|
การเตรียมตัวเดินทางไปญี่ปุ่น การเตรียมตัวเดินทาง ![]() 1. แม้จะทราบอากาศของแต่ละฤดูกาลที่ไปเยือนแล้ว แต่สภาพอากาศก็ยังขึ้นอยู่กับเมืองหรือสถานที่ที่เดินทางไปด้วย เช่น บนยอดเขาฟูจี ก็ยังคงหนาวจับใจในช่วงฤดูร้อนในขณะที่พื้นราบอาจจะร้อนเกินไปสำหรับบางคน 2. รองเท้าควรจะสวมใส่สบาย ใส่ง่าย ถอดง่าย เพราะชาวญี่ปุ่นมักจะมีธรรมเนียมการถอดรองเท้าภายในอาคาร 3. ถุงเท้าควรสะอาด ไม่มีกลิ่น (ถ้าเป็นไปได้) และไม่ควรมีรูอย่างยิ่ง เพราะเราอาจจะต้องถอดรองเท้าบ่อยๆ ถ้ามีรูอาจจะเป็นที่ขายหน้าได้ เวลา เวลาที่ญี่ปุ่นนั้นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง และเร็วกว่าเวลามาตรฐานโลก (กรีชนิช) 9 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเช่นนั้นตลอดปี โดยไม่มีการปรับเวลาตามฤดูกาล เงินและอัตราแลกเปลี่ยน มาตราเงินของประเทศญี่ปุ่นใช้หน่วยเป็น “เยน” ที่มีสัญลักษณ์ภาษาอังกฤษแบบนี้ “ ¥ ” ส่วนในญี่ปุ่นจะมีสัญลักษณ์เป็นแบบนี้ “ 円 ” ซึ่งอ่านว่า “เอ็น” เหรียญเยนแบ่งออกเป็น 6 แบบ คือ ¥1, ¥5, ¥10, ¥50, ¥100 และ ¥500 ส่วนธนบัตรญี่ปุ่นก็มี 4 แบบ คือ ¥1,000, ¥2,000 (ไม่ค่อยมีแล้ว), ¥5,000 และ ¥10,000 ปัจจุบัน 100 เยน มีมูลค่าประมาณ 37 บาทไทย (เม.ย. 2011) แม้ประเทศญี่ปุ่นจะยังคงนิยมรับเงินสด แต่ก็มีการใช้บัตรเครดิตกันตามโรงแรมมาตรฐานทั่วไป แหล่งท่องเที่ยวหลักๆ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซึ่ง มักจะรับบัตรเครดิตดังๆ อย่าง American Express, Diner Club, Master Card, Visa Card และ JCB แต่บางแห่งบัตรที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารญี่ปุ่นก็อาจจะถูกปฏิเสธได้ ดังนั้นจึงควรเงินสดติดตัวไว้ให้เพียงพอ เรื่องที่เกี่ยวข้อง: เงินเยน ไฟฟ้า & plug ที่ญี่ปุ่นนั้นใช้ไฟฟ้า 100V AC 50Hz (60Hz ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น) และเต้าเสียบรองรับปลั๊กไฟแบบขาแบน 2 ขา ซึ่งถือเป็นปัญหาเหมือนกันสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะว่าญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 100 โวลท์ ต่างจากประเทศไทยที่ใช้ไฟฟ้า 240 โวลท์ ถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ไปใช้ที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ หรือแลปท็อป ต้องตรวจสอบก่อนว่าสามารถรองรับไฟฟ้าระหว่าง 100-240 โวลท์ได้รึไม่ ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่สามารถใช้ร่วมกันได้ ปลั๊กไฟในญี่ปุ่นส่วนมากจะมีลักษณะเป็น 2 ขาแบน ทำให้นักท่องเที่ยวอาจจะต้องนำอุปกรณ์สำหรับแปลงขาปลั๊กไฟไปด้วย น้ำดื่ม น้ำประปาในญี่ปุ่นดื่มได้ปลอดภัย แต่แนะนำว่าให้เลือกดื่มจากก๊อกน้ำเย็น ถ้าต้องการดื่มน้ำร้อนควรนำไปต้มก่อน ห้องสุขา โรงแรมใหญ่ๆ แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานีรถไฟบางแห่ง จะมีห้องสุขาที่ค่อนข้างทันสมัย (ชักโครก) การกดน้ำก็มีทั้งแบบกดคันโยกเหมือนในเมืองไทย หรืออาจจะให้ระบบสัมผัสเพียงแค่ทาบฝ่ามือไปที่เซ็นเซอร์ และอาจจะมีปุ่มพิเศษด้านข้างให้กดได้อีกหลายปุ่ม หากทดลองกดปุ่มใดๆ ก็ตาม ยังไม่ควรลุกออกจากที่นั่ง มิฉะนั้นอาจจะเปียกเลอะเทอะทั้งคนและห้องน้ำ โดยทั่วไปแล้วในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะใช้ส้วมแบบนั่งยอง (ส้วมซึม) ซึ่งถือว่าถูกสุขอนามัยมาก เพราะจะไม่มีส่วนใดของร่างกายสัมผัสสุขภัณฑ์โดยตรงเลย บางแห่งจึงมีบริการทั้งส้วมซึมและส้วมแบบชักโครก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้โดยสังเกตจากรูปที่อยู่บนประตูหน้าห้องสุขานั้นๆ ร้านขายยา นักท่องเที่ยวควรนำยาประจำตัวติดตัวไปญี่ปุ่นด้วยเสมอ เพราะร้านขายยาของญี่ปุ่นอาจจะหายาแผนปัจจุบันแบบสากลได้ยากและมีราคาสูง แม้ว่ายาญี่ปุ่นและยาจีนที่เภสัชกรตามร้านขายยามักจัดให้นั้นก็มีสรรพคุณค่อนข้างดีทีเดียว และเภสัชกรจะจัดยาสามัญทั่วๆ ไปในกรณีเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนยาตามใบสั่งแพทย์จะถูกจัดให้ที่โรงพยาบาลและคลินิกภายหลังการพบแพทย์แล้วเท่านั้น ซึ่งต่างจากการซื้อยาในเมืองไทย ที่ส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ก็ได้ การฝากสัมภาระ สถานีรถไฟหลักๆ และสนามบินเท่านั้นที่จะมีสถานที่รับฝากสัมภาระ (Left Luggage Office) ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้มีสัมภาระมากๆ หรือเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ๆ แต่ว่าสถานีรถไฟเกือบทุกแห่งจะมีตู้ฝากสัมภาระหยอดเหรียญ (Coin Locker) ให้บริการอยู่ทั่วไป ราคาเฉลี่ย 100 – 500 เยน ต่อวัน (ถึงเที่ยงคืนของวันที่ฝาก) ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้สัมภาระที่เลือกใช้บริการ หากเลยเวลาเที่ยงคืนจะต้องหยอดเหรียญเพิ่มจึงจะใช้กุญแจเปิดตู้ได้ แต่โดยปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะสามารถฝากสัมภาระไว้ที่โรงแรมที่กำลังจะเข้าพักหรือเพิ่งจะเช็คเอ้าท์ได้ โดยไม่เสียค่าบริการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่นมีวันสำคัญและเทศกาลต่างๆ มากมาย แต่วันที่ถูกระบุให้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นมีอยู่ทั้งสิ้น 15 วัน
ศุลกากร ประเทศญี่ปุ่นนั้นห้ามไม่ให้นำเข้ายาเสพติดและอาวุธต่างๆ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เข้มงวดมากและมีโทษสถานหนักมาก สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นที่นำเงินต่างประเทศเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก็จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อชี้แจงเหตุผล อีกทั้งเมื่อต้องการเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถนำเงินเยนออกมาได้ไม่เกิน 5 ล้านเยน ข้าวของบางอย่างได้รับการอนุญาตให้นำเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่เสียภาษี แต่ก็อยู่ในจำนวนที่จำกัด อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขวดละไม่เกิน 760 มิลลิลิตร นำเข้าได้ไม่เกิน 3 ขวด บุหรี่นำเข้าได้ไม่เกิน 400 มวน ซิการ์ 100 มวน ยาเส้น 500 กรัม และน้ำหอม 60 กรัม เป็นต้น กรณีฉุกเฉิน สถานทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น 3-14-6 Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo 141-0021 โทร. 03-3441-1386 แฟกซ์ 03-3441-2597 ตำรวจ โทร. 110 ดับเพลิงและรถพยาบาล โทร. 119 ศูนย์ข้อความและความช่วยเหลือ (ภาษาอังกฤษ) โทร. 03-3586-0110 21/09/2011 View 13775 |
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|

