• contact
  • sitemap
search
  Marumura Web
       
RSS


ยางลบดีไซน์เก๋สไตล์ญี่ปุ่น
เรื่องโดย : de_sa_inn
ดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค. 56
เรื่องโดย : ซูชิโนะ
วันสำคัญของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม
Niigata แดนแห่งสายน้ำ
เรื่องโดย : Mari Mirei
รีวิวเที่ยวโอกินาวะครั้งแรก ตอนที่ 6 : ปิดทริป
เรื่องโดย : The 8th Ronin
สัมผัสญี่ปุ่นด้วยหัวใจติวเตอร์ตู่ ตอนที่ 4 : ข้อมูลเบื้องต้นและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเที่ยวญี่ปุ่น (ต่อ)
เรื่องโดย : ติวเตอร์ตู่
ภาษาญี่ปุ่น
ตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่น


ภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน ดังนั้นในยุคแรกๆ ประเทศญี่ปุ่นจึงใช้อักษรจีนโบราณมาก่อนที่จะเกิดการปรับเปลี่ยน และในยุคปัจจุบันภาษาญี่ปุ่นมีวิวัฒนาการมาเป็นแบบฉบับของตัวเองมากขึ้น แถมยังใช้ภาษาที่ญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการอีกด้วย ถ้าอยากจะเข้าใจภาษาญี่ปุ่นให้มากขึ้น ต้องเริ่มศึกษาจากตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันให้ดีก่อน เพื่อที่จะได้คุ้นเคยกับการออกเสียงเบื้องต้นของแต่ละตัวอักษร ก่อนที่จะนำมาผสมผสานให้เป็นคำและประโยคต่อไป อักษรญี่ปุ่นมี 3 ประเภท ได้แก่

อักษรฮิรางานะ (Hiragana, ひらがな)
เป็นตัวอักษรพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่น มีทั้งหมด 48 อักษร ใช้สำหรับเขียนศัพท์ญี่ปุ่นแท้ ที่ไม่มีในตัวอักษรแบบคันจิ (ตัวอักษรแบบจีน) ซึ่งเราก็สามารถใช้อักษรแบบฮิรางานะ ร่วมกับตัวอักษรคาตาคานะและคันจิได้ ตัวอักษรฮิรางานะนั้นจะมีลักษณะโค้งๆ และถูกใช้มากที่สุด สำหรับอักษรฮิรางานะที่กำกับอยู่บนตัวคันจิในหนังสือญี่ปุ่นเรียกว่า ฟุริงะนะ



ตัวอักษรคาตาคานะ (Katakana, カタカナ)
เป็นตัวอักษรที่ใช้เขียนทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ มีทั้งหมด 48 อักษรเหมือนฮิรางานะ อาจจะใช้ยากนิดหน่อยแต่ถ้าใช้เป็นแล้วจะช่วยในการสื่อสารได้มากทีเดียว ตัวอักษรคาตาคานะจะมีลักษณะเป็นเหลี่ยมๆ หน่อย



ตัวอักษรคันจิ  (Kanji, 漢字)
เป็นตัวอักษรที่มาจากประเทศจีน เขียนเหมือนกัน ความหมายเหมือนกัน แต่ออกเสียงต่างกันกับจีน มีคำแปลที่ตายตัวอยู่ในคำๆ นั้นเลย ลักษณะของตัวอักษรคันจิ เป็นการลากเส้นมาผสมผสานกันให้เป็นคำๆ หนึ่ง ผิดหนึ่งขีดความหมายก็อาจจะเพี้ยนไปเลยก็ได้ จึงต้องจำให้แม่นยำเลยทีเดียว สำหรับคนญี่ปุ่นเองนอกจากอักษรคันจิพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้แล้ว ก็ค่อนข้างยากที่จะจดจำคันจิอื่นๆ เหมือนกันนะ



สำหรับตัวอักษรฮิรางานะ และตัวอักษรคาตาคานะแล้ว ถ้าสนใจเรียน.. คิดว่าเพื่อนๆ คงจะจดจำกันได้ไม่ยาก แต่สำหรับตัวอักษรคันจิ ที่เป็นดั่งอักษรภาพ แต่ละตัวต่างก็มีความหมายของตัวเองแล้ว ต้องใช้ความพยายามจดจำกันมากหน่อย ถึงจะจำกันได้จริงๆ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งในการเรียนภาษาญี่ปุ่นเลยทีเดียว ว่าแต่..ทำไมภาษาญี่ปุ่นถึงมีตัวอักษรตั้ง 3 ชนิดล่ะ?



แล้วนอกจากตัวอักษรหลักทั้ง 3 แบบนี้แล้ว ก็ยังมีอักษรอีกหนึ่งประเภทที่ใช้เสริมในการเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย นั่นก็คือ อักษรโรมาจิ (Romaji) เป็นตัวอักษรใช้แทนการออกเสียงในภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาคาราโอเกะนั่นแหละ การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยอักษรโรมาจินั้น จะช่วยทำให้มีความเข้าใจในการออกเสียงภาษาญี่ปุ่นได้เร็วขึ้นอีกด้วย



สุภาษิตคำพังเพยในภาษาญี่ปุ่น


ภาษาญี่ปุ่นก็มีสุภาษิต คำคม คำพังเพยที่น่าสนใจมากมาย เช่นเดียวกับภาษาไทยและภาษาอื่นๆ บางสำนวนก็มีความคล้ายคลึงกับบ้านเรา สามารถเทียบเคียงกันได้ แต่บางสำนวนโดยเฉพาะสำนวนเปรียบเทียบ..สำหรับคนไทยแล้วอาจจะรู้สึกแปลกๆ บ้างว่าทำไมถึงเปรียบเทียบต่างกับบ้านเรานัก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะวัฒนธรรมที่ต่างกันนั่นเอง  


อย่างเช่น..
       ああいえばこういう (Aa ieba ko iu)
       ผู้ที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่นแล้วก็หาเรื่องมาแย้งได้ตลอด
       (เถียงคำไม่ตกฟาก)
       
        あいおおければにくしみいたる (Ai ookereba nikushimi itaru)
       ผู้ที่มักจะมีคนอื่นเอ็นดู ทำให้มีแต่คนเกลียดและอิจฉา
       (คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ)


อ่านเพิ่มเติม..สุภาษิตคำพังเพยในภาษาญี่ปุ่น
สุภาษิตตอนที่ 1
การเปรียบเปรยของคนญี่ปุ่น



ภาษาญี่ปุ่นกับการท่องเที่ยว


เวลาไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ภาษาจัดว่าเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวต่างชาติ เนื่องจากประเทศนี้มีอัตราการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารค่อนข้างต่ำ แม้ว่าตามเมืองใหญ่ๆ จะมีป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีสัญลักษณ์ที่เป็นสากลให้เห็นอยู่บ้าง และคนญี่ปุ่นก็มีการศึกษาค่อนข้างดี ความรู้ด้านภาษาอังกฤษก็มีพอตัว แต่ส่วนใหญ่กลับไม่นิยมที่จะนำมาใช้สื่อสารกับชาวต่างชาติเท่าไหร่นัก กลายเป็นภาระให้กับนักเดินทางที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่น แต่มีความอ่อนด้อยด้านภาษา ต้องศึกษาพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นไว้บ้าง รวมทั้งเตรียมคำหรือสำนวนไม้ตายไว้เยอะๆ เพื่อใช้เอาตัวรอดระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะในเรื่องแผนที่ ควรเตรียมไว้ให้พร้อมตั้งแต่ต้น ศึกษาแผนที่ให้ดีก่อนการเดินทาง และในแผนที่นอกจากจะมีชื่อสถานที่ต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยตามที่เราต้องการแล้ว ก็ควรจะมีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นอยู่ด้วยนะ เผื่อเวลาถามทาง..คนญี่ปุ่นเขาจะได้อ่านรู้เรื่องด้วยไง



นอกจากภาษาญี่ปุ่นจะเป็นอุปสรรคระหว่างการเดินทางแล้ว เวลาช้อปปิ้งหรือสั่งอาหารก็ปวดหัวกันพอสมควร จะซื้อข้าวของสักชิ้นหรือสั่งอาหารญี่ปุ่นสักจาน ส่งภาษากันเมื่อยปาก แล้วบางทีก็เมื่อยมือด้วย ถ้ารู้ตัวว่าจะช้อปอะไรหรืออยากกินอะไร ก็เตรียมศัพท์ญี่ปุ่นกันไว้ล่วงหน้าเลยนะจ้ะ  

อ่านเพิ่มเติม..ภาษากับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น
ไปเที่ยวก็ได้ภาษา (ญี่ปุ่น)
เครื่องสำอาง..ที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกว่าอะไรกันนะ (ภาค 1)
เครื่องสำอาง..ที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกว่าอะไรกันนะ (ภาค 2)



ภาษากับศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น


ภาษาญี่ปุ่นนั้นเป็นความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นมาก นั่น..อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นซึ่งเก่งภาษาอังกฤษนิยมที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นสื่อสารกับชาวต่างชาติมากกว่า เพราะเขา..ภูมิใจในภาษาของเขานั่นเอง และภาษาญี่ปุ่นที่สอดแทรกอยู่ในศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนั้นก็มีความน่าสนใจควรค่าแก่การศึกษาเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้..รู้ไว้บ้างก็ดีนะจ้ะ (^-^)



อ่านเพิ่มเติม..ภาษากับศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่นกับวันเด็กผู้ชาย
ภาษาญี่ปุ่นกับวันเด็กผู้หญิง
KY 語 มันย่อว่าอะไรกันนี่
ASCII ART ศิลปะบนแป้นพิมพ์
ภาษามือที่พบบ่อยในญี่ปุ่น
บอกเวลาแบบญี่ปุ่น..เที่ยงวันหรือเที่ยงคืน  
ซากุระ (sakura 桜) กับภาษาญี่ปุ่น  
เป่ายิงฉุบแบบญี่ปุ่น (じゃんけん Jan-ken)  
ขนมเพิ่มพลังนักเรียนเตรียมสอบสไตล์ญี่ปุ่น
ไปรษณียบัตรอวยพรวันปีใหม่แบบฉบับญี่ปุ่น  
พูดหมาๆ

ภาษาญี่ปุ่นนั้นยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกหลายๆ อย่าง แล้วจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นมาเพิ่มเติมให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความรู้กันอีกนะจ๊ะ
15/04/2011
View 16536 | 0
Tweet    


10 อันดับ แฟชั่นผู้หญิงที่ผู้ชายญี่ปุ่นแอบอี๋
เรื่องโดย : AME.dama
10 พฤติกรรมที่คนญี่ปุ่นรับไม่ได้
10 พฤติกรรมน่ารักของสาวๆ ที่หนุ่มญี่ปุ่นแอบชอบ
เรื่องโดย : AME.dama
10 อันดับ มาสค็อตประจำเมืองในประเทศญี่ปุ่นประจำปี 2012
20 อันดับมหาเศรษฐีญี่ปุ่นประจำปี 2012