• โชยุ (Shoyu) เครื่องปรุงรสคู่โต๊ะอาหารชาวญี่ปุ่น

  • โชยุ | เครื่องปรุงรสญี่ปุ่น | ซอสญี่ปุ่น
    อาหารญี่ปุ่น | ทำอาหารญี่ปุ่น



    เรื่องโดย : The 25th Ronin www.marumura.com



    เวลาเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น สิ่งที่จะพบเห็นบนโต๊ะอาหารนั้น จะต้องมีซอสโชยุวางอยู่บนโต๊ะควบคู่กับเครื่องปรุงรสอื่นๆ จึงมั่นใจได้เลยล่ะว่าทุกคนที่ทานอาหารญี่ปุ่นต้องรู้จัก ซอสโชยุ (醤油, Shoyu) หรือซอสถั่วเหลืองของญี่ปุ่นกันแน่ๆ แต่วันนี้เราจะทำให้คุณรู้จักกับซอสโชยุกันมากขึ้นค่ะ ^^




    โชยุมาจากอะไร
    อย่างที่บอกค่ะว่าเราจะมาทำความรู้จักกับซอสแสนอร่อยที่เป็นเครื่องสุดฮิตที่มีไว้ทานกับซูชิ หรืออาหารญี่ปุ่นอีกหลายๆ เมนู ซอสโชยุเป็นซอสถั่วหลืองซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มทำมาจากเมล็ดถั่วเหลืองและข้าวสาลี ผ่านกระบวนการหมักด้วยเชื้อรา Aspergillus Oryzae หรือเชื้อรา Aspergillus Sojae หลังการหมักจึงได้เป็น ของเหลวซึ่งก็คือ ซอสโชยุ ส่วนกากที่ได้ก็จะถูกนำเอามาใช้เป็นอาหารสัตว์

    ซอสถั่วเหลืองเป็นส่วนผสมแบบดั้งเดิมทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของโซนเอเชีย โดยในแถบนี้จะมีการใช้ซอสถั่วเหลืองในการปรุงอาหารมาก ซึ่งอันที่จริงต้นกำเนิดของเจ้าซอสนี่..มันอยู่ที่ประเทศจีนเมื่อราว 2,800 ปีก่อน แล้วความนิยมก็แพร่หลายไปทั่วเอเชีย และยังได้รับความนิยมไปถึงอาหารของชาวตะวันตกด้วย เวลาผ่านมาจนถึงทุกวันนี้จึงไม่มีใครที่ไม่รู้จักซอสถั่วเหลือง คนญี่ปุ่นซึ่งเรียกซอสถั่วเหลืองว่า “โชยุ” ก็ให้ความสำคัญมาก จนสามารถพบเห็นเจ้าโชยุนี้อยู่บนโต๊ะอาหารของคนญี่ปุ่นเสมอๆ




    ต้นกำเนิดของซอสโชยุ
    อย่างที่กล่าวไปแล้ว ซอสถั่วเหลืองนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยตัว โชยุ 醤 ภาษาจีนอ่านว่า jiang ถูกนำเข้ามาที่ญี่ปุ่นในช่วงยุคนาระ หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็ได้พัฒนาซอสถั่วเหลืองจนมาเป็นซอสโชยุ และถึงยุคเฮอันโชยุก็ได้รับความนิยมมากจนเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารในแต่ละวันได้เลยคะ ช่วงต้นยุคเอโดะจึงได้มีการพัฒนาจนได้โชยุที่ทันสมัยขึ้นอีกคือ โคอิคุชิ (Koikushi) รสชาติเข้มข้นขึ้น และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีลักษณะโด่นเด่นในช่วงยุคเมจิ


    ประเภทของซอสโชยุและวิธีการใช้งาน


    Koikushi (こいくち)
    ซอสที่มีการใช้ถึง 80% ในปัจจุบันเหมาะแก่การปรุงอาหารทั่วไป เช่น การของต้ม การผสม




    Usukuchi (うすくち)
    ซอสถั่วเหลืองแบบจืด นิยมใช้ปรุงอาหารกันมากในแถบคันไซ




    Tamari (たまり)
    ซอสที่มีความเข้มข้น เหมาะกับอาหารประเภทต้ม และเทอริยากิ




    Saishikomi (さいしこみ)
    ซอสสถั่วเหลืองที่หวาน จนได้ชื่อเรียกว่า ซอสถั่วเหลืองน้ำหวาน



    Shiro (しろ)
    เป็นซอสถั่วเหลืองสีซืดๆ ใช้เวลาขั้นตอนสุดท้ายของการปรุงอาหาร



    คุณประโยชน์และสารอาหารของซอสถั่วเหลืองนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ กรดอะมีโนเอซิด น้ำตาล และวิตามีนบี 2 แถมยังมีโซเดียมอีกด้วย ทั้งหมดนั้นเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นในวัยผู้ใหญ่ ลดการเกิดโรคพากินสัน เป็นต้น แถมยังช่วยให้เราดูเปล่งปลั่ง แค่เหยาะเดียวประโยชน์มหาศาล แต่อย่าลืมนะคะว่ามันเค็ม ทานในปริมาณที่เหมาะสม เดียวโรคไตถามหาไม่รู้ด้วยนะ ^^


    ซาซิมิจิ้มโชยุ



    ปรุงรสข้าวผัดแสนอร่อย
         
     

    หมักเป็นซอสเทอริยากิ


    นอกจากจะทำให้อาหารของเรามีสีสันน่ารับประทานแล้ว ซอสโชยุยังมีวิตามินมากมายๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย อย่างนี้เรียกว่าพลังคูณสองเลยจริงมั้ยคะ ทั้งทำให้อาหารของเราอร่อยแล้วยังให้คุณประโยชน์อีก มีประโยชน์ขนาดนี้น่าจะไปซื้อมาติดบ้านไว้ซักขวดสอง น่าจะดีนะคะ^^

    เรื่องโดย : The 25th Ronin www.marumura.com
    ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
    http://www.soya.be/shoyu.php
    http://en.wikipedia.org/wiki/Soy_sauce
    https://www.soysauce.or.jp/rekishi/index.html
    http://www.shejapan.com/jtyeholder/jtye/living/shoyu/soyhis.html

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
    ถั่วแดงกับขนมญี่ปุ่น..เพราะเราโตมาด้วยกัน
    ความเป็นมาของชาเขียวญี่ปุ่น
    ขนมโมจิ (Mochi)
    นัตโตะ (納豆) ถั่วเน่าแต่มีประโยชน์
    เมล่อน (Melon in Japan)
    วาซาบิ
    สตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่น


  • 30/06/2012
    View 20200
       

update

update

เรื่องแนะนำ

home

เที่ยวญี่ปุ่น

ศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่น

gulikedish

นิทานญี่ปุ่น

นิทานญี่ปุ่น

beauty

fashion & shopping

horoscope

tech & gadget

บันเทิงญี่ปุ่น

top japan

เกร็ดความรู้ญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่น

สุภาษิตญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

 
 
:: our group ::