• contact
  • sitemap
search
  Marumura Web
       
RSS


เดินต่างแดน : วิกฤติ TOYOTA เตะตัดขาหรือบาปซ้ำกรรมซัด (1)
เรื่องโดย : นฤนารท พระปัญญา
สรุปข่าวญี่ปุ่นประจำสัปดาห์ 13 – 19 พฤษภาคม 2556
Japan Weekly News
Mameshiba ถั่วไอคิวสูงแต่แอบเกรียน!
ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 56
เรื่องโดย : ซูชิโนะ
สุภาษิตญี่ปุ่น ตอนที่ 53
โดย : J-Campus
ดวงรายสัปดาห์ 20 - 26 พ.ค. 2556
เรื่องโดย : ซูชิโนะ
การเตรียมตัวเดินทางไปญี่ปุ่น
การเตรียมตัวเดินทาง



1.   แม้จะทราบอากาศของแต่ละฤดูกาลที่ไปเยือนแล้ว แต่สภาพอากาศก็ยังขึ้นอยู่กับเมืองหรือสถานที่ที่เดินทางไปด้วย เช่น บนยอดเขาฟูจี ก็ยังคงหนาวจับใจในช่วงฤดูร้อนในขณะที่พื้นราบอาจจะร้อนเกินไปสำหรับบางคน
2.   รองเท้าควรจะสวมใส่สบาย ใส่ง่าย ถอดง่าย เพราะชาวญี่ปุ่นมักจะมีธรรมเนียมการถอดรองเท้าภายในอาคาร
3.   ถุงเท้าควรสะอาด ไม่มีกลิ่น (ถ้าเป็นไปได้) และไม่ควรมีรูอย่างยิ่ง เพราะเราอาจจะต้องถอดรองเท้าบ่อยๆ ถ้ามีรูอาจจะเป็นที่ขายหน้าได้


เวลา


เวลาที่ญี่ปุ่นนั้นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง และเร็วกว่าเวลามาตรฐานโลก (กรีชนิช) 9 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเช่นนั้นตลอดปี โดยไม่มีการปรับเวลาตามฤดูกาล


เงินและอัตราแลกเปลี่ยน


มาตราเงินของประเทศญี่ปุ่นใช้หน่วยเป็น “เยน” ที่มีสัญลักษณ์ภาษาอังกฤษแบบนี้ “ ¥ ” ส่วนในญี่ปุ่นจะมีสัญลักษณ์เป็นแบบนี้ “ 円 ” ซึ่งอ่านว่า “เอ็น”

เหรียญเยนแบ่งออกเป็น 6 แบบ คือ ¥1, ¥5, ¥10, ¥50, ¥100 และ ¥500
ส่วนธนบัตรญี่ปุ่นก็มี 4 แบบ คือ ¥1,000, ¥2,000 (ไม่ค่อยมีแล้ว), ¥5,000 และ ¥10,000

ปัจจุบัน 100 เยน มีมูลค่าประมาณ 37 บาทไทย (เม.ย. 2011)

แม้ประเทศญี่ปุ่นจะยังคงนิยมรับเงินสด แต่ก็มีการใช้บัตรเครดิตกันตามโรงแรมมาตรฐานทั่วไป แหล่งท่องเที่ยวหลักๆ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซึ่ง มักจะรับบัตรเครดิตดังๆ อย่าง American Express, Diner Club, Master Card, Visa Card และ JCB แต่บางแห่งบัตรที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารญี่ปุ่นก็อาจจะถูกปฏิเสธได้ ดังนั้นจึงควรเงินสดติดตัวไว้ให้เพียงพอ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: เงินเยน


ไฟฟ้า & plug


ที่ญี่ปุ่นนั้นใช้ไฟฟ้า 100V AC 50Hz (60Hz ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น) และเต้าเสียบรองรับปลั๊กไฟแบบขาแบน 2 ขา ซึ่งถือเป็นปัญหาเหมือนกันสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะว่าญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 100 โวลท์ ต่างจากประเทศไทยที่ใช้ไฟฟ้า 240 โวลท์ ถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ไปใช้ที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ หรือแลปท็อป ต้องตรวจสอบก่อนว่าสามารถรองรับไฟฟ้าระหว่าง 100-240 โวลท์ได้รึไม่ ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่สามารถใช้ร่วมกันได้ ปลั๊กไฟในญี่ปุ่นส่วนมากจะมีลักษณะเป็น 2 ขาแบน ทำให้นักท่องเที่ยวอาจจะต้องนำอุปกรณ์สำหรับแปลงขาปลั๊กไฟไปด้วย


น้ำดื่ม


น้ำประปาในญี่ปุ่นดื่มได้ปลอดภัย แต่แนะนำว่าให้เลือกดื่มจากก๊อกน้ำเย็น ถ้าต้องการดื่มน้ำร้อนควรนำไปต้มก่อน


ห้องสุขา


โรงแรมใหญ่ๆ แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานีรถไฟบางแห่ง จะมีห้องสุขาที่ค่อนข้างทันสมัย (ชักโครก) การกดน้ำก็มีทั้งแบบกดคันโยกเหมือนในเมืองไทย หรืออาจจะให้ระบบสัมผัสเพียงแค่ทาบฝ่ามือไปที่เซ็นเซอร์ และอาจจะมีปุ่มพิเศษด้านข้างให้กดได้อีกหลายปุ่ม หากทดลองกดปุ่มใดๆ ก็ตาม ยังไม่ควรลุกออกจากที่นั่ง มิฉะนั้นอาจจะเปียกเลอะเทอะทั้งคนและห้องน้ำ โดยทั่วไปแล้วในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะใช้ส้วมแบบนั่งยอง (ส้วมซึม) ซึ่งถือว่าถูกสุขอนามัยมาก เพราะจะไม่มีส่วนใดของร่างกายสัมผัสสุขภัณฑ์โดยตรงเลย บางแห่งจึงมีบริการทั้งส้วมซึมและส้วมแบบชักโครก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้โดยสังเกตจากรูปที่อยู่บนประตูหน้าห้องสุขานั้นๆ


ร้านขายยา


นักท่องเที่ยวควรนำยาประจำตัวติดตัวไปญี่ปุ่นด้วยเสมอ เพราะร้านขายยาของญี่ปุ่นอาจจะหายาแผนปัจจุบันแบบสากลได้ยากและมีราคาสูง แม้ว่ายาญี่ปุ่นและยาจีนที่เภสัชกรตามร้านขายยามักจัดให้นั้นก็มีสรรพคุณค่อนข้างดีทีเดียว และเภสัชกรจะจัดยาสามัญทั่วๆ ไปในกรณีเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนยาตามใบสั่งแพทย์จะถูกจัดให้ที่โรงพยาบาลและคลินิกภายหลังการพบแพทย์แล้วเท่านั้น ซึ่งต่างจากการซื้อยาในเมืองไทย ที่ส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ก็ได้


การฝากสัมภาระ


สถานีรถไฟหลักๆ และสนามบินเท่านั้นที่จะมีสถานที่รับฝากสัมภาระ (Left Luggage Office) ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้มีสัมภาระมากๆ หรือเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ๆ แต่ว่าสถานีรถไฟเกือบทุกแห่งจะมีตู้ฝากสัมภาระหยอดเหรียญ (Coin Locker) ให้บริการอยู่ทั่วไป ราคาเฉลี่ย 100 – 500 เยน ต่อวัน (ถึงเที่ยงคืนของวันที่ฝาก) ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้สัมภาระที่เลือกใช้บริการ หากเลยเวลาเที่ยงคืนจะต้องหยอดเหรียญเพิ่มจึงจะใช้กุญแจเปิดตู้ได้ แต่โดยปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะสามารถฝากสัมภาระไว้ที่โรงแรมที่กำลังจะเข้าพักหรือเพิ่งจะเช็คเอ้าท์ได้ โดยไม่เสียค่าบริการ


วันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น


ในประเทศญี่ปุ่นมีวันสำคัญและเทศกาลต่างๆ มากมาย แต่วันที่ถูกระบุให้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นมีอยู่ทั้งสิ้น 15 วัน
วันที่วัน (ญี่ปุ่น)วัน
1 มกราคมGanjitsu วันขึ้นปีใหม่
วันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคม     Seijin-no-hiวันบรรลุนิติภาวะ
11 กุมภาพันธ์Kenkoku Kinem-bi     วันสถาปนาชาติ
20 หรือ 21 มีนาคมShumbun-no-hiวันวสันตวิษุวัต
29 เมษายนShowa-no-hiวันโชวะ
3 พฤษภาคมKempo Kinem-biวันรัฐธรรมนูญ
4 พฤษภาคมMidori-no-hiวันแห่งสีเขียว
5 พฤษภาคมKodomo-no-hiวันเด็ก
วันจันทร์ที่สามของเดือนกรกฎาคม     Umi-no-hiวันแห่งทะเล
วันจันทร์ที่สามของเดือนกันยายน     Keiro-no-hi   วันผู้สูงอายุ
23 หรือ 24 กันยายนShubun-no-hiวันศารทวิษุวัต
วันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม     Taiiku-no-hiวันกีฬา
3 พฤศจิกายนBunka-no-hiวันวัฒนธรรม
23 พฤศจิกายนKinro Kansha-no-hi     วันแรงงาน
23 ธันวาคมTenno Tanjobiวันเฉลิมพระชนมพรรษาจักรพรรดิ



ศุลกากร


ประเทศญี่ปุ่นนั้นห้ามไม่ให้นำเข้ายาเสพติดและอาวุธต่างๆ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เข้มงวดมากและมีโทษสถานหนักมาก สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นที่นำเงินต่างประเทศเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก็จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อชี้แจงเหตุผล อีกทั้งเมื่อต้องการเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถนำเงินเยนออกมาได้ไม่เกิน 5 ล้านเยน

ข้าวของบางอย่างได้รับการอนุญาตให้นำเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่เสียภาษี แต่ก็อยู่ในจำนวนที่จำกัด อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขวดละไม่เกิน 760 มิลลิลิตร นำเข้าได้ไม่เกิน 3 ขวด บุหรี่นำเข้าได้ไม่เกิน 400 มวน ซิการ์ 100 มวน ยาเส้น 500 กรัม และน้ำหอม 60 กรัม เป็นต้น


กรณีฉุกเฉิน


สถานทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น
3-14-6 Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo 141-0021 โทร. 03-3441-1386 แฟกซ์ 03-3441-2597
ตำรวจ โทร. 110
ดับเพลิงและรถพยาบาล โทร. 119
ศูนย์ข้อความและความช่วยเหลือ (ภาษาอังกฤษ) โทร. 03-3586-0110
21/09/2011
View 13775 | 0
Tweet    


10 อันดับ แฟชั่นผู้หญิงที่ผู้ชายญี่ปุ่นแอบอี๋
เรื่องโดย : AME.dama
10 พฤติกรรมที่คนญี่ปุ่นรับไม่ได้
10 พฤติกรรมน่ารักของสาวๆ ที่หนุ่มญี่ปุ่นแอบชอบ
เรื่องโดย : AME.dama
10 อันดับ มาสค็อตประจำเมืองในประเทศญี่ปุ่นประจำปี 2012
20 อันดับมหาเศรษฐีญี่ปุ่นประจำปี 2012