการขายชาติ 2 บุคลิกภาพของคนญี่ปุ่น ญี่ปุ่นยุ่นปี่ เปิดปูมญี่ปุ่น ความลักชาติ เกอิชา ใต้สมองคนญี่ปุ่น สังคมเครียด ปูนการเมืองญี่ปุ่นยุ่นปี่ ที่มาจาก : 1.หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2542 2.www.nitipoom.com 12/08/2012 View 905 |
|
||||
|
|
||||



